ขอบคุณสำหรับการติดตาม และคอมเม้นท์ให้กำลังใจของรีดเดอร์ที่น่ารักทั้งหลายด้วยนะขอรับ ทุกคอมเม้นท์ที่ได้อ่านไรต์มีความสุขมาก(ทำให้มีแรงเขียนบทต่อไปเลย) ยังไงก็อย่าลืมติดตามให้กำลังใจกันแบบนะต่อไปเรื่อยๆนะขอรับ 💟

ชื่อตอน : บทที่ 25

คำค้น : ราชันย์พ่ายรัก

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2562 23:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25
แบบอักษร

บทที่ 25

ประตูเมืองทิศเหนือ

รถม้าของคหบดีคันหนึ่งกำลังวิ่งด้วยความเร็วเพื่อจะออกจากเมือง และกำลังถูกทหารยามกักเอาไว้ คนขับรถม้าเป็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง เขาชะลอรถอย่างนอบน้อมทำความเคารพทหารที่รักษาประตูอย่างคุ้นเคย ทันใดนั้นคนในรถม้าก็เดินออกมาทักทายกับทหารยามหน้าประตู

“ท่านพ่อบ้านอี้ ท่านจะรีบออกไปไหนยามค่ำคืนแบบนี้หรือ” ทหารยามเอ่ยขึ้นตามหน้าที่ พวกเขาค่อนข้างคุ้นเคยกับพ่อบ้านตระกูลอี้ เนื่องจากตระกูลอี้เป็นตระกูลพ่อค้าและมักจะออกไปทำการค้าบ่อยๆ

“ข้าจะรีบไปรับสินค้าที่นอกเมือง คนของข้าส่งข่าวมาว่ารถสินค้าใกล้ถึงเมืองแล้ว เกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน นายท่านอี้จึงให้ข้าพาลูกน้องไปตรวจดู” พ่อบ้านอี้กล่าวด้วยท่าทางจริงใจยิ่ง นายทหารเหล่านั้นได้ฟังก็ไม่ติดใจแต่อย่างใด จึงปล่อยให้พวกเขาควบม้าต่อไป

ในมุมหนึ่งของประตูเมืองอิงฮวาและเสี่ยวซื่อให้ชุดบุรุษกำลังนั่งอยู่บนหลังม้า แววตาเจ้าเล่ห์ทอประกายเจิดจรัส

“ข้ารู้แล้ว ว่าเราจะออกไปได้อย่างไร” อิงฮวาอมยิ้มให้กับตนเองก่อนจะบังคับม้าให้ไปยังหน้าประตูด้วยอาการรีบร้อน โดยมีเสี่ยวซื่อตามมาติดๆ

“พวกเจ้าจะรีบออกจากเมื่อไปที่ใด” ทหารยามคนเดิมได้เข้ามาขวางไว้เสียก่อน ทำให้นางต้องชะลอม้าลง

“พี่ชายท่านนี้ ข้าทั้งสองเป็นบ่าวของนายท่านอี้ กำลังจะออกไปคุ้มกันสินค้าที่กำลังจะมาถึงขอรับ” อิงฮวาตอบอย่างฉะฉาน ไม่มีพิรุธแม้แต่น้อย

“ท่านพ่อบ้านเพิ่งไปเมื่อสักครู่ เหตุใดเจ้าไม่ออกไปพร้อมกับเขาเล่า” นายทหารยามนึกสงสัย

“เมื่อครู่ข้าก็ควบม้าตามมา แต่เกิดปวดหนักเข้า จึงขออนุญาตท่านพ่อบ้านไปปลดทุกข์ก่อนแล้วจะรีบตามไป หากพวกท่านไม่เชื่อข้าจะพาไปที่จวนตระกูลอี้เป็นการยืนยันก็ได้ แต่ว่าหากข้าตามท่านพ่อบ้านไปไม่ทัน พวกข้าต้องถูกนายท่านลงโทษเป็นแน่”  อิงฮวาใช้ลูกล่อลูกชน จนนายทหารยามหลงกล ยอมเปิดทางให้ทั้งสองแต่โดยดี

เมื่อออกจากประตูเมืองมาได้ หนททางข้างหน้าล้วนไม่คุ้นตา อิงฮวาอดที่จะประหม่าไม่ได้ เมื่อมอง เหลียวไปด้านหลัง ประตูเมืองบานใหญ่นั่นก็ปิดเสียแล้ว พาให้ร่างบางทอดสายตาอาลัยไปชั่วครู่

คงต้องบอกลากันตรงนี้ ....จิ้นหยาง

ใบหน้าหวานอ่อนลงไปหลายส่วน มือเรียบบังคับม้าให้เดินไปตามทางไปเร็วไม่ช้าอย่างเงียบงัน

“เราจะไปที่ไหนต่อดีเจ้าค่ะ” เสี่ยวซื่อที่ควบตามมาตลอดทาง เห็นท่าทางใจลอยของนายตนก็ได้แต่ถอนหายใจ ปล่อยให้เป็นแบบนี้ย่อมไม่ดี ใช่ว่าออกมาจากประตูเมืองแล้วจะปลอดภัย กลับกันออกมาเช่นนี้สตรีสองคน แม้จะปลอมเป็นชายก็ยังดูหน้ากลัวไม่น้อย

“แคว้นชางกว้างใหญ่ กว่าเราจะไปถึงชายแดนแคว้นได้ก็ต้องเดินทางไปอีกหลายวัน ระหว่างนี้เราก็ค่อยๆเที่ยวชมธรรมชาติเถอะ” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา ไม่ยี่หระต่ออากาศที่หนาวเย็นโดยรอบแม้แต่น้อย

เดินทางรอมแรมมาหลายวัน เหนื่อยก็แวะพักตามโรงเตี้ยมบ้าง ไม่มีโรงเตี้ยมก็หาศาลเจ้าร้าง หรือไม่ก็หาถ้ำหรือริมลำธารบ้างเป็นที่พักชั่วคราว ในใจของอิงฮวาเริ่มคงที่มากแล้ว ไม่สับสนเหมือนหลายวันก่อน แววตาที่ไร้ประกายงดงาม ยามนี้เริ่มแจ่มใสขึ้น อาจเพราะนางได้ทบทวนแล้ว ถึงแม้ว่าจะเศร้าใจไปก็ไม่ได้หมายความเขาและนายจะได้อยู่ร่วมกันอีก ไม่สู้ทำใจยอมรับและสนุกกับชีวิตอิสระที่เหลือหรอกหรือ

“คุณชายเจ้าคะ ของแห้งเราใกล้จะหมดแล้ว บ่าวจะออกไปเก็บของป่าดีไหมเจ้าคะ” เสี่ยวซื่อก็ง่วงอยู่กับการเตรียมอาหารเย็นเอ่ยขึ้น ใบหน้าที่มีเลือดฝาดของนางบ่งบอกถึงอากาศที่ค่อนข้างร้อนได้ดี ตลอดการเดินทางนางกำนันผู้นี้ยังเจื้อยแจ่วไม่หยุดหย่อน ทำให้บรรยากาศรอบตัวนางดูสดชื่นไม่เลวที่เดียว

“ได้ ข้าจะออกไปหาเอง เจ้าก็ก่อฝืนไปเถอะ” ร่างบางทำท่าจะลุกขึ้นยืน แต่กลับต้องใช้มือบางเกาะเกี่ยวกับต้นไม้เอาไว้แทบจะทันที

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ คุณชายท่านเป็นอะไร” เสี่ยวซื้อรีบทิ้งท่อนฟืนก้าวมาประคองนางทันที

“ไม่เป็นไร ข้าเพียงหน้ามืดเท่านั้น” เห็นใบหน้าตื่นตกใจของคนตรงหน้า อิงฮวาก็ได้แต่ฝืนอาการวิงเวียนของตนแล้วส่งยิ้มแห้งๆให้เสี่ยวซื่อทันที

“เป็นเพราะข้าที่ดูแลท่านไม่ดี หิวใช่ไหมเจ้าคะ ข้าจะออกไปจับปลามาย่างให้ท่านทาน” เสี่ยวซื้อกระวีกระวาดประคองนางให้นั่งพิงกับต้นไม้ใหญ่ ส่วนตัวเองก็วิ่งไปที่ริมลำธารพร้อมกับไม้ไผ่ด้ามนึง ท่าทางเช่นนั้นทำให้อิงฮวาอดขำไม่ได้ วันนี้เห็นทีนางคงไม่ได้กินปลาเสียแล้ว ใครใช้ให้เสี่ยวซื่อคนเก่งวิ่งลงน้ำไปแบบนั้นเล่า ปลาไม่หนีสิแปลก

ร่างบางพยายามสะบัดหัวไล่อาการวิงเวียนของตน หยิบน้ำให้ถุงพกพาของตนเองขึ้นมาล้างหน้าให้พอสดชื่น ก่อนจะลุกขึ้นหยิบหน้าไม้ที่นางซื้อมาจากนายพรานที่เจอเมื่อวันก่อน ทำท่าจะเข้าไปในป่าเพื่อล่ากระต่ายมาทำอาหารสักตัว

ทันทีที่นางยืนขึ้น รอบข้างพลันปรากฏกลุ่มคนใส่ชุดดำกำลังยืนรายล้อมนางไว้ สายตาจ้องมองตรงมาที่นางอย่างไม่ละสายตา กลิ่นไอสังหารรุนแรงจนมือบางกำหน้าไม้ไว้แน่น

“พวกเจ้าเป็นใคร” อิงฮวาเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามอีกฝ่าย แววตายังคงระมัดระวัง ได้แต่อธิฐานให้เสี่ยวซื่อยังไม่กลับมาตอนนี้

“ฝ่าบาทส่งพวกกระหม่อมมาเพื่อสังหารองค์หญิง” หนึ่งในบุรุษชุดดำกล่าวออกมาเสียงเหี้ยม ราวกับสายฟ้าฟาด ทันทีที่ได้ยินร่างทั้งร่างของอิงฮวาชาวูบไปหมด หมายความว่า จิ้นหยางจงใจจะฆ่านางอย่างนั้นหรือ

“จะฆ่าข้าไม่ง่ายนักหรอก” อิงฮวายิ้มเหยียด ดวงตาหวายซึ้งเต็มไปด้วยความว่างเปล่า นางจากเขามาไกลถึงเพียงนี้ เหตุใดคนผู้นั้นจึงไม่คิดจะปล่อยนางไป หรือเพิ่งนึกขึ้นได้เลยคิดจะแก้แค้นนางที่ทำร้ายเขางั้นหรือ

นางมาไกลถึงเพียงนี้ ใยจะต้องยอมให้เขาพรากลมหายใจของนางไป

“อย่ามัวแต่พูด ลงมือ!” อิงฮวาเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน นางเหนี่ยวไกหน้าไม้ปล่อยแท่งเหล็กที่ทำเป็นศรใส่หนึ่งในชายชุดดำทันที ลูกศรเสียบที่จุดตายของคนผู้นั้นทันทีราวกับเป็นการเปืดฉากการฆ่าฟัน ประเมินจากสายตา พวกมันมากันห้าคน นางจัดการไปแล้วหนึ่ง แต่หากให้สู้กันจริงๆ นางคนเดียวคงไม่ไหวแน่ จำเป็นต้องสลัดให้หลุดแล้วรีบเร้นกาย เพื่อความปลอดภัยของเสี่ยวซื่อ นางต้องล่อคนเหล่านี้ไปให้ไกลเสียหน่อย

ร่างบางใช้วิชาตัวเบาของตน พยายามหนีเข้าไปในป่าให้ลึกอีกสักหน่อย ก่อนจะหยิบพัดออกมาต่อสู้กับชายชุดดำอีกคนที่จู่โจมเข้ามา แม้กระบวนท่าจะเป็นกระบวนท่าหลบหลีกซะส่วนใหญ่ แต่ก็สามารถรุกจนตัดเส้นเลือดใหญ่ที่คอหอยของชายชุดดำอีกรายได้อย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยใช้มีดสั้นอาบยาพิษปาเข้าใส่ชายอีกคนที่หมายจะแทงกระบี่ใส่นาง แม้จะเบี่ยงตัวหลบกระบี่ที่แทงมาได้ทันท่วงที แต่ก็ไม่อาจหลบพ้นกระบี่อีกเล่มที่หมายพรากชีวิตของนาง กระบี่เล่มนั้นจึงแทงเข้าที่หัวไหล่ของนางอย่างแม่นยำ

“องค์หญิง!” ในจังหวะที่ร่างบางถูกกระบี่ตรึงให้ติดอยู่กับต้นไม้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นไม่ไกลนัก เสี่ยวซื่อกำลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับเสียบกระบี่ในมือเข้าที่ด้านหลังของชายชุดดำที่กำลังจะแทงกระบี่ใส่นางเพื่อปลิดชีวิต กระบี่ที่แทงอยู่ที่ไหล่ของนางจึงถูกกระชากออกพร้อมกับความตายของชายผู้นั้น

“องค์หญิง! องค์หญิงเป็นเช่นไรบ้างเพคะ” เสี่ยวซื่อรีบเข้ามาประคองร่างบางที่ทรุดลงกับพื้นด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้าซีดเซียวจากการเสียเลือดมาก และความวิงเวียนที่เข้ามาถาโถมทำให้สติของอิงฮวาแทบจะดับลง

กระนั้นร่างกายที่อ่อนแรงของอิงฮวาก็ยังคงพยายามยืนหยัด ยังเหลืออีกหนึ่ง หากไม่รีบไปจากที่นี่ พวกนางไม่รอดแน่ ทันทีที่ร่างบางฝืนตัวเองยืนขึ้น เงามัจจุราชที่เตรียมอยู่แล้วก็เงื้อกระบี่หมายจะปลิดชีพนาง แต่ร่างของนางกลับถูกผลักออกไป เป็นเสี่ยวซื่อที่ผลักร่างของนางให้ออกจากวิถีของกระบี่ เป็นนางที่ถูกแทงที่อกข้างซ้ายจนทะลุแผ่นหลังเล็กนั่น

“ไม่!!!!” อิงฮวาเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตา ต้องไม่เป็นเช่นนี้

ท่ามกลางความสิ้นหวังที่พร่าเลือน สายตาของอิงฮวาเห็นเงาร่างเพรียวระหงร่างนึง ก้าวยืนอยู่เบื้องหน้านาง ใบหน้าที่นางแสนจะคิดถึงเสียเหลือเกิน

“พี่จิงหลาน” เสียงแผ่วเบาที่หลุดออกจากปากของอิงฮวานั้นแผ่วเบาเหลือเกิน ราวกับเมื่อครู่นางไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว แต่ร่างระหงนั้นกลับได้ยิน และย่อตัวลงมาหาร่างบางด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“องค์หญิง!” เสียงที่เต็มไปด้วยอาการตื่นตนกดังอยู่ใกล้มากจน ร่างบางเผลอยิ้มออกมา

“ท่านมารับข้าแล้วใช่หรือไม่”  สิ้นเสียงแผ่วสติของอิงฮวาก็ดับวูบลง

ความคิดเห็น