sadalone

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 43 คุยธุรกิจ?

ชื่อตอน : ตอนที่ 43 คุยธุรกิจ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2561 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43 คุยธุรกิจ?
แบบอักษร

​เดินออกมาจากห้องทำงานของสินผมเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของวนิภา เธอถาม

“ได้ยินว่าพี่ถูกตำรวจจับไป..”

“ไม่มีอะไรหรอก” ผมยิ้มให้เธอ

ข่าวไปไวจริงๆ ถ้าวนิภารู้คนอื่นๆ ก็คงรู้กันทั่วโรงเรียน

“หลานเชษฐ์รีบไปเร็ว รถพร้อมแล้ว” สินเร่งรัดให้ผมไปขึ้นรถ ไม่รู้ว่าเพราะเขาไม่ค่อยอยากให้ผมคุยกับลูกสาวหรือเปล่า

ในรถเบนซ์สีบรอนซ์ผมนั่งหลังกับสิน

“ไปแกรนด์ไดมอนด์” สินบอกคนขับรถของเขา

มาถึงโรงแรมตามสถานที่นัดพบ ผมกับสินเดินเข้าไปในห้องอาหารของโรงแรม

จัสมินได้จองห้องอาหารส่วนตัวไว้แล้ว เป็นห้องอาหารหรูตามภาษาของโรงแรมระดับไฮเอนด์

เข้ามาถึงผมก็จัดการยัดอาหารบนโต๊ะเข้าปากไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ตอนนี้โคตรหิวเลยครับ เรื่องปากท้องรอกันได้ที่ไหน

“สวัสดีครับผมสิน ประธานบริษัท VP jewelry ยินดีที่ได้พบ เอ่อ..” สินเห็นคนสองคนนั่งอยู่บนโต๊ะหนึ่งเป็นหญิงสาววัยรุ่นผู้งดงามไม่เป็นสองรองใคร อีกหนึ่งเป็นชายหนุ่มหน้าสวยอายุไล่เลี่ยกัน

นทจังไม่ยื่นมือให้จับ ทำท่าทางยโสสุดๆ

“สวัสดี ฉันมินัทบอสของสมาพันธ์กางเขนทอง คุณสินเชิญนั่งก่อนสิ”

สินมองบอดี้การ์ดหน้านิ่งตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ไกลออกไป ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยจากนั้นก็หันมามองผม

ส่วนตัวผมนั้นกำลังยุ่งอยู่กับเป็ดจักรพรรดิ มันอร่อยมร๊ากกกกกก

สินนั่งลง ก่อนเอ่ยคำพูดรื่นหู

“บอสมินัทเป็นคนที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างที่ผมไม่เคยพบไม่เคยเจอจริงๆ นอกจากจะประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่นแล้วยังมีภรรยาแสนงดงามอีกต่างหาก”

ได้ยินอย่างนั้นมินัทยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“หึหึ กล้าพูดเลยว่าในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนงดงามไปกว่าแม่ดอกมะลิน้อยของข้าอีกแล้ว!”

“เอ่อ.. เห็นหลานเชษฐ์บอกว่าคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ บริษัทของผมอาจยังไม่ใช่บริษัทจิวเวลรี่อันดับหนึ่ง แต่ก็เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศและสนใจเหมืองของคุณเป็นอย่างมากเลยครับ”

นทจังไม่พูดอะไร ทำท่าเหมือนไม่สนใจสักนิด

“คุณสิน คุณอาจไม่รู้ว่าเราไม่มีแผนจะทำธุรกิจในประเทศ อัญมณีของเราตั้งใจดันเข้าสู่ตลอดโลกทั้งสิ้น” จัสมินเอ่ยอย่างราบเรียบ

“แต่.. คุณเคยเอาอัญมณีมาขายให้ผมนี่ครับ” สินสับสน

“ค่ะ อัญมณีที่เราขายให้คุณไปคือเศษเสี้ยวจากอัญมณีจำนวนมากที่เรามี ทั้งหมดเป็นเพราะคุณสุรเชษฐ์มาขอแบ่งไปขาย แต่พื้นฐานแล้วเราไม่มีแผนจะทำการตลาดในประเทศค่ะ” จัสมินอธิบายให้เห็นภาพประมาณว่า ‘ที่แบ่งขายให้แกก็แค่เศษพลอยก้อนเล็กๆ เท่านั้นแหละ ไม่ได้สำคัญอะไรเลย!’

เห็นว่าพวกนทจังไม่สนใจบริษัทของตัวเองสินเริ่มผิดหวังและหันมามองผมอย่างขอความช่วยเหลือ

ผมกระดกน้ำผลไม้เข้าไปอึกใหญ่ อาหารเต็มโต๊ะทำไมปล่อยให้ผมกินอยู่คนเดียวล่ะเนี่ย เสียของชะมัด

“เรามาพบคุณตามคำขอของสุรเชษฐ์ตอนนี้คุยจบแล้วคงต้องขอตัวก่อน” นทจังพูดพลางลุกขึ้น

“เดี๋ยวก่อนครับ ผมยินดีจะซื้อในราคาตลาดโลก” สินลุกตามก่อนเอ่ยขึ้น

“เหมือนไม่พูดตรงๆ คุณคงไม่เข้าใจ เราต้องการบริษัทใหญ่ที่มีกำลังพอจะซื้อของทั้งหมดของเราเท่านั้น! บริษัทเล็กๆ ของคุณไม่อยู่ในสายตาสักนิด” นทจังพูดอย่างอารมณ์เสีย เรื่องขี้หงุดหงิดนี่ของถนัดของเขาเชียวล่ะ

สินทำหน้าเหวอ เขาไม่เข้าใจว่าเด็กพวกนี้ทำธุรกิจแบบไหน มีของแต่ไม่ต้องการขาย? จะขายให้แค่บริษัทเดียว?

นทจัง จัสมิน และบอดี้การ์ดเดินออกไปแล้ว เหลือเพียงผมและสิน

สินถอนหายใจอย่างเสียดายก่อนเรียกพนักงานเข้ามา ส่งบัตรธนาคารให้

พนักงานคนนั้นไม่ยอมรับ เขาเอ่ยอย่างนอบน้อม

“ค่าอาหารทั้งหมดได้ถูกชำระไว้แล้วครับ”

เมื่อพนักงานกลับออกไปผมส่งเอกสารเกี่ยวกับเหมืองของนทจังให้สินดู เป็นชุดเอกสารที่จัสมินแอบทิ้งไว้ให้เมื่อครู่ มีข้อมูลอัญมณี ขนาดเหมือง ใบอนุญาต

“ผมอาจช่วยคุณได้ถ้าคุณยอมรับปากเรื่องวนิภา” ผมพูดตรงๆ

“หลานเชษฐ์ไม่ใช่ว่าลุงอยากใจร้าย ลำพังอัญมณีที่เธอขอแบ่งมาขายให้ลุงมันช่วยพยุงบริษัทของลุงไว้ไม่ได้หรอกนะ ลุงต้องพึ่งบริษัทของนายน้อยยวงถ้าไม่มีอัญมณีมากพอบริษัทของลุงต้องเจ๊งแน่”

“แล้วถ้าผมบอกว่าจะทำให้เหมืองนี้ขายอัญมณีให้คุณแค่เจ้าเดียวล่ะ” ผมชี้นิ้วไปบนเอกสาร

“....” สินขมวดคิ้ว “ถ้าเธอทำให้คุณมินัทยอมเซ็นสัญญาได้ลุงจะยอมถอนหมั้นวนิภาให้เลยเอ้า แถมจะจัดงานแต่งของเธอกับวนิภาให้ด้วย!”

“ไม่ต้องทำขนาดนั้นแค่ถอดหมั้นวนิภาแล้วเลิกยุ่งเกี่ยวกับนายน้อยยวงนั่นก็พอ” ผมหรี่ดวงตาเล็กลง

“เธอไม่ได้ชอบลูกสาวลุงเหรอ?” สินทำหน้าแปลกใจ

“ถึงผมจะชอบเธอหรือไม่คุณก็ไม่ควรจับลูกสาวแต่งงานเพียงเพราะเรื่องธุรกิจ คุณเห็นเธอเป็นหมูเป็นหมาหรือไง?”

“...” (สิน)

ผมรู้ว่าเขาโกรธที่ผมพูดใส่เขาแบบนั้น ผมเห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นมา แต่เหมือนว่าเขาจะพยายามเก็บอาการ

“เข้าใจแล้วถ้าเธอทำได้ดีอย่างปาก ลุงจะถอนหมั้นวนิภาให้”

โอ้.. เมื่อกี้ด่าว่าผมปากดีแบบอ้อมๆ ใช่ไหม?

ผมยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้

“คุณรอนี่ผมจะไปคุยกับเพื่อนก่อน”

เดินออกมาจากห้องอาหารผมก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นที่มินัทพักอยู่

หาห้องที่จัสมินอยู่ไม่ยากเลยเพราะมีลูกน้องของเธอยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู

ผมเดินไปที่หน้าประตูมองชายใส่สูทคนนี้ ผมถามเขา

“ไม่ไปพักหน่อยหรือไง”

“....” (อีริค)

ผมเบ้ปาก คนอะไรคุยด้วยทำเป็นหยิ่ง

เคาะประตูสองที จัสมินเดินมาเปิดให้ ผมโอบเอวบางของเธอพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องคิดยั่วโมโหนทจังเล่นสักหน่อย

จัสมินไม่ได้ขัดขืนอะไร

เดินเข้าไปในห้องนทจังก็แทบพ่นไฟออกจากปาก รีบเข้ามาแยกผมกับภรรยาของเขาทันที

ในชุดโซฟานั่งเล่นเรานั่งล้อมวงกัน

“คุณคิดจะทำอะไรกันแน่คะ” จัสมินถาม

ผมเล่าเรื่องของวนิภาคร่าวๆ ให้พวกเธอฟัง

“ในวงการธุรกิจเรื่องแบบนี้มีให้เห็นบ่อยๆ” นทจังจิบไวน์อย่างใจเย็น

“คุณชอบเธอ?” จัสมินถามคำเดียวสั้นๆ

ผมถูปลายจมูกเบาๆ ดูดลมเข้าปากดัง ซี่~ “ใช่ ฉันชอบวนิภาตั้งแต่แรกเห็นแล้ว”

ไม่รู้ทำไมจัสมินถึงจับท้องตัวเองแล้วมีสีหน้าเปลี่ยนไป

นทจังจับปฏิกิริยาของภรรยาได้หมดเพราะเขาหลงใหลเธอมาก เขาไม่รอช้าที่จะสาดไวน์ในแก้วใส่ผมทันทีตัวผมที่ไม่ทันเห็นถูกไวน์ราคาแพงเข้าไปเต็มหน้าเต็มตา

ผมมองนทจังด้วยสายตาเอาเรื่อง อืม... อยากหาเรื่องใช่ไหม เอาคืนที่ผมแต๊ะอั๋งจัสมินเหรอ?

“ลงไปคุยกับสินบอกเขาว่าจะยอมเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ” ผมสั่งพลางเดินไปหาผ้าขนหนูมาเช็ด ไว้ค่อยเอาคืนที่หลังตอนนี้ผมต้องการความร่วมมือจากเธอ

“ชิ!” นทจังเดาะลิ้น

ก่อนจะลงไปผมถามอีก

“จริงสิพวกเธอได้ช่วยฉันออกมาจากสถานีตำรวจหรือเปล่า”

คนที่ผมรู้จักและมีอำนาจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นสองคนนี้แหละ

จัสมินและนทจังมองหน้ากันจากนั้นก็ส่ายหน้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น