sadalone

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 42 ความช่วยเหลือที่มองไม่เห็น

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 ความช่วยเหลือที่มองไม่เห็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 23:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 ความช่วยเหลือที่มองไม่เห็น
แบบอักษร

ไอ้เจ้ายวงกับพ่อของมันกลับมาอีกในช่วงหัวค่ำ ผมเห็นที่มือของยวงนิ้วเข้าเฝือกอยู่

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาติดตามดูสภาพของผมว่าย่ำแย่ดีพอหรือไม่

“ทำไมมันไม่เป็นอะไรเลย พวกแกได้ออกแรงกันบ้างหรือเปล่า!”

ยักษ์เห็นผมยังสบายดีก็ตวาดออกมาเสียงดังไม่เกรงใจสถานที่ราชการแม้แต่น้อย

ตำรวจสอบสอนที่ผลัดกันออกแรงจนเหนื่อยหอบต่างแอบคิดอยากให้ยักษ์มาลองเองบ้าง ตีเท่าไรผมก็ไม่สะทกสะท้านแถมยังป้องกันไว้ได้หมด

ผู้กำกับวิสูตรเดินเข้ามาพลางหัวเราะ

“อย่าอารมณ์เสียไปเลยพี่ยักษ์ รอดูโชว์สนุกๆ ดีกว่า” เขาหันไปสั่งตำรวจผู้น้อย “พวกแกไปเตรียมกะละมังใส่น้ำมา”

“ครับท่าน!” ตำรวจสองนายรับคำ

พวกยวงยิ้มอย่างชั่วร้ายมองผมด้วยสายตาที่ราวกับมองหมูในอวย

ทันใดนั้นตำรวจนายหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา

“ท่านครับ มีโทรศัพท์ถึงท่านครับ”

“ฮึ่ย!” ผู้กำกับวิสูตรสบถอย่างหงุดหงิด “ไม่เห็นหรือไงว่าฉันยุ่งอยู่!”

“แต่สายนี้ท่านต้องรับครับ! เป็นสายจากเบื้องบนครับ!” ตำรวจนายนั้นเอ่ยด้วยสีหน้าซีดเผือด

“แล้วทำไมไม่รีบบอก!”

ผู้กำกับวิสูตรเดินออกไปอย่างหงุดหงิด กำลังจะเอาใจเสี่ยใหญ่อย่างยักษ์หวังสินน้ำใจก้อนโตอยู่เบื้องบนโทรมาทำไมตอนนี้กัน?

ไม่นานนักตำรวจสองนายก็เอากะละมังที่เต็มไปด้วยน้ำสกปรกมา ดูๆ ไปแล้วเหมือนน้ำแช่ผ้าขี้ริ้วยังไงชอบกล

“ดี เหมาะมาก จับแม่งกดลงไปเลย” ยักษ์สั่งเสียงดังอย่างอารมณ์ดี

“ฮ่าๆ สมน้ำหน้าไอ้สุรเชษฐ์จัดการมึงเสร็จ กูจะกลับไปจัดการยัยร่านวนิภาต่อ!” ยวงหัวเราะอย่างได้ใจ

ผมมองมันด้วยดวงตาอำมหิต สุนัขตัวนี้ไม่ตายก็แว้งกัดไม่เลิกจริงๆ!

ตูม! บุ๋งๆ ๆ ๆ ๆ

มีหัวคนถูกกดลงไปในกะละมังน้ำเหม็นนั่น

ทุกคนรวมทั้งผมตะลึง หัวอ้วนๆ ของยักษ์อยู่ในน้ำดิ้นทุรนทุราย

ผู้กระทำคือผู้กำกับวิสูตร

“แหวะ ถุยๆๆ! แฮ่กๆ” เมื่อหลุดออกมาได้ยักษ์ก็รีบไอเอาน้ำเหม็นออกมา

“ท่านวิสูตร ทำอะไร?” ยักษ์ถามอย่างไม่อาจเข้าใจได้

“แกนั่นแหละทำอะไร? สั่งให้จับท่านสุรเชษฐ์กดน้ำ? แกคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนห๊ะ! ประชาชนอย่างแกมาชี้นิ้วสั่งตำรวจได้ตั้งแต่เมื่อไหร่! ไสหัวไปซะ!”

ไม่มีใครเข้าใจความเดือดดาลของผู้กำกับวิสูตร เขาลืมไปแล้วหรือไรว่าความคิดจับผมกดน้ำคือความคิดของเขาเอง

ยักษ์ดูเหมือนจะไม่โง่ เขาเห็นผู้กำกับวิสูตรออกไปรับโทรศัพท์กลับมาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า โทรศัพท์สายนั้นต้องมีอะไรบางอย่าง

“เกี่ยวกับเรื่องเงินเราคุยกันได้นะท่าน” ยักษ์เอ่ย

“คิดจะติดสินบนเจ้าพนักงาน? พี่ยักษ์อย่าให้ผมต้องจับพี่เข้าคุก!”

ผู้กำกับวิสูตรที่เปลี่ยนสีไปแล้วมองชายอ้วนลงพุงอย่างโกรธเคือง ราวกับว่าชายตรงหน้าเกือบทำให้เขาเสียงานและตำแหน่งไป

ถึงจะถูกไล่เหมือนหมูเหมือนหมายักษ์ก็เก็บอาการโกรธไว้ไม่แสดงออกมา ด้วยตำแหน่งผู้กำกับจะมีเรื่องด้วยก็รังแต่จะเดือดร้อน

สองพ่อลูกรีบจากไปอย่างรวดเร็ว

ผู้กำกับหันมาตวาดผู้ใต้บังคับบัญชา

“ใครใช้ให้ใส่กุญแจมือท่านสุรเชษฐ์! เร็วรีบไขออก!”

ตำรวจคนหนึ่งรีบไขกุญแจมือผมออกอย่างรวดเร็ว

“เรื่องทั้งหมดมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ขอน้องชายโปรดยกโทษให้ด้วย”

ผู้กำกับวิสูตรยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับผม

แปลก.. แปลกมาก มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผมไม่เข้าใจเลย อยู่ดีๆ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนนี้ก็เปลี่ยนข้างอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ในขณะที่ผมกำลังงงอยู่ ผู้กำกับวิสูตรก็หันไปกล่าวเสียงแข็งกับผู้หมวดคนที่จับผมมา

“ตั้งแต่พรุ่งนี้แกถูกย้ายไปชายแดน”

ผู้หมวดคนนั้นที่คิดว่ากำลังจะได้เลื่อนขั้นเข่าอ่อนลงไปคุกเข่ากับพื้น จู่ๆ จากจะขึ้นสวรรค์ก็กลายเป็นตกนรกเสียแล้ว

ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมไปได้แล้วใช่ไหมนะ? ไอ้ยวงบอกว่าจะกลับไปรังแกวนิภาผมต้องรีบไปช่วย

“ผมไปได้แล้วใช่ไหม” ผมถาม

“แน่นอน! น้องชายกลับได้เลยเดี๋ยวฉันให้ลูกน้องขับรถไปส่ง” ผู้กำกับวิสูตรพยายามดูแลเอาใจผมจนออกนอกหน้า

“ไม่เป็นไรครับ ผมมีมอไซค์ แค่คืนกุญแจรถมาก็พอ”

ได้กุญแจรถแล้วผมก็เดินออกจากสถานีตำรวจ

“น้องชายเดี๋ยวก่อน หากมีปัญหาอะไรติดต่อฉันได้ตามเบอร์นี้ จะดึกดื่นค่ำคืนก็เรียกใช้ได้ไม่ต้องเกรงใจ” ผู้กำกับวิสูตรวิ่งตามมาส่งผมและมอบเบอร์ส่วนตัวให้

ผมพยักหน้าเบาๆ พยายามคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้หลังจากไปรับโทรศัพท์ แต่ใครล่ะโทรมา? ใครกันที่มีอำนาจพอจะสั่งตำรวจชั้นผู้กำกับได้? คิดไปคิดมาผมก็ไม่รู้จักคนแบบนั้นสักคน

ช่างเถอะ ถูกปล่อยตัวมาก็ดีแล้ว รีบไปหาวนิภาดีกว่า! ไม่รู้ป่านนี้ไอ้ยวงจะทำอะไรลงไปแล้วบ้าง

ผู้กำกับวิสูตรยังยืนส่งผมจนกระทั่งผมขี่รถออกไป

แม้จะหิวข้าวผมก็จะทน ความปลอดภัยของวนิภาต้องมาเป็นที่หนึ่ง!

บรื้น น น! 

ผมบิดมอเตอร์ไซค์สุดไมล์ไปทางบ้านของวนิภา

มาถึงผมถือวิสาสะปีนรั้วเข้าไปเพราะรีบร้อนกลัววนิภาจะถูกรังแก

ลางสังหรณ์ของผมผิด เจ้ายวงไม่ได้มาที่บ้านวนิภา

ในคฤหาสน์ คนรับใช้สองสามคนตื่นตระหนกเมื่อเห็นผมบุกเข้ามา

“อ้าว หลานเชษฐ์เองรึ”

สินได้ยินเสียงดังเอะอะก็เดินออกมาดู วนิภาและแม่ของเธอเองก็เดินออกมาด้วย

“พี่..” วนิภาเรียกผมเบาๆ

“คุณสิน ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย” ผมเอ่ยอย่างจริงจัง

สินเห็นแววตาของผมเขารู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญ

“ได้สิตามมา เราจะไปคุยที่ห้องทำงานของฉัน”

ห้องทำงานของสินมีเครื่องประดับอยู่ในตู้โชว์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น สร้อย กำไล แหวน ต่างหู พวกมันสะท้อนแสงแวววาวสวยงามมาก

ผมกับสินนั่งลงที่ชุดโซฟาตัวสวย

“ผมจะไม่อ้อมค้อม ขอให้คุณช่วยถอนหมั้นวนิภากับยวงได้ไหมครับ”

“...” สินเคาะนิ้วมือขมวดคิ้วเล็กน้อย “หลานเชษฐ์ลุงว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัว คนนอกอย่างเธอไม่เหมาะสมจะมาพูดหรือเปล่า?”

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ให้ใจเย็นลง คนอย่างสินเอาเรื่องความถูกต้องหรือความสุขของลูกมาพูดก็ไม่เข้าหูเขาหรอก วิธีการพูดกับคนเราต้องดูว่าคนคนนั้นเป็นคนแบบไหน

“อัญมณีจากเหมืองของเพื่อนผมเป็นยังไงบ้างครับ” ผมเปลี่ยนเรื่องไปก่อน

“ฮ่าๆ ลุงจะไม่โกหกแล้วกัน มันดีมาก! เจียระไนออกมาเนื้องามทุกเม็ด”

ผมพยักหน้า

“ดูท่าพวกมันจะทำเงินให้คุณได้มากทีเดียว แล้ว.. คุณอยากจะผูกขาดอัญมณีจากเหมืองนี้ไหมล่ะ”

“แน่นอน! ได้งั้นบริษัทของลุงคงไปได้อีกไกล”

“วันนี้เพื่อนผมแวะมาเที่ยวหาอาจอยู่ไม่นาน บางทีเราอาจจะไปพบเขาได้”

“จริงรึ! งั้นตอนนี้เขาอยู่ไหนลุงอยากจะตกลงเรื่องธุรกิจ” สินเอ่ยอย่างตื่นเต้น

“โทรศัพท์ผมแบตหมด ขอยืมที่ชาร์จหน่อยได้ไหมครับ” ผมชูโทรศัพท์ขึ้นมา

สินเดินไปหยิบที่ชาร์จพร้อมพาวเวอร์แบงค์มาให้อย่างรวดเร็ว ผมรับมาชาร์จและเปิดโทรศัพท์

“ผมขอตัวไปโทรศัพท์สักครู่”

พูดจบผมก็ลุกออกมา โทรไปหาจัสมินเพื่อนัดแนะและเตรียมการบางอย่าง

จากนั้นกลับไปนั่งที่เดิม

“ตอนนี้พวกเขาพักอยู่ที่โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ให้ไปหาได้เลยครับ”

“ดีจริงๆ งั้นเราไปกันเลยไหม เดี๋ยวจะดึกซะก่อน” สินลุกขึ้นมองนาฬิกาข้อมือยี่ห้อดังนำเข้าจากเมืองนอกของตัวเอง



................

ไรต์ : ลูกแกะผู้หลงทางสุรเชษฐ์เอ๋ย เชอรีนดูแลดีขนาดนี้ทำไมถึงมองไม่เห็น หูหนวกตาบอดหรืออย่างไร 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น