อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

ชื่อตอน : [ Episode 3 ] : Real Victim

คำค้น : the mission sniper 3

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2562 01:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 3 ] : Real Victim
แบบอักษร

บทที่ 3

Real Victim


ประเทศเม็กซิโก

ร่างสูงโปร่งของลีโอเรนเดลเดินออกมาจากสนามบินในมือถือกระเป๋าลากใบใหญ่ เขากวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะเจอบอดีการ์ดหนุ่มที่ดูเด็กกว่ายืนข้างรถที่จอดรอรับเขาอยู่ มิสเตอร์คาร์ลอสเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของบริษัทสแตน

ตัวตนของลีโอจะไม่ถูกเปิดเผยว่าเขาถูกส่งมาจากไหนและทำงานให้ใคร โอดินบอสของเขาเป็นคนรอบคอบ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนประวัติส่วนตัวนิดๆหน่อยๆและส่งเขาเข้าไปทำงานในบริษัทสแตนเพื่อทำให้เข้าถึงตัวคาร์ลอสได้โดยง่าย

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าภารกิจจะสำเร็จ ข้อมูลส่วนตัวของเขาจะถูกปลอมแปลงขึ้นทั้งหมด สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ อีธาน แบรนโด

ลีโอล้วงสมาร์ทโฟนจากกระเป๋าเสื้อคลุมก่อนจะกดโทรออกไปยังสายปลายทาง

(Hola) คำกล่าวทักทายภาษาสเปนถูกเอ่ยขึ้นเมื่อคาร์ลอสรับสาย

“ผมลีโอเองครับ” ทันทีที่สำเนียงภาษาสเปนสไตล์หนุ่มอเมริกันดังขึ้น คาร์ลอสก็รู้เลยทันทีว่าลูกจ้างของตนไม่ธรรมดา ดูจากข้อมูลคร่าวๆที่บริษัทสแตนส่งมาให้เขาแล้ว ลีโอสามารถพูดได้ถึงสี่ภาษา อังกฤษ จีน สเปน และ รัสเซีย นับว่าเป็นบอดีการ์ดหนุ่มที่น่าสนใจอยู่พอตัว

(Oh! นายมาถึงเม็กซิโกแล้วหรอ ฉันให้คนของฉันออกไปรับนายที่สนามบินแล้ว...หมอนั่นจะเป็นคนอธิบายเรื่องรายละเอียดอีกที)

“ครับ”

(แล้วเจอกัน)

ตู๊ด

มือปืนหนุ่มกดวางสายก่อนจะเดินเข้าไป แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวรถก็มีชายหนุ่มในชุดสูทรัดรูปสีดำขวางทางเขาไว้ทำให้รู้ทันทีว่าหมอนี่คือคนที่คาร์ลอสพูดถึง

“ลีโอ เรนเดลสินะ”

“อืม”

“กำลังรออยู่เลย ผม 'แอนดริว แควนติเชียร์' บอดีการ์คคู่หูของคุณ” แอนดริวพูดพร้อมกับจับมือของเขาเขย่าเพื่อเป็นการทักทาย กระเป๋าเดินทางหนักๆสองใบถูกยัดเข้าใส่ท้ายรถก่อนตัวเขาจะเข้าไปนั่งบนเบาะข้างคนขับ

“ตอนบ่ายของวันนี้มิสเตอร์คาร์ลอสจะไปเจรจาธุรกิจกับอีธาน แบรนโด ตอนนี้ยังพอมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนงานจะเริ่ม ส่วนหน้าที่ของคุณก็ไม่มีอะไรมาก แค่พยายามทำตัวเป็นบอดีการ์ดที่ดีก็พอครับ” ลีโอเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดที่ดี? ยกตัวอย่างเช่นรอเวลาตลบหลังคาร์ลอสเอลสันรึเปล่านะ :)

"อืม เข้าใจแล้ว" เขาตอบกลับก่อนจะเอนตัวนอนลงบนเบาะพลางมองลอดผ่านกระจกรถเพื่อดูบรรยากาศโดยรอบ

เม็กซิโกก็ไม่ค่อยต่างจากอเมริกามากเท่าไหร่ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่ดูไม่เร่งรีบมากนัก ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆเรียงตัวกันหนาบดบังแสงแดดทำให้บริเวณโดยรอบดูหม่นๆเหมือนฝนจะตก เขาคงต้องนอนพักเอาแรงอีกยาว



♜ THE MISSION SNIPER ♜


“โนเอล เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ...พูดใหม่อีกที” หลังจากการเตรียมตัวต้อนรับแขกอันแสนน่าเบื่อหน่าย อีธานก็ดันได้ข้อมูลเรื่องลีโอ เรนเดลมาจากเลขาส่วนตัวอีกเช่นเคย แต่สิ่งที่ได้มามันกลับทำให้เขาต้องหงุดหงิดเป็นรอบที่ล้าน

 “...แหล่งข่าวของเราบอกว่า มันย้ายที่อยู่ใหม่และทางเราเองก็หาตัวมันไม่พบครับท่าน คนล่าสุดที่ผมสั่งให้สะกดรอยตามมันไปถูกปิดปากด้วยการจัดฉากเหมือนเป็นเพียงการฆ่าตัวตาย” โนเอลก้มหน้าหงุดไม่ยอมเงยหน้าสบตาอีธานแม้แต่น้อย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกล้ามองตาอีธานตรงๆ...การมองหน้าอีธานแบบไม่เกรงกลัวนั่นก็ถือว่าเป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนดีๆนี่เอง

ปัง!

อีธานทุบโต๊ะดังปึงด้วยความไม่พอใจก่อนจะเปล่งน้ำเสียงที่เจือปนด้วยความหงุดหงิดออกมา “ไปหาตัวมันมาให้เจอไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม" ผู้เป็นนายจ้องเลขาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงแต่ในใจกลับเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาให้ได้

เขาต้องการผู้ชายที่ชื่อ ลีโอ เรนเดล โดยเร็วที่สุด

“เอ่อ...บอสครับ คุณเอลสันมาถึงแล้วนะครับ” โนเอลรวบรวมความกล้าพูดเรื่องที่ต้องแจ้งเป็นสิ่งสุดท้ายของช่วงบ่าย

“อืม” มาเฟียหนุ่มส่งเสียงครางในลำคอเป็นอันเข้าใจ อีธานเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีและปรับอารมณ์ได้ไว เรื่องที่เขาโมโหเมื่อครู่เหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา”แบรนโดเอื้อนเอ่ยเสียงทุ้มเป็นสัญญาณให้ประตูถูกเปิดออกโดยลูกน้องของเขา ร่างสูงในชุดสูทสีเทาหรูหราของคาร์ลอส เอลสันในมาดนักธุรกิจหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องรับแขกที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ตามมาด้วยบอดีการ์ดหนุ่มสองคนเดินตามมาติดๆ

“....”

ใบหน้าหล่อที่ไม่หวานและคมจนเกินไปตัดกับเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนไม่ยาวมากถูกเซ็ตให้เซออย่างตั้งใจบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัว อีธานจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ลีโอ เรนเดล จะกล้าเข้ามาเยือนถึงถ้ำเสือขนาดนี้

“อะแฮ่ม...” คาร์ลอสส่งเสียงกระแอมเล็กน้อยเมื่อเห็นอีธานสนใจบอดีการ์ดหนุ่มมากกว่าแขกคนสำคัญเฉกเช่นเขาเสียอีก สีหน้าที่ตื่นเต้นของอีธานเมื่อครู่เปลี่ยนกลับเป็นความเรียบเฉยดั่งเดิม

“นั่งก่อน” น้ำเสียงที่ดูไม่เป็นมิตรสุดๆถูกเปล่งออกมาก่อนเขาจะเดินนำคาร์ลอสเข้ามานั่งในห้องรับแขก

ห้องทั้งห้องถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอันน่าอึดอัดจนคาร์ลอสเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้น

“ผมได้ยินมาว่าคุณกำลังทดลองสร้างตัวยาชนิดหนึ่งอยู่ บอกตามตรงผมเองก็สนใจยาชีวภาพนี้มาก"

“MS-370 ไม่ใช่ของเล่นสำหรับเด็ก” คำพูดเสียดสีถูกพ้นออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปทำให้คาร์ลอสกระตุกยิ้มมุมปาก ก็จริงอยู่ที่เขาอายุแค่ยี่สิบต้นๆแต่ที่บริษัทยังคงอยู่ได้มันก็เพราะความสามารถของเขาเองล้วนๆ 

คาร์ลอส เอลสันไม่ใช่เด็กที่คนอย่างอีธาน แบรนโดจะมาเล่นด้วย

“แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นนะครับ คุณเองก็รู้ว่าการทดลองครั้งนี้ต้องทุ่มทุนมหาศาล และถ้ามันไม่มีปัญหาอะไรจริงๆป่านนี้ตัวยาคงจะใช้ได้ไปนานแล้ว แต่ผมจะยื่นข้อเสนอมาให้คุณสักหน่อย ถ้าคุณยอมหันมาจับมือกับบริษัทเรา คุณจะได้เงินทุนก้อนใหญ่และทีมวิจัยระดับหัวกะทิเท่าที่คุณต้องการ” คาร์ลอสโต้กลับด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจแทนที่จะสนใจถ้อยคำไร้มารยาท อีธานยกยิ้มขึ้นมุมปาก เขารู้ดีว่าคาร์ลอสไม่ใช่เด็กธรรมดา ถึงเจ้าตัวจะอายุน้อยกว่าเขาอยู่มากโข

“เรื่องข้อเสนอก็น่าสนใจ...แต่มิสเตอร์คาร์ลอสคงจะลืมอะไรไปอย่าง ใครก็ตามที่รู้เรื่องMS-370 โดยไม่มีผลประโยชน์ทางธุระกิจจะถูกกำจัด และการที่คนนอกอย่าง...” แบรนโดพูดพร้อมกับปรายตามามองที่บอดีการ์ดหน้าใหม่ของคาร์ลอส

“ลีโอ เรนเดล เขาเป็นคนของผม ไม่ใช่คนนอกอย่างที่คุณกำลังกล่าวหาหรอกนะครับ”

“งั้นมันก็คงจะเป็นสุนัขตัวใหม่”

“เขาไม่ใช่” คาร์ลอสกดเสียงลงต่ำเมื่อลูกน้องของตนถึงกล่าวถึงด้วยคำพูดที่ไม่ค่อยระรื่นหู ลีโอไม่ใช่สุนัขรับใช้ใครทั้งนั้น และเขาก็จะไม่มีวันเป็น

ลีโอที่แปลว่าราชสีห์ ไม่ใช่สุนัขอย่างที่อีธานว่ากล่าว

“อืม คราวที่แล้วนายคงจะไม่เข็ดสินะ เมื่อไหร่จะเลิกเอาสุนัขมาลอบกัดฉันสักทีละ”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!!” แอนดริวยกปืนขึ้นเล็งไปที่อีธานอย่างหัวเสีย แต่ในขณะเดียวกันลูกน้องฝั่งแบรนโดก็เล็งปืนมาทางพวกเขาด้วยเช่นกัน แอนดริวทนดูบอสของตัวเองโดนหยามแบบนี้ไม่ได้หรอก

“หืม...”

“ใจเย็นๆก่อนแอนดริว” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างไม่เดือดร้อนอะไร แอนดริวหันไปมองหน้าบอสของตนเองก่อนจะระบายลมหายใจ บอดีการ์ดหนุ่มทั้งสองค่อยๆลดปืนลง อีธานเห็นท่าทางของลีโอก็ต้องลอบยิ้มร้าย ดูจากสีหน้าเมื่อครู่แล้วลูกสิงโตตัวน้อยของเขาคงจะกังวลน่าดู

“หึ...เราคงไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้วนะมิสเตอร์คาร์ลอส” การชักปืนใส่เขาก็เหมือนกับการประกาศสงครามโดยนัย เรื่องนี้คาร์ลอสและสุนัขรับใช้เองก็คงจะรู้ดี

“ออกไปได้แล้ว ก่อนลูกตะกั่วมันจะเข้าไปอยู่ในหัวนาย”

หลังจากที่พวกตัวปัญหาออกไปได้ไม่นานอีธานก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ มันคือเรื่องสนุกสำหรับมาเฟียหนุ่ม “ลีโอ เรนเดลงั้นหรอ...” ร่างสูงเอนตัวลงบนเก้าอี้หนังหรูหราก่อนจะยกขาขึ้นมาพาดบนโต๊ะ

ในเมื่อเรนเดลกล้าเข้ามาเยือนถ้ำเสือถึงขนาดนี้แล้วก็คงต้องต้อนรับให้สมกับที่เป็นเจ้าของบริษัทเอชเคสักหน่อย

“โนเอล"

“ครับท่าน”

“ต่อสายหาคาร์ลอสให้ฉันที”

“ครับ?” เลขาหนุ่มทำสีหน้าฉงนให้กับคำพูดของอีธาน ทั้งที่บอสเป็นคนออกปากไล่เองแท้ๆแต่กลับให้เขาต่อสายหาคาร์ลอสเนี่ยนะ...มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

“ฉันยอมรับข้อเสนอมัน”

ทางฝั่งคาร์ลอสเองก็รู้สึกขายหน้าไม่ใช่น้อยเพราะเขาอุตส่าห์บินมาไกลถึงเม็กซิโกเพื่อเจรจาธุรกิจกับอีธานแต่กลับโดนอีกฝ่ายตอกหน้าซะอย่างนั้น จนเกือบจะล้มเลิกความคิดไปในที่สุดแต่แล้วสิ่งที่คาร์ลอสไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อสายที่โทรเข้ามาเมื่อครู่เป็นสายของอีธาน แถมเจ้าตัวยังยอมรับข้อเสนอเขาอีกต่างหาก

นี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย...

“เมื่อกี้บอสพูดว่าอะไรนะครับ” มือปืนหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย เหมือนเขาจะหูฝาดไปหรือฝันอยู่กันแน่ อีธานไม่มีทางรับข้อเสนอของใครง่ายๆยกเว้นเสียแต่จะถูกใจอะไรบางอย่างขึ้นมาจริงๆ

“อีธาน แบรนโด ยอมรับข้อเสนอของเราแล้ว แต่ฉันว่ามันแปลกๆ คนอย่างหมอนั่นต้องคิดแผนอะไรไว้ในหัวแน่นอน” คาร์ลอสที่นั่งอยู่เบาะหลังกุมมือประสานเข้าหากันอย่างพิจารณา วันนี้อีธานดูต่างออกไปจากทุกที

หมอนั่นดูสนใจลีโอเป็นพิเศษ หรืออีธานจะเปลี่ยนรสนิยมมาชอบผู้ชาย? คาร์ลอสกระตุกยิ้มเมื่อนึกอะไรสนุกๆขึ้นได้ 

"ลีโอ"

"ครับท่าน"

"อีธานดูสนใจนายเป็นพิเศษ ฉันพูดถูกใช่มั้ย"

"......"

"ถ้าลองส่งสิงโตไปเป็นเหยื่อล่อจระเข้ จะเป็นยังไงกันนะ :)"

"หึ...คนที่จะเป็นเหยื่อไม่ใช่สิงโตแต่เป็นจระเข้ต่างหากละครับ"

คาร์ลอส เอลสันเป็นบุคคลที่น่ากลัวพอๆกับโอดินเพราะความฉลาดทางภาวะอารมณ์ที่ดูเกินอายุของตนไปมากโข ลีโอจะไม่ยอมปล่อยให้คาร์ลอสเอาตัวเขาไปเป็นเหยื่อแน่นอน

"แล้วฉันจะรอดู"




#talk

จระเข้กับสิงโตมาประชันหน้ากันอย่างจะๆแล้วนะคะะ>< ต้องรอลุ้นต่อไปว่าบทสรุปสุดท้ายแล้ว ใครกันแน่ที่จะเป็นเหยื่อ สิงโต หรือ จระเข้ดีน้าาาา

อะแฮ่มๆ สุดท้ายนี้ยังไงก็ช่วยเป็นกำลังใจให้หมาด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ขอตัวไปอ่านหนังสือ ปั่นงานก่อนค่ะ ตอนหน้าพบกันที่เดิมเวลาเดิม อิอิ <3

ความคิดเห็น