ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 3 อุบัติร้าย (2)

ชื่อตอน : บทที่ 3 อุบัติร้าย (2)

คำค้น : ต้นหมอก,ข้าวหอม,ข้าวฟ่าง,เฌอมาลย์,แม่หญิง,นิยายโรมานซ์,นิยายรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 80

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 17:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 อุบัติร้าย (2)
แบบอักษร

บทที่ 3 อุบัติร้าย


ธนกฤติเดินเข้ามาใกล้คนที่อ้างอยากเป็นว่าที่พ่อตาพร้อมกับสายตาเข้มขึง ใบหน้าหล่อโน้มเข้าใกล้ก่อนจะส่งเสียงรอดไรฟันมาให้คนตรงหน้าได้ยิน เสียงทุ้มเข้มจนชายสูงวัยนึกหวั่นแต่ในเมื่อเริ่มแผนการแล้วมีหรือที่คนอย่างเขาจะยอมลงให้ง่ายๆ

“ถ้ายังไม่หยุด อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ธนกฤติเตือนอย่างหวังดีที่สุดแล้ว แต่ดูเหมือนคนที่อยากโชคร้ายยังไม่วายหาเรื่อง

“เชอะ กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ทีโดนจับได้ทำมาเนียน เป็นไงล่ะได้กินฟรีล่ะซี่” บิดาของเฌอมาลย์เบ้หน้าอ้าปากพูด แววตาดูถูกมองชายหนุ่มรูปหล่อตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะชักเสียงสูงในท้ายประโยคอย่างไม่พอใจ

ธนกฤติถึงกับส่ายหน้าระอากับความเห็นแก่ตัวของคนตรงหน้า กระเป๋าใบเล็กยังถือติดมือเพราะชายสูงวัยไม่ยอมรับไปเสียที ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่รถของตนเสียดีกว่า*...ท่าทางจะหิวเงินจนหน้ามืดตาลาย พูดไม่รู้เรื่องเข้าไปทุกที...*

“อ้าวจะไปไหน คิดจะกินฟรีแล้วหนีงั้นเหรอ” เสียงที่ดังตามหลังยังโหวกเหวกหาเรื่อง

คนที่เดินจ้ำเอาจ้ำเอาถึงกับชะงัก สายตาคมหันมามองอย่างเคืองหนัก

“ถ้าไม่ได้เงินไม่เลิกใช่ไหม...ต้องการเท่าไหร่” ธนกฤติตะคอกกลับไปอย่างหมดความอดทน

“อะ...อะไรนะ” คนที่เดินตามมาถึงกับไม่อยากเชื่อหูตัวเอง*...อะไรมันจะได้ง่ายขนาดนี้...*

“ฉันซื้อยัยนั่น นายขายเท่าไหร่” คนต่อรองแทบไม่อยากเชื่อตัวเอง ไม่อยากเชื่อปาก ไม่อยากเชื่อความคิด ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปจะใช่เขาจริงๆ

ธนกฤติไม่ใช่คนที่จะตัดสินอะไรด้วยเงิน แต่บทสนทนาก่อนที่เขาจะได้เจอหน้าบิดาหน้าเลือดก็ทำให้เขาหงุดหงิดใจได้ไม่น้อย ยิ่งมาโดนรังควานไม่เลิกแบบนี้ คนที่ไม่เคยใช้เงินซื้ออะไรแบบไม่คิดจึงเผลอทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาทั้งชีวิตอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

“แกจะซื้อจริงหรือเปล่าล่ะ ติดใจรสชาติมันล่ะสิ...ของดีๆ ราคาก็ต้องสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย ว่าแต่เงินสดนะ เช็คเด้งๆ กูไม่รับ” คนหน้าด้านยังต่อรอง หัวใจพองโตเมื่อคิดว่าจะได้เงินก้อนโตจากการค้าลูกสาวคนสวย แววตากระหายอยากส่องประกายวับวายเมื่อหนุ่มหน้าหล่อยื่นข้อเสนอแสนงามมาให้

“หนึ่งล้าน” เสียงทุ้มจริงจังยิ่งนัก จริงจังไม่แพ้สายตาเข้มที่เพ่งมองไม่ละสายตา หากเขาจะเหลือบไปเห็นร่างบางที่ยืนสะท้านหมดเรี่ยวแรงเพราะความอับอาย เขาคงไม่คิดจะต่อรองราคาซื้อขายเป็นแน่

“น่ะ หนึ่งล้าน” เสียงละล่ำละลักอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเองพร่ำเพ้อ รอยยิ้มหวานเริ่มฉายชัดเมื่อกำลังจะสมใจอยากอย่างที่หวัง

“ใช่...หนึ่งล้านแล้วห้ามมาตอแยวุ่นวายกับยัยนั่นอีก ฉันซื้อขาด”

คนที่กำลังจะได้เงินหูอื้อตาลายถึงกับไม่ได้ยินประโยคข้อแม้ ไม่ว่าจะอะไรเขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น ชายสูงวัยพยักหน้ารับหมดทุกข้อแม้ขอเพียงแค่ได้เงินมาเท่านั้น เรื่องอื่นว่ากันทีหลัง

สายตาหวานหม่นเศร้าก่อนจะปล่อยน้ำตาให้รินไหลออกมาจริงๆ มือเรียวเกาะเสาไม้หน้าบ้านเอาไว้อย่างต้องการที่พึ่ง เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าบิดาบังเกิดเกล้าจะขายเธอให้กับคนอื่นจริงๆอย่างที่พูด

เฌอมาลย์ส่ายหน้าหมดหวัง หมดกำลังใจ หมดความเชื่อถือทุกสิ่งแล้วเมื่อมองเห็นคนทั้งคู่ตกลงกันได้เช่นนั้น หากแต่เสียงหวานยังก้องดังสะท้านอยู่ในอกเพียงลำพังอย่างเศร้าสร้อย... ปล่อยกายนั่งลงอย่างหมดเรี่ยวแรงจะยืน

หญิงสาวสะอื้นไห้อยู่ในอกก่อนจะเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในชั่ววินาทีนั้น*...ฉันจะหนี...*ร่างบางผลุนผลันลุกขึ้น รี่ตรงเข้าไปภายในห้องส่วนตัวก่อนจะหยิบจับของสำคัญบางอย่าง น้ำตาแห่งความอัปยศยังคงรินไหลเมื่อคิดว่าตนเองไม่ต่างจากสินค้าในสายตาของบิดาบังเกิดเกล้า มือเรียวปัดปาดหยาดน้ำอุ่นๆ ที่รินไหลรดพวงแก้มไม่ขาดสายจนกระทั่งหยิบของสำคัญใส่กระเป๋าสะพายใบเหมาะมือเรียบร้อย แล้วจึงรีบออกไปทางประตูหลังบ้านอย่างรวดเร็ว

เศรษฐีรูปหล่อผละไปอีกทางเมื่อหยิบโทรศัพท์ออกมากดหาใครบางคน ว่าที่พ่อตาที่ตอนนี้กลายเป็นพ่อค้าหญิงสาวคนสวยไปแล้วมองตามอย่างวาดหวัง เสียงทุ้มยังพึมพำกับตนเองเมื่อคิดว่าจะได้เงินมากมายอย่างไม่คาดฝันมาก่อน

“น้ำมนต์เหรอ ฉันเอง...เบิกเงินมาให้ฉันหนึ่งล้านบาทถ้วนนะ”

คนที่ยืนรอถึงกับเนื้อเต้นไปทั้งตัวด้วยความดีใจยิ่งนัก มือหนายกขึ้นมาถูไถไปมาเหมือนกำลังจะจับของร้อนหากแต่แววตาส่องประกายระยิบระยับยินดียิ่ง

เมื่อนัดแนะเวลาสถานที่กันเรียบร้อยแล้ว ธนกฤติก็ถูกเชิญไปนั่งรอที่โต๊ะหน้าบ้าน ไม่นานเกินรอสำหรับชายหนุ่มรถกระบะสี่ประตูยกสูงดูแข็งแรงก็แล่นเข้ามาจอดเทียบกับเก๋งคันงามของเจ้านายหนุ่มทันที

ชายหนุ่มหน้าตาสะอาดเกลี้ยงเกลาเดินตรงเข้ามาหาคนสองคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากสายตานัก คนหนึ่งนั้นคือชายหนุ่มที่เป็นทั้งเพื่อนรักเพื่อนตายและเจ้านายของเขา อีกคนหนึ่งคงจะเป็นคนที่เจ้านายตกลงธุรกิจร่วมกัน แต่สายตาอบอุ่นมองเท่าไหร่ก็มองไม่ออกว่าชายสูงวัยตรงหน้าจะทำธุรกิจอะไรกับเจ้านายของเขา ยิ่งวงเงินที่นำมาใช้จ่ายในวันนี้มีมูลค่าไม่น้อยคนที่ถือเงินมาเต็มกระเป๋าจึงสงสัยยิ่งนัก

นวภูมิ สุริยฉัตรหรือน้ำมนต์ คนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและผู้ช่วยที่แสนฉลาดรอบรู้เข้ามานั่งข้างกายเจ้านายอย่างรู้งาน มือหนึ่งยกกระเป๋าขึ้นมาวางบนโต๊ะก่อนจะส่งสายตาไปให้เจ้านายอย่างรู้กัน

“นี่เงินหนึ่งล้านครับ” นวภูมิบอกย้ำจำนวนเงินที่ถูกต้องก่อนจะเปิดกระเป๋าออกมาให้ชายสูงวัยตรงหน้าได้เห็นสิ่งที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋า คนที่กำลังรอคอยถึงกับตาโตอย่างลืมตัว

“ง่ะ เงิน เงิน...หนึ่งล้าน ฮ่าๆๆ กูรวยแล้ว...อะ เอ่อ จะพามันไปเลยหรือเปล่าล่ะ เข้าไปจัดการมันได้เลย” บิดาของเฌอมาลย์เสียงสั่น มือสั่น

ร่างหนาสั่นไปทั้งตัวด้วยความยินดียิ่งนัก มือที่ยกมาจับเงินนั่นยังสะท้านด้วยความดีใจ ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าบุตรสาวจะรู้สึกอย่างไร ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าจะถูกมองดูด้วยสายตาสะอิดสะเอียนเพียงใด

ธนกฤตินึกดีใจอยู่ลึกๆ หากว่าการเสียเงินครั้งนี้จะทำให้หญิงสาวที่เขาไม่เคยคิดอยากจะรู้จักได้รอดพ้นจากมือเสี่ยบ้ากามที่บิดาของเธอไปติดต่อเสนอขายเอาไว้

คนที่เป็นเหมือนธนาคารเคลื่อนที่ได้ฟังถึงกับงงหนัก ความสงสัยที่ยังค้างคายิ่งทำให้สายตาอบอุ่นงงหนักยิ่งกว่าตอนแรก ‘ไอ้ต้นหมอกมันซื้ออะไรของมัน ทำไมต้องจ่ายเงินสดถึงหนึ่งล้านในคราวเดียว’ คนที่ยังสงสัยจึงทนเก็บคำถามคาใจเอาไว้เช่นนั้นอย่างอดทน

เมื่อเห็นอาการของคนตรงหน้า ธนกฤติบอกตัวเองว่าตัดสินใจถูกต้องยิ่งนักที่ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่มาเป็นของตน ร่างสูงลุกพรวดเดินเข้าไปภายในบ้านไม้อย่างไม่เกรงใจใครหน้าไหน ในเมื่อสินค้าชิ้นแพงเป็นของเขาแล้ว เขาก็มีสิทธิ์ที่จะนำมันกลับไปด้วยทันที ร่างสูงเดินตรงดิ่งไปยังห้องที่เห็นว่าสินค้าชิ้นโตเดินหายเข้าไปในตอนแรก ชายหนุ่มเคาะประตูก่อนสองสามครั้งเมื่อเห็นว่ายังไม่มีเสียงตอบรับจากคนภายใน เขาจึงส่งเสียงบอกให้คนภายในได้รู้ว่าคนที่เคาะประตูยืนรออยู่นานแล้ว

 “ข้าวหอม นี่ฉันเอง...ข้าวหอม ไปกับฉัน” ธนกฤติส่งเสียงอีกสองสามครั้ง เมื่อเห็นว่าคนข้างในไม่คิดจะเปิดให้จริงๆ คนที่ต้องพาสินค้าติดตัวกลับบ้านไปด้วยจึงตัดสินใจเปิดประตูเสียเอง

ภายในห้องมีข้าวของเครื่องใช้ไม่กี่อย่าง ฟูกสีชมพูลายการ์ตูนอยู่มุมหนึ่งพร้อมกับผ้าห่มที่พับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ตู้เสื้อผ้าพลาสติกสีฟ้าที่ไม่เข้ากับสีเครื่องนอนเอาเสียเลย และโต๊ะเครื่องแป้งที่ยังมีเครื่องสำอางวางอยู่ไม่กี่ชิ้น ชายหนุ่มมองสำรวจไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบร่างเจ้าของห้องแคบๆนี้แม้แต่น้อย เจ้าของสินค้าชิ้นงามจึงตัดสินใจก้าวเข้ามาภายในอย่างถือสิทธิ์

“ข้าวหอม...หายไปไหน...หรือว่าหนีไปแล้ว” ธนกฤติเรียกชื่อหญิงสาวที่เขาเพิ่งรู้จักและกลายมาเป็นสมบัติของเขาเพียงชั่วข้ามคืนอีกครั้งก่อนจะพึมพำกับตนเองเมื่อคิดอะไรได้

ในช่วงที่เขากำลังพูดคุยตกลงราคากับบิดาของหญิงสาว หากจำไม่ผิดหางตาของเขาเห็นร่างของใครบางคนยืนสะท้านสั่นไหวอยู่หน้าบ้านก่อนจะผละหายเข้าไปภายในอีกครั้ง ในทีแรกเขาคิดว่าเธอคงเสียใจและเข้าไปร้องไห้ในห้อง แต่ในตอนนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดนอกจากเขาเท่านั้น หากไม่ใช่ว่าเธอหนีไปเขาคงจะได้พบเธอแล้วเป็นแน่

คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าสมบัติที่เพิ่งได้มาครองหายไปถึงกับร้อนรน ร่างสูงผละไปยังหน้าบ้านที่นั่งมองสบตาคนหิวเงินเมื่อครู่ แววตาเวทนาปนสมเพชเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเพลิงร้อนทันทีเมื่อไม่เห็นว่าบิดาของหญิงสาวอยู่ที่เดิม มีเพียงเพื่อนรักของเขาเท่านั้นที่ยังนั่งรออยู่อย่างใจเย็น

“ตาแก่นั่นหายไปไหนแล้ว” เสียงเข้มเครียดจัด

“เขาขอตัวไปธนาคาร คงเป็นในห้างหรือสาขาแถวๆ นี้ นายมีอะไรหรือเปล่า แล้วนายซื้ออะไรทำไมจ่ายแพงขนาดนี้”

“เอาไว้จะเล่าให้ฟัง ตอนนี้นายไปตามหาตาลุงนั่นให้เจอ ฉันจะไปตามหาสินค้าของฉัน แล้วโทรคุยกัน” ธนกฤติกล่าวเสียงห้วน คนที่ไม่เคยถูกหลอกมาก่อนถึงกับร้อนจัด ร้อนไปทั้งตัวทั้งหัวใจ ยิ่งคิดว่าเพียงแค่เสี้ยวนาทีสองพ่อลูกจอมโจรก็หายตัวกันไปแล้วคู่ ชายหนุ่มก็ยิ่งแค้นหนัก

นี่แผนของเธอใช่ไหม ไม่น่าคิดดีทำดีเลยหนอเรา เธอมันนังนกต่อ นังจิ้งจอกตัวจริงอย่างที่ฉันคิดไม่มีผิด...ข้าวหอม...

นกฤติขับรถตระเวนหาร่างบางไปทั่ว ไปทุกที่ที่คิดว่าหญิงสาวจะต้องไป แต่สุดท้ายเขาก็ต้องคว้าน้ำเหลว หากเพียงเขาจะคิดสักนิดว่าเธอคงจะเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าแล้ว ร่างสูงที่จอดรดรอไฟแดงตรงหน้าคงจะได้ทันเห็นหลังไวๆ ของสินค้าชั้นดีกำลังเดินอยู่ริมฟุตบาทอย่างหมดหนทาง

คนเสียเงินก้อนโตอารมณ์เสียยิ่งนัก เข้าใจว่าถูกสองพ่อลูกรวมหัวกันรีดเงินไป เงินเพียงหนึ่งล้านบาทคงไม่ทำให้เจ้าของบริษัทอย่างธนกฤติถึงกับขนหน้าแข้งต้องร่วงกราว หากแต่ใบหน้าหล่อชาดิกเหมือนโดนตบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนคนโง่ที่เผลอจ่ายเงินเพื่อหวังซื้ออิสรภาพให้กับคนที่เขานึกสงสารจับจิต ไม่คิดเลยว่าจะโดนนางนกต่อมารยาร้อยเล่มเกวียนนั่นหลอกเอาจนได้

หน้าเข้มงอง้ำ ทะยานรถคันหรูรวดเร็วปานสายฟ้าตามอารมณ์ของคนที่กำลังคุกรุ่นด้วยความโมโห

ชายหนุ่มขับรถวนกลับมาที่เดิมอีกครั้ง สายตาคมยังไม่วายมองหาร่างบางที่เขาต้องพากลับไปด้วยให้ได้ กลับไปกับเขาในฐานะสินค้าที่เขายังไม่เคยได้แตะต้อง สะพานลอยตรงหน้ามีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ ด้านล่างเป็นป้ายรถประจำทางที่ผู้คนต้องมารอเพื่อสัญจร ชายหนุ่มขับรถไปเรื่อยแต่ก่อนที่รถจะพ้นจากป้ายรถเมล์ หางตาคมเหลือบไปเห็นใครบางคนเสียก่อน ชายหนุ่มตัดสินใจหยุดรถทันทีไม่สนใจว่าจะกีดขวางใครบางหรือไม่ ร่างสูงเปิดประตูก่อนจะตรงรี่เข้าไปคว้าแขนเรียวให้หันมาเผชิญหน้า

“ข้าวหอม...เธอ...ขอโทษครับ” เสียงทุ้มสลดเมื่อหญิงสาวในชุดนักเรียนไม่ใช่คนที่เขาตามหา มือแกร่งรีบผละจากคนตรงหน้าก่อนจะโทษจริงจัง

“ไม่เป็นไรค่ะ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ”

ธนกฤติส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้พร้อมเอ่ยคำขอโทษก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถแล้วขับออกไปก่อนที่รถประจำทางจะทันได้บีบแตรไล่เขาเพราะกีดขวางเส้นทาง ธนกฤติถอนหายใจแต่ยังไม่ยอมถอดใจ เสียงโทรศัพท์เรียกให้เขาได้สติอีกครั้ง

“ว่าไงน้ำมนต์ นายเจอหรือเปล่า” ชายหนุ่มสอบถามด้วยความหวัง หากแต่ปลายสายปฏิเสธกลับมาด้วยน้ำเสียงอิดอ่อย ผิดหวังไม่แพ้คนฟังเมื่อได้ฟังคำตอบ

“ไม่เจอว่ะ สงสัยจะไม่ได้ไปธนาคารจริงๆ อย่างที่บอก” นวภูมิเอ่ยตอบพร้อมเสนอความคิดเห็น

“ฮึ่ย...จนได้นะยัยจิ้งจอก” เสียงสบถหลุดรอดจนคนปลายสายนึกเป็นห่วง

“เรื่องราวมันเป็นไง ตกลงนายทำอะไรกับพวกเขา” นวภูมิยังนึกห่วงนึกสงสัย

“เอาไว้ฉันจะเล่าให้ฟัง ขอบใจนะ” ธนกฤติเสียงเข้มจัดก่อนจะวางสาย

ตาคมหรี่มองเส้นทางข้างหน้า ไฟร้อนปะทุขึ้นมาล้นอกเมื่อแน่ใจแล้วว่าสองพ่อลูกนั่นรวมหัวกันหลอกเขาจริงๆ คนหนึ่งฉกเงินหนีหาย อีกคนหนึ่งแสร้งให้ตายใจด้วยท่าทีสำออยร้องไห้ ก่อนจะหลบหนีหายด้วยทำทีว่าเข้าไปนอนร้องไห้เสียใจอยู่ในห้อง*...หึ ยัยตัวดี อย่าให้ฉันเจอนะ จะจับมาลงโทษให้สาสม ทั้งพ่อทั้งลูก จะส่งตำรวจให้ขังลืมกันไปเลย...*

คนที่ไม่คิดว่าจะโดนใครหลอกเครียดจัด ไม่คิดว่าคนที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้จะทำกันได้ถึงเพียงนี้ อุ้งมือแกร่งกำแน่นก่อนจะประเคนลงไปบนพวงมาลัยรถแรงๆ อย่างเกินจะอัดอั้น ฟันกรามขบกันจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธจัด กองไฟร้อนแรงอย่างน่ากลัวหากแต่ยามนี้ไฟพิโรธของชายหนุ่มกลับน่ากลัวยิ่งกว่าหลายพันเท่า แววตาแกร่งหมายมาดจะจัดการคนที่หลอกเขาให้จงได้...

เสือตัวใหญ่ถูกกระตุกหนวดอย่างแรงจนเจ็บหนักมีหรือที่จะปล่อยให้เหยื่อรอดพ้นจากอุ้งมือไปได้ โดยเฉพาะนังนกต่อตัวเล็กๆ นั่น เขาจะขยี้ให้แหลกคามือเลยทีเดียว...ธนกฤติถอนหายใจอย่างแรงเหมือนอยากจะปลงตก แม้จะปลงไม่ตกจริงๆ ก็ตาม ชายหนุ่มเก็บกักความหวังนั่นเอาไว้ก่อนจะกระชากรถออกไปอย่างรวดเร็ว สี่ล้อทะยานดิ่งสู่บ้านแสนอบอุ่นที่มีคนรอคอยเขาอยู่หลายคน







มาอัพเพิ่มค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ



ความคิดเห็น