sadalone

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 41 ​ที่โรงพัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 41 ​ที่โรงพัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 17:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41 ​ที่โรงพัก
แบบอักษร

​ที่โรงพัก ในห้องสอบสวนผู้ต้องหา

ผมนั่งอยู่ที่เก้าอี้ ก็แค่ทะเลาะวิวาทจำเป็นต้องจับขังในห้องนี้ด้วยเหรอไงกัน? กุญแจมือก็ไม่ยอมปลดให้อีก

ส่วนพวกยวงน่ะหรือ? โน่น ได้ยินว่าไปโรงพยาบาลกันสบายใจเฉิบ

นั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมงก็มีตำรวจสองคนและชายอ้วนลงพุงแต่งตัวดูแพงด้วยสร้อยทองเส้นใหญ่อายุราว 60 ปีเดินเข้ามา หน้าตากำลังมีน้ำโหราวกับเพิ่งมีใครไปด่าลูกของเขาว่าเป็นเกย์

“ไอ้เด็กเปรตนี่น่ะเหรอที่กล้าทำร้ายร่างกายลูกชายฉัน” ชายอ้วนลงพุงมองขวางใส่ผม

“ไม่ผิดตัวแน่ครับ ผมไปถึงที่เกิดเหตุและจับมันกลับมาด้วยตัวเอง” ผู้หมวดคนที่จับผมมาเอ่ยเลียแข้งเลียขา

“บัดซบ! มึงกล้าดียังไงมาทำร้ายลูกกู!”

ชายอ้วนลงพุงถลาเข้ามาหวังฟาดมืออ้วนๆ ลงที่หน้าของผม

ผมหลบ

เมื่อตีไม่โดนหลายครั้งเขาก็เริ่มหอบและหันไปสั่งตำรวจสองนาย

“พวกแกไปจับมันไว้!”

ผมเป็นพลเมืองดีไม่ขัดขืนเจ้าพนักงาน ทว่าแม้จะมีพี่ตำรวจสองคนจับแขนผมไว้คนละข้างชายอ้วนลงพุงก็ยังตีผมไม่โดน

“ไอ้เด็กนี่แม่งไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักวะ” ตำรวจคนหนึ่งบ่น

ที่นี้ก็ออกแรงกันจนหอบรับประทานกันทั้งหมด ชายอ้วนวัยทองหนักสุดเขาเลิกล้มความพยายามจะตีผมแล้วแผดเสียงออกมา

“ตั้งข้อหาพยายามฆ่าให้มัน ฉันต้องการเห็นมันเข้าคุกสัก 10 ปี!”

ห๊ะ? พยายามฆ่า? ผมขมวดคิ้วแน่น เห็นชัดๆ ว่าผมแค่ป้องกันตัวทำไมกลายเป็นพยายามฆ่า?

“ครับ!” ผู้หมวดตอบรับอย่างขันแข็ง

ชายอ้วนลงพุงกำลังจะเดินออกไป นายตำรวจใหญ่ก็เข้ามา ชายอ้วนลงพุงที่ใส่ทองเต็มตัวเริ่มทักทายทันที

“อ่าว สวัสดีครับผู้กำกับวิสูตร ผมกำลังจะขึ้นไปทักทายท่านอยู่พอดี”

“ไม่ต้องลำบากหลอกพี่ยักษ์ พี่แวะมาเยี่ยมทั้งทีผมสิต้องลงมาต้อนรับ ว่าแต่มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า”

นายตำรวจใหญ่ยิ้มประจบออกมาเห็นแล้วผมปวดหัวเลย อีแบบนี้.. ท่าจะปัญหาใหญ่แน่ เส้นของไอ้ยวงใหญ่เกิ๊น

“ไอหยา ก็ไอ้เด็กเปรตนี่น่ะสิ มันพยายามจะฆ่าลูกชายคนเดียวของผม ยังดีผู้หมวดเขาเข้าไปช่วยได้ทัน ไม่งั้นป่านนี้ผมคงไม่เหลือทายาทสืบสกุลแล้ว”

ชายอ้วนลงพุงทำหน้าซาบซึ้งขณะมองไปที่ผู้หมวดคนนั้น เห็นได้ชัดว่าช่วยพูดให้ได้หน้า

ผู้หมวดแสร้งถ่อมตัวทันที

“ผมแค่ปฏิบัติไปตามหน้าที่เท่านั้นเองครับท่าน”

ผู้กำกับวิสูตรเดินมาตบบ่าผู้หมวด

“ทำดีมาก”

จากนั้นหันมามองผมอย่างหยามหยัน

“แกมันไอ้เด็กตัวปัญหาของเมืองฉันนี่เอง เหอะ นึกแล้วว่าวันหนึ่งต้องก่อคดีร้ายแรง”

“ผมไม่ได้ทำ ระหว่างขี่รถไปโรงเรียนไอ้ยวงก็พาคนมาเล่นงานผม ผมก็แค่ป้องกัน..”

ยังพูดไม่ทันจบผู้กำกับวิสูตรก็ตวาดออกมาเสียงน่ากลัว

“หุบปาก! พวกแกสอบสวนมันจนกว่าจะพูดความจริง รุนแรงได้เต็มที่”

ผมหรี่ตามอง พวกมันวางแผนกันไว้หมดแล้ว ยังไงก็จะยัดข้อหาให้ผมจงได้

ยักษ์แสยะยิ้มมองผมอย่างสะใจก่อนเดินตามผู้กำกับวิสูตรออกไป

ผู้หมวดดึงกระบองปราบจลาจลออกมา ทำหน้าเหมือนผู้เหนือกว่า “เอาล่ะ ไอ้สุรเชษฐ์ พูดมาดีกว่าทำไมถึงต้องการฆ่านายน้อยยวง อย่าให้ข้าต้องออกแรงเยอะ”

ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้ จะปฏิเสธพวกมันก็ไม่รับฟัง จะยอมรับ? ยอมรับให้โง่น่ะสิ

ตัวผมนั้นไม่เท่าไหร่สามารถกลับคำให้การในชั้นศาลได้ แต่พ่อสมบูรณ์เป็นอัยการ.. อัยการมีลูกถูกจับข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นแถมยังยอมรับสารภาพในชั้นสอบสวน?

ผมรู้สึกเจ็บปวดหัวใจมาก เรื่องราวมันลุกลามไปใหญ่โตเกินกว่าที่คิดไว้เยอะ

“ผู้หมวดมันขัดขืนแล้ว เล่นมันเลย!” ตำรวจอีกคนหนึ่งตะโกนขึ้น

ขัดขืน? ผมยังไม่ได้ขยับแม้แต่ปลายนิ้วเลยนะ

ทันใดนั้นผู้หมวดก็ฟาดกระบองลงมา หวังเอาความดีความชอบจากชายอ้วนลงพุงที่ชื่อยักษ์นั่นอีก

ตุบ ตับ ๆ

ผมขี้เกียจเกินกว่าจะหลบ กระบองท่อนแค่นั้นทำให้ตัวผมเจ็บปวดไม่ได้หรอก

ตอนนี้กำลังคิดว่าจะทำยังไงดี ผมต้องหาทางออกจากเรื่องนี้โดยไม่ทำให้พ่อสมบูรณ์เดือดร้อน

ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่องยิ่งเลวร้ายขึ้น

ครึ่งวันแล้วผมยังไม่ถูกปล่อยตัวออกไป

สิทธิ์ที่ผมควรมีพวกมันก็ไม่ให้ใช้ ยิ่งผมไม่พูดอะไรพวกตำรวจก็ยิ่งพยายามทรมานหนักขึ้น

ผมกำโทรศัพท์ไว้แน่นไม่ยอมให้ถูกยึดไป จนในที่สุดไนท์ก็โทรมา

ระหว่างรับโทรศัพท์ผมก็ต้องป้องกันการโจมตีของพวกตำรวจนักหวดไปด้วย

“อืม.. ไม่เป็นไรขอบใจมาก”

ผมวางสาย ไนท์บอกว่าประกันตัวไม่ได้เพราะผมถูกแจ้งข้อหาร้ายแรง

ช่างเถอะยังไงพวกมันก็ขังผมได้แค่ 48 ชั่วโมง!

ตกเย็นท้องผมร้องโครมคราม ตอนนี้โคตรหิวเลยครับ..

ว่าแต่จัสมินจะมาถึงหรือยังนะไม่เห็นติดต่อมาเลยแฮะ ผมหยิบโทรศัพท์มาดู อ๊ะ... แบตหมด...

....

ที่คอนโดหรูของเชอรีน เด็กสาวผู้กำลังเซื่องซึมโดดเรียนอยู่ในห้องเงียบเชียบ เธอนอนอยู่บนเตียงเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย

อกหักครั้งแรกในชีวิตเจ็บกว่าที่คิดนิดนึงล่ะนะ

ทันใดนั้นก็เห็นคลิปดังที่กำลังแชร์สนั่นโซเชียล ในหัวข้อ ‘อย่างกับถ่ายหนังเด็กหนุ่มต่อยยักษ์กระเด็น 10 เมตร’

เมื่อกดเล่นคลิปดูเชอรีนก็ตาโต แม้จะมองไม่ค่อยชัดเพราะคลิปถูกถ่ายจากระยะไกลแต่เด็กผู้ชายตัวสูงหน้าขาวในคลิปเป็นสุรเชษฐ์ไม่ผิดแน่

“ฮิ.. เอาแต่ก่อเรื่องตลอด” เชอรีนยิ้มออกมาเบาๆ จากนั้นเธอก็เห็นสุรเชษฐ์ถูกตำรวจจับไป

เชอรีนกดหารายชื่อในโทรศัพท์มือถือค้นหาคำว่า ‘คุณตา’ เสียงรอสายดังแค่สองครั้งก็มีคนรับสาย

“คุณตา.. หนูมีเรื่องจะขอร้อง..”

....

อีกด้านหนึ่งที่สนามบิน

สามงามในชุดแซกสีขาวสวมแว่นกันแดดยืนคู่กับหนุ่มหน้าสวยในชุดสูทสีเข้ม ด้านหลังมีชายร่างใหญ่หน้าเข้มคอยลากกระเป๋าเดินทางให้ แน่นอนว่าเขาคือลูกน้องมือดีที่มินัทตัดสินใจพามาคุ้มกัน ส่วนปู่ฮินนั้นกำลังอยู่ระหว่างพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ

“ไอ้เด็กนั่นกล้าดียังไงสั่งให้เรามาหาถึงนี่!” มินัทบ่นหงุดหงิด

“ที่จริงเธอไม่ต้องตามมาก็ได้นะ” จัสมินเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่ได้สิ! ถ้าฉันไม่มาแล้วใครจะปกป้องเธอจากเด็กชั่วอย่างมันล่ะ”

พูดแล้วมินัทก็ดึงจัสมินไปกอดเบาๆ ส่งสายตาดุใส่พวกผู้ชายที่แอบมองภรรยาของตัวเอง

“ปล่อยก่อน จะโทรบอกคุณสุรเชษฐ์ว่าถึงแล้ว”

ตอนที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าถือจัสมินก็มีสีหน้าพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียน

มินัทรีบประคองไว้ เอ่ยอย่างเป็นห่วง

“โธ่ ก็เพราะเดินทางด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ไง รู้สึกเป็นยังไงบ้างไหวไหม? หาหมอไหม?”

“ฉันไม่เป็นไร แค่คลื่นไส้นิดหน่อยเท่านั้น” จัสมินส่ายหน้าเบาๆ

“นั่งพักก่อนเถอะ อยากกินอะไรเปรี้ยวๆ ไหม”

“อืม..”

“อีริคดูแลนายหญิงให้ดีอย่าให้ใครเข้ามาใกล้เด็ดขาด!”

“ครับบอส” อีริคพยักหน้าไร้อารมณ์ของเขา

มินัทต้องการไปซื้อของกินมาเอาใจภรรยาด้วยตนเอง เธอกลัวว่าลูกน้องจะซื้อมาไม่ถูกใจ

จัสมินที่นั่งอยู่ที่พักผู้โดยสารขาออกกดโทรศัพท์อีกครั้ง

“เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...”

จัสมินถอดแว่นดำออกมองหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง ติดต่อคุณสุรเชษฐ์ไม่ได้...




.......................

ไรต์ : เปลี่ยนแผนลงฟรีเหมือนเดิม ยอดวิวมันน้อย ขายไปก็ได้ไม่มาก ไม่คุ้มกับที่ต้องกดดัน ลงฟรีไปดีกว่าลงได้ตามใจชอบดี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น