facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 116 : no return no redeem no refund

ชื่อตอน : ตอนที่ 116 : no return no redeem no refund

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.7k

ความคิดเห็น : 124

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 116 : no return no redeem no refund
แบบอักษร

ตอนที่ 116 : no return no redeem no refund


“ไป๋...”

เสียงของคนในอ้อมกอดเขาดังขึ้นด้วยเสียงนุ่ม อิฐทำท่าจะหันมาคุยกับเขา แต่ไป๋ก็ยึดอ้อมกอดจากทางด้านหลังนั่นไว้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหันมาสบตากับตนเองได้เลย ใบหน้าของเขายังซบอยู่บนแผ่นหลังกว้างอย่างโหยหา และปราศจากความสนใจใดจากสายตารอบทิศที่ส่งมาถึงพวกเขาในเวลานี้

“ไม่ไปได้ไหม”

ปัณฑูรพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน เขาเคยกอดคนตรงหน้ามานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีครั้งไหนสักครั้งในชีวิตเลยที่เหมือนครั้งนี้ ครั้งที่เขาสามารถกอดอิฐได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องมีปัญหาที่ค้างคาและกัดกินใจมาเป็นเหมือนกำแพงไม่ให้สวมกอดไว้ซึ่งความรักของคนตรงหน้าได้ เขาต้องใช้เวลากว่าสิบปีที่จะสวมกอดความรักของคนตรงหน้าไว้ได้อย่างแท้จริง

“ไปไหนครับ ไป๋จะไปไหนเหรอ” อิฐถามกลับมาด้วยท่าทีเหมือนจะไม่เข้าใจ

“ฮึก ฮึก มึงหนะจะไปไหน ไหนบอกจะรอกูที่ห้องรับรองไง”

น้ำตาของเขาเผลอไหลออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงนุ่มของคนตรงหน้า เสียงที่เขาคิดถึงเป็นที่สุด น้ำเสียงของไอ้อิฐยังอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลง

“อิฐไม่ได้จะไปไหนสักหน่อย”

อีกฝ่ายพูดพร้อมกึ่งจะหัวเราะอย่างสบายๆ ตอนท้ายประโยคด้วยเสียงเบา อิทธิกรยังยืนนิ่งปล่อยให้เขากอดไว้อย่างอารมณ์ดี

“เนี่ย ก็เห็นอยู่ว่ามึงเดินออกมา” ไป๋บ่นอุบทั้งที่หน้ายังแนบอยู่ที่แผ่นหลังคนตรงหน้า

“แต่เดี๋ยวก่อนนะครับไป๋ ตอนนี้คนมองเรากันเต็มเลยนะ ไป๋ไม่เขินบ้างเหรอ” อิทธิกรพูดกับคนที่ซุกแผ่นหลังตัวเองอยู่ด้วยเสียงระดับกระซิบ

“ไม่เห็นอะไรเลย กูเห็นแต่แผ่นหลังมึงเนี่ย” ไป๋ตอบไปแบบไม่ใส่ใจ

“จะดีเหรอครับ เดี๋ยวคนจะเอาไป๋ไปพูดในทางไม่ดีได้นะ” อีกฝ่ายพูดอย่างเป็นห่วง

“ไม่มีใครสนใจเราหรอก” เขาตอบไปง่ายๆ

“ไป๋” คำสั้นๆ เอ่ยเป็นเชิงทักท้วง

“กูให้เลขากูแจ้งพยาบาลที่ฟลอร์นี้ให้เดินไปบอกทุกคนแล้วว่าเดี๋ยวจะมีการถ่ายละครกัน ทุกอย่างคือการแสดง และขอความกรุณาอย่าถ่ายคลิป พอใจหรือยังครับคุณอิทธิกร”

เสียงของไป๋พูดออกมาอย่างเสียไม่ได้ นี่คือคำสั่งสุดท้ายถึงพรีมก่อนที่เขาจะตัดสาย ไป๋สั่งให้เลขาของเขาลงมาเคลียร์สถานการณ์ และให้พยายาลที่ประจำเคานเตอร์อยู่แถวนั้นช่วยกันเดินบอกแขกที่โรงพยาบาลว่าทุกอย่างที่เห็นต่อไปนี้คือการแสดง เหตุผลสำคัญคือเขาไม่รู้ว่าไอ้อิฐเดินหนีเขามาด้วยเหตุผลไหน ถ้ามันโกรธและถอดใจกับเขาแล้ว มันก็คงถึงเวลาที่เขาจะต้อง “ง้อ” มันบ้าง

“เจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยนเลยนะครับแฟนอิฐเนี่ย” เสียงนุ่มพูดขึ้น ในขณะที่เจ้าตัวยังคงยืนนิ่งให้เขากอดจนพอใจ

“ว่าแต่มึงเดินหนีกูมาทำไม โทรมาก็ไม่รับ” ไป๋ถาม

“อิฐลืมมือถือไว้ที่ห้องรับรอง กว่าจะรู้ตัวก็เดินมาไกลแล้ว ขี้เกียจเดินกลับไปเอา” อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“แล้วมึงจะไปไหน ไม่รอกูแล้วเหรอ” เสียงที่ไป๋พูดออกไปไม่ใช่ความโกรธขึ้งหรือตัดพ้อ แต่ติดจะเป็นเสียงขอร้องอ้อนวอนเสียมากกว่า

“รอสิ ทำไมจะไม่รอ รอนานกว่านี้อิฐก็รอได้”

คนในอ้อมแขนเขาเอื้อมมือขวาไพล่หลังมาขยี้หัวของเขาอย่างปลอบประโลม รสสัมผัสนั้นเหมือนหยดน้ำชุ่มชโลมใจที่หยดลงบนความรู้สึกที่แห้งผาก น้ำตาของไป๋ซึมออกมาน้อยๆ ด้วยความรู้สึกขอบคุณที่คนตรงหน้ายังมีอ้อมกอดต้อนรับเขาอยู่เสมอ

“แล้วมึงเดินออกมาทำไม” เสียงอู้อี้ของเขาดังออกมาอย่างอู้อี้

“ก็รปภ. ของโรงพยาบาลไป๋ประกาศเรียกให้อิฐไปเลื่อนรถนี่นา อิฐเดินออกมาแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับไปแล้ว” อิฐพูดอธิบาย

“เลื่อนทำไม ไม่ต้องเลื่อน” เขาพูดออกมาเหมือนเด็กที่แสนจะเอาแต่ใจตัวเอง

“โถ่ ไป๋ก็ อิฐจอดรถผิดที่ ไปจอดตรงที่จอดญาติผู้ป่วย อิฐก็ต้องเลื่อนไปจอดตรงผู้ที่มาติดต่องานสิครับ” อิฐพูดแบบขำๆ

“เป็นแฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล อยากจอดตรงไหนก็จอดไปสิ” ไป๋พูดออกมาเป็นเด็กๆ

“ฮ่าฮ่า ไป๋งอแงนี่ก็น่ารักดีนะครับ ไม่เห็นงอแงกับอิฐบ้างเลย ฮึ อ้อนอิฐแบบนี้บ่อยๆ สิ อิฐหลงรักตายเลย” อิฐเอื้อมมือมาขยี้หัวของเขาอีกครั้งอย่างหมั่นเขี้ยว




“พรีม”

เสียงของเขาดังเป็นการเป็นงานขึ้น พร้อมกับจังหวะที่หันไปหาเลขาคนสวยที่ยืนอยู่ไม่ห่างออกไปไกลนักอีกด้านหนึ่ง ไป๋เอื้อมมือลงไปในกระเป๋ากางเกงของคนรักก็เจอกุญแจรถเจ้าปัญหา เขาถือวิสาสะหยิบออกมา โดยที่อิฐก็ทักท้วงไว้ไม่ทัน

“คะพี่ไป๋” เลขาของเขากุลีกุจอวิ่งหน้าตื่นมาหาแบบงงๆ

“ติดต่อหน่วยซิเคียวริตี้ว่าจะให้เลื่อนรถทะเบียน ปอ 950 ไปที่ไหน พี่ฝากไปเลื่อนรถให้พี่หน่อย เสร็จแล้วเอากุญแจรถไปรอที่ห้องรับรองชั้น 4 ได้เลย” ไป๋เอ่ยปากสั่งเสียงเรียบ

“ได้ค่ะๆ” หญิงสาววิ่งมารับกุญแจรถจากมือเขาไปอย่างว่าง่าย

“ไป๋ เดี๋ยวอิฐไปเองก็ได้” อิทธิกรท้วงออกมาเบาๆ

“ไม่ต้อง ให้พรีมไปนี่แหละ อ่อ พรีม แจ้งฝ่ายซิเคียวริตี้ให้ทำสติ๊กเกอร์จอดรถให้ด้วย ขอแบบ All Area นะ เสร็จแล้วพี่ฝากติดให้ด้วยเลย” ไป๋พูดต่อด้วยท่าทีปรกติ ไร้ความงอแงที่ใช้กับอิฐเมื่อครู่นี้แม้แต่นิดเดียว

“อ่อ ได้ค่ะพี่ ให้ลงในฐานข้อมูลไว้ว่าตำแหน่งอะไรดีคะ” พรีมถามต่อมาแบบเกร็งๆ

“แฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล”

ไป๋ตอบออกมาด้วยหน้าเรียบนิ่ง พรีมดูมีท่าทีตกใจนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้าและรีบก้าวขาเดินจากไป อิฐถึงกับหลุดหัวเราะน้อยๆ ทันทีเมื่อได้ยินไป๋พูดประโยคสุดท้าย




“วันนี้ไป๋น่ารักจัง” อิฐพูดด้วยน้ำเสียงสดใส

“พูดแบบนี้แปลว่าวันอื่นไม่น่ารักใช่ไหม ฮึ”

เขาแกล้งพูดด้วยท่าทีเอาเรื่อง ตอนนี้อีกฝ่ายหันหน้ามาสบตาเขาแล้ว หลังจากที่เขายอมผละจากอ้อมกอดที่ยึดเอาไว้จากคนตรงหน้าเสียนาน

“น่ารักสิครับ น่ารักตลอดแหละ ว่าแต่ถ้าอิฐได้ตำแหน่งแฟนลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลแบบนี้ แปลว่าไป๋ไม่ต้องเลิกกับอิฐแล้วสินะครับ” อิฐพูดพร้อมเอื้อมมือของเขามาจับ พร้อมกับสีหน้าที่สว่างขึ้นอย่างมีความหวัง

“ไม่เลิกแล้ว แล้วก็ไม่เคยอยากเลิกด้วย” ไป๋พูดด้วยน้ำเสียงงอแง

“พ่อแม่ไป๋เข้าใจใช่ไหมครับ พ่อแม่ไป๋อนุญาตให้เราคบกันได้ใช่ไหมครับ” อิทธิกรพูดไปเขย่ามือของเขาไปอย่างตื่นเต้น

“อืม เค้าบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เดี๋ยวที่เหลือเค้าจัดการเอง”

ไป๋พูดพร้อมกับน้ำตาที่ซึมออกมาน้อยๆ อย่างห้ามปรามไม่ได้อีกแล้ว นึกถึงพ่อกับแม่ทีไร เขาก็รู้สึกขอบคุณในความเข้าใจที่ทั้งสองมีมอบให้จนไม่รู้จะอธิบายยังไงไหว

“แปลว่าพวกเรา รัก กันได้ใช่ไหม” อิฐทวนความเข้าใจอย่างควบคุมความดีใจไว้ได้ไม่มิด

“ใช่อิฐ พวกเรา รัก กันได้จริงๆ” ไป๋ตอบอย่างมั่นคง

“อิฐดีใจที่สุดเลย”

ชายหนุ่มตรงหน้าพูดพร้อมกับสวมกอดเขาเข้ามาอย่างเต็มรัก ในขณะที่ไป๋ก็เปิดรับอ้อมกอดนั้นอย่างยินดี พวกเขาทั้งสองกอดกัดราวกับว่ารสสัมผัสนี้คือสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน ช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจจะดูแสนสั้น แต่ความจริงมันช่างยาวนานและโหดร้ายมากสำหรับพวกเขาทั้งสองคน อิฐและไป๋ต่างฝ่ายต่างสวมกอดซึ่งกันและกันไว้อย่างสุดหัวใจ ราวกับรู้ดีอยู่แก่ใจว่าอ้อมกอดนี้มีคุณค่ามากมายแค่ไหน และพวกเขาต้องเสียสละอะไรไปบ้างเพื่อจะได้รับซึ่งความรักครั้งนี้มา




“อิฐ กูขอโทษนะ”

“...”

“สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา กูขอยืนยันกับมึงอีกครั้งว่า ความรักที่กูมีให้มึงเหมือนเดิมเสมอ หัวใจกูมีแค่มึงแค่คนเดียวและจะมีแค่มึงตลอดไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุการณ์ไหน สถานะอะไร ความรักที่กูมีให้มึงก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง” ไป๋พูดต่อจนจบประโยค

“ไป๋ไม่ต้องขอโทษอิฐเลย ไม่ต้องแม้แต่นิดเดียว อิฐเข้าใจทุกอย่างว่าเส้นทางและเรื่องราวของเรามันถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้” อิฐลูบหัวของเขาราวกับจะส่งถ่ายความคิดถึงมาผ่านการสัมผัสนั้น

“ขอบคุณนะอิฐ ขอบคุณจริงๆ” ปัณฑูรพูดออกไปทั้งน้ำตา

“ถ้าจะต้องขอโทษ อิฐน่าจะต้องขอโทษไป๋เสียมากกว่าที่ถือวิสาสะมาหาพ่อกับแม่ไป๋แบบนี้ โชคดีที่ท่านทั้งสองเข้าใจ ท่าทางโชคชะตายังอย่างให้เราคบกันต่อไปนะ” อิฐพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ถ้าไม่ได้มึง กูก็คงไม่กล้าพูดไปตลอดชีวิต” ไป๋พูดพร้อมซุกหน้าลงไปในอกกว้างอย่างรู้ตัวว่าตาตัวเองร้อนๆ เหมือนจะเผลอร้องไห้อีกแล้ว

“มีอะไรครั้งหน้าบอกอิฐได้นะครับไป๋ เราเป็นแฟนกัน มีสุขเราต้องสุขด้วยกัน มีทุกข์เราต้องทุกข์ด้วยกันสิครับ ไป๋ไม่จำเป็นต้องมาแบกความทุกข์ไว้คนเดียว เพื่อให้อิฐมีความสุขรู้ไหม ในวันที่ไป๋ร้องไห้ อิฐก็อยากอยู่ข้างๆ คอยกอดให้กำลังใจไป๋ เหมือนที่ไป๋เคยทำให้อิฐเหมือนกันนะครับ” อิฐพูดพร้อมกับลูบศีรษะเขาอย่างแผ่วเบา

“ขอบคุณนะอิฐ” ไป๋พูดออกมาแบบไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีไปกว่าคำขอบคุณเลย

“จับมือกันไปแบบนี้ตลอดไปนะไป๋ อิฐอยากอยู่กับไป๋แบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกวันเลย อยากตื่นมาเจอหน้าไป๋เป็นคนแรก อยากไปส่งไป๋ที่มหาวิทยาลัย อยากโทรไปหาไป๋ตอนเที่ยง อยากไปรอรับไป๋ที่โรงพยาบาลตอนเย็น อยากมีไป๋นอนตักดูหนังเรื่องใหม่ด้วยกัน อยากทอดไข่ดาวให้ไป๋กิน อยากนอนกอดไป๋ทุกคืนจนหลับไป”

อิทธิกรพูดพร้อมสวมกอดเขาอย่างสนิทแน่น ไป๋พยายามจะไม่ร้องไห้ แต่ก็ฝืนความรู้สึกไว้ไม่ได้เลย ความเจ็บปวดมากมายมหาศาลที่เขาแบกรับมาตลอดสิบปีราวกับจะถูกปัดเป่าไปด้วยมนต์วิเศษจากคนตรงหน้า เขาไม่อาจจะสรรหาคำบรรยายใดมาอธิบายความรักมากมายที่คนตรงหน้าบรรจงมอบให้เขาได้เลย อ้อมกอดอบอุ่นนี้คอยย้ำเตือนว่านี่คือความจริง ความรักที่อบอุ่นแสนวิเศษจากคนตรงหน้านี้คือความจริง ไม่ใช่แค่ความฝันยามย่ำค่ำที่เมื่อแสงแห่งปัจจุบันสมัยส่องก็จะเหือดแห้งหายไป




“ตะ”

“เฮ้ย”

เคร้ง!

ในขณะที่ไป๋ตั้งใจจะพูดบางอย่างออกไป อิฐก็อุทานออกด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก เนื่องจากปากกาที่เสียบอยู่ที่กระเป๋าหน้าอกของตนตกลงกับพื้นจนเกิดเสียงดัง ไป๋เผลอกลืนประโยคที่ตั้งใจจะพูดลงคอไปเสียหมด ส่วนอิฐก็ย่อตัวลงคุกเข่าเพื่อเก็บปากกานั้นมาเสียบที่กระเป๋าเสื้ออีกครั้ง

“แต่งงานกับอิฐนะ”

อิฐไม่ได้ลุกขึ้นทันทีที่เก็บปากกาเสร็จ แต่ชายหนุ่มยังคงคุกเข่าและเอื้อมมือมาคว้ามือเขาและพูดออกมาเหมือนอย่างจะเตรียมการไว้ก่อนแล้ว ภาพคนที่กำลังคุกเข่าขอความรักอยู่ตรงหน้าเขาทำเอาไป๋น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งอย่างควบคุมตนเองไว้ไม่ได้เลย เขาเกือบจะได้ยินประโยคนี้แล้ว แต่ก็เป็นเขาเองที่ทำลายโอกาสนั้นลง จนเขาแทบจะคิดไปแล้วว่าคนตรงหน้านี้อาจจะไม่มีโอกาสนี้ให้เขาเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว

“อิฐ...” ไป๋พูดพึมพำออกมาเสียงเบา

“อิฐไม่มีแหวนวงใหม่จะให้ไป๋แล้วนะ เพราะอิฐจองไป๋ไว้ตั้งแต่ครบรอบ 1 เดือนของเราแล้วนะ ตอนนี้เราน่าจะพร้อมกันทั้งคู่แล้ว อิฐก็มีการงานที่มั่นคงพอจะดูแลไป๋ได้ ส่วนพ่อแม่ไป๋ก็ยินดีที่จะให้เราคบกัน มาเป็นครอบครัวเดียวกันนะไป๋ มาเติมเต็มความรักของเราให้สมบูรณ์กัน แต่งงานกันนะไป๋ อิฐอยากจับมือกับไป๋อยากเป็นทางการแล้ว”

อิทธิกรพูดออกมาทั้งที่ยังคุกเข่าอยู่อย่างมั่นคงและมั่นใจ ขณะที่ผู้คนที่นั่งอยู่ในล๊อบบี้ของโรงพยาบาลเริ่มหันมามองที่พวกเขาทั้งคู่กันอย่างหนาตามากขึ้น หลายคนกำลังซุบซิบและชี้นิ้วมาทางพวกเขา แต่นั่นไม่มีค่าอะไรเลย ไม่มีค่าอะไรเมื่อเทียบกับความรู้สึกมากมายมหาศาลที่เขาได้รับจากคนตรงหน้า




“ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะครับคุณอิทธิกร นพณราดลที่รัก”

ไป๋แกล้งทำเป็นพูดเสียงเข้ม ขณะที่ที่ฉวยโอกาสดึงมือคนที่กำลังคุกเข่านั้นอย่างจงใจ อิฐที่ไม่ได้ตั้งตัวมาก่อนจะเผลอลุกขึ้นตามแรงดึงจนมาอยู่ในอ้อมกอดของไป๋โดยไม่ได้ตั้งใจ แผ่นอกของทั้งคู่ชนกัน ใบหน้าที่ห่างกันราวองคุลีกั้นนั่นทอดสายตามาซึ่งกันและกันอย่างแนบสนิท

“หืม” อิฐรับคำแบบงงๆ

“สินค้าที่ชื่อว่านายแพทย์ปัณฑูร วงศ์วรเวชนี่ไม่มีการันตีนะครับ ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยน ห้ามเคลม ห้ามขอคืนเงินเด็ดขาด นโยบายแบบเดียวคือขายขาด ไม่พอใจไม่มีการรับคืนสินค้าทุกกรณีนะครับ” ไป๋แกล้งพูดพร้อมกับใช้มือลูบบริเวณลำคอคนตรงหน้าไปมาอย่างยั่วเย้า

“ไม่คืนแน่นอน แถมถ้ามีหลายชิ้นก็ซื้อหลายชิ้น มีกี่ชิ้นก็จะซื้อทุกชิ้น อยากจะเหมามาไว้คนเดียวเสียให้หมด ไม่แบ่งนายแพทย์ปัณฑูรจอมเจ้าเล่ห์คนนี้ให้คนอื่นแม้แต่คนเดียว” อิฐพูดพร้อมเอามือไปดึงแก้มเขาอย่างหมั่นเขี้ยว

“รุ่นนี้สินค้ามีจำนวนจำกัดครับ มีชิ้นเดียวเหลือชิ้นเดียว แถมเจ้าของร้านยังเร่งอยากจะขายอีกด้วย สั่งลูกชายให้วิ่งลงมาหาลูกค้าแบบนี้ สงสัยกลัวลูกชายจะขายไม่ออก” ไป๋พูดต่อพร้อมอมยิ้ม

“ยินดีรับข้อเสนอครับ No Return No Redeem No Refund ขอวันนี้ ยินดีดูแลตลอดชีวิตครับผ๊ม” อิทธิกรแกล้งยกมือขึ้นทำวันทยาหัตถ์รับคำสั่งของเขาอย่างล้อเลียน

“ยวนนักนะ ฮึ” ไป๋ยกมือไปตีไหล่อีกฝ่ายเบาๆ อย่างหมั่นไส้

“ตกลงตอบรับคำขอผมไหมครับ คุณลูกชายเจ้าของโรงพยาบาล” อิฐพูดพร้อมยิ้มกว้าง




ไป๋ไม่เอ่ยตอบ แต่ดึงใบหน้าคนที่เขารักที่สุดมาประทับจุมพิตลงอย่างบรรจงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ริมฝีปากของพวกเขาทั้งคู่ประกบกันอย่างโหยหา ราวกับช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดที่ผ่านมานั้นมันกินเวลามานานแสนนาน นับเป็นการเดินทางที่ยาวนานเหลือเกินสำหรับหัวใจของพวกเขาทั้งสองดวง

ตั้งแต่ความช่วยเหลือของเจ้าชายประจำโรงเรียนบทรถประจำทาง สู่ความสัมพันธ์กึ่งดีกึ่งร้ายของพวกเขาในบ่ายวันเสาร์ มาจนถึงการแข่งขันชิงกาวน์สีฝุ่นได้กลับได้เกียร์สีขาวมาแทน เปลี่ยนมาเป็นสัญญาทดลองศึกษาดูใจ 30 วัน จวบจนได้เป็นแฟนกันในวันสุดท้าย แหวนเซรามิกแทนใจที่ใส่มาตั้งแต่ 1 เดือนจนครบ 10 ปี การตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่เกือบจะทำให้ความรักสุดหัวใจหลุดลอยตลอดไป และสุดท้ายคือวินาทีนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างในวันวานล้วนแต่หลอมรวมมาเป็นความรักที่ยากจะหาคำบรรยายใดมาพรรณนาได้หมดในวันนี้




“แต่งสิ” ไป๋พูดแบบยิ้มๆ

“...”

“นี่ถ้าไม่ขออีกรอบจะขอเองแล้วเนี่ย ฮึ รักมากขนาดนี้ ถ้านายแพทย์ปัณฑูรไม่แต่งงานกับคุณ แล้วจะให้ไปแต่งงานกับใครหละครับ คุณอิทธิกร”

คนที่รักที่สุดของเขาโผเข้ามากอดเขาไว้อย่างดีใจเมื่อได้ยินคำตอบ ไป๋สวมกอดไปในอ้อมแขนนั้นอย่างยินดี ถึงเวลาแล้วที่เขาจะได้โอบกอดคนตรงหน้าเอาไว้อย่างไม่เหลือข้อกังขาใด






ฟ้าหลังฝนงดงามแบบนี้นี่เอง

สุดท้ายเขาก็ได้ค้นพบอิสรภาพในความรักที่เขาได้แต่เฝ้ารอคอยมานานแสนนาน






นายพินต้า

ฝากเฟส ทวีต กดติดตามในแอปนี้ และนิยายเรื่องใหม่ "ใครคือ... อองชองเต" ด้วยน้าาา

เฮ้อ กลับมาเป็นนิยายฟีลกู๊ดสักที หลังจากฟีลไม่กู๊ดไปซะหลายตอน แต่อุปสรรคทำให้ความรักมันงดงามเนอะ ว่าไหม เหลืออีก 4 ตอนจะจบแล้ว ใจหายจัง ตอนจะจบที่ตอน 120 นะ หลังจากนั้นจะมีตอนพิเศษอีกหนึ่ง และ WRITER TALK ฉบับเต็มอีก 1 ตอน ฝากติดตามด้วยนะ ทุกอย่างจะบริบูรณ์ก่อนสิ้นปีนี้แน่นอน ^ ^

อย่าลืมเมนต์นะ เขาจะแต่งงานกันแล้ว ใครอยากได้บัตรเชิญบ้าง อิอิ

ความคิดเห็น