Lazysheep

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 คนใจดี

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 คนใจดี

คำค้น : วิน ทีม เชือกป่าน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 146.8k

ความคิดเห็น : 92

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,700
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 คนใจดี
แบบอักษร

สัมผัสวาบหวามแถวต้นขาราวกับตัวกระตุ้นให้ลมหายใจถี่กระชั้น เขาขยับกายอึดอัดเสียดสีขาตัวเองกับสะโพกของใครสักคนที่อยู่ด้านบน

“เร็ว”

เสียงครางกระเส่าพร้อมการขยับตอบรับการเคลื่อนไหวที่ลึกซึ้ง ถึงอย่างนั้นดูเหมือนว่ามันยังไม่เร็วเท่าที่เขาต้องการ

ขวับ

ร่างที่นอนหงายอยู่บนเตียงพลิกเปลี่ยนเป็นผู้นำ คร่อมทับบดเบียดสะโพกควบหนักเสียยิ่งกว่าม้าป่า เขาเลียริมฝีปาก เสยผมที่เปียกชื้น

“ดีใช่ไหม” สองมือเลื่อนขึ้นกดลำแขนแข็งแรงของคนใต้ร่างไม่ให้ขยับ กดจิกรอยสักบนกล้ามแน่นที่ปลุกเร้าอารมณ์

...

เดี๋ยวนะ รอยสัก

“อ้ะ..เดี๋ยว!” พลันสะโพกที่เชื่องช้าไม่ได้ดังใจในตอนแรกกลับขยับถี่กระชั้น รุนแรงจนเขาตาพร่า เขาขบกรามแน่นครางเสียงพร่า

“เฮีย ซี้ด โอ๊ย อย่าเพ....อ๊า!!”

ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนก่อนจะระเบิดกระจัดกระจายกลายเป็นดวงดาววับวาว

เฮือก!!

“พ่อมึ๊ง” ทีมเบิกตาโพลงแหกปากลั่น ขายังสั่นมือก็สั่น เหลือบมองเวลาเพิ่งจะตีห้า “ฝันเชี่ยอะไรเนี่ย” เขาลูบอกตัวเองปลอบใจ ขวัญ เอ๊ย ขวัญมา แต่สัมผัสเหนอะหนะใต้กางเกงนอนตอกย้ำทั้งน้ำตา

มึงจะฝันเปียกถึงไอ้เฮียแบบนี้ไม่ได้นะโว้ย


เช้าวันนี้เริ่มต้นไม่ค่อยสดใสนักเพราะต้องตื่นมาซักผ้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ทีมหาวหวอดเดินเข้าร้านสะดวกซื้อหน้าหอพัก หยิบขนมปัง นมและมันฝรั่งทอดของโปรดลงตะกร้าด้วยความเซ็ง

“นี่แดกจังค์ฟู๊ดแต่เช้า?”

ทีมสะดุ้งโหยง สบถอุบอิบกับตัวเอง ทำไมต้องเจอคู่กรณีในความฝันแต่เช้าด้วยวะ

“เอาไว้กินตอนเที่ยงไง”  เอ่ยตอบปัดๆ

 “โซเดี่ยมทั้งนั้น” วินบ่นอุบ ในมือถือข้าวปั้นสองก้อน อกไก่ต้มและนมขวดกลาง ดูยังไงก็สุขภาพดีลงตะกร้า “วันนี้เข้าซ้อมไหม”

“อะ อืม” คนตอบ ตอบไม่ค่อยเต็มเสียงเพราะในตอนแรกตั้งใจจะโดดซ้อมทั้งวัน ก็นะ ลองฝันเปียกแบบนั้นใครจะ

กล้าเจอหน้ากันล่ะ

ทั้งคู่ยืนอยู่ข้างกันที่หน้าเคาน์เตอร์ เพราะยังเช้าเกินไปลูกค้าในร้านเลยมีแค่พวกเขาสองคน ระหว่างรอพนักงานอุ่นของกินไม่ได้มีบทสนทนาอะไรเพิ่มเติม ต่างคนต่างยืนมองมือถือเหมือนจะจ้องให้มันทะลุ บรรยากาศกระอักกระอ่วนแปลกๆทำให้ทีมไม่ค่อยอยากสบตาด้วยสักเท่าไหร่

วินยืนกดมือถือเล่นอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วเมื่อเห็นร่องรอยอิดโรยบนใบหน้ารุ่นน้อง “..มึงนอนไม่หลับหรือไง” คนถามเอื้อมมือแตะใต้ตา รอยคล้ำเห็นค่อนข้างชัด “ไม่นอนให้เต็มที่แล้วจะไปว่ายน้ำทำเวลาดีๆ ได้ยังไง เดี๋ยวอีกไม่นานจะมีแข่งคัดเลือกตัวแทนแล้วนะ”

ทีมขมวดคิ้ว ดึงมืออีกฝ่ายออกไม่ให้สัมผัสมากไปกว่านี้

“รู้แล้วน่า เฮียนี่บ่นเป็นพ่อเลย”

 ภวินท์เลิกคิ้ว เขาตะปบหัวเจ้าตัวแสบโยกไปโยกมาด้วยความมันเขี้ยว ทำหูทวนลมกับเสียงโวยวาย

“เพราะห่วงหรอกถึงได้จู้จี้”

“คร้าบพ่อ” ประชดเสียงกวนอวัยวะเบื้องล่าง

วินส่ายหัวขำๆ ไอ้เด็กนี่ดื้อฉิบหาย “เออ จะพ่อจะผัวเอาที่มึงสะดวกเลย”

“เฮีย!” คำว่าผัวกระแทกหูจนตัวเซ

โอ้โห ใช้คำนี้เรามาต่อยกันสักยกดีกว่า

“หยุด! ไปเอาของกินมึงได้แล้ว” รองประธานชมรมว่ายน้ำชี้หน้าทำตาดุ เขาพยักพเยิดหน้าให้อีกฝ่ายหันไปรับถุงสินค้าจากพนักงานที่ยืนตัวลีบอยู่หลังเครื่องคิดเงิน

ทีมพ่นลมหายใจหงุดหงิด หันไปจะจ่ายเงินแต่ก็พบว่าคนปากเสียจ่ายเงินในส่วนของเขาเรียบร้อยแล้ว แถมพอรับถุงมาเปิดดูในนั้นมีกลับโยเกิร์ตและอาหารเพื่อสุขภาพอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมาด้วย

“กินของดีๆ แล้วโตเร็วๆ ละไอ้หนู”

คนพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะโบกมือลาแยกตัวกลับหอไปก่อน ปล่อยให้ไอ้หนูที่ยืนงงสับสนอยู่แบบนั้น ทีมจิ๊ปาก ดวงตาฉายแววหวั่นไหว เขาสบถด่าเฮียในใจสองมือขยำถุงในมือ

“แม่ง ทำตัวเป็นสายเปย์ไปอีก”



 ตึง

ลูกบาสสีส้มกระแทกกับแป้นแล้วหมุนตัวลงห่วงอย่างสวยงาม เสียงปรบมือพร้อมเสียงเฮดังก้องโรงยิม รองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นสนามดังเอี้ยดอ้าด 

นักศึกษาปีหนึ่งคณะเศรษฐศาสตร์อย่างทีมพลังงานยังคงล้นปรี่ ยามเช้ายังไม่ทันแปดโมงดีเขาก็แบกรองเท้าวิ่งมาหาเพื่อนที่อยู่ชมรมบาส ขอเล่นด้วยสักเกมสองเกม เพื่อหาที่เผาผลาญพลังงาน

“เหนื่อยฉิบหาย” ร่างชุ่มเหงื่อนอนแผ่กางแขนกางขา ลมหายใจยังคงหอบกระชั้น

“มึงไปโด๊บอะไรมาถึงคึกขนาดนี้วะ” รุ่นพี่คนหนึ่งของชมรมบาสเอาเท้าเขี่ยเด็กต่างชมรม เท่าที่เขารู้มาเจ้าทีมเนี่ยได้ทุนนักกีฬาว่ายน้ำ แต่กีฬาอื่นๆ ของมันก็ใช่ย่อย จะบาสจะบอลก็เห็นวิ่งไปเล่นกับคนอื่นทั่วไปหมด 

“ออกกำลังไง เสริมสร้างกล้ามเนื้อ” ถลกเสื้อบาสขึ้นตบหน้าท้องแข็งเป็นลอน เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ที่มานั่งส่องหนุ่มยามเช้าได้เป็นอย่างดี

“แล้วไม่ไปซ้อมว่ายน้ำเรอะ เดี๋ยวไอ้วินก็มาถล่มชมรมกูข้อหาลักพาตัวน้องมันอีก”

คนฟังชะงักกึก คดีเก่าผุดขึ้นมาในหัว เมื่อเดือนก่อนเขาเคยติดใจแอบมาเล่นกับพวกชมรมบาสอยู่หลายวัน จนกระทั่งเฮียตามมาลากคอถึงที่ กลายเป็นหัวข้อเม้ามอยความโหดของรองประธานชมรมว่ายน้ำไปพักหนึ่งเลย

“ซ้อมดิ ตอนเย็นไงไปทุกวัน” หัวเราะแห้งๆ ไม่กล้าบอกว่าโดดซ้อมเช้า ก่อนจะโดนผ้าเย็นแปะลงบนหน้าจนขนลุกซู่ “เชี่ย”

 “ไปอาบน้ำได้แล้ว” เสียงคุ้นหูทำให้เขายิ้มเผล่ เมื่อดึงผ้าเย็นออกก็เจอเพื่อนซี้นั่งยองๆ จ้องหน้าอยู่ด้านข้าง

“หิว” 

“มาถึงก็ทักหาของกินก่อนเลยนะ ลุก ข้าวเช้าอยู่โน่น” ภามชี้ไปที่สแตนด์เชียร์ ตรงนั้นมีกระเป๋าเป้และกล่องอาหารอยู่สองสามกล่อง  

ทีมผุดลุกขึ้นนั่งขอยืมห้องน้ำชมรมบาสใช้ก่อนจะเดินตัวหอมฉุยออกมาหาภามที่นั่งรออยู่ อาหารเช้าวันนี้เป็นอาหารคลีนท่าทางน่าอร่อยสุดๆ ปลาแซลม่อนย่าง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผักลวกและกับข้าวอย่างอื่นอีกสองสามอย่าง คนหิวจัดกินไปน้ำตาจะไหลไปด้วย ดีใจที่ตัวเองตกลงจ้างภามทำข้าวเช้ามาให้ทุกวัน

ภามชอบทำอาหารและเขาชอบกิน ทีมเลยโอนเงินให้ภามเป็นก้อนทุกอาทิตย์และให้เพื่อนทำอะไรมาให้กินก็ได้ตามงบที่มี ตอนเช้าเลยเป็นช่วงเวลาที่เขาชื่นชอบที่สุด ส่วนที่แวะร้านสะดวกซื้อหาของกินตอนเพิ่งตื่นอันนั้นมันแค่รองท้อง

“เรานึกว่าทีมจะเข้าซ้อมเช้าเสียอีก”

เด็กหนุ่มสะดุ้งโหยงรีบแก้ตัวอึกอัก “วันนี้รู้สึกตัวเองนอนไม่พอ เลยไม่อยากว่ายน้ำน่ะ”

“นอนไม่พอ?” ภามหรี่ตามองหน้าเพื่อนดีๆ แล้วพบว่ารอยคล้ำใต้ตาค่อนข้างชัดจริงๆ “มัวแต่เล่นเกมจนนอนไม่พอหรือเปล่า”

“โห ใส่ความ” เถียงพลางงับแซลม่อนชิ้นโตเข้าเต็มปากเต็มคำ “แค่มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อย”

“มีอะไรก็เล่าได้นะ” ภามยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตา “ทีมกับมะนาวเองก็คอยฟังเรื่องที่เราเล่าบ่อยๆ ผลัดกันให้เราเป็นคนฟังบ้างก็ได้”

พอเห็นรอยยิ้มเทวดาแสนดี ทีมก็พุ่งตัวเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงเพื่อนซี้ ขยำขยี้จนภามหัวยุ่งโวยวายลั่นไปหมด

“มึงโคตรคนดีเลย”

“คนดีเชี่ยอะไรเล่า” คนดีดีแตกทั้งถีบทั้งยันจนทีมยอมแพ้กลับไปนั่งกินข้าวต่อหน้าตาระรื่น เหมือนพอใจแล้วที่ได้แกล้งให้หงุดหงิดเฉยๆ

ภามหน้ามุ่ยจัดเครื่องแต่งกายอีกรอบ แต่พอเงยหน้าสบตากับทีมพวกเขาทั้งคู่ก็หัวเราะใส่กันอย่างอดไม่ได้

“สภาพมึงอย่างกับโดนรุมโทรม”

“เพราะใครล่ะ นิสัยเสียฉิบหาย” ถึงจะบ่นแต่ภามก็เก็บกล่องพลาสติกเปล่าๆ ใส่กระเป๋า ช่วงเที่ยงเดี๋ยวทีมเป็นคนเอาไปล้างเอง

คนอิ่มนอนพึ่งพุง ถึงจะโดนดุก็เอาแต่ยิ้มสู้ไม่ขยับเขยื้อน ทีมกลิ้งไปกลิ้งมาสักพักก็เอ่ยถามเพื่อนขึ้นลอยๆ

“ภาม มึงว่าเฮียวินเป็นคนยังไงวะ”

“พี่วินนะเหรอ เรายังไม่ค่อยมีโอกาสคุยกับพี่เขาสักเท่าไหร่นะ” ภามทำหน้านึก เขาเคยคุยด้วยแค่ไม่กี่ครั้งแถมแต่ละครั้งก็สั้นๆ  “แต่ก็เคยได้ยินข่าวพี่เขาเยอะอยู่ เห็นว่าเป็นคนใจดี ดูแลคนเก่ง สาวๆติดกันเยอะอยู่เหมือนกัน” ข่าวพวกนี้เขาได้ยินมาจากมะนาวทั้งนั้น เรื่องหนุ่มๆ ขอให้บอกมะนาวอัพเดทไวมาก

ทีมครางเสียงเบาตอบรับ นึกถึงโยเกิร์ตในกระเป๋าที่ตั้งใจไว้กินรองท้องก่อนมื้อเที่ยง

คนใจดีงั้นเหรอ..เขาได้แต่หัวเราะให้กับตัวเอง ใจดีเผื่อแผ่มาถึงคู่นอนแค่ครั้งเดียวเลยนะเฮีย

วิชาเรียนสุดท้ายของวันนี้จบค่อนข้างเร็ว แต่เหล่านักศึกษาทั้งหลายก็ยังไปไหนไม่ได้เพราะมีประชุมเรื่องงานโอเพ่นเฮ้าส์ที่จะมีในเร็ววันนี้ ลานอเนกประสงค์ใต้ตึกคณะเศรษฐ์ศาสตร์ตอนนี้เต็มไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่งที่กำลังสุมหัวแบ่งงานกับพี่ๆ ปีอื่น

“จัดบอร์ดให้เดินดูอย่างเดียวไม่น่าสนใจเลย” พี่ปีสามมองเอกสารในมือ แต่ก็จนใจเพราะพวกเขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำอะไรดี

“ได้ยินว่าคณะศิลปกรรมมีเกมให้เล่นด้วย”

“ใช่ๆ เขาว่าคณะนิเทศเอาดารามาล่อลวง ใครนะ อ้อ อเล็กซ์ที่เป็นดารากำลังเล่นละครช่องหลายสีอยู่อ่ะ”

“โห เอางี้เลยเหรอ” รุ่นพี่ถึงกับหน้าเครียด จะปล่อยให้บอร์ดแสดงงานคณะตัวเองเงียบเหงาก็ใช่ที “ใครก็ได้เสนออะไรหน่อยดิ๊”

ทีมเงยหน้าขึ้นจากเศษกระดาษในมือ ตอนนี้เพื่อนๆ กำลังเวียนกระดาษเพื่อสั่งเมนูน้ำผ่านแอปพลิเคชัน ท่าทางจะประชุมนานต้องหาอะไรมากินให้ชุ่มใจเสียหน่อย

“มึงเขียนอะไรก็ได้มาให้กูสักแก้ว” ทีมโยนให้เพื่อนที่อยู่ข้างๆ แล้วยกมือเสนอความเห็น

“ผมว่าเราจ้างชมรมขนมไทยไหมพี่”

“จ้างชมรมขนมมาทำอะไรวะ” รุ่นพี่เกาหัวแกรก

ทีมชี้เพื่อนที่นั่งงงอยู่ข้างๆ รีบโฆษณาขายความสามารถแสนอร่อย

“ไอ้ภามอยู่ชมรมขนมไทย มันทำขนมอร่อยมากเลยพี่ ถ้าเราให้ชมรมนี้ทำขนมไทยหายากให้คนที่มาเยี่ยมชมได้กินด้วยผมว่าน่าสนใจดีนะ ทำแบบสะสมแต้มไงชมบอร์ดนี้ได้รับตราประทับ สะสมแต้มครบก็ได้ขนมอร่อยๆไปกิน”

ที่เสนอไม่ใช่อะไร เขาอยากกินขนมฟรีเท่านั้นแหละ

“เออ น่าสนใจดีนี่หว่า งั้นภามคุยกับประธานชมรมให้หน่อยได้ไหม”

ภามที่อยู่ๆ หวยออกที่ตัวเองหันมาแยกเขี้ยวใส่ทีม ก่อนจะโทรศัพท์หาประธานชมรมเพื่อสอบถามความเป็นไปได้ เมื่อตกลงเวลาและงบประมาณสำเร็จทุกคนก็เริ่มประชุมแนวทางการทำบอร์ด รวมถึงควานหาเมนูที่น่าสนใจนำเสนอให้ชมรมขนมไทย

“หน้าบูดไปอีก ดีแล้วไงมึง ช่วยคณะแถมโฆษณาชมรมด้วย”

“งั้นวันจริงมาช่วยทำขนมเลยนะ” คาดโทษไอ้เพื่อนตัวแสบ แต่มันก็เสตามองไปทางอื่น

“เสียใจด้วยมึง ชมรมว่ายน้ำมีกิจกรรมโฆษณาชมรม กูต้องไปช่วยทางนั้น” ทีมยักไหล่ ชมรมว่ายน้ำเขาเพิ่งคุยกันไปเมื่ออาทิตย์ก่อนว่าจะทำหนุ่มน้อยตกน้ำ เดี๋ยวต้องสรุปกันอีกทีว่าใครจะเป็นเหยื่อในงานนี้

หลังจากแบ่งหัวข้อเสร็จแต่ละคนก็จัดกลุ่มแยกกันนั่งเพื่อปรึกษาหัวข้อที่ได้รับมา ทีมอาสาขนของและช่วยจัดบอร์ดเพราะวันงานจริงมาช่วยเฝ้าไม่ได้ เลยขอเป็นแรงงานน่าจะดีที่สุด

“ของกินมาแล้ว”

เสียงเพื่อนร่วมชั้นปีตะโกนขึ้น พร้อมสองมือที่ถือถุงใส่แก้วชานมเต็มสองมือไม่ต่ำกว่าสิบแก้วและถุงขนมที่ออเดอร์กันจนล้น

“ใครสั่งอะไรกันบ้างวะ”

“ครัวซองส์ ใครสั่งครัวซองส์บ้าง เหยด อันนี้โคตรน่ากินอ่ะ”

ฝูงนักศึกษาผู้หิวโหยพุ่งเข้าใส่ของกินกันอย่างบ้าคลั่ง ทีมเอื้อมแขนรับครัวซองส์นูเตลล่าหอมกรุ่นและชานมไข่มุกท่าทางน่ากินเป็นที่สุด

เด็กหนุ่มงับครัวซองส์เต็มปากเต็มคำ ก่อนจะหันไปเจาะแก้วชานมดูดฟืดเต็มปาก

“ฮ้า อร่อยว่ะ รสนี้ไม่เคยกิน” ทีมมองแก้วชานมในมือ หน้าตามันก็ชานมไข่มุกอย่างที่เคยเห็นนี่แหละ เนื้อไข่มุกนุ่มๆเหนียวๆ แต่ทำไมรู้สึกว่ามีอะไรที่ไม่เหมือนเดิม

“มึงสั่งอะไรให้กูวะ” เขาหันไปถามเพื่อนที่กำลังดูดชานมอยู่เหมือนกัน

“ไม่รู้ว่ะ เห็นเขียนในเมนูดูน่ากิน แดกๆไปเหอะ”

ทีมขมวดคิ้ว มองไปทางภามก็เห็นมันดูดชานมหน้าชื่นตาบาน สงสัยเขาคงคิดมากไปเองละมั้ง

เวลาสามทุ่ม ตอนนี้ภายในมหาวิทยาลัยยังไม่มืดเท่าไหร่นัก เพราะหลายคณะยังเปิดไฟทำกิจกรรมอยู่ ยิ่งใกล้ช่วงงานโอเพ่นเฮ้าส์หลายคณะก็ยิ่งอยู่ดึก ไม่นับคณะสถาปัตย์ที่แทบขนผ้าผ่อนมานอนที่มหาวิทยาลัย

ภวินท์ รองประธานชมรมว่ายน้ำปิดประตูชมรมเป็นคนสุดท้ายหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มง่ายๆบิดกายเกียจคร้าน เขาเดินลัดเลาะตามสนามหญ้า โบกมือทักทายเพื่อนที่ยังคงเล่นบอลกันไม่เลิก เพื่อไปหาบิ้กไบค์ลูกรัก ในมือยังคงกดแอพพลิเคชั่นแชตมองดูว่าจะมีข้อความอะไรเข้ามาไหม แต่ข้อความที่เขาคาดหวังกลับไม่มี

ชายหนุ่มส่ายหัวเซ็งๆ ไอ้เด็กเปรต บอกว่าจะเข้ามาซ้อมแต่หายหัวตั้งแต่เช้ายันเย็น ไว้เจอหน้าจะจับว่ายจับเวลาสักสองพันเมตร มันน่าไหมเนี่ย

ลานจอดรถมีเพียงไฟสลัว วินนิ่วหน้าเล็กน้อยคิดในใจว่าต้องเสนอความเห็นเพื่อนที่อยู่สภานักศึกษาให้เพิ่มไฟลานจอดรถมากกว่านี้สักหน่อย

“เดินดีๆ”

มือที่กำลังล้วงหยิบกุญแจชะงักเล็กน้อย เหลียวมองหาต้นเสียงกุกกัก

“อื้อ ดีแล้ว” น้ำเสียงอ้อแอ้ตอบกลับ

ใครมันเมาในเขตมหาวิทยาลัยวะ โดนจับได้เดี๋ยวก็ซวยหรอก

“ไอ้ทีม ยืนดีๆ เราแบกไม่ไหวนะเว้ย ไขกุญแจรถก็ไม่ได้”

“ทำอะไรกัน” ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงรถญี่ปุ่นสีขาว มองรุ่นน้องหน้าตาคุ้นเคยกำลังเดินเป๋ไปเป๋มา

“พี่วิน” ภามทำตาโต แล้วก็ต้องตัวเอียงกะเทเร่เมื่อเจ้าทีมทิ้งน้ำหนักใส่ตัวเขาจนเกือบหมด “ทีม!!”

สองแขนแข็งแรงคว้าร่างรุ่นน้องได้ทันก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรมล้มทับกัน วินกระชับร่างของเจ้าทีมให้ซุกอยู่ในอ้อมแขน พลางส่งสายตาให้อีกคน

“น้องภามโอเคไหม แล้วทำไมมันอยู่สภาพนี้”

“ทีมเมาชานมไข่มุกนะครับ”

ว้อท อีกทีสิ “อะไรนะ”

ภามยิ้มแห้ง “ชานมไข่มุกครับ พอดีเพื่อนในคณะเขาสั่งสุ่มๆกันมา แต่แก้วที่ทีมได้กินเป็นชานมไข่มุกคาลัวร์”

“คาลัวร์ เหล้าหวานกาแฟนั่นนะเหรอ” มองสภาพคนเม่าแอ๋ในอ้อมแขนแล้วกลอกตา “มันใส่เยอะขนาดทำให้เมาได้ขนาดนี้เลยหรือไง”

“ไม่ๆๆ เพื่อนคนอื่นก็กินครับ ไม่มีใครสะทกสะท้านสักคน นอกจาก..” ชี้นิ้วไปที่ซากเจ้าทีม หน้าก็แดงแถมเดินไม่ตรง “ทีมน่าจะเป็นคนที่คออ่อนขั้นร้ายกาจครับ”

“ฮื่อ ไม่เมา แค่มึนๆ” คนที่แม้แต่จะยืนให้ตรงยังทำไม่ได้โวยวาย ทีมพยายามจับไหล่ของอีกฝ่ายแล้วยันตัวเองให้ตรง “แม่ง จะไม่กินชานมไข่มุกอีกแล้ว มึนฉิบหาย” บ่นอุบอิบสุดท้ายก็ทิ้งตัวให้เฮียแบกรับน้ำหนักเหมือนเดิม

“ไม่เกรงใจกูเล้ย กุญแจรถมึงอยู่ไหน” มือใหญ่ตบสะโพกอีกฝ่ายดังผั่วะ เลยได้สัตว์เลื้อยคลานหนึ่งตัวแทนคำตอบ

“กุญแจรถทีมอยู่นี่ครับ” ภามรีบยื่นให้ “พี่วินจะไปส่งทีมเหรอ”

“อือ พี่อยู่หอเดียวกับมัน”  วินจำรถของเจ้ารุ่นน้องคนนี้ได้ดี ทั้งเขาและภามช่วยกันพาเจ้าทีมขึ้นรถได้สำเร็จ ก่อนแยกกันภามยังไม่วายชะโงกหน้าดุเพื่อนตัวเองอีกสองสามคำกว่าจะยอมกลับบ้านไป

ภวินท์ออกรถพลางมองสภาพคนที่นอนตายอยู่เบาะข้างคนขับ

“คออ่อนชิบหาย นี่กูยอมทิ้งบิ๊กไบค์ไว้ที่มหาลัยเลยนะมึง”

“ฮื่อ หนวกหูน่าเฮีย ใครจะรู้เล่าว่าในชานมมีเหล้า” ไม่พูดเปล่าแต่หันตัวหนีไปอีกทางทำท่าปิดหูด้วย

“คนอื่นเขากินไม่เห็นจะสะท้านอะไร มึงน่ะวันนี้ทั้งวันซ้อมก็ไม่มาซ้อม  โผล่อีกทีก็เมายังกล้าเถียงเหรอ”

ทีมเบ้ปาก “ก็เฮียบอกว่าต้องนอนให้เต็มทีไง ก็เลยไปพัก”

“เออ พักเต็มที่มาก ได้ข่าวว่าเมื่อเช้ายังชู้ตบาสอยู่เลยไม่ใช่หรือไง”

วัวสันหลังหวะถึงกับสะท้าน เหงื่อแตก เวรกรรมใครปากโป้งไปบอกเฮียวะ

“มึงอย่าลืมว่ากัปตันชมรมบาสเป็นเพื่อนคณะกู ตอนเช้าบอกกูจะมาแล้วอยู่ๆไม่มา ทีหลังส่งข้อความมาบอกก็ได้ไม่ด่าหรอก”

“ไม่เห็นจำเป็นต้องบอกเลย” ชมรมว่ายน้ำเช็กชื่อเสียทีไหน บางคนก็มาบ้างขาดบ้างไม่ได้บังคับอะไรขนาดนั้น นอกจากช่วงซ้อมแข่งที่ต้องเช็กชื่อจริงจัง

วินถอนใจอีกครั้ง เขาชะลอรถและหยุดลงเมื่อสัญญาณจราจรเป็นสีแดง คนข้างๆ ยังเบือนหน้าออกไปนอนหน้าต่างไม่สบตา บรรยากาศในรถเงียบงันมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ดังแผ่วเบา

“ก็เพราะเป็นมึง”

มือใหญ่เอื้อมไปสัมผัสหัวทุย โยกเบาๆ เหมือนที่ชอบทำทุกครั้ง

“กูถึงเป็นห่วง”

ทีมหลับตาลงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

เฮียก็ยังคงใจดีเหมือนเดิม


-------------------------------------

ป.ล ไปลองชานมคาลัวร์กันนะคะที่พารากอน 555

ทีม - กินได้แน่นะ

ภาม -/มองบน/ นี่มันชานมธรรมดา กินๆไปเถอะน่า




ความคิดเห็น