อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

[ Episode 2 ] : ภารกิจเสี่ยงตาย

ชื่อตอน : [ Episode 2 ] : ภารกิจเสี่ยงตาย

คำค้น : the mission sniper 2

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2562 00:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 2 ] : ภารกิจเสี่ยงตาย
แบบอักษร

บทที่ 2

ภารกิจเสี่ยงตาย


ปึง!

ร่างสูงของมาเฟียหนุ่มในชุดสูทสีดำเข้มตัดกับผิวขาวซีดของเจ้าตัวอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อคมคายยังคงเรียบนิ่งถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่สบอารมณ์อยู่ก็ตาม กองแฟ้มเอกสารต่างๆถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างแรงจนทำให้เลขาส่วนตัวต้องสะดุ้งโหยง

“งานที่ฉันสั่งให้นายทำถึงไหนแล้วโนเอล" หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่คู่ค้ารายใหญ่สำคัญอย่างมิสเตอร์เฉินถูกซุ่มยิง เขาก็ให้ 'โนเอล ฟรานเชียส' เลขาส่วนตัวหรือมือซ้ายไปหาข้อมูลเกี่ยวกับมือปืนมาให้ได้มากที่สุดและเป็นโชคดีของเขา สถานที่ที่มันใช้ซุ่มยิงเป็นตึกเดียวกับตึกที่ถูกเขากวาดซื้อไปเมื่อสองเดือนก่อน ช่วงสองสามวันมานี้อีธานหงุดหงิดจนแทบบ้า ถ้ายังหาตัวมันไม่เจอละก็คงมิวายได้ประสาทกิน

“...ตอนนี้ได้แค่ประวัติส่วนตัวของมันคร่าวๆครับ มันชื่อ 'ลีโอ เรนเดล' อายุ29ปี พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีญาติและพี่น้อง ส่วนอาชีพตอนนี้คือมือปืนรับจ้าง” โนเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น เพราะข้อมูลแค่ยิบย่อยที่เขาอุตส่าห์หามาได้มันช่างน้อยนิด และแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นที่พอใจสำหรับอีธาน แบรนโด

“แล้วอย่างอื่นละ?” อีธานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพลางจ้องมองเลขาตรงหน้าอย่างไม่วางตา

“เรนเดลเคยเป็นทหารมาก่อน อยู่หน่วยรบพิเศษSCG ถูกปลดประจำการเพราะสะเพร่าในหน้าที่ทำให้ประธานาธิบดีวิลสันเสียชีวิตลงครับ”

“SCG งั้นหรอ” อีธานขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยินชื่อ หน่วยSCGเป็นหน่วยรบพิเศษที่ถูกฝึกมาเพื่อรับมือกับสงครามโดยเฉพาะ และคนที่มาสังหารคู่ค้าของเขาต่อหน้าต่อตามันก็กล้ามากไม่ใช่น้อย

กล้ามากที่มาท้าทายอำนาจเขา

มาเฟียหนุ่มค่อยๆคลายสีหน้าตึงเครียดเมื่อครู่ลงกลายเป็นรอยยิ้มร้ายทำเอาเลขาอึ้งไปชั่วขณะ อีธานเป็นคนยิ้มไม่บ่อย แต่ถ้าโนเอลเลือกได้เขาก็ไม่อยากจะเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้เท่าไหร่นัก ยิ้มแบบนี้ทีไรต้องมีใครสักคนตายไม่ก็เจ็บตัวทุกที

“แล้วที่อยู่มันละ”

“อาศัยอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งครับ”

“งั้นก็ไปหามาว่าตอนนี้มันอยู่ไหน” ร่างสูงเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนก่อนจะนั่งเอนตัวลงกับเก้าอี้ เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นอ่านพลางยกเท้าทั้งสองข้างมาพาดไว้บนโต๊ะด้วยความเคยชิน

“รับทราบครับ” โนเอลขานตอบพร้อมกับก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่ประตู แต่ไม่ทันไรก็ต้องหยุดชะงักและหันมาพูดเรื่องสำคัญที่ได้รับแจ้งมาอีกที

“เอ่อ...บอสครับ มีอีกเรื่องครับ”

“ว่ามา” อีธานพูดทั้งๆที่ไม่ได้ละสายตาออกจากแฟ้มตรงหน้า

“วันพรุ่งนี้บอสต้องบินไปเม็กซิโกเพื่อไปเจรจาธุรกิจกับมิสเตอร์เอลสัน”

'คาร์ลอส เอลสัน' ลูกชายของนักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่มีวาจาดังคมมีด

อ่า...พรุ่งนี้เขาคงจะเหนื่อยน่าดู

“อืม” อีธานขานตอบในลำคอ เขานั่งไล่อ่านเอกสารในมือจนกระทั่งเสียงปิดประตูดังขึ้นจึงวางเอกสารนั่นลงก่อนจะหยิบรูปถ่ายของมือปืนที่เลขาวางไว้เมื่อครู่ขึ้นมาดู

สายตาจับจ้องไปที่ภาพถ่ายหมู่ทหารยืนกอดคอและยิ้มให้กับชัยชนะของตัวเอง เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่เปื้อนไปด้วยขี้เขม่า นัยน์ตาสีน้ำทะเลสดใส และใบหน้ายิ้มแย้มของเจ้าตัวขับให้ร่างสูงในรูปดูเด่นหลากว่าคนรอบข้างเสียหมด

“ลีโอ เรนเดล...หวังว่าเราจะได้พบกันเร็วๆนี้”



♜ THE MISSION SNIPER ♜



“อ๊ะ! อื้อออ” ชายหนุ่มใช้มือเรียวเล็กคว้าบ่าแกร่งของลีโอเป็นที่ยึดเกาะในขณะที่โดนโถมกายเข้าใส่จนส่งเสียงครางกระเซ่า เตียงขนาดคิงไซส์ที่สั่นคลอนไปมาบ่งบอกว่ากิจกรรมร่วมรักครั้งนี้รุนแรงแค่ไหน คนใต้ร่างถูกจับขาเรียวให้อ้าออกกว้างกว่าเดิมก่อนลีโอจะกดกระแทกลงมาระรัวจนผนังด้านในของโอเว่นรู้สึกทั้งแสบและเสียวไปหมด

“อา...โอเว่น ครางชื่อหน่อย” ร่างสูงเป็นคนคุมเกมครางออกมาเบาๆเมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอดเต็มทน ลีโอไม่อยู่เฉยใช้นิ้วเรียวบีบเค้นยอดอกสีชมพูอ่อนที่บวมเป่งจากการกัดไปมา

“อ..อ่า ลีโอ..อ๊า!” โอเว่นแอ่นตัวรับสัมผัสจากคนด้านบนอย่างโหยหา เรือนผมดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเพิ่มความเซ็กซี่ให้กับเจ้าตัวเป็นกอง ลีโอถอนกายออกจากช่องทางสีสวาทก่อนจะถูกปากอวบอิ่มของคู่หูเข้าครอบครองทั้งลำ 'โอเว่น บรูช' ปรนเปรอให้คนตรงหน้าอย่างรู้งาน และไม่นานเขาก็กระตุกเกร็งพร้อมกับปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเข้าไปในโพรงปากของคู่หู ในหัวขาวโพลนไปหมดมีแต่ความเสียวซ่านที่คนตัวเล็กกว่ามอบให้

เขาก้มลงมองโอเว่นที่ตอนนี้อมทุกหยาดหยดเอาไว้เต็มปากยากที่จะกลืน ลีโอโน้มตัวลงประทับริมฝีปากพลางสอดลิ้นเข้าไปอย่างไม่รังเกียจ เขาค่อยๆละเลียดไล่เลียไปตามโพรงปากของโอเว่นอย่างช่ำชองจนน้ำสีใสไหลย้อยลงมาจากมุมปาก คนตัวเล็กกว่าใช้มือดันแผงอกของร่างสูงโปร่งออกเบาๆทำให้ต้องผละออกจากกันอย่างน่าเสียดาย

ป๊าบ!

“อ๊ะ!?” โอเว่นขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อถูกลีโอตบเข้าที่แก้มก้นจนเป็นรอยแดง

“ดึงหน้าใส่ไม ตบนิดเดียวเอง” ร่างสูงว่าพลางดึงตัวอีกคนเข้ามากอด เขาใช้สันจมูกโด่งซุกไซร้เข้าที่ซอกคอขาวของคนตัวเล็กกว่า ลีโอจับส่วนอ่อนไหวกลางลำตัวของคู่หูรูดขึ้นลงเพื่อปลุกปั่นคนตรงหน้าอีกรอบ

“พอเลย! นายทำมาห้ารอบละนะ! ฉันเหนื่อย”

“แต่ฉันยัง”

“ลีโอ เรนเดล!” โอเว่นพูดพร้อมกับปล่อยหมัดเข้าที่สีข้างเขา ถึงเป็นการหยอกเล่นแต่ก็ทำให้เขาจุกไม่น้อย เห็นตัวเล็กแบบนี้ต่อยเจ็บกว่าทหารบางคนอีก

เขาและโอเว่นเป็นทหารที่ถูกฝึกมาด้วยกัน ตอนที่เข้ารับการฝึกครั้งแรกโอเว่นเนี่ยแหละที่เป็นคนเข้ามาตีสนิทกับเขา และหลังจากจบการศึกษาเราก็ได้รับราชการทำงานที่เดียวกันสังกัดหน่วยเดียวกัน แถมตอนออกจากงานยังตกลงปลงใจออกพร้อมกันและผันตัวมาเป็นมือปืนรับจ้าง ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาและโอเว่นเป็นเพื่อนรักรู้ใจกันไปโดยปริยาย

“อืม ก็ได้ๆ” ลีโอก้มลงมองช่องทางรักที่บวมเป่งจนน่ากลัว โอเว่นทนรับแรงอารมณ์เขามาตลอดตั้งแต่เราทำงานด้วยกัน ทุกครั้งที่ภารกิจสำเร็จ เขากับโอเว่นจะมีอะไรกันทุกรอบเพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นจากการฆ่าคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะฆ่าไม่เลือกหรอกนะ 

ยกตัวอย่างเช่นเหยื่อรายล่าสุดที่ถูกเขาสอยร่วงไป มิสเตอร์เฉิน เจินตง ตาแก่นี่เป็นพวกโรคจิตชอบซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปี ในขณะที่มีอะไรกับคู่นอนมันจะคอยทรมานร่างกายเหยื่อให้สาหัสปางตาย เพราะเหตุผลที่ว่าตอนเหยื่อถูกแทงหรือทรมานจนร่างกายรับไม่ไหวจะทำให้ช่องคลอดบีบตัวตอดรัดแรงมากกว่าปกติ 

 ดูโรคจิตดี ว่าไหม? 

“เอ้อ....ลีโอ"

"หืม?"

"วันนี้บอสเรียกนายไปพบ แต่งตัวละรีบไปอย่าให้บอสรอนาน”

“อืม”

เจ้าของชื่อหยัดกายขึ้นยืนใส่เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ร่างสูงจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้อง ทิ้งโอเว่นให้นอนพักเอาแรงก่อนภารกิจต่อไปจะเริ่ม

รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวไปตามถนนที่ไม่ค่อยวุ่นวายมากเท่าไหร่ ลมเย็นๆจากอากาศตอนกลางคืนทำให้เขาต้องกระชับเสื้อเชิ้ตแน่นกว่าเก่า ลีโอจับพวงมาลัยหักเลี้ยวเข้าไปยังซอกซอยที่คุ้นเคย ข้างหน้ามีบอดีการ์ดคอยยืนคุมดูปากทางเข้าไว้อยู่สี่ห้าคน คนพวกนั้นปล่อยให้เขาเข้าไปอย่างง่ายดายเพราะต่างก็รู้ดีว่าเขาเป็นใคร

ลีโอเลี้ยวรถเข้าไปจอดในโรงรถขนาดใหญ่ ในนั้นมีรถหลายคันและเมื่อดูดีๆแล้วทุกคันมีราคาที่แพงหูฉี่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านายจ้างของเขานั้นมีอิทธิพล เขาก้าวขาเดินไปที่ตัวลิฟท์ใต้ตึกและใช้เวลาไม่นานก็มาหยุดอยู่หน้าห้องที่คุ้นเคย บอดีการ์ดยังคงคุมทางเข้าด้านหน้าประตูเฉกเช่นทุกวัน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ลีโอบรรจงยกมือขึ้นเคาะประตูห้องตรงหน้าสามครั้งก่อนจะได้ยินเสียงตอบรับให้เข้าไปข้างใน

“เข้ามา” ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกก็เผยให้เห็นใบหน้าของชายวัยกลางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ลีโอโค้งตัวให้กับ 'โอดิน' คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนายจ้างของเขา

“มาแล้วหรอ ไวดีหนิ”

“ผมคงไม่กล้าปล่อยให้บอสรอนาน”

“อย่างงั้นก็ดี มาเข้าเรื่องกันเถอะ...ฉันมีงานใหม่มาเสนอให้นาย” ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะส่งแฟ้มดำมาให้ ลีโอรับมันมาเปิดดูอยากตั้งอกตั้งใจ

เอกสารที่ถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างเรียบร้อยถูกอ่านคร่าวๆก่อนจะเก็บมันกลับไปที่เก่า เขาหยิบรูปถ่ายที่อยู่ในแฟ้มขึ้นมาดูแทน

“รูปแรกที่นายเห็นคือรูปของบริษัทเอชเค ส่วนรูปสองเป็นเจ้าของของบริษัทนี้ นายน่าจะเคยเห็นหน้าคร่าตามาบ้างแล้ว”

“อีธาน แบรนโด....เอชเคเป็นบริษัทเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไม่ใช่หรอครับ”

“ใช่ บริษัทเอชเคทำเกี่ยวกับธุจกิจด้านการท่องเที่ยวบังหน้าแต่ความจริงแล้วมันกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับตัวยาชนิดหนึ่งอยู่”

“MS-370”

“หืม? รู้จักด้วยงั้นหรอ” รอยยิ้มมุมปากถูกแต่งแต้มบนใบหน้าของโอดิน เขาดูคนไม่ผิดจริงๆ...

“เคยได้ยินผ่านหูมานิดหน่อยครับ”

“งั้นก็ดี เราจะได้คุยกันง่ายๆ” ชายวัยกลางคนผายมือให้เขานั่งลงบนโซฟาที่เตรียมไว้สำหรับต้อนรับแขก ลีโอยอมนั่งลงแต่โดยดี เขาคงไม่อยากทำให้บอสตัวเองเสียน้ำใจเปล่า

“MS-370 เคยถูกใช้อย่างลับๆในสงคราม ตัวยานี้จะยับยั้งต่อมรับความเจ็บปวดแต่ในทางตรงกันข้ามมันก็ถูกใช้กระตุ้นสัญชาติญาณในการฆ่าด้วยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ในภายหลังตัวยาถูกทำลายทิ้งและมันถูกเก็บเป็นความลับ มีมาเฟียบางกลุ่มที่รู้เรื่องและคิดจะสร้างขึ้นมาใหม่ พวกมันทดลองนำไปใช้กับนักโทษหรือเชลยบางส่วนเพื่อพัฒนาคนให้กลายเป็นอาวุธชีวภาพ และผลก็ออกมาอย่างชัดเจนว่ามันล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่มันก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าตัวยานี้จะไม่ถูกสร้างขึ้นมาอีก โดยเฉพาะกับคนอย่างแบรนโด ถ้าเกิดหมอนั่นทำสำเร็จ ฝ่ายเราจะถูกกดอำนาจและโดนสังหารหมู่ในที่สุด...”

“แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ ทางสายสืบของเราทราบมาว่าศูนย์วิจัยของมันตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเม็กซิโก” ใบหน้าหล่อที่มีรอยเหี่ยวย่นประปรายจากตัวเลขอายุที่ขึ้นเลขสี่ปลายๆมองมาที่เขาด้วยสายตาจริงจัง เหมือนความซวยจะมาเยือนในไม่ช้า

“ฉันอยากให้นายเข้าไปขโมยตัวอย่างยานั่นมา...และระเบิดศูนย์วิจัยที่เม็กซิโกทิ้งซะ” ลีโอนั่งเกร็ง มือทั้งสองกุมเข้าหากันแน่น เขารู้ว่าแผนการนี้มันเสี่ยงตายมากแค่ไหน อีธานเป็นมาเฟียที่อันตรายถ้าเลือกได้เขาก็ไม่ค่อยอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว

“แล้วถ้าผมไม่รับงานนี้?” มือปืนหนุ่มถามออกไปทั้งๆที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว

“ไม่หรอก...นายจะรับมันอย่างเต็มใจเลยต่างหากละ” ชายอาวุโสกว่ายกยิ้มอย่างพึงพอใจกับปฏิกิริยาของลีโอ เรนเดล

"ครับ ผมจะทำ" ถ้านายจ้างพูดมาขนาดนี้แล้ว เห็นทีเขาคงจะปฏิเสธงานนี้ไม่ได้

“อืมดีมาก...จริงสิ เกือบลืมเลย” มือปืนหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“นายต้องทำภารกิจนี้ด้วยตัวคนเดียว เรื่องทั้งหมดที่ฉันพูดในวันนี้ห้ามเอาไปบอกโอเว่นเด็ดขาด เพราะนี่คืองานของนาย” พอฟังจนจบลีโอถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ ถึงปากจะบอกว่ารับงานแต่ในหัวเขาตอนนี้กลับคิดวิธีที่จะบุกเข้าไปไม่ออกสักทีนี่สิ

“ส่วนเรื่องคิดจะบุกเข้าไป นายเลิกคิดไปได้เลยฉันเตรียมพร้อมสำหรับแผนการให้หมดทุกอย่างแล้ว" ราวกับโอดินอ่านใจเขาออก อีกฝ่ายเล่นพูดดักไว้หมดทุกทางแบบนี้เป็นเพราะเตรียมการทุกอย่างไว้ก่อนหน้าแล้ว

"......"

"พรุ่งนี้นายจะต้องบินไปเม็กซิโกและเข้าไปทำงานในฐานะบอดีการ์ดส่วนตัวของมิสเตอร์คาร์ลอส เอลสัน”




#talk

กลับมาต่อให้แล้วน้าา ช่วงนี้ก็จะเห่อแต่งหน่อยๆ55555 หลังจากตอนที่5เป็นต้นไปอาจจะอัพอาทิตย์ละตอนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้นะคะ หมาพยายามแต่งเก็บไว้อยู่ เผื่ออาทิตย์ไหนไม่ว่างจะได้เอาของเก่ามาอัพ-3-

แล้วก็ๆๆๆตอนหน้า หนูลีกับพี่ธานเค้าจะได้เจอกันแล้วนร้ะะะ หวี๊ดไว้ล่วงหน้าก็ได้ (หมาก็นั่งหวีดคนเดียวตอนแต่ง จนแม่ต้องถาม5555)

สุดท้ายละขอชี้แจงนิดนึงเผื่อใครงง

1.) ความสัมพัมธ์ระหว่างลีโอกับโอเว่นเป็นแค่ Friends with Benefits หรืออารมณ์แบบเพื่อนกันมันส์ดีไรงี้ คือมีเซ็กส์กันได้ แต่ก็ไม่ได้ผูกมัด ในแต่ละฝ่ายไม่สามารถเรียกร้องการดูแลเอาใจใส่เหมือนคนที่เป็นแฟนกันได้

2.) หน่วยรบพิเศษSCGนี่ก็ดำน้ำคิดเอาขึ้นมาเองนะคะ แต่SCGเป็นหน่วยรบที่ลีโอเคยอยู่และทำงานให้กับทางรัฐบาลค่ะ

ความคิดเห็น