Gila

ขอบคุณที่สนับสนุนนะคะ แนะนำ ติชม ได้น้า : ) อย่าลืมกด "ถูกใจ" ให้เค้าด้วยน้า

บทที่ 20 เมอร์รี่คริสต์มาส (จบตอน)

ชื่อตอน : บทที่ 20 เมอร์รี่คริสต์มาส (จบตอน)

คำค้น : ชะตารักพิศวาสหัวใจเถื่อน ร้าย เถื่อน ดุ NC โรมานซ์ ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 17:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 20 เมอร์รี่คริสต์มาส (จบตอน)
แบบอักษร

“ไม่เป็นไรนารา ไว้ฉันจะหาคำอื่นมาเรียกแทน” ผู้ถูกเรียกชะงักงัน ก่อนจะหรี่ตาแก้สถานการณ์อย่างชาญฉลาด รอยยิ้มร้ายกาจที่ปรากฏบนใบหน้าหยิ่งยโสทำเอาผู้ฟังหุบยิ้มฉับ แม้แต่ชายหนุ่มสองคนด้านข้างก็กระแฮ่มไอคนละทีสองที

“ฉันคิดไม่เก่งซะด้วย ถ้าเป็นที่รัก...” หล่อนซื้อตัวผู้ติดตามทั้งสองของเขาได้...ไม่เป็นไร แต่คนอย่างเขาไม่ยอมเสียหน้าคนเดียวแน่

“ลองชิมพุดดิ้งสตรอว์เบอร์รีอันนี้รึยังคะ” เธอตัดบทคำพูดเหลวไหลที่กำลังจะหลุดออกมา รีบหันไปคุยกับฝ่ายพันธมิตรของตนแทน

“ทำไมหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดงแบบนั้น อ้อ...ลืมไป วันนี้คริสต์มาสอีฟ”  

“…” 

“อ่ะแฮ่ม!” เมื่อมองใบหน้าเรียวของคนตรงข้ามก็จริงดังที่ผู้เป็นเจ้านายกล่าว ผู้ชมทั้งคู่เกือบจะหลุดขำออกมาพร้อมกัน รีบพร้อมใจกลบเกลื่อนด้วยการตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับพุดดิ้งสตรอว์เบอร์รี

“เลิกทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อฉันได้แล้ว” เนื่องจากไม่ต้องเก็บอารมณ์แบบผู้ติดตามทั้งสอง เสียงทุ้มจึงหลุดขำออกมาเบาๆ และไม่คิดจะยั่วโมโหไปมากกว่านั้น หยิบถ้วยพุดดิ้งส่งให้ถึงมือ

“เอาไปสิ” 

เธอรีบปีนลงทางบันไดที่เขายื่นให้ คว้าถ้วยพุดดิ้งตรงหน้ามาตักคำใหญ่ๆเข้าปาก ก้มหน้าก้มตาซ่อนใบหน้าแดงก่ำ ทำคุณบูชาโทษจริงๆ 

“อร่อยรึเปล่า” 

“อร่อยมาก”

“ชิมคำหนึ่งสิ”

“มีสี่ถ้วยพอดีไม่ใช่เหรอ คุณจะมาแย่งฉันทำไม” เธอกล่าวพลางพยักพเยิดหน้าไปทางถาดขนม 

“หมดแล้ว”

“ไม่จริงน่า...” ดวงตาโตสอดส่องหาถ้วยพุดดิ้งถ้วยสุดท้ายที่หายไป ในที่สุดก็หยุดอยู่ที่ยะตีม ผู้ซึ่งมือไม้เก้กังทำอะไรไม่ถูก วางถ้วยพุดดิ้งที่เหลือแต่ความว่างเปล่าคู่กับถ้วยก่อนหน้า

“อร่อยจริงๆครับ” เขายืนยันด้วยสีหน้าจริงจัง

เนื่องจากไม่สามารถผ่ากระเพาะชิงของที่กลืนไปแล้วให้กลับมาได้ สายตาสองคู่จึงเลื่อนไปยังคนข้างๆ

“แค่ก แค่ก ผมรู้สึกเจ็บคอ นายท่านอย่ามาแย่งผมเลย เดี๋ยวจะติดหวัดกันไปเปล่าๆ” ฮาฟิซรีบจัดการของหวานครึ่งถ้วยที่เหลือ เข้าปากคำหนึ่งก็ไอออกมาคำหนึ่ง น่าสงสารจนเธอแทบลุกชี้หน้าชม

‘พันธมิตรแปรพักตร์!!’

“ไม่เป็นไรก็ได้” เขาไม่เซ้าซี้ ไม่คิดจะทำลายบรรยากาศดีๆที่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก หยิบคุกกี้ขิงขึ้นมาใส่ปากเคี้ยวกร้วมกร้าม 

“อร่อยรึเปล่า” เธอถามคำถามเดียวกัน แววตาคาดหวังคำตอบบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

“แต่งหน้าเหมือนวันฮัลโลวีนไปนิด แต่รสชาติใช้ได้” ว่าแล้วหยิบขึ้นมาอีกชิ้น พินิจลวดลายบนตัวคุกกี้รูปคนที่มองไม่ออกว่าตกแต่งเป็นอะไร ก่อนจะโยนใส่ปากอีกคำ มือบางปริศนาก็เอื้อมมาคว้าคืนไปอย่างรวดเร็ว

“แลกกันก็ได้” พุดดิ้งเสียบช้อนถูกวางตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะกัดคุกกี้ที่แย่งมาครึ่งตัวในคำเดียว รสชาติที่คุ้นเคยกระจายในปาก แน่นะสิ...เธอเป็นคนอบเองกับมือ ชิมไปกี่ชิ้นแล้วก็ไม่รู้

มิเกลมองถ้วยเล็กตรงหน้าชั่วครู่ก่อนจะตักเข้าปากคำใหญ่ ใบหน้าที่เคยแข็งกร้าวยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว 

สองฝาแฝดหยิบคุกกี้ขิงไปถกเถียงกันบ้าง จินตนาการของแต่ละคนทำเอาผู้ทำสำลักไอโขลก

“น่าจะเป็นแวมไพร์ ตรงนี้เป็นเขี้ยวชัดๆ” ผู้พี่ให้ความเห็น

“อันนี้น่าจะเป็นแม่มดตาโปน” ผู้น้องพยักหน้าสนับสนุน

‘มันคือเด็กผู้ชายยิ้มกับเด็กผู้หญิงตาโตต่างหาก’ ผู้ทำได้แต่คร่ำครวญในใจ เป็นความผิดของเธอเองที่ไม่เคยตั้งใจเรียนศิลปะให้ดี เนื่องจากไม่อยากจะขัดสุนทรีย์ของพวกเขาจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย 

ดินเนอร์มื้อนี้กินเวลาไปจนเกือบจะเที่ยงคืน หากเป็นคนปกติธรรมดาพรุ่งนี้คงจะเป็นวันหยุดพักผ่อน แต่เธอรู้ดีว่าตรรกะนั้นใช้ไม่ได้กับเพื่อนร่วมโต๊ะเหล่านี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจเอ่ยถาม 

“พรุ่งนี้พวกคุณยังต้องออกไปข้างนอกรึเปล่า”  

เสียงพูดคุยปนหัวเราะเงียบลงเหมือนปิดสวิซต์ ผู้ติดตามทั้งสองไม่มีใครอยากตอบคำถามที่ว่า พร้อมใจกันปัดหน้าที่ไปให้เจ้านายรับหน้า

“อืม ยังจัดการธุระไม่เสร็จ” เขาตอบไม่เต็มเสียง ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเทศกาลอะไรก็ไม่ต่างจากวันธรรมดา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกให้วันหยุดทุกคนรวมถึงตนเองน้อยไป 

“งั้นเดี๋ยวทุกคนตามไปที่ห้องนั่งเล่นหน่อยนะ มีอะไรจะให้ดู” เธอไม่เปิดโอกาสให้มีใครปฏิเสธ รีบลุกขึ้นเดินนำออกไปทันที



ความมืดภายในห้องที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเผยให้เห็นต้นสนต้นเล็กตั้งเด่นอยู่มุมห้อง ข้างๆกันมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่กับกล่องของขวัญสี่กล่องซึ่งวางอยู่บนพื้น แสงไฟระยิบระยับส่องกระทบลูกบอลประดับสีแดงและสีทองเป็นลวดลายบนผิวหน้าเนียนราวกับตัวละครในเทพนิยาย เธอหันมากวักมือเรียกให้ทุกคนเข้าไปใกล้ๆด้วยรอยยิ้มนิ่งสงบอ่อนโยน

เหมือนร่างกลายเป็นเศษเหล็กที่โดนขั้วแม่เหล็กทรงพลังดึงดูด มิเกลทรุดตัวนั่งข้างๆร่างบางเป็นคนแรก ตามด้วยฮาฟิซและยะตีม เมื่อถูกชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ล้อมวงเช่นนี้ต้นไม้ตรงหน้าจึงดูเล็กไปถนัด 

“นี่ของคุณค่ะยะตีม แล้วนี่ก็ของฮาฟิซ” เธอยื่นกล่องของขวัญสีม่วงเข้มให้ยะตีม และสีเขียวเข้มให้ฮาฟิซ ก่อนจะเงยหน้ามองคนข้างตัว คลี่ยิ้มน้อยๆ

“ส่วนนี่ก็ของคุณ” กล่องของขวัญสีน้ำเงินเข้มถูกวางลงบนมือหนา

“กล่องใหญ่สุดนี่ของฉัน ถือว่าเป็นค่าเหนื่อย” เธอชี้ไปที่กล่องสีแดงเลือดหมูกล่องสุดท้าย

“ขอเตือนไว้ก่อนว่าฉันเลือกของขวัญไม่เก่งนะ วางทิ้งไว้ได้แต่ห้ามเอามาปาหัวกัน” เสียงหวานหัวเราะร่าอยู่ระยะหนึ่ง แต่เนื่องจากคนอื่นๆนิ่งเงียบเกินไป สุดท้ายเธอจึงต้องนิ่งสงบตาม 

เนื่องจากวางตัวไม่ถูกอยู่บ้างจึงสะกิดคนข้างกายให้เริ่มแกะของขวัญเป็นคนแรก

นัยน์ตาสีครามสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆดึงริบบิ้นเปิดฝากล่องออกอย่างเชื่องช้า ด้านในมีซิปโป้สีดำเงา ดูดาษดื่นพบเห็นได้ทั่วไป แต่เมื่อกระทบแสง กลับเผยให้เห็นลายเส้นสีทองรูปสิงโตสลักซ่อนเอาไว้ นิ้วมือหยาบกร้านลูบของขวัญธรรมดาที่แสนพิเศษอย่างแผ่วเบา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นปกติ คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ว่าดีใจหรือผิดหวัง ยะตีมและฮาฟิซต่างเปิดของขวัญในมือพร้อมๆกัน พบเนกไทบาร์สีเงินเรียบหรูสองอันที่ภายนอกเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แต่เมื่อสังเกตดีๆกลับพบความแตกต่างกันที่ลวดลายประดับเล็กจิ๋วบริเวณมุมขอบ ของยะตีมเป็นรูปหมาป่าและของฮาฟิซเป็นรูปกวาง

ลวดลายทั้งหมดต่างมีความหมายในตัวของมันเอง อธิบายถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อผู้รับของขวัญทั้งหมด ทั้งเย่อหยิ่งโดดเดี่ยว ฉลาดเจ้าเล่ห์ และสุภาพอ่อนโยน 

“คุณสองคนจะได้เล่นเกมสลับตัวกันไม่ได้ อย่างน้อยๆก็มีสัญลักษณ์แยกความต่างของพวกคุณแล้ว” นิ้วเรียวชี้ไปยังเครื่องประดับทั้งสองชิ้น คลี่ยิ้มซุกซนหยอกล้อ 

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ชายหนุ่มทั้งสามต่างก้มมองของขวัญในมือด้วยสีหน้าที่ต่างกันออกไป พวกเขาเคยเห็นงานเลี้ยงหรูหรามามาก ของขวัญราคาแพงที่มีไม่กี่ชิ้นบนโลก ดังนั้นความเรียบง่ายตรงหน้าจึงเป็นสิ่งไม่คุ้นตาเอาเสียเลย นอกจากนั้นก็ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งตนเองจะกลายเป็น ‘ผู้รับ’ ของขวัญธรรมดาตรงหน้าสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดและอบอุ่นไปพร้อมๆกัน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนหรือไม่

“คุณไม่แกะของคุณบ้างเหรอครับ” ฮาฟิซเอ่ยถาม เป็นครั้งแรกที่จงใจปั้นแต่งน้ำเสียงให้นิ่งสงบ 

“เป็นธรรมเนียมใช่มั้ยคะ” ถึงจะถามแบบนั้นแต่เธอก็ลงมือปลดริบบิ้นอย่างช้าๆ เป็นหนังสือที่มองก็รู้ว่าผ่านการใช้งานมาแล้ว

“ฉันชิงเปิดไปเมื่อวาน พุดดิ้งสตรอว์เบอร์รีกับคุกกี้ขิงฮัลโลวีนก็มาจากที่นี่” เธอกล่าวติดตลก

“พวกคุณไปพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องออกไปแต่เช้านี่นะ” ร่างบางลุกขึ้นยืน ก้มลงคว้าแขนหนักของคนข้างตัวให้ลุกขึ้นตาม

“พิมพ์นารา...” มือหยาบเป็นฝ่ายพลิกกลับมากุมข้อมือเล็ก ดึงร่างบางที่กำลังจะเดินหนีเข้ามาประชิด

“ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร” นัยน์ตาสีครามเผยความสับสน ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็แผ่ไอคุกคามออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“เธอต้องการอะไร” ทุกคนที่เข้ามาในชีวิตล้วนแต่มีจุดประสงค์แอบแฝง ต่อให้หญิงสาวตรงหน้าจะเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นก็ไม่เป็นไร ความสุขสงบเช่นนี้ต่อให้ราคาแพงแค่ไหนก็พร้อมยอมจ่าย

“ฉันต้องการอะไร?” เธอกวาดตามองสีหน้าและแววตาอ่านยากของคนทั้งสาม พอจะเข้าใจอะไรได้รางๆ ไม่นึกโกรธหรือน้อยใจกับท่าทางตกใจปนเคลือบแคลงสงสัย เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเคยผ่านอะไรมาบ้างถึงได้หล่อหลอมให้พวกเขาเป็นเช่นนี้ อย่างไรเสียก็แก้ไขอดีตไม่ได้ นอกจากถอนหายใจและยิ้มรับก็นึกวิธีอื่นไม่ออก

“ฉันแค่อยากให้พวกเราทุกคนมีช่วงเวลาดีๆด้วยกัน พวกเราไม่ใช่คนแปลกหน้ากันซะหน่อย”

ความเงียบกินเวลาเนิ่นนาน ในที่สุดแรงยึดที่ข้อมือก็คลายออกไป หญิงสาวหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิมของตน เพียงแค่สองสามก้าวร่างทั้งร่างพลันถูกดึงเข้าไปปะทะกับอ้อมอกแข็งแกร่ง ไม่ทันได้ตั้งสติว่าควรทำอย่างไรทั้งด้านซ้ายและขวาก็ถูกกอดเบาๆจากสองฝาแฝด มือบางที่ตั้งใจจะปลดแขนแข็งแรงออกจากร่างชะงักค้างอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเลื่อนไปกุมหลังมือหยาบหนาอย่างอ่อนโยน

ท้ายที่สุดเธอเพียงหวังว่า ความเหน็บหนาวทั้งปวงของสมาชิกในบ้านหลังนี้จะสิ้นสุดลงในเร็ววัน เหมือนดังที่เธอรู้สึกอบอุ่นใจในขณะนี้

“ขอบคุณครับ” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหู ใบหน้าผู้ฟังพลันเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลในชั่วพริบตา เธอไม่สนแล้วว่าเจ้าของเสียงทุ้มจะเป็นใคร เอ่ยตอบกลับไปให้ได้ยินกันทุกคน

“เมอร์รี่คริสต์มาส”

___________________________________________________________________________________

สวัสดีค่าทุกคนนน ไรท์มาแล้วววววว  

ไรท์ชอบบรรยากาศและความรู้สึกของตอนนี้มากเลย ทุกคนกำลังเปิดใจให้กัน ใครจะเชื่อว่านาราที่ดูเหมือนจะไม่สนใจไม่ใส่ใจ สุดท้ายจะเป็นคนยอมก้าวเข้าไปในโลกประหลาดของทั้งสามคนก่อน ไม่แปลกที่ตอนแรกทุกคนจะดูไม่ไว้ใจ 555555

ส่วนความรู้สึกของนารากับมิเกล...ไม่ต้องพูดอะไรมากเนอะ การกระทำมันแสดงออกหมดแล้ว โอ้ยยยย ไม่น่าเลยหนูลูกกกกก  ไหนใครว่านาราใจแข็งงง 5555555

ขอบคุณที่ติดตามนะค้าาา ไม่เทแน่นอนค่าาา มาช้าแต่มาแน่นอนนนน จุ้บๆ

รักกกก รีดทุกคนนนน


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น