Sawachi Yuki
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter :: 13 :: Addict [50 Per]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.8k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2561 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter :: 13 :: Addict [50 Per]
แบบอักษร

13

Addict

50 Per



เจ็มค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นยามที่นาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์แผดเสียงร้อง เขาไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ร่างโปร่งลุกขึ้นนั่งขยี้ผมตัวเองแรงๆ พยายามสอดส่องไปรอบๆ ห้องก็พบว่าสภาพห้องมันเละมาก ทั้งๆ ที่มาอยู่กันได้แค่วันเดียว ที่มาของเสียงมาจากกางเกงของเขาที่ถูกถอดไว้ข้างเตียงก่อนสงครามจะเริ่มที่ห้องน้ำเมื่อวานนี้

คิดถึงเหตุการณ์ก่อนการได้นอน เจ็มก็รีบมองหาผู้เป็นเจ้านายทันทีแต่ก็กลับว่างเปล่า ไร้เสียงและไร้วี่แวว

“คงไปทำงานแล้วล่ะมั้ง คุณพุฒิไม่ใช่พวกที่จะไปทำงานสายถ้าไม่จำเป็นด้วย”

เจ็มลุกขึ้นยืนบนพื้นร่างกายไร้อาภรณ์ปกปิด แต่เมื่ออยู่คนเดียวเขาไม่ได้รู้สึกอายกลับเดินเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายตามพื้นเข้าที่เข้าทาง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าใกล้เวลาที่อาจารย์วิชาภาคเช้าจะเข้าแล้วประมาณอีกสิบห้านาที มันเป็นวิชาบรรยาย เลคเชอร์ เขาเลยไม่เร่งรีบเท่าไหร่นัก ใช้สิทธิ์ไปสายสักครั้งก็ได้ ดีกว่าขาดไปเลย ค่อยขอเพื่อนในเซคชั่นเดียวกันมาก๊อปปี้เอา

“เฮ้อ...”

เขาจำได้ว่าหลังจากทำเสร็จในห้องน้ำแล้วสองรอบ พุฒิก็พาเจ็มมาต่อข้างนอก หน้าประตูห้องน้ำรอบหนึ่ง ตรงพื้นรอบหนึ่ง ไปที่ประตูกระจกของระเบียงห้องนอนรอบหนึ่ง แล้วไปจบที่เตียงอีกหลายรอบ ข้าวเย็นก็ไม่ได้แตะต่างก็พากันหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย

มาตื่นเอาตอนนาฬิกาที่ตั้งเอาไว้ดังนี่แหละ ขนาดพุฒิลุกออกไปเขายังไม่รู้สึกตัวเลย

“หิวชะมัด”

เจ็มเดินเข้าไปในห้องเรียนด้วยประตูหลังซึ่งอีกห้านาทีจะเก้าโมง พอเข้าไปก็ไม่มีใครให้ความสนใจเพราะว่ามันเป้นวิชาที่เรียนรวมกันค่อนข้างเยอะ ห้องใหญ่ เขาเข้าไปก็เหมือนกับเด็กที่ออกไปเข้าห้องน้ำกลับเข้ามาคืน เจ็มเดินไปนั่งข้างกับพัฒน์ทันที ร่างสูงหันมามองเล็กน้อยแล้วหันไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับการบริหารในมือต่อ ส่วนอีกสามคนเองก็ทำได้แค่มอง ยิ้มทักทายแล้วสนใจมือถือในมือของตัวเองต่อ

ร่างโปร่งเองก็มองไปยังสไลด์ด้านหน้าว่าอาจารย์กำลังสอนเรื่องอะไรอยู่ เมื่อทำความเข้าใจว่าสอนถึงไหนแล้วก็เลิกสนใจ หยิบโทรศัพท์มาเปิดดูอีเมล์งานที่มีเข้ามาหลายฉบับเลยทั้งจากเลขาของพุฒิและจากคนประสานงานของโรมัน เจ็มเลยเลือกที่จะตอบกลับของคนของโรมันไปก่อน

เรียนไปจนจบคาบ ทั้งห้าคนก็ตรงไปร้านอาหารที่อยู่นอกมหาวิทยาลัยเพื่อหาอะไรทาน โดยเฉพาะเจ็มที่รู้สึกหิวมากๆ ทั้งข้าวเย้นของเมื่อวานจนมื้อเช้าของวันนี้ยังไม่ถึงท้องเลย หิวจนสั่นไปหมด พอได้ข้าวมาเขาก็ไม่คิดจะรอใครทั้งนั้น ลงมือทานไปก่อนเลย

“ไปตายอดตายอยากจากไหนมาวะ” สิงห์ถามขึ้น ส่วนคนที่จ้วงข้าวกินอยู่ก็ไม่ได้สนใจจะตอบคำถามเพื่อนเลยสักนิด

“จริง...แล้วแม่งก็มาสาย แอบหนีเที่ยวแล้วไม่บอกกูเหรอวะ” กายส์บ่น ตักข้าวตัวเองกินตามเจ็มไป ส่วนอีกสามคนอาหารยังไม่มาก็รอไปก่อน

“ค่อยๆ กินก็ได้เจมี เดี๋ยวก็ติดคอตาย” ชาร์ลเตือนด้วยความเป็นห่วง แม้ว่าตัวเองจะตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะถอดใจ คิดแค่เพื่อนกับเจ็ม แต่คนมันเคยรัก ให้เลิกรักเลยมันคงยาก เขายังคงเป็นห่วงเจ็มอยู่เสมอ แต่ไม่ล้ำเส้นมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว

เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ คนที่จะถอยไม่ได้คือตัวของเขาเอง

“อึก” เจ็มที่ทานไปได้สักพักก็เริ่มที่จะจุก หยุดกินแล้วดื่มน้ำ จากนั้นก็ทานช้าๆ เป็นปกติ คุยกับเพื่อนที่ถูกถามก่อนหน้านี้

“นั่นไง ไอ้ชาร์ลว่าไม่ทันขาดคำ” กายส์ว่า

“กูไม่ได้ไปตายอดตายอยากมาจากไหน แค่ไม่กินข้าวมาตั้งแต่เมื่อเย็นวาน แล้วที่กูตื่นสายไม่ได้หนีเที่ยวเว้ย แค่จัดของในคอนโดใหม่จนเหนื่อยก็เท่านั้น หลับเป็นตาย เลยตื่นสาย หาอะไรกินไม่ทัน”

ทำหน้าจริงจังเล่าความเท็จไป

“มึงย้ายมาอยู่คอนโดแล้วสินะ งั้นพวกกูก็ไปเที่ยวที่คอนโดมึงได้ดิ”

“ไม่ได้ว่ะกายส์”

“ทำไมอ่ะ”

เจ็มอึกอัก ไม่อยากพูด เพราะไอ้ที่เล่าความเท็จไปเมื่อกี้มันจะเป็นโมฆะไปทันที ส่วนพวกมันก็จะรู้เขาโกหก แล้วก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ทำไมเขาถึงได้ตื่นสาย

“พุฒิมันอยู่ด้วย”

คำบอกเล่าของพัฒน์ทำเอาทุกคนเงียบ ส่วนเจ็มก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่สบตาใครอีก จึงไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ทำสีหน้ายังไง แต่เสียงของกายส์เป็นคำตอบที่ดีว่าคนพูดกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่

“อ๋ออออ...”

ไอ้กวนตีน!!!

“ที่ตื่นสายนี่...”

“กายส์เพื่อนรัก อ่ะนี่ กูแบ่งกุ้ง” ว่าแล้วก็ตักกุ้งในจานข้าวผัดของตนไปให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ ได้สินเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมาจากมันด้วย

“ฮ่าๆ”

แต่กายส์ก็ต้องหยุดหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าเศร้าๆ ของชาร์ล จึงปรับสีหน้าใหม่ ถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากวันที่กลับมาจากพัทยาวันนั้น ชาร์ลกับกายส์ก็พูดคุยมากขึ้น ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ ส่วนกายส์เองก็เป็นคนที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเพื่อนก่อนเสมอ ช่วงนี้เลยไม่ได้เที่ยวกลางคืน เด็กๆ ในสต็อกก็ถูกเขาบอกปัดไปหลายครั้ง สองอาทิตย์นี้ชาร์ล กายส์ สิงห์ขลุกอยู่คอนโดของสิงห์ ก็เลยมักจะมาเรียนพร้อมกันตลอด

“ทำไมพวกมึงถึงอยู่ด้วยกันได้ล่ะ กูเห็นพวกมึงลงไอจีอยู่คอนโดไอสิงห์มาสองอาทิตย์ละนะ” เจ็มถามออกไปเมื่อนึกขึ้นได้

“ก็ไม่มีอะไร เล่นเกมว่ะ ไอ้สิงห์มันได้เกมมาใหม่เลยไปจอยหน่อย ช่วงนี้ก็ติดหนัก” สิ่งที่กายส์ตอบไม่ใช่เรื่องโกหกเลย แต่ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ความจริงก็คือ เมื่อไปอยู่ด้วยกันแล้วมันไม่มีอะไรทำ เลยเล่นเกม กับดูบอล แล้วทีนี้เกมเดิมๆ ก็น่าเบื่อ สิงห์เลยสั่งเกมมาเล่นต่างหาก

“จริงเหรอ งั้นก็เพลาๆ หน่อยนะเว้ย อย่าเล่นเพลินจนไม่ทำงานส่งล่ะ”

“เออน่า บ่นเป็นพ่อเลยนะมึง”

“มึงเงียบๆ นะชาร์ล เออ ว่าจะถามตั้งนานแล้ว อาทิตย์แรกมึงไปไหนวะ ไม่มาเรียนทั้งอาทิตย์เลย” เจ็มหันไปถามเพื่อนที่สูงสุดในกลุ่ม ซึ่งกำลังนั่งเงียบๆ ไม่พูดกับใคร

เขาไปเรียนวันแรกของการเปิดภาคเรียนเพื่อนๆ มากันครบทุกคน ยกเว้นชาร์ล แรกๆ ก็คิดว่าติดงานเหมือนปกติ แต่ก็หายไปเป็นอาทิตย์แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พออาทิตย์ถัดมาเขาก็ลืมถามเพราะต้องจัดการเรื่องคอนโด มามีเวลาได้อยู่ด้วยกันจริงๆ จังๆ ก็อาทิตย์ที่สามแบบนี้แหละ

“อ๋อ...กูติดลมจากพัทยามั้งถึงบ้านก็นอน เช้าก็ขี้เกียจ วันต่อมากูมีงานทั้งวัน ถัดมาอีกก็ป่วย ก็เลยหยุดไปทั้งอาทิตย์เลยว่ะ” ชาร์ลตอบเจ็มกลับไปโดยไม่สบตา ทำให้ร่างโปร่งรู้สึกตงิดๆ ใจ คิดว่าเพื่อนต้องกำลังปิดบังตัวเองอยู่แน่ ชาร์ลไม่ใช่คนที่พูดกับเจ็มแล้วหลบเลี่ยงสายตาแบบนี้

แต่เจ็มก็คือเจ็ม ถ้าเพื่อนไม่อยากพูดเขาก็จะไม่ซักไซ้

ทั้งห้าคนใช้เวลาอยู่ในร้านอาหาร พูดคุยกันจนใกล้ถึงเวลาเรียนภาคบ่ายจึงพากันกลับมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าเรียนวิชาในภาคบ่าย

...

...

...



ภายในห้องนอนที่ไฟปิดอยู่ ซึ่งเป็นเวลานอนของหลายๆ คน ในห้องมีเพียงแสงไฟจากตึกต่างๆ ที่อยู่ข้างนอกและวิวบรรยากาศของกรุงเทพมหานครยามกลางคืน หากแต่เจ้าของห้องทั้งสองคนไม่ได้สนใจความสวยงามของมัน และไม่ได้กำลังนอนหลับพักผ่อนอย่างที่ควรทำหลังกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ

ไม่ต้องเดาเลยว่ามันเป็นเพราะใคร

“คุณพุฒิ นอนเถอะครับ สองรอบแล้ว” เจ็มขอร้องเสียงเบา อกกระเพื่อมจากการหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมที่เพิ่งจะเสร็จไป แต่เหมือนว่าอีกคนจะไม่ยอมหยุดแต่อย่างใด แนบตัวพยายามเล้าโลมปลุกอารมณ์ของเจ็มขึ้นมาอีกครั้ง

“อีกรอบ”

“คุณพุฒิ ผมมีเรียนเช้านะครับ”

“เอาน่า ยังไงก็ไปได้” เจ็มหันหน้าหนีปากหยัก ทำให้พุฒิสัมผัสเข้าที่ซอกคอขาวแทน

เจ็มไม่มีแรงที่จะต่อต้าน หรือทำอะไรไปมากกว่าการอยู่เฉยๆ แล้ว วันนี้เขาใช้พลังงานไปกับการเรียน ทำงานส่งอาจารย์ ไหนจะตามงานของทางบริษัทอีก โดนสูบพลังไปสองรอบที่แต่ละรอบนั้นนานจนแทบขาดใจทั้งสองรอบเลย

“ผมไม่ไหวแล้วครับ”

“ก็อยู่เฉยๆ ไป ฉันจัดการเอง”

ร่างสูงผละออกไป หยิบของบางอย่างออกจากลิ้นชักตรงหัวเตียงฝั่งของพุฒิที่เจ็มเองก็เคารพเจ้านายมากพอที่จะไปเปิดดู พุฒิเดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำเอาขนลุกซู่ ดวงตาสวยมองการกระทำของพุฒิที่ทำตั้งแต่เปิดฝาหลอดนั้นแล้วบีบมันใส่นิ้วชี้นิดนึง จนกระทั่งร่างโปร่งรู้สึกอะไรเย็นๆ ป้ายที่ช่องทางคับแคบของเขา

“คุณพุฒิใช้ยากับผมเหรอ!!!” ร่างโปร่งถามเสียงดังพร้อมกับหยัดกายลุกขึ้นนั่งด้วยความรวดเร็ว หน้าขาวซีดเผือด ตื่นตระหนกสุดๆ

เพราะถ้าเป็นยา มันจะไม่จบที่รอบเดียวแน่ๆ

“หึหึ จะนอนก็ได้นะ ฉันไม่ทำอะไรแล้วก็ได้” พุฒิยิ้มกริ่มอย่างเป็นต่อ ทิ้งตัวนอนข้างๆ เอาแขนรองหัวแล้วนอนกระดิกเท้าหลับตาพริ้ม

เจ็มเม้มปากแน่น รีบประคองตัวเองลงจากเตียงเดินเร็วๆ ไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างมันออก อาจจะล้างทันก็ได้ แต่ยังไม่ทันที่จะถึงประตูห้องน้ำ ความรู้สึกร้อนวูบวาบก็แล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ร่างทั้งร่างชะงัก ยืนเกร็งอยู่กับที่ พุฒิเห็นแบบนั้นก็ยิ้มกระหยิ่ม หลับตา รออีกคนทนไม่ไหว

เขาถามเพื่อนมาแล้ว หมอนัทผู้ซึ่งเป็นคนโดนยาตัวนี้เองรับประกันมาว่ามันจะกระตุ้นอารมณ์รุนแรงมาก ไม่ว่าพยายามทนแค่ไหนก็ไม่สามารถทนได้

“หึหึ เสร็จแน่เจ็ม” พุฒิพึมพำเบาๆ

เจ็มกัดฟัน มือกำหมัดแน่น เหงื่อผุดตามไรผม ร่างกายร้อนรุ่มจนแทบจะทนไม่ไหว โดยเฉพาะส่วนที่โดนป้ายยา มันต้องการมาก ต้องการอย่างรุนแรง จนเจ็มไม่แน่ใจว่าจะเดินไปข้างหน้าหรือจะกลับหลัง มันเป็นความร้อนที่ไม่ได้ต้องการน้ำมาดับ แต่ต้องการอะไรที่ร้อนกว่ามาดับ

ร้อนดับร้อน ก็คล้ายๆ กับสมการคณิตศาสตร์ที่ว่า ลบบวกลบเป็นบวก

เจ็มกลับหลังหัน ตรงไปหาพุฒิที่นอนหลับตายิ้มอยู่ เลือกที่จะขึ้นคร่อมร่างแกร่งโดยแนบส่วนกลางลำตัวเข้ากับของพุฒิ ถูไถ ร่อนขึ้นลงจนความเป็นชายของพุฒิพวงตัวขึ้นสู้ แต่เจ้าของร่างใหญ่ก็ยังคงนอนสบายๆ ให้เจ็มเล่นกับร่างกายของตัวเองไป

ตอนนี้สติของร่างขาวนุ่มไม่มีอะไรเลยนอกจากต้องการสัมผัสจากคนที่อยู่ด้านล่าง เขาเลยงัดทุกอย่างออกมาใช้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวสักเท่าไหร่ รู้สึกตรงไหน ก็สัมผัสตรงนั้น ไม่นานก็แหวกก้นของตัวเองแล้วจับแก่นกายของพุฒิตรงช่องทายแล้วค่อยๆ กดกายลง แค่ส่วนปลายแตะกับประตู พุฒิก็ลืมตามองทันที เขาจ้องทุกการกระทำของเจ็มอย่างหลงใหล ปากหนาแลบเลียอย่างกระหาย มือใหญ่เอาออกจากการรองหัวมาเล่นกับปลายยอดถันตรงหน้า ลูบไล้ไปตามกล้ามเนื้อสวยของเจ็ม

“อา...ซี้ด”

พุฒิคำรามต่ำเมื่อเจ็มนั่งทับลงมาจนแก่นกายเขาเข้าไปสุดลำ ร่างเนียนเชิดหน้าแอ่นอกเข้าหามือแกร่งสองแขนเท้าไปด้านหลังวางบนขาของพุฒิทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อยๆ ขยับขึ้นลงช้าๆ

“อ๊า...ลึกมาก”

“อืม...โอว ถ้านายขึ้นเองมันจะลึกแบบนี้แหละเจ็ม หึหึ”

พุฒิชักจะชอบผลของยานี้แล้วสิ แม้ตอนแรกจะรู้สึกต่อต้านมันเล็กน้อย ว่าทำไมต้องพึ่งมันด้วย การทำให้คนมีอารมณ์ร่วมกับตัวเอง สมยอมตัวเองมันเป็นเรื่องยากที่ต้องใช้ยาเลยหรือ เขาเลยทาให้เจ็มบางๆ เป็นยาแก้เจ็บเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้มันเพื่อกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่าย

นับว่าดี เพราะเจ็มเริ่มด้วยตัวเองแบบที่เป็นไปยากนัก

“คุณพุฒิ อ๊า เสียวครับ โอว เสียวสุดๆ อ๊า”

“ชอบล่ะสิ”

เจ็มไม่สนใจอะไรแล้ว สติไม่หลงเหลือ เร่งจังหวะในการขยับขึ้นลงสลับกับร่อนเอวเร็วๆ มือแกร่งจับประคองเอวคอดเอาไว้ ตาคมก็จ้องร่างของเจ็มร้อนแรงไปตามอารมณ์ที่ประทุขึ้นเรื่อยๆ เด้งเอวสวนขึ้นรับจังหวะจนคนด้านบนรู้สึกลึกกว่าเดิม เปลี่ยนมือมายันหน้าอกแกร่งเอาไว้ ตาฉ่ำเยิ้มสบตาคมร้อนแรงและยั่วยวนสุดๆ ทำเอาพุฒิอยากจะพลิกร่างแล้วคุมเกมเสียเอง แต่ก็ต้องอดทนเอาไว้

พุฒิอยากได้ร่างกายนี้อีกครั้งหลังจากที่เคยได้มันไปเมื่อหลายปีก่อน พอได้มาเขากลับรู้สึกเสพติด หลงใหล อยากชิดใกล้ อยากจะสัมผัส อยากจะร่วมรักกับเจ็มอยู่ตลอดเวลา เวลาทำงานเครียดๆ เขาก็มักจะนึกถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเจ็มเป็นการผ่อนคลาย คิดว่าตอนเย็นจะได้กลับมากอดก้มีกำลังใจทำงานขึ้นมาทันที

ทนมาได้ทั้งวัน ทนอีกแค่ไม่กี่รอบให้เจ็มเหนื่อยก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรงเท่าไหร่

ปล่อยให้เจ็มกินเขาเหนื่อยไปก่อนเถอะ แล้วจากนั้นจะเป็นตาเขาที่เอาคืนบ้าง...



ร่างโปร่งสั่นคลอนเลื่อนขึ้นลงตามจังหวะการกระแทกกระทั้นของกายแกร่ง เสียงครางกระเส่าดังลั่นไปตัวทั้งห้องนอน เครื่องปรับอากาศอุณหภูมิสิบแปดองศาไม่สามารถดับความร้อนรุ่มของร่างกายสองร่างกายที่กำลังสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวได้

“อ๊ะ...อ๊า อ๊ะ อ๊ะ คุณพุฒิ เร็วอีก อ๊า”

พุฒิเร่งจังหวะหนักหน่วงตามอารมณ์ที่ถูกเร่งเร้าจากคนใต้ร่าง เจ็มที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากเพราะข้อมือถูกมัดติดกันเอาไว้อยู่ เขาไม่รู้ว่าทำไมคราวนี้ถึงได้รู้สึกร้อนเร่ามากกว่าครั้งก่อนๆ แต่ก็พอเดาได้ว่าคงเป็นจากยาที่พุฒิใช้ป้ายช่องทางของเขาก่อนจะเริ่มเล้าโลมยามที่อาบน้ำเสร็จเตรียมตัวจะนอนแต่ไม่ได้นอน

ผ่านไปหลายรอบ ฤทธิ์ยาก็ลดลง เจ็มพอจะมีสตินิดหน่อยที่จะคิดได้ว่ายาตัวนี้เป็นยาที่พุฒิให้เขาใช้ตอนที่เจ็บๆ แต่ใช้แค่เล็กน้อยมาก ไม่รู้สึกเย็นเหมือนตอนที่พุฒิใช้วันนี้

เจ็มสวนกายรับจังหวะเพื่อให้ท่อนลำเน้นที่ตุดกระสันต์มากกว่านี้ เขารู้สึกซ่านเสียว ร้อนรุ่มไปทั่ว อยากจะลุกขึ้นเป็นฝ่ายจัดการด้วยตัวเองอีกรอบ แต่มือก็ถูกมัด ขาก็ถูกจับแยกออกจับเอาไว้อย่างมั่นคง ไม่สามารถพลิกกายอีกคนได้ ไม่สามารถทอย่างที่ใจต้องการได้ เลยรู้สึกทรมานสุด แต่ยิ่งทรมาน ก็ยิ่งบีบรัดพุฒิแน่น

“อา... เด็กดีของฉัน นายมันสุดยอดจริงๆ โอว...แรงพอไหม หืม...”

“ไม่พอ อ๊า แรงๆ อีก คุณพุฒิ ได้โปรด อ๊า ได้โปรด”

ยิ่งได้ยินเสียงขอร้องอย่างทรมานจากเจ็มพุฒิก็ยิ้มอย่างพอใจ เด้งเข้าออกสุดแรงที่มีจนร่างโปร่งเคลื่อนขึ้นลงอย่างรุนแรง แผ่นหลังที่เสียดสีกับผ้าปูที่นอนเริ่มร้อนจนเจ็บหลังไปหมด หากเจ็มก็ไม่คิดว่ามันจะเจ็บไปมากกว่าความต้องการของตัวเอง

ร่างกายขาวถูกตีตราซ้ำๆ รอยเดิมจากเมื่อวานเพื่อไม่ให้มันจางหายไป แล้วก็ทำรอยใหม่ยามที่ริมฝีปากลากผ่านจุดๆ นั้น

“ชอบใช่ไหมหืม กระแทกแรงๆ แบบนี้” พุฒิถามเสียงแหบพร่า

“อ๊ะ อ๊ะ ชอบครับ อ๊า ชอบมาก แรงๆ นะครับ ซี้ด”

“ฉันชอบนายตอนร่านๆ แบบนี้จริงๆ อืม...อา ดีจริงๆ ที่ใช้ยาดู เห็นทีว่าต้องใช้บ่อยๆ”

ใบหน้าหล่อขาวเต็มไปด้วยหยดเหงื่อที่ไหลรินส่ายหน้าแรงๆ เพื่อปฏิเสธสิ่งที่พุฒิพูด สมองและร่างกายของเขาตอนนี้ยังคงต้องการสัมผัสของพุฒิอยู่มาก ด้วยสัญชาตญาณก็ยังคงส่ายหน้าแบบไม่รู้ตัวอยู่ดี

“ไม่อะไร...เด้งรับฉันขนาดนี้ ร้องร่านขนาดนี้ ชอบของฉันก็บอกมาเถอะ หึหึ อืม...ซี้ด”

“คุณพุฒิ อ๊า คุณพุฒิ”

“ครับ...เด็กดี”

แม้ว่าจะขานรับอย่างนุ่มนวลแต่การกระทำกลับตรงข้าม เขาถอนกายออกมาแล้วสอดกระแทกเข้าไปพรวดเดียว ทำซ้ำๆ จนเจ็มร้องเจ็ม น้ำตาไหลออกหางตาสวย

กิจกรรมร้อนแรงดำเนินไปเรื่อยๆ แม้ว่ารอบนี้จะไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่ และฤทธิ์ของยาก็ยังไม่หมดไปง่ายๆ ค่ำคืนนี้ก็ยังคงอีกยาวไกลไปจวบจนความต้องการของทั้งคู่จะหมดลง




เป็นอีกวันหนึ่งที่เจ็มเดินทางมาเรียนด้วยสภาพที่พักผ่อนไม่เต็มที่มาถึงก็เอาแต่หลับตา สัปหงกไม่สนใจที่จะฟังอาจารย์สอนเลยทั้งๆ ที่เป็นเนื้อหาสำคัญและมีการสอบท้ายคาบ หากเจ็มก็ไม่สามารถฝืนความรู้สึกของตัวเองได้ เปลือกตาปิดลง พยายามประคองสติไม่ให้หลับไปจริงๆ ก็เท่านั้น

“นายเจตริน วงศ์ไพบูลย์กิจ!!! เรียนกับอาจารย์อยู่ในฝันหรือไง หืม” เสียงดังจากลำโพงไม่ได้ทำให้เจ็มตกใจเท่าที่อาจารย์เอ่ยชื่อตัวเองออกมา โชคดีที่ไม่ใช่วิชารวม มีแค่คนในสาขาซึ่งก็เพื่อนร่วมห้องกันนั่นแหละ

“ครับ!” ร่างโปร่งดีดตัวตรง ลืมตามองไปที่อาจารย์ซึ่งกำลังยืนยิ้มให้ไม่ได้ดุหรือตำหนิผ่านสายตาเลย แต่เพื่อนๆ ในห้องกลับหัวเราะกันออกมา ทำเอาเจ็มเริ่มเขินๆ เพราะนี่เป้นครั้งแรกที่เขากล้าที่จะหลับต่อหน้าต่อตาอาจารย์ในสาขาแบบนี้

“อาจารย์รู้ว่าเธอเหนื่อย ทำงานหนัก ถ้าไม่ไหวก็ส่งใบลาให้อาจารย์ก็ได้ ยังไงก็ได้สอบย้อนหลัง เพราะอาจารย์เชื่อใจเธอว่าเธอไม่ได้เกเรอะไร”

“ขอโทษครับ”

“จะนอนก็ได้นะ ถ้าคิดว่าท้ายคาบเธอจะทำข้อสอบของอาจารย์ได้”

เจ็มยิ้มแห้งๆ ข้างในใจนี่รู้สึกขอโทษอาจารย์มาก เหมือนว่าตัวเองกำลังทำผิดเลย เพราะที่เขานอนไม่พอไม่ใช่เพราะงานหนักเลยสักนิด แต่เป็นเพราะมีคนมาสูบพลังวิญญาณเขาทุกๆ คืนต่างหาก

มีเซ็กส์กับพุฒิมาห้าวันติดแล้ว กลับคอนโดไปทำงานของตัวเองเสร็จ พอจะเข้านอนก็กลายเป็นว่ากิจกรรมที่ทำก่อนนอนคือกิจกรรมเข้าจังหวะ วันไหนที่เขาไม่ยอมให้มากกว่าสามรอบก็จะใช้ยา จนเจ็มได้แต่เก็บความสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรพุฒิถึงได้อึด ถึก ทนขนาดนี้ แต่ละวันก็หาวิธีใหม่ๆ มาทรมานเขา ปิดตา ผูกแขนห้อยกับฝักบัวบ้าง บนโต๊ะทำงานบ้าง โต๊ะกับข้าวบ้าง สรุปว่าตั้งแต่ย้ายมาอยู่คอนโดมาเกือบอาทิตย์ เราใช้ทุกจุดในการบรรเลงกิจกรรมแห่งกามาไปหมดแล้ว

คราวหน้าคงได้หาอุปกรณ์ ของเล่นเซ็กส์ทอยมาใช้กับเขาแน่ๆ

เอ๊ะ! ทำไมถึงใจเต้น

ความคิดที่ตัวเองคิดแทนที่จะทำให้กลัวกลับทำให้เจ็มรู้สึกตื่นเต้นมากกว่า หน้าร้อน ใจเต้นแรง ความรู้สึกที่พยายามปฏิเสธมาตลอดว่าเป็นเพราะขัดพุฒิไม่ได้บ้างล่ะ เป็นเพราะฤทธิ์ยาบ้างล่ะถูกหักล้างเพราะความรู้สึกใจสั่นตื่นเต้น ณ ตอนนี้ทันที

เจ็มไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่าไม่ชอบสัมผัสที่รุนแรงจากพุฒิ กลับกันเขาคงต้องยอมรับมันแล้วล่ะว่าชอบมาก และเสพติดอีกคนไม่แพ้ที่พุฒิเสพติดเจ็มเลย

ต่างคนต่างเสพติดร่างกายของกันและกัน...

...

...

...




+ + + + + [P U T X J E M] + + + + +

เจอกันครึ่งหลังนะคะ

อ่านแล้วคอมเม้นท์ให้กันด้วยน้าา ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น