อนาคตหมา

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนาจา '3'

ชื่อตอน : [ Episode 1 ] : Ethan Brando

คำค้น : the mission sniper 1

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2562 00:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ Episode 1 ] : Ethan Brando
แบบอักษร

​บทที่ 1

Ethan Brando


“ไวเปอร์เรียกอัลฟ่า ทราบแล้วเปลี่ยน” เสียงจากเครื่องมือสื่อสารไร้สายขนาดเล็กดังขึ้นที่หู โค้ดลับที่ผู้พูดส่งมาทำให้ต้องตอบกลับไปอย่างรู้หน้าที่ 

“นี่อัลฟ่า รายงานสถานการณ์มาด้วย เปลี่ยน”

“ตอนนี้เป้าหมายอยู่ที่คูเปอร์โรดส์กำลังมุ่งตรงไปที่โฮเตลแล้ว ขอให้นายเตรียมตัวให้พร้อม” คนปลายสายพูดก่อนจะเว้นวรรคจังหวะหายใจไว้พักหนึ่งแล้วถึงพูดต่อ “อย่าพลาดล่ะ…ภารกิจครั้งนี้สำคัญต่อเรามาก”

“อืม”

รถลีมูซีนคันขาวสง่าขับตามเส้นทางที่ถูกนัดหมายเอาไว้ เขายึดปากกระบอกปืนไรเฟิลส่องลอดผ่านผ้าม่านบนตึกสูงตามบุคคลที่เป็นเป้าหมาย ชายหนุ่มหลับตาข้างและลืมตาอีกข้างเพื่อสอดส่อง ใช้เวลารอไม่นานรถคันนั้นก็เคลื่อนตัวมาจอดที่โรมแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง ร่างอ้วนท้วมของชายวัยกลางคนเดินเข้าไปในตึก มือสไนไม่รอช้ารีบหันปากกระบอกปืนตาม

ภารกิจครั้งนี้เขาจะพลาดไม่ได้

ตอนนี้เป้าหมายของเขาขึ้นไปยังชั้นสี่เพื่อทำการเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าคนสำคัญ

ใบหน้าหล่อคมคายสะดุดตาเข้ากับเรือนผมสีดำขลับดุจปีกกาที่ถูกเซ็ทไว้อย่างดี แม้เขาจะอยู่ไกลมากโขแต่ก็เห็นออร่าที่เด่นชัด 'อีธาน แบรนโด' หัวหน้าแก๊งมาเฟียรัสเซีย

เขาผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆเพื่อรวบรวมสมาธิก่อนจะเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับชายวัยกลางคนอีกรอบ ร่างสูงค่อยๆขยับไรเฟิลซุ่มยิงเล็งไปที่ศีรษะเหยื่ออย่างไม่รีบร้อน เขากลั้นหายใจเมื่อตำแหน่งอยู่ตรงศีรษะพอดี

“ล็อคเป้าหมาย”

“พร้อมแล้วยิงได้เลย”

ปัง!

หลังจากสิ้นเสียงปืน ร่างอ้วนท้วมก็ล้มลงไปนอนกับพื้นทันที ศีรษะโดนความแรงของกระสุนลั่นผ่านจนทะลุ บอดีการ์ดต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาในห้องของโรงแรม ท่าทางที่ดูลนลานของพวกมันต่างจากอีธานโดยสิ้นเชิง

เดี๋ยวนะ มันกำลังยิ้ม...

ใช่  อีธานกำลังยิ้มและเหลือบมองมาทางเขาแค่เสี้ยววินาที

รอยยิ้มของมัจจุราช...

“อัลฟ่าเรียกไวเปอร์ ภารกิจสำเร็จ เป้าหมายถูกกำจัดเรียบร้อย”

"ยืนยัน เป้าหมายถูกกำจัดแล้ว นายรีบออกมาให้ไว"

มือปืนหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนเพื่อเก็บปืนไรเฟิลเข้ากระเป๋าเป้ธรรมดาที่ดูเหมือนไว้ใส่อุปกรณ์ช่างทั่วไปก่อนจะวิ่งตรงออกมาจากตึก ตอนนี้เขาปลอมตัวเป็นช่างไฟเลยไม่ค่อยมีคนสังเกตและให้ความสนใจเท่าไหร่นัก

ทันทีที่เข้ามานั่งบนรถและขับออกไปได้ไม่นาน ลางสังหรณ์ก็เตือนบอกว่ากำลังมีบางสิ่งตามมา ชายหนุ่มตวัดสายตามองไปยังกระจกด้านข้างเห็นรถคันดำสะกดรอยตามเขาอยู่

ฝากระโปรงรถถูกประดับด้วยตราสัญลักษณ์รูปกริฟฟอนที่หมายถึงพลังอำนาจและความหยิ่งผยอง นั่นคือสัญลักษณ์แก๊งของอีธาน แบรนโด

เขาไม่รอช้ารีบเร่งความเร็วเลี้ยวเข้าซอยลัดเลาะไปมาหวังจะสลัดให้หลุด แต่มีหรือที่คนใน ‘แก๊งค์เบลด’ จะสลัดหลุดออกได้ง่ายๆ

เมื่อรถฝ่ายศัตรูขับตามมาได้ระยะนึง หนึ่งในลูกน้องของอีธานก็เปิดฉากไล่ยิง ผู้คนบนท้องถนนที่มีอยู่เบาบางต่างพากันตกใจกับเสียงปืนที่ดังสนั่น เขาเหยียบคันเร่งจนเกือบมิด ขับพุ่งตรงไปยังแยกเบื้องหน้าอย่างไม่ลังเล รถที่วิ่งสวนกับรถของเขาทำเอาใจร่วงไปอยู่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว

เอี๊ยดดด!~

ขาเรียวเหยียบเบรกและหักพวงมาลัยอัตโนมัติเมื่อมีรถกระบะพุ่งสวนเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้รถคันด้านหลังที่สะกดรอยตามเขามาถูกชนเข้าอย่างจัง ถึงจะเป็นการชนกันของรถสองคันแต่คันที่ตามมาต่อจากนั้นก็โดนลูกหลงตามไปด้วย

ไวเท่าความคิดร่างสูงอาศัยจังหวะนั้นวิ่งลงจากรถในขณะที่เสียงปืนยังดังไล่ตามหลังอยู่

คนของอีธานนี่ทำอะไรบุ่มบ่ามจริงๆ มันไม่คิดจะกลัวตำรวจในเมืองเลยใช่มั้ย!?

ปัง!

“อึก! เวรเอ้ย!” ความเจ็บปวดราวกับมีอะไรยิงทะลุผ่านไหล่ไปกอปรกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้เจ้าของร่างรู้ทันทีว่าโดนเหนี่ยวไกลเข้าให้แล้ว

เขาใช้มือขวากุมไหล่ข้างนั้นไว้และฝืนสังขารวิ่งต่อไป ถึงจะเจ็บเจียนตายยังไงก็ต้องหนีให้รอด

เนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป สติสัมปชัญญะเลยเริ่มเลือนหาย เขาสบัดหัวพยายามทำให้ตัวเองตื่นอยู่ตลอดเวลา ไรผมชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อไหลลงมาปรกที่หน้าผากสร้างความรำคาญให้กับเจ้าตัวเป็นอย่างมาก

ชายหนุ่มยังคงวิ่งต่อไปจนกระทั่งเห็นสะพานข้ามแม่น้ำด้านหน้า ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดแล้วว่าจะโดดหรือไม่โดดดี เพราะเสียงตะโกนของกลุ่มคนชุดดำเป็นตัวกระตุ้นให้เขาต้องกระโดดลงไปยังแม่น้ำใหญ่ที่บัดนี้ดำมืดเสียจนน่ากลัว

ตู้ม!

หยาดน้ำสาดกระจายออกเป็นวงกว้างพร้อมกับร่างสูงโปร่งไม่มีท่าทีว่าจะโผล่ขึ้นมา “เฮ้ย! ไปดูริมสะพานฝั่งนู้น มันหนีไปไหนไม่ได้ไกลหรอก!” หนึ่งในพวกมันตะโกนขึ้นทำให้เขาต้องกลั้นหายใจจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าพวกมันไม่ได้อยู่บริเวณโดยรอบถึงโผล่ขึ้นมาสูดเอาอากาศเข้าเต็มปอดอย่างทุลักทุเล

ชายหนุ่มตะเกียกตะกายขึ้นมานั่งใต้ตีนสะพาน ขืนอยู่ในน้ำนานกว่านี้อีกหน่อยไม่วายคงได้แข็งตายก่อน

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณสามทุ่มเศษ อากาศหนาวลมค่อนข้างแรง และที่สำคัญตัวเขานั้นไม่มีอะไรพอจะให้ความอบอุ่นได้เลย เขาพยายามดันตัวลุกขึ้นอีกครั้งแต่ร่างกายมันไม่เอื้ออำนวยทำให้เกือบจะล้มลงไปในน้ำอีกรอบ

มือปืนหนุ่มต้องรีบหาทางออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ไม่แน่ว่าพวกลูกน้องของอีธานอาจจะกลับมา ร่างสูงไล่กวาดสายตาไปยังสุดขอบแม่น้ำที่ดำสนิทพลางนึกอะไรขึ้นได้

แม่น้ำโจฮานเป็นแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับรัฐโอลิเวียโดยตรง ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ แม่น้ำสายนี้คือทางหนีสุดท้ายของเขา คิดได้ดังนั้นจึงค่อยๆก้าวลงน้ำอย่างระมัดระวัง ถึงแม่น้ำจะดูสงบเพียงใดแต่หารู้ไม่ว่าภายในน้ำนั่นมีสิ่งที่น่ากลัวซ่อนอยู่

สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่สัตว์ประหลาดใต้น้ำแต่คือน้ำวนต่างหาก ถึงภายนอกมันจะเป็นจุดบนน้ำเล็กๆดูไม่อันตรายแต่ถ้าเกิดเผลอลงไปเล่นน้ำในบริเวณนั้นละก็....คุณก็จะไม่มีวันได้กลับขึ้นมาอีก

เขากวาดสายตาไล่ตรวจดูบริเวณผิวน้ำโดยรอบแต่ดันไปสะดุดตาอยู่ที่เรืออยู่คันนึง

นี่แหละสิ่งที่เขาต้องการ!

ไม่ทันได้คิดอะไรต่อร่างสูงก็ว่ายน้ำมุ่งตรงไปยังเรืออย่างรวดเร็ว เขาปีนป่ายยกตัวขึ้นเหนือน้ำเพื่อขึ้นเรือ ทั้งน้ำและเลือดไหลลู่ลงจากตัวกระทบสู่พื้นเรือเบื้องล่าง มันมืดจนแทบจะแยกไม่ออกว่าอันไหนคือเลือดอันไหนคือน้ำ

เครื่องยนต์เรือถูกสตาร์ทและเคลื่อนออกไปตามแหล่งน่านน้ำหลงเหลือไว้เพียงฟองคลื่นที่ถูกแหวกออกเป็นวงกว้างตามตัวเรือ



♜ THE MISSION SNIPER ♜



"บอสครับ มีรายงานแจ้งมาว่าเราพบตัวบุคคลน่าสงสัย คาดว่าหมอนี่น่าจะเป็นมือปืนที่ลอบสังหารมิสเตอร์เฉิน" หนึ่งในลูกน้องก้าวขาออกมาด้านหน้าก่อนจะก้มหน้าลงกระซิบกระซาบข้างหูคนเป็นบอส

"นี่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ยืนยันแล้วว่าเป็นของมือปืนแน่นอนครับ" สิ่งที่ลูกน้องเขาหิ้วกลับมาได้เป็นเพียงแค่กระเป๋าช่างไฟที่ภายในถูกบรรจุไว้ด้วยปืนไรเฟิลซุ่มยิงและอุปกรณ์ตรวจวัดความเร็วลม อีธานแบรนโดปรายตามองหลักฐานที่คนตรงหน้านำติดตัวมาเพื่อรายงานเขาด้วยแววตาเรียบเฉย

"สิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่กระเป๋าของไอ้เศษสวะนั่น แต่เป็นตัวมันต่างหาก"

มาเฟียหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ด้วยขนาดตัวและความสูงที่เหยียบถึง 187 เซนติเมตรขับให้เขาดูน่าเกรงขามในสายตาลูกน้องอย่างมาก

"คนที่ไร้ความสามารถก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่" เขาฉกปืนจากเสื้อคลุมของอีกฝ่ายมาถือไว้ในมือก่อนจะกดปลายกระบอกปืนลงที่ขมับของผู้เคราะห์ร้าย ส่วนพวกที่เหลือได้แต่ยืนนิ่งเป็นฉากหลังให้กับคนดวงซวย

กริ๊ก...

อีธานปลดล็อคเซฟตี้ปืน นี่ไม่ใช่การขู่...แต่เขากล้าทำจริง คนที่ถูกปืนจ่อหัวค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพลางร้องขอความเห็นใจจากเขา แต่ในสายตาเขามันเป็นเพียงการกระทำที่โง่เขลานัก

ปัง!

เขากดลั่นไกปืนทำให้เกิดเสียงดังสนั่นและปิดฉากลงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มล้มลงกองกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลออกจากจุดที่ถูกยิงเป็นวงกว้าง

"โนเอล เรียกคนมาเก็บกวาด"

ผู้เป็นนายวางปืนไว้บนโต๊ะก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมทำเหมือนกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

"ครับบอส"

"เดี๋ยว มีอีกเรื่อง" เลขาหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

"ไปสืบประวัติของมือปืนมา ฉันให้เวลานายสามวัน"

"แต่ถ้าหาไม่ได้..." แบรนโดตวัดตาไปมองยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นทำให้เลขาหนุ่มต้องมองตาม โนเอลรู้ว่าบอสของตนเป็นพวกพูดจริงทำจริง

นี่ไม่ใช่การขู่...แต่มันคือการเตือนว่าถึงจะเป็นมือซ้ายของอีธานแต่ก็ไม่ได้รับสิทธิพิเศษแต่อย่างใด

"นายจะมีสภาพไม่ต่างจากไอ้เศษเดนนี่"



#talk

เปิดประเดิมบทแรกพระเอกก็ออกมาซะแล้ววว นี่ไม่ได้อยากให้เค้าเจอกันไวเลยนะ จิงจิ๊งงง ตอนเขียนไอ้เราก็สองจิตสองใจอยู่ ว่าเอ๊ะ ควรจะเริ่มเปิดเรื่องยังไงให้น่าสนใจดี พอไปๆมาๆก็ดันไปหาแรงบันดาลใจมาเพิ่ม สรุปผลออกมาเป็นอย่างที่เห็น55555 อีธานนางก็จะไล่หาตัวมือสไนของเราจนสุดล่าฟ้าเขียวจริงๆ

ปล. ปีนี้เราพึ่ง18 จะเรียกพี่หมา น้องหมา อิหมา(?) ก็แล้วแต่สะดวกเลยนะคะ XD

ช่วงชี้แจงรายละเอียดโหน่ยๆ

1.) แม่น้ำที่ลีโอกระโดดลงไป เผื่อใครนึกภาพไม่ออกดูรูปนี้แทนได้เลยค่ะ กว้างมากๆๆๆถึงมากที่สุด

(แม่น้ำโจฮาน รัฐโอลิเวีย อันนี้ก็ลองตั้งขึ้นมาเล่นๆเหมือนกันค่ะ)

* ภาพประกอบเอามาจากหนังเรื่อง American Assassin ​*

2.) แก๊งค์เบลด เป็นชื่อแก๊งค์ของอีธานนะคะ

แปลตรงตัวเลย BLADE ที่แปลว่าใบมีด ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปกริฟฟอน มีความหมายโดยนัยว่า อำนาจและความหยิ่งผยอง แต่เมื่อนำทั้ง2สิ่งมารวมกันกลับพบว่าอำนาจและความหยิ่งผยองนั่นสามารถคร่าคนให้ตายได้มานักต่อนักแล้ว เปรียบเสมือนใบมีดที่คอยเฉือดเฉือนบุคคลให้สิ้นลมหายใจ นี่คือความหมายและที่มาของแก๊งค์นี้ค่ะ

อันนี้คือรูปกริฟฟอน หรือสัญลักษณ์ของแก๊งค์เบลดนั่นเองค่ะ ​


ความคิดเห็น