มายเนมม

เป็นนักเขียนมือใหม่นะคะ ยังไงก็ฝากติดตามนิยายของเราด้วยน้าา~

ชื่อตอน : SS2 EP.02

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2561 21:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SS2 EP.02
แบบอักษร

"แยกย้ายเลยไหม" ผมถาม


"ไปกินข้าวกันก่อนดิ กูไม่มีเพื่อน" มึงไม่แหกตาดูเลยนะสามว่ามึงมีเพื่อนกินอีกตั้งสองคน


"งั้นไปโรงอาหารกลางได้ไหมล่ะ"


"ได้ๆ"


เมื่อพวกมันตกลงผมเลยตอบพี่โซกลับไปว่าเจอกันที่โรงอาหารกลางเลย เพราะว่ามันอยู่ใกล้กับคณะของพวกเราด้วยเลยไม่ต้องถ่อไปกินไกลๆ

..แต่ผมลืมคิดไปเลยว่า โรงอาหารกลางคนแม่งต้องเยอะ! แล้วก็จริงจากที่มองด้วยสายตาตอนนี้ไม่มีโต๊ะว่างเลยจริงๆ


"เห้ยยยยยยยยย!! แอลโว้ย ทางนี้ๆ ซ้ายมือๆ!!"

เสียงเรียกชื่อผมดังลั่นไปทั่ว ตอนนี้คนที่นี่ต่างก็มองอย่างตกใจ ..คงไม่ใช่ผมหรอกมั้ง คนชื่อแอลมีตั้งเยอะแยะ ขออย่าให้ใช่เลย


"เพื่อนมึงรึปล่าว ไอ้คนหน้าฝรั่งอะมันเรียกชื่อมึงด้วย" หนึ่งสะกิดผมแล้วหันไปมองทางนั้น ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพยักหน้าส่งๆแล้วค่อยๆเดินไปทางที่แพทริคนั่งอยู่อย่างช้าๆ ใช่ครับไอ้คนที่เรียกผมเมื่อกี้คือแพทริคเอง มันนั่งอยู่กับฟาสต์และใครไม่รู้อีกเป็นแก๊งใหญ่ๆ ทำไมพวกวิศวะชอบอยู่เป็นแก๊งใหญ่ๆกันนะ โดยเฉพาะเฮียผมสมัยเรียน ไปไหนก็ยกกันไปเป็นโขยง

เมื่อพวกผมสี่คนเดินไปถึงพวกมันก็ขยับเบียดๆกันจนตอนนี้เหลือที่ว่างพอให้พวกผมนั่งได้ ก็แอบเกรงใจอยู่อะนะ แต่หน้าตาแต่ละคนทำเอาผมไม่อยากสบตาด้วยเลย ..หน้าอย่างกับโจร


"เหยดด ได้เพื่อนใหม่เป็นแฝดสามเลยหรอ" ฟาสต์พูดอึ้งๆ


"นี่ไอ้หนึ่งสองสาม ..พวกมึงนี่แพทริคกับฟาสต์"


"หนึ่งสองสาม" ..แพทริคกับฟาสต์พูดทวนอย่างช้าๆ ไอ้พวกแก๊งวิศวะมันเลยกวนกันขึ้นมามั่ง


"นี่คนสวยกูสี่ห้าหกเจ็ดแปดเก้าสิบนะ" เขาว่าพลางชี้ๆจนครบทุกคน ผมล่ะอยากเดินออกไปให้รู้แล้วรู้รอด แม่งปวดหัว!


"กวนตีนล่ะ พวกกูชื่อหนึ่ง สอง สาม จริงๆโว้ย" สามพูดแล้วชี้ที่ตัวมันกับพี่แฝด


"มึงก็เรียกพวกกูแบบที่บอกนั่นแหละ บอกชื่อไปแล้วจำกันได้รึไง โว๊ะ!" ไอ้หก(ผมจำตอนไอ้สี่ชี้ได้)พูดขึ้นเสียงดังอย่าขำๆ

คือพวกมึง..ถึงโรงอาหารจะเสียงดังแต่มึงช่วยเกรงใจโต๊ะข้างๆบ้างก็ได้ ผมล่ะอยากแยกโต๊ะหนีจริงๆ


"ไม่ต้องไปจำหรอก แค่ตัวประกอบเดี๋ยวก็ไม่ได้เห็นแล้ว" แพทริคพูดขำๆ แล้วก็โดนไอ้ห้าตบหัวไปไม่แรงมากนัก สักพักก็มีแรงสั่นจากโทรศัพท์ผม ผมก็หยิบมาอ่านปรากฏว่าพี่โซมาแล้ว ..มาพร้อมกับ


'กรี้ดด แกๆนั่นมันพี่โซวิทย์กีฬานิ เขินน'

'ทำไมราชาถึงมาที่นี่ล่ะ ฉันอยู่จนปีสามแล้วเพิ่งเคยเห็นเนี้ยแหละ หล่อจังง~'


เขาเด่นมาก ขนาดเดินมาคนเดียวท่ามนักศึกษาคนอื่นๆ ผมยังเห็นเขาได้ชัดเลย อ่า..เราไม่ได้เจอกันมาเกือบสามเดือนแล้วนี่นาเหมือนเขาจะสูงขึ้นอีกนะ เมื่อสามเดือนที่แล้วผมยุ่งมากเพราะอยู่ม.6 ต้องสอบนั่นนี่เยอะแยะไปหมด ไหนจะเตรียมตัวเข้ามหาลัยอีก เราเลยได้แค่คุยกันทางโทรศัพท์และคอลหากันบางครั้ง ไม่บ่อยนัก เพราะพี่โซก็ซ้อมบาสด้วย

...แต่ตอนนี้เราจะได้เจอกันบ่อยขึ้นแล้วล่ะ

ผมยืนขึ้นแล้วชูมือหน่อยๆเพื่อให้เขาเห็น พี่โซก็ดันสายตาดีอีกด้วยไงยกปุ๊ปเจอปั๊บ ฮ่าๆๆ


"แหม๋~ ที่แท้ก็มาหาผู้ชาย" แพทริคแซว ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร บอกให้เพื่อนขยับไปอีกให้พี่โซนั่งด้วยเพราะตอนนี้ผมนั่งริมเก้าอี้ ถ้าขยับไปอีกพี่โซก็จะนั่งปิดพอดี ส่วนไอ้อีกฝั่งนั้นมันจะเกยตักกันหรือล่วงจากเก้าอี้ผมก็ไม่ได้สนใจ


"ซื้อข้าวมารึยังหืม" เสียงทุ้มๆที่ผมชอบฟังเอ่ยถาม ผมก็ส่ายหน้าตอบ ทำไมพอเจอกันแล้วผมยังเขินอยู่เนี่ย เราคบกันมาจะสามปีแล้วนะผมยังไม่เลิกเขินอะ


"งั้นเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ แอลอยากกินอะไร"


"อะไรก็ได้ครับ ผมไม่เคยมาพี่แนะนำหน่อยสิ"


"พี่เคยมาแค่ครั้งสองครั้ง ..ถ้าแอลไม่มาพี่ก็ไม่มาหรอก คนเยอะ"


"แหวะ เกลียดความหลงผัวหลงเมีย" ฟาสต์กับแพทริคหันไปทำหน้าเหม็นเบื่อใส่กัน ใจเย็นนะเพื่อน


"พี่ซื้ออะไรมาแอลก็กินทั้งนั้นแหละครับ"


"โอเค เดี๋ยวพี่มา" พี่โซเดินออกไป พอลับหลังเขาเท่านั้นแหละ สายตาอยากรู้อยากเห็นเกือบยี่สิบคู่พุ่งมาทิ่มแทงผมทันที


"นั่นมันราชาคนดังนี่ มึงรู้จักเขาได้ไง" หนึ่ง


"อดีตเดือนมหาลัยในตำนาน" สอง

(ที่เป็นตำนานเพราะคะแนนดอกกุหลาบมากกว่าทุกๆครั้งที่เคยมีมา และมันก็เป็นเพราะผมเอง)


"หล่อชิบหาย มหาลัยเรามีคนหล่อขนาดนั้นด้วยหรอ" สาม


"เขารู้จักมึงได้ไง" และพวกตัวประกอบ


"ทำไมเขาจะรู้จักกูไม่ได้ ในเมื่อพี่โซเป็นแฟนกู"


พวกมันมีสีหน้าที่ตกใจโอเวอร์กันมาก โต๊ะข้างๆเมื่อได้ยินที่ผมพูดก็หันไปคุยกันจนตอนนี้รู้เกือบหมดกันแล้วมั้งนั้น แพทริคกับฟาสต์ก็แอบขำกับสีหน้าของเพื่อนๆ ผมไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบของคนรอบๆ เมื่อพวกเรารู้ก็ไม่แปลกอะไรที่จะมีคนทั้งชอบและไม่ชอบเรื่องของผมกับเขา ..ผมค่อนข้างที่จะไม่ชอบเอาความคิดคนอื่นกลับมาคิดให้รกสมองซะด้วยสิ แค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้ผมคิดหนัก วิตกกังวลและปวดหัวได้ ...นั่นก็คือเรื่องการเรียน

นอกนั้นโนสนโนแคร์ครับ


ผมหันไปมองทางที่พี่โซเดินไปก็เจอร่างสูงกำลังเดินกลับมาพร้อมจานข้าวสองใบ เขาเอามาวางไว้ตรงหน้าผมและตรงที่ของเขา ทั้งสองจานนั้นเป็นราดหน้าที่เหมือนกันเป๊ะๆ


"ถ้าเกิดมันไม่อร่อยก็ยังมีพี่ที่กินเป็นเพื่อน"


..น่ารักอีกแล้ว


และไม่ต้องสงสัยหน้าตาของเพื่อนๆเลย เบะกันจนปากจะติดจมูกอยู่แล้ว บางคนมองบนจนตาดำจะไปอยู่หลังเบ้าแล้วอะ อะไรจะขนาดนั้น คนเขาจะหวานกันทนไม่ได้ก็แยกโต๊ะไป๊!


หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีใครพูดหรือแซวอะไร ต่างคนต่างก้มหน้ากันกินข้าวของตัวเองจนหมด แล้วพวกวิศวะก็ขอแยกไปก่อนเพราะมีเรียนต่อ ผมกับแฝดสามก็แยกกันด้วย ผมเดินตามพี่โซมาที่สนามบาสของคณะวิทย์กีฬา ในสนามก็มีหลายคนที่ซ้อมกันอยู่ เขาพาผมเดินไปนั่งบนแสตนเล็กๆที่มีพี่เตกับพี่โฟล์คเพื่อนพี่โซนั่งพักกันอยู่


"ก็ว่าทำไมอยู่ดีๆมึงก็ไปโรงอาหารกลาง ปกติเคยไปที่ไหนกัน ..ครั้งเดียวได้มั้งที่มึงไปเพราะทนหิวไม่ไหว แต่ตอนนั้นคนมันไม่ได้เยอะนี่หว่า" พี่เตพูดยาวเหยียดพลางขำไปด้วย พี่โฟล์คก็มองมาล้อๆเหมือนกันแต่คนถูกล้อเหมือนจะไม่ได้สะทกสะท้านอะไร เขาเดินไปหยิบพัดกับน้ำแล้วก็ผ้ามาฝากไว้กับผมหมดเลย


"รออยู่นี่นะ พี่ซ้อมอีกแปปเดียวเดี๋ยวก็เลิกแล้ว"


"เอ่อ..พี่โซ วันนี้เฮียผมจะมารับ" ผมบอก พี่โซทำหน้าเซ็งๆแต่ก็ยอมพยักหน้า


"งั้นเดี๋ยวพี่ไปรอพี่เอ็กซ์เป็นเพื่อน"


"ครับ"


แล้วพวกพี่สามคนก็วิ่งไปกลางสนามเมื่อโค้ชเรียกรวม ผมนั่งมองไปเรื่อยๆก็รู้สึกเบื่อๆเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนแดดหุบลงถึงได้มองที่ตัวเลขบอกเวลาบนโทรศัพท์ปรากฏว่าสี่โมงเย็นแล้ว ผมจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีสายเข้า


"ครับเฮีย"


(ตัวเล็กอยู่ที่ไหน เฮียอยู่หน้าคณะเราแล้วนะ)


"แอลมานั่งดูพี่โซซ้อมบาสครับ"


(...)


"เฮีย"


(งั้นรออยู่ที่นั่นเดี๋ยวเฮียไปรับ)


แล้วเฮียก็วางสายไป ผมเงยหน้ามองพี่โซที่อยู่ในสนามและเหมือนเขามองมาที่ผมอยู่แล้วเลยยกมือขอเวลากับโค้ชแล้ววิ่งมาหาผม


"เฮียจะมารับที่นี่ครับ"


"อืม เดี๋ยวพี่เดินไปส่งข้างหน้า"


"เดี๋ยวผมเดินไปเองก็ได้ครับ พี่ไปซ้อมเถอะ"


"พี่จะไปส่งครับ ป่ะ เดี๋ยวเขารอนาน" พี่โซเอื้อมหยิบผ้าที่อยู่บนตักผมมาเช็ดเหงื่อที่หน้าตัวเองแล้วเอามันพาดบ่าไว้ แปลกที่เหงื่อออกเยอะขนาดนั้นแต่ผมกลับไม่ได้กลิ่นเหม็นเลยสักนิด มันยังคงเป็นกลิ่นของพี่โซแบบปกติ ผมกระโดดลงจากแสตนไปยืนข้างๆเขาไม่วายโดนดุนิดหน่อยที่ไม่ยอมลงดีๆ และเราก็เดินออกมาพร้อมกันเมื่อมาถึงรถของเฮียก็มาจอดด้านหน้าพอดี เฮียลงมาด้วยสีหน้าทะมึนทึง


"ใครอนุญาติให้มาที่นี่"





ความคิดเห็น