F.GC

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทสอง...คนน่ารัก มักใจดี

ชื่อตอน : บทสอง...คนน่ารัก มักใจดี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 35k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2558 22:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทสอง...คนน่ารัก มักใจดี
แบบอักษร

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/83251/1086493038-member.jpg

 

 

 

บทสอง

 

แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านตรงประตูระเบียงส่องเข้ามาในห้องพักนักศึกษา ทำให้คนที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงขยับตัวไปมา ก่อนจะยกผ้านวมผืนนุ่มขึ้นคลุมโปงและปล่อยให้แสงแดดได้วิ่งเล่นในห้องต่อไปโดยไม่สนใจ ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันหยุดทั้งที ขอให้นายอาทิตย์ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างสบายสักหน่อยเถอะ

 

หลังจากที่นอนหลับต่อไปอีกเกือบสองชั่วโมงคนที่ยังมุดตัวอยู่ใต้ผ้านวมก็ขยับตัวอีกครั้ง ผมยุ่งๆ ชี้ฟูไม่เป็นทรงค่อยๆ โผล่ออกมา ดวงตาที่ยังลืมไม่เต็มตาหันไปมองนาฬิกาที่วางตั้งไว้ข้างเตียง เข็มยาวและเข็มสั้นเลยเลขสิบสองมาแล้ว และพอรู้ว่าตัวเองไม่มีอะไรตกถึงท้องมากว่าสิบสามชั่วโมง อาการหิวก็เข้าเล่นงานทันที

 

แม้ยังรู้สึกขี้เกียจก้าวออกจากเตียงนอนอันแสนสบาย แต่ท้องที่ร้องประท้วงขออาหารก็เอาชนะได้ อุ่นจึงขยับตัวลงจากเตียงแล้วตรงเข้าไปในห้องน้ำ พอได้อาบน้ำล้างหน้าด้วยน้ำเย็นก็ทำเอาตื่นเต็มตา

 

คนตัวสูงรูปร่างสมส่วนเดินออกจากห้องน้ำด้วยสภาพที่เนื้อตัวยังพราวไปด้วยหยดน้ำ มีผ้าขนหนูสีเข้มพันรอบเอวเอาไว้แบบหมิ่นเหม่เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวย ใช้ผ้าขนหนูอีกผืนที่ถืออยู่เช็ดไปทั่วตัวอย่างเร็วๆ เดินไปคว้าเอากางเกงขาสั้นสีกรมท่ากับเสื้อยืดไล่โทนสีฟ้าขาวมาใส่ ผมที่ยังชื้นอยู่ก็ใช้มือขยี้ๆ ลูบๆ ให้ผมเป็นทรง ทั้งๆ ที่ผมยังไม่คิดจะหวีแต่นายอุ่นกลับกดสารพัดครีมทั้งเซรั่ม ครีมบำรุง ครีมกันแดด เดย์ครีม ไนท์ครีมใส่มือแล้วทาจนทั่วใบหน้าและลำคอ ถ้าหากไม่ใช่เวลารีบเร่งก็แยกทาทีละตัวอยู่หรอก พอรีบทีไรสารพัดครีมก็ทามันทีเดียว ก่อนจะตบท้ายด้วยแป้งหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กทาหน้าอีกรอบ

 

เพราะความหิวที่มีมากเจ้าตัวจึงตัดสินใจไปหาอะไรใส่ท้องแถวๆ หอพักแทนที่จะออกไปนอกรั้วมหา'ลัย อุ่นคว้าจักรยานคู่ใจที่ใช้เดินทางใกล้ๆ มาออกแรงปั่นไปยังโซนร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลนัก บริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารมากมายทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่ง ไปจนถึงร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารอิตาเลียน หลายราคา หลายระดับแล้วแต่จะเลือกสรร

 

แต่เวลานี้สำหรับนายอุ่นแล้วขออะไรที่มันแบบเร็วๆ และด่วนๆ ก็พอ รถจักรยานต์สีน้ำตาลของอุ่นจอดอยู่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเรือหมูน้ำตก ถึงแม้ว่าอุ่นจะปั่นจักรยานมาแต่ถ้ามองดีๆ ก็จะเห็นสัญลักษณ์วงกลมสี่หวงติดอยู่บนตัวรถพร้อมตัวอักษรภาษาอังกฤษเรียงกันว่า "Audi"

 

อุ่นหันซ้ายหันขวาอย่างกำลังเลือกทำเลที่นั่งแต่แล้วสายตาคมก็ไปสะดุดเข้ากับร่างโปร่งที่นั่งอยู่คนเดียว เขาจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปหาแล้วทิ้งตัวลงนั่งทันที คนที่นั่งก้มหน้าดูโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นมองก็พบกับรอยยิ้มกว้างของนายอาทิตย์

 

"พี่ไอ มากินข้าวหรอ"

 

"หึ มากินก๋วยเตี๋ยว"

 

คนที่ได้ฟังคำตอบจากพี่ไอก็ยู่หน้าลงจนคนมองถึงกับยิ้มขำกับท่าทางที่ไม่เข้ากันนั้น "แล้วมาทำอะไร"

 

"อ๋อ... มานั่งเล่นครับ" พอเจอคนกวนเข้าให้ก่อนอุ่นเลยกวนกลับจนไอดินอดที่จะมองค้อนไม่ได้ อุ่นหัวเราะ

 

"ผมไปสั่งก่อนนะพี่ไอ หิวจะตายละ" พูดจบเจ้าตัวก็ลุกขึ้นเดินไปสั่งก๋วยเตี๋ยวทันที เดินถือแก้วใส่น้ำแข็งกลับมาที่โต๊ะก็เห็นว่าคนที่นั่งอยู่ก่อนได้ก๋วยเตี๋ยวแล้วเรียบร้อย

 

"ทำไมพี่มากินข้าวซะตอนบ่ายเลยละครับ พึ่งตื่นหรอ"

 

ไอดินเงยหน้าขึ้นมอง "พี่ไม่ใช่อุ่นนะที่จะพึ่งตื่นนอนน่ะ"

 

อุ่นทำตาโต "มั่วแล้วพี่ไอ ผมนี่ตื่นไปวิ่งตั้งกะหกโมงเช้า"

 

ไอพยักหน้ารับเหมือนกับจะเชื่อแต่ก็เอื้อมมือมาจับเส้นผมที่ยังชื้อจากการสระผมอยู่หน่อยๆ "วิ่งแต่เช้า อาบน้ำแต่เช้า ผมแห้งช้าจัง"

 

แต่ก่อนที่นายอาทิตย์จะได้พูดอะไรต่อก๋วยเตี๋ยวเส้นเส้นเล็กพิเศษสองชามก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ไอดินมองคนตรงหน้า "แล้วก็... กินมื้อเช้า ช้าจัง"

 

อุ่นหัวเราะก่อนจะยกมือยอมแพ้ "ยอมแพ้ๆ ผมพึ่งตื่น หิวมากด้วยตอนนี้ ว่าแต่ทำไมพี่ไอมากินช้าจังที่ร้านคนเยอะหรอ" ถามไปก็จัดการเทก๋วยเตี๋ยวรวมเป็นชามเดียวแล้วก็ปรุงรส

 

"ลืมกิน" คำตอบง่ายๆ สั้นๆ และได้ใจความของไอดินทำเอาคนที่กำลังปรุงรสก๋วยเตี๋ยวครางในลำคอแล้วเงยหน้าขึ้นมองทันที "ทำงานเพลิน รู้ตัวอีกทีส้มก็มาบอกว่าบ่ายแล้ว"

 

"ลืมบ่อยๆ ไม่ดีนาพี่ไอ เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะหรอก" อุ่นว่าก่อนจะเริ่มลงมือจัดการก๋วยเตี๋ยวล้นชามของตัวเอง

 

"อิ่มแล้วหรอพี่ไอ" ถามอีกคนที่วางตะเกียบวางช้อนเรียบร้อยทั้งๆ ที่ในชามยังมีเหลืออยู่

 

"อื้อ อิ่มแล้ว"

 

"กินน้อยชะมัดเลย" อุ่นว่าเหมือนจะพูดกับตัวเอง แต่เพราะนั่งห่างกันไม่มากไอดินจึงได้ยิน

 

"พี่ไม่ใช่อุ่นนิ เห็นอุ่นกินพี่ก็อิ่มยันพรุ่งนี้เช้าแล้ว"

 

นายอุ่นหัวเราะ "เด็กกำลังกินกำลังโตน่าพี่ไอ แล้วพี่จะกลับร้านเลยปะ ถ้ากลับเลยรอด้วยดิไปด้วย วันนี้ยังไม่ได้กินนมสดเลย"

 

ไอพยักหน้ารับแล้วก็นั่งอยู่แบบนั้นไม่ไปไหนจนอุ่นถึงกับยิ้มออกมาอย่างดีใจแล้วก้มหน้าก้มตาจัดการก๋วยเตี๋ยวในชามต่อ ใช้เวลาไม่นานก๋วยเตี๋ยวเรือพิเศษสองชามก็หมด จนคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยมองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เด็กวัยกำลังกินกำลังโตกินเยอะขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

 

หลังจากที่กินอิ่มจ่ายเงินเรียบร้อยโดยที่ไอดินเป็นคนออกทั้งของตัวเองและของอุ่น

 

"คนน่ารัก มักใจดีเน๊อะ" นายอาทิตย์ยิ้มแป้นอย่างอารมณ์ดี ส่วนไอดินก็ทำเพียงแค่ส่ายหน้าน้อยๆ กับท่าทางนั้น

 

ทั้งสองหนุ่มก็เดินออกจากร้าน เพราะตอนมาไอดินนั้นเลือกที่จะเดินมาเพราะร้านอาหารกับร้านหนังสือกาแฟอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ตอนกลับเจ้าเด็กวัยกำลังกินก็เลยชวนให้ซ้อนท้ายจักรยานไปด้วยกัน

 

"ไว้ใจผมได้เลย ไม่พาหล่นข้างทางหรอกน่า ระดับนายอาทิตย์ซะอย่าง" อวดอ้างตัวเองพร้อมเสร็จสรรพ ไอดินพยักหน้ารับก่อนจะยอมเดินไปซ้อนท้ายจักรยานคันสวยสีไม้ที่ทำมาจากไม้เนื้อแข็งจริงๆ แม้ตอนออกตัวจะทุลักทุเลไปนิดแต่นายอาทิตย์ก็ปั่นพาคนซ้อนมาถึงร้านได้อย่างปลอดภัย

 

"นมสดปั่นหนึ่งแก้วคร้าบ~" ทันทีที่ผลักประตูร้านหนังสือกาแฟเข้าไปนายอาทิตย์ก็ส่งเสียงสั่งเครื่องดื่มเสียตั้งแต่หน้าประตูจนไอดินที่เดินตามมาต้องดันหลังของเจ้าเด็กคนนี้ให้เดินเข้าไปข้างใน

 

"พี่ไอทำนมสดให้หน่อยดิ" เด็กโข่งหันมาอ้อน

 

"ส้ม... นมสดปั่นให้อุ่นแก้วนึง" เจ้าของร้านหันมองหน้าคนอ้อนก่อนจะหันไปเรียกส้มพนักงานประจำในร้านให้ทำเมนูเครื่องดื่มให้เจ้าเด็กโข่ง ไอเลยได้รับใบหน้างอๆ ที่ไม่เหมาะกับตัวคนทำเลยสักนิดไป

 

"คนน่ารัก ทำไมใจร้าย"

 

ไอดินนึกขำในใจกับท่าทางขัดใจแบบเด็กๆ นั้นแต่ก็เลือกทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินขึ้นไปข้างบนแทน ในวันหยุดแบบนี้คนในร้านน้อยถึงน้อยมา อุ่นจึงเที่ยวเดินไปเดินมาเสียทั่วร้าน ไม่รู้ว่าหาหนังสืออ่านไม่ได้ หรือต้องการจะป่วนกันแน่ แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรเพราะรู้นิสัยและสนิทสนมกันมานานเลยปล่อยให้เจ้าเด็กนิติศาสตร์คนนี้เดินเล่นทั่วร้าน

 

"พี่เกล้าจะเช็ดกระจกแล้วหรอ" อุ่นร้องทักทันทีเมื่อเห็นเกล้าเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดกระจกมา

 

"อื้อ ครบอาทิตย์แล้ว กระจกเต็มไปหมดแทบจะไม่มีที่ว่างให้เขียนระบายละ" เกล้าหันมาตอบก่อนจะจัดการเลื่อนโต๊ะที่อยู่ริมกระจกออก

 

กระจกร้านนี้เป็นกระจกใสแผ่นใหญ่และบนกระจกก็เต็มไปด้วยข้อความมากมายฝีมือของพนักงานบ้าง ลูกค้าบ้าง เพราะที่ร้านจะมีปากกาสำหรับเขียนกระจกวางไว้ให้เขียนเล่นได้ แต่มีข้อห้ามว่าห้ามเขียนอะไรในทางเสียหายและอาจก่อให้เกิดเหตุซึ่งนำมาสู่การทะเลาะวิวาทและเป็นอันตราย ส่วนใหญ่จะเขียนระบายความรู้สึกสั้นๆ เกี่ยวกับร้านนี้ การเรียน เขียนแกล้งเพื่อนว่าคนนั้นชอบคนนี้แบบขำๆ เสียมากกว่า พอครบอาทิตย์ก็จะทำความสะอาดเพื่อรอให้คนมาเขียนใหม่

 

"ผมขอเขียนคนแรกได้ปะ"

 

"ได้ มาเช็ดกระจกสิ" เกล้าพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ผ้าและน้ำยาเช็ดกระจก

 

อุ่นกรอกตาไปมาแต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินไปเช็ดกระจกตามที่เกล้าบอก ถ้าหากคุณแวะมาที่ร้านในวันหยุดสุดสัปดาห์บ่อยๆ ก็จะเห็นลูกค้าประจำคนหนึ่งช่วยพนักงานของร้านทำงานอยู่เป็นประจำ

 

"ไงเกล้า ได้คนใช้ใหม่หรอ" ไอดินที่เดินลงมาจากชั้นบนเห็นเกล้ายืนกอดอกสั่งงานอุ่นอยู่ก็ร้องทัก

 

เกล้าหันมาหัวเราะแล้วยักคิ้วใส่ "หน่วยก้านดี ท่าทางใช้ได้สอนงานไม่นานคงทำเป็น" หันไปคว้าคออุ่นมากอดอย่างเป็นกันเอง

 

"จ่ายค่าจ้างผมด้วยนะ" อุ่นพูดแบบนั้นก่อนจะหัวเราะแล้วหันไปจัดการเช็ดกระจกต่อซึ่งเกล้าก็เข้ามาช่วยเพราะหน้าร้านเป็นกระจกทั้งหมด

 

หลังจากที่จัดการเช็ดกระจกทั้งหมดจนสะอาดแล้วอุ่นก็เดินไปหยิบปากกาสำหรับเขียนกระจกมาแทบจะทุกสีก่อนจะลงมือเขียนข้อความบนกระจกแบบตัวอักษรละสี

 

'พี่ไอครับ นมสดปั่น'

 

ข้อความบนกระจกที่ตัวใหญ่เสียจนเห็นชัดเจน อุ่นละมือจากการเขียนข้อความออกมายืนกอดอกแล้วพยักหน้าอย่างภูมิใจกับสิ่งที่ทำลงไป

 

"พี่ไอ~" นายอาทิตย์เรียกเจ้าของร้านเสียงลั่นพร้อมกับชี้นิ้วไปที่กระจก

 

คนถูกเรียกหันมองตามมองก่อนจะถอนหายใจใส่เจ้าตัวแสบที่เล่นเขียนไว้เสียเต็มกระจก คนที่แท้จริงแล้วไม่ใช่คนใจร้ายเดินไปที่เคาน์เตอร์ชงเครื่องดื่มให้อุ่นวิ่งตามไปทันที

 

ส่วนผสมต่างๆ ถูกตวงและเทใส่เครื่องปั่นอย่างถูกต้องตามสูตรไม่นานนมสดปั่นสีขาวก็อยู่ในแก้วพร้อมเสิร์ฟให้เจ้าเด็กโข่งดีใจ

 

"คนน่ารัก มักใจดี จริงๆ ด้วยแหะ"

 

"ไปเช็ดกระจกเลย เขียนกินที่กินทางคนอื่นเขา" ไอว่าพลางชี้นิ้วไปที่กระจกแบบที่คนโดนสั่งส่ายหัวดิ๊ก

 

"ไม่เอา ไว้แบบนั้นแหละ อาทิตย์หน้าผมจะมาเช็ดให้"

 

ไอดินได้แต่ส่ายหน้าแต่ก็ไม่ได้พูดว่าอะไร อุ่นเลยยิ้มกว้างอย่างถูกใจเดินถือแก้วน้ำกลับไปนั่งโต๊ะแล้วดูดอย่างสบายใจ





♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

 

 

 

 

การเรียนในคณะนิติศาสตร์ของชั้นปีที่ 3 ยังคงดำเนินต่อไปอย่างหนักหน่วงจำนวนมาตราที่ต้องท่องมีเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ จนไม่รู้ว่าจะเอาสมองส่วนไหนมาช่วยจำดี นอกจากต้องจำมาตราได้แล้วยังต้องจำและเข้าใจให้ได้อีกว่าแต่ละประมวลกฎหมายนั้นเอาไปใช้ยังไง ในกรณีแบบไหน การสอบเก็บคะแนนก็มีอยู่เรื่อยๆ จนนักศึกษาชั้นปีนี้แทบจะกินหนังสือต่างข้าว ถ้าต้มหนังสือกินแล้วจำได้คงถูกเอาต้มไปแกงหลายหม้อแล้ว

 

"มาตราที่ ๕๙ บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กระทำโดยเจตนา เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ต้องรับผิดเมื่อได้กระทำโดยประมาท หรือเว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยแจ้งชัดให้ต้องรับผิดชอบแม้ได้กระทำโดยไม่เจตนา"

 

แม้ว่าตอนนี้พระอาทิตย์จะเลือนหายไปหลายชั่วโมงแทนที่ด้วยพระจันทร์แล้ว แต่เสียงท่องกฎหมายยังดังงึมงำไปทั่วร้านหนังสือกาแฟ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ช่วงสอบและร้านควรจะปิดได้แล้วกลับยังเปิดไฟสว่างไปทั่วและคนก็เต็มร้านไปหมด ไม่ใช่ใครที่ไหนเหล่านักศึกษาปีสาม ของคณะนิติศาสตร์ทั้งนั้น เพราะว่าพรุ่งนี้จะมีสอบเก็บคะแนนพวกเขาจึงมาขอร้อง ขอยืมสถานที่เป็นที่ติวหนังสือกัน ไอดินก็เลยอนุญาต ทำให้ร้านหนังสือกาแฟในตอนดึกเช่นนี้จึงมีแต่เสียงท่องมาตราดังไปหมด

 

"เอ้าๆ คุกกี้ ขนมเค้กหมดตู้แล้วเอาคุกกี้กันไปแทนนะ" เกล้าพูดพร้อมช่วยส้มถือถาดที่วางจานขนมคุกกี้เอาไว้ออกมาแล้วยกไปให้บรรดาเด็กนิติศาสตร์ทั้งหลาย

 

"ขอบคุณคร้าบ / ค่า" ทั้งหมดพร้อมใจกันพูดเสียงลั่น

 

"เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วพวกเราจะมีเคลียร์ค่าใช้จ่ายนะพี่เกล้าพี่ส้ม" ท็อป ประธานชั้นปีพูดกับเกล้าและส้มที่ยกคุกกี้มาให้

 

"จ๊ะ ตั้งใจท่องหนังสือกันล่ะ"

 

"ขอโทษด้วยนะครับ มาขอร้องแบบนี้เลยทำให้พวกพี่ๆ ต้องอยู่ดึกไปด้วยเลย"

 

"เอาเถอะ อยู่กันมาตั้งสองปีแล้ว อีกแค่สองปี พวกพี่ชินละว่ะ" สิ้นคำพูดของเกล้าทุกคนก็ส่งเสียงหัวเราะกันอย่างถูกใจ เพราะตลอดสองปีเด็กพวกนี้มักจะมาอ้อนขอให้เปิดร้านดึกเพื่อมาติวก่อนสอบเป็นประจำ

 

นายอาทิตย์ที่ละสายตาจากหนังสือตรงหน้า ลุกเดินมาเกาะกระจกร้านตรงใต้ตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่เจ้าตัวเขียนเอาไว้ว่า 'พี่ไอครับ นมสดปั่น' ก่อนจะหันซ้ายหันขวามองหาคนที่ชื่อไอดิน ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนดังกล่าวเดินถือถุงพะรุงพะรังอยู่ด้านนอก

 

ก๊อกก๊อก ก๊อกก๊อก

 

อุ่นเคาะกระจกเรียกคนที่กำลังเดินผ่านอยู่ด้านนอก ไอดินหันมามองคนที่ยืนยิ้มกว้างเกาะกระจกอย่างกับจิ้งจกแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่ามีอะไร

 

เจ้าจิ้กจกตัวโตชี้นิ้วไปที่ตัวหนังสือบนกระจกพร้อมทำตาปริบๆ ส่งสายตาออดอ้อนอย่างน่าหมั่นไส้ให้ไอดินทำหน้าเบื่อใส่ แต่ก็ยอมยกนิ้วชี้ไปทางเคาน์เตอร์ของร้านให้จิ้กจกตัวโตกลายร่างเป็นสุนัขวิ่งไปเกาะเคาน์เตอร์รอเจ้าของร้าน

 

ไอดินได้แต่นึกขำกับท่าทางนั้นของอุ่น ร่างโปร่งส่งถุงอาหารมื้อค่ำของพนักงานในร้านที่ออกไปซื้อมาให้กับเกล้าและส้มไปจัดการ ส่วนตัวเองก็เดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อทำนมสดปั่นเมนูประจำของนายอาทิตย์

 

"คนน่ารักนี่... มักใจดีจริงๆ เลยนา..." อุ่นพูดพร้อมกับรับแก้วนมสดปั่นมาดูดอึกใหญ่อย่างสบายอารมณ์

 

"ไม่ไปท่องหนังสือต่อล่ะ" ไอดินถามคนที่นั่งดูดน้ำและแกะคุกกี้กินอย่างสบายใจ

 

"ระดับนายอาทิตย์ จำได้หมดแล้ว" พูดอวยตัวเองพร้อมยักคิ้วให้

 

ไอดินหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อในคำพูดนั้น "พิสูจน์ดูก็ได้นะ"

 

อุ่นพูดก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปหยิบหนังสือประมวลกฎหมายเล่มหนามาส่งให้ไอดิน ซึ่งเจ้าตัวก็รับไปเปิดๆ ดูตรงหน้าที่มีการใช้โพสอิทแผ่นเล็กแปะเอาไว้ หลังจากที่เปิดดูได้ไม่นานก็พูดขึ้น "มาตรา ๖๑..."

 

เจ้าเด็กนิติศาสตร์ยักคิ้วใส่อีกรอบก่อนจะพูด "หมวดที่ ๔ ความรับผิดในทางอาญา มาตรา ๖๑ ผู้ใดเจตนาจะกระทำต่อหนึ่งบุคคล แต่ได้กระทำต่ออีกบุคคลหนึ่งโดยสำคัญผิด ผู้นั้นจะยกเอาความสำคัญผิดเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาหาไม่ได้"

 

ไอดินก้มไล่อ่านในหนังสืออีกรอบก่อนจะหรี่ตามองคนที่ท่องมาตราออกมาได้หมดทุกตัวอักษร แล้วจึงพูดมาตราอื่นออกมาใหม่ให้เจ้าเด็กนี่ตอบ แม้จะไม่อยากเชื่อแต่อุ่นสามารถจดจำได้แทบจะทั้งหมดในส่วนที่จะต้องท่องจำให้ได้สำหรับการสอบในวันพรุ่งนี้

 

"มาตรา ๖๕..."

 

"มาตรา ๖๕ ผู้ใดกระทำความผิด ในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น" อุ่นตอบก่อนจะนิ่งไปนิดอย่างกำลังคิด ส่วนไอก็เพียงแค่รอฟังเพราะยังมีต่อสำหรับมาตรานี้ "อ๋า... แต่ถ้าผู้กระทำผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอย่างบ้าง หรือ... ยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น อืม... แต่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้"

 

นายอาทิตย์เงยหน้ามองคนที่กำลังไล่อ่านข้อความในหนังสือตามที่เขาพูดก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อคนที่ก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมองแล้วยิ้มให้ "บอกแล้ว... นายอุ่น อาทิตย์ซะอย่าง สบายๆ"

 

ไอดินส่ายหน้ากับคำอวยตัวเองก่อนจะก้มลงดูหนังสืออีกรอบ เปิดหน้ากระดาษไปมาเพื่อทดสอบเจ้าเด็กคนนี้ต่อ

 

"มาตรา ๙๒..."

 

"เฮ้ย... ยังไม่ได้เรียนอย่ารีบสิพี่ไอ ไม่ได้อัจฉริยะจำได้ทั้งเล่มนะ" อุ่นประท้วงเมื่อโดนไอดินแกล้ง คนแกล้งก็ทำเพียงยิ้มนิดๆ ก่อนจะส่งหนังสือคืนให้อุ่น

 

เจ้าตัวรับหนังสือคืนก่อนจะเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ อีกรอบแล้วช่วยติวให้คนที่ยังไม่เข้าใจเนื้อหา

 

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่มาได้เกือบสองชั่วโมงบรรดาเด็กนิติศาสตร์ที่มายึดพื้นที่ในร้านหนังสือกาแฟก็ยุติการอ่านและติวหนังสือ ทุกคนช่วยไอดิน ส้มและเกล้าเก็บโต๊ะและปิดร้าน แต่ละคนแยกย้ายกลับหอด้วยสภาพที่ค่อนข้าง... น่าสงสาร เพราะโหมอ่านหนังสือกันตั้งหลายชั่วโมง รุ่นพี่อย่างไอดิน ส้มและเกล้าก็ได้แต่อวยพรให้เด็กๆ โชคดีกับการสอบย่อย

 

"กลับดีๆ นะ เกล้าไปส่งส้มที่บ้านด้วยล่ะ" ไอดินหันไปบอกเพื่อนสนิทของตัวเอง เกล้านั้นเป็นเพื่อนสนิทของไอมาตั้งแต่เด็กๆ ไปไหนไปด้วยกัน ทำอะไรทำด้วยกันตลอด ตอนเกล้ารู้ว่าไอดินจะเปิดร้านก็มาเข้าเป็นหุ้นส่วนและทำงานที่ร้านด้วย

 

"เอ่อๆ ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เจอกัน"

 

"มาตอนบ่ายก็ได้ วันนี้ทำนอกเวลากันไปแล้วจะได้มีเวลาพักกันเยอะๆ"

 

"ค่ะพี่ไอ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ~"

 

ไอดินยืนมองเกล้ากับส้มจนกระทั่งทั้งคู่ขึ้นรถไปแล้วตัวเองจึงเดินไปขึ้นรถแล้วขับกลับคอนโดของตัวเองบ้าง โชคดีที่คอนโดอยู่ใกล้แค่นี้ทำให้ไม่เสียเวลาในการไปกลับมากนัก ร่างสูงโปร่งแต่ทว่าตัวบางของไอดินดันประตูห้องพักของตัวเองให้เปิดออก ถอดรองเท้าแบบไม่ใส่ใจนักไว้ที่หน้าประตู กระเป๋าก็วางไว้ตรงนั้นแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนนุ่มๆ อย่างเหนื่อยอ่อน มือดึงเอาโทรศัพท์ที่ส่งเสียงแจ้งเตือนต่อเนื่องออกจากกระเป๋ากางเกงมากดดู

 

UNARTIT SIRIKUN ได้แท็กรูปภาพที่มีคุณเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว

 

ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นมองอย่างสงสัย นอกจากจะมีแจ้งเตือนว่าถูกแท็กรูปภาพแล้วยังมีการแจ้งเตือนว่าคนนู้นกดถูกใจ คนนี้แสดงความคิดเห็นอีกหลายอย่าง

 

'คนน่ารัก มักใจดี :)'

 

นั่นคือแคปชั่นใต้ภาพแก้วนมสดปั่นที่หมดไปเกือบครึ่งแก้วแล้ว





♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡



 

 

นายอาทิตย์ที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงทั้งๆ ที่เวลานี้ก็ดึกมากแล้วแทนที่เจ้าตัวจะนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่สำหรับการเตรียมตัวเข้าสอบ กลับนอนเล่นเสียอย่างนั้น ริมฝีปากยังคงหยักเป็นรอยยิ้มมองภาพล่าสุดที่เจ้าตัวอัพเดทลงโซเชียล แก้วนมสดปั่นที่กินหมดแล้วถูกล้างและวางรวมไว้กับแก้วอื่นๆ เหมือนเช่นเคย ถ้าให้นั่งนับก็คงนับได้หลายสิบใบแล้วละ คนที่นอนยิ้มเหมือนคนบ้าหันไปคว้ากระดาษโพสอิทสีเหลืองอ่อนมาเขียนข้อความลงไป

 

'วันนี้ผมมีสอบเก็บคะแนน เอาใจช่วยผมด้วยนะครับคุณหนังสือ ... จาก ผมคนอ่านหนังสือ'

 

มีสอบตอนสิบเอ็ดโมง ร้านหนังสือกาแฟเปิดตั้งแต่เก้าโมงเช้าแวะเอากระดาษไปติดก่อนสอบก็คงทัน

 

"คนน่ารัก มักใจดี พี่ไอน่ารักเลยใจดี ถ้าอย่างนั้น... คุณหนังสือที่ใจดี ก็คงน่ารักด้วยสิเนอะ"

 

แล้วคนที่นอนเล่นก็เผลอหลับไปทั้งๆ ที่ใบหน้ายังมีรอยยิ้มประดับอยู่

 

 

 

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

 

 

 

 

************************************************

เอาบทที่สองมาเสิร์ฟแล้วค่ะ คนน่ารัก มักใจดี พี่ไอเขาก็ใจดีจริงๆ แหละเนอะ น่ารักกันจริงๆ น้องอุ่นพี่ไอ ฮึ่ม! มั่นเขี้ยวสองคนนี้มากๆ เลยค่ะ ฮ่ะๆๆๆ แต่งไปก็ยิ้มไปแก้มจะแตกกับความน่ารักปนทะเล้นของน้องอุ่นแล้วก็ความใจดีในภาพคนหน้านิ่งของพี่ไอ น่ารักสุดๆ ขอให้อ่านกันไปยิ้มกันไปนะคะ ^^

 

สนุกไม่สนุกยังไงคอมเมนต์บอกกันด้วยนะคะ ฝากเรื่องอุ่นไอรักเอาไว้ด้วยค่ะ

 

แวะไปคุยกันในเพจเฟสบุ๊คของฟางกันเยอะๆนะ ไปคุยกันได้นะคะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

ฝากน้องอุ่นกับพี่ไอด้วยนะคะ อย่าลืม กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้อุ่นไอรักค่ะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}