โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6-2 สิ่งที่เฝ้ารอ

ชื่อตอน : บทที่ 6-2 สิ่งที่เฝ้ารอ

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ธ.ค. 2561 13:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6-2 สิ่งที่เฝ้ารอ
แบบอักษร

ริกซ์จ้องมองโมร์ฟิสที่หยุดนิ่งอยู่เงียบๆ ราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรก่อนจะพูดออกมา

“ตอนนี้รู้ใช่ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน ข้ารู้ว่าภายนอกที่แห่งนี้ก็มีชื่อเสียง ท่านริกซ์เองเมื่อได้เข้ามาแล้วก็คงจะเข้าใจ แต่ที่อากาศทางนี้เปลี่ยนแปลงเหมือนกับบ้าคลั่งนั้นเป็นเพราะมังกรทั้งนั้น ตอนนี้ยังพอใช้ได้ ไม่สิ อากาศดีมากเชียวแหละ... แต่นี่มันเป็นเรื่องหาได้ยากมากจริงๆ ปกติไม่เป็นแบบนี้หรอกนะ”

“ปกติแล้วเป็นยังไง”

“ที่นี่ก็มีชื่อเสียงสำหรับมนุษย์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เรื่องความเอาแต่ใจน่ะ ที่ถูกเรียกว่าจุดจบของโลกนั้นไม่ใช่ได้มาเฉยๆ นะ ถ้าสังเกตดินแดนนี้อย่างละเอียด มันคือเขตอิทธิพลของคาร์ดัม ปราสาทนี่ก็เหมือนกัน เป็นอาณาเขตของมังกรทอง ยิ่งกว่านั้นสภาพอากาศก็ไม่ปกติพอๆ กับเจ้าของของดินแดนนี้ ข้าได้ยินที่ท่านคุยกับเก็นทุส ที่เขาบอกว่าพีริดินถูกเรียกไปน่ะ ข้ากังวลอยู่นึกว่าเรื่องราวจะบานปลายแต่เรื่องก็เงียบไปแล้ว แล้วเมื่อวันก่อนก็ไม่ใช่พายุหรอกนะ ข้าเลยค่อนข้างกังวลอยู่นิดหน่อย... แต่อีกใจก็รู้สึกวางใจ...”

โมร์ฟิสมองริกซ์ตาปริบๆ ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนไปก็คงเรื่องที่ริกซ์มาที่นี่นั่นแหละ ริกซ์คือเครื่องหมายแห่งอิสรภาพที่พวกมังกรยึดติด หากมองว่าเป็นเพราะแบบนั้นก็ออกจะแปลกนิดหน่อย โมร์ฟิสจึงรู้สึกเหมือนเป็นหน้าที่ที่จะต้องเตือนเจ้านายใหม่ของตัวเอง

“ตอนนี้อาจจะมองว่าเหมือนเป็นปกติ... แต่ให้ระวังคาร์ดัมมากกว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะ...”

โมร์ฟิสกลืนน้ำลายหนึ่งที เขาหยุดนิ่งไม่ยอมพูด แล้วเสียงของเขาที่พูดออกมาอีกครั้งก็เบาลง เป็นเสียงกระซิบ เหมือนกับจะบอกความลับ

“ตอนที่กำลังนับเลขอะไรก็ตาม ตอนนั้นน่ะ ห้ามขัดใจเป็นอันขาด”

สายตาของโมร์ฟิสเปี่ยมไปด้วยความกลัวอย่างมาก ผมสั้นสีทองของเอลฟ์ที่คุยด้วยอยู่ตรงหน้านั้นสีอ่อนมากกว่าประกายผมของคาร์ดัม

นึกถึงเสียงกระซิบหวานหูของคาร์ดัมที่บอกว่าจะทำให้เธออยู่อย่างสบายและให้บอกในสิ่งที่ต้องการมา เขาออกจะชอบบังคับอยู่นิดหน่อย แต่เพราะเรื่องทายาททำให้เขาไม่ค่อยทำตัวแย่กับริกซ์สักเท่าไหร่ แต่พอริกซ์ไม่มีสิ่งที่อยากได้ จึงได้เห็นสายตาผิดหวังจากเขา

ริกซ์พยักหน้า แม้จะคิดว่าต่อให้ไม่เป็นแบบนั้นเธอก็ทำอะไรอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว แต่การฟังคำเตือนก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เพียงแต่ปัญหาก็คือเธอไม่คุ้นเคยกับการแปรปรวนของมังกรนี่แหละ หวังแค่ว่าจะไม่โดนประกายไฟเหมือนครั้งก่อนก็พอ

“ที่จริงก็ต้องระวังระวังคนอื่นๆ เหมือนกัน แต่เก็นทุสน่ะ... อืม ถ้าหากต้องการทายาทจริงๆ กับมังกรตนนี้น่าจะต้องรีบที่สุด...”

“หมายความว่ายังไง”

“ก็เขาเป็นมังกรดำตัวสุดท้ายไม่ใช่เหรอ”

โมร์ฟิสหันหน้ากลับมาราวกับจะถามว่าไม่รู้เหรอและกระดิกหูครั้งหนึ่ง ริกซ์รู้สึกได้ว่าจำนวนของมังกรมีไม่เยอะแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคาดเดามาก่อนว่ามังกรดำจะเป็นมังกรตัวสุดท้ายที่รอดชีวิตอยู่บนโลกนี้ ตอนที่ความกล้าหาญในร่างกายสั่นสะเทือน เธอก็มีความรู้สึกนิดหน่อย แต่เธอก็ไม่กล้าฟันธง

“ท่านอาจจะคิดไม่ถึง แต่ระยะเวลาที่ยึดติดกับอิสระนั้นช่างยาวนาน”

โมร์ฟิสเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป และหน้าของเขาก็แดงขึ้น ไม่ใช่ว่าอยากจะเห็นอะไรแบบนั้นอีกนะ มันมีหลายแง่มุม ตอนนั้นเองเขาได้ยินเสียงภาชนะกระทบกันดังลั่น

ริกซ์ที่เคี้ยวสลัดโดยไม่ยอมพูดอะไร เธออาจจะไม่ทันได้สังเกต โมร์ฟิสจึงเบือนหน้ามองไปทางอื่น ใบหน้าของเขาจึงได้เย็นลง ขณะที่เขาหยิบจานที่อยู่ไกลๆ มาให้ เขาก็เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างเป็นธรรมชาติ โมร์ฟิสตั้งใจกระแอมเพื่อควบคุมเสียงและพูดออกมา

“อาหารรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง มีอะไรที่ท่านชอบกินเป็นพิเศษไหม”

“อื้ม อร่อยดี ข้าไม่รู้หรอกเพราะไม่เคยคิดถึงของที่ชอบ”

เธอไม่เคยคิดถึงอะไรแบบนั้นเลย อาหารที่ได้กินที่ปราสาทมังกรอร่อยทุกอย่าง อาหารนั้นแน่นอนว่าทำจากฝีมือของเอลฟ์ที่มีพรสวรรค์ในการทำอาหารแน่ๆ หาวัตถุดิบมาจากไหนกันนะ ทั้งผลไม้นอกฤดูกาลนี่ก็ด้วย เนื้อที่ไม่รู้ว่าทำจากเนื้ออะไรแต่ก็อร่อย ไหนจะของหวานอีก

เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าตัวเองเป็นคนที่ชอบกินของหวานขนาดนี้ เธอไม่ได้ชอบความหรูหราและไม่เคยเจอประสบการณ์อย่างนั้นด้วย เรื่องพื้นฐานพวกนี้จึงเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับริกซ์ ใครจะคิดว่านี่คือรัชทายาทของอาณาจักรมหาอำนาจกันล่ะ

บนโต๊ะอาหารเงียบเชียบ ริกซ์ชวนให้กินด้วยกัน แต่โมร์ฟิสทำหน้าอึ้งก่อนจะโบกมือไปมาซ้ายทีขวาที

“เดี๋ยวก็มีเรื่องรุนแรงอีกหรอก”

ด้วยคำพูดนั้นทำให้ริกซ์ยิ้มออกมาอีกครั้งราวกับหมดกำลังใจ โมร์ฟิสขอร้องว่าเมื่อไรก็ได้ให้เธอออกไปที่สวนด้วยกันสักครั้ง เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการอะไร ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เกลียดเขา

ภายนอกนั้นแสร้งทำเป็นไม่ใช่ แต่ภายในลึกๆ แล้วโมร์ฟิสเป็นเอลฟ์ที่ละเอียดรอบคอบ แม้เขาจะเคยเจอเรื่องที่แสนสาหัส แต่ก็ยังคงเป็นห่วงริกซ์อยู่ อย่างไรก็ตาม จะบอกว่านั่นไม่ใช่เรื่องรุนแรงสาหัสก็ไม่ได้ เห็นได้ชัดว่าครึ่งหนึ่งของอายุขัยเขาถูกตัดไป

ริกซ์คิดว่าเขาเป็นเอลฟ์ที่ซื่อตรงมากๆ อย่างคาดไม่ถึง และไม่มีความประสงค์ร้าย เธอได้แต่คิดว่าเธอคงไม่สามารถกลับไปเกลียดชังเขาได้

ดูไร้เหตุผลไปหรือเปล่านะ ทั้งที่เขาเจอเรื่องที่รุนแรงมากๆ ก็ตาม จากตอนแรกที่ตั้งใจจะปลอบใจเขากลับกลายเป็นว่าตอนนี้ริกซ์กลับเป็นคนถูกปลอบใจเสียเอง หากมังกรถามถึงสิ่งที่ต้องการขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าเป็นไปได้ คิดว่าอยากจะขอให้ช่วยปกป้องเขา

อย่างไรก็ตาม แม้เอลฟ์จะไม่ได้เป็นอะไรมากนักจนทำให้เธอวางใจ แต่ความคิดของริกซ์นั้นต่างออกไป

“ข้าจะรับผิดชอบเจ้าเท่าที่ข้าทำได้”

โมร์ฟิสที่เลื่อนจานข้าวมาให้นั้นหยุดชะงักและหันมองริกซ์

“ถึงยังไง ตอนนี้ข้าก็เป็นนายเจ้าไม่ใช่เหรอโมร์ฟิส”

ริกซ์ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ละมุนละไม

“ให้ตายเถอะ! ตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์คืออะไรกันแน่”

อะไรกัน มนุษย์นั่นรู้จักวิธียิ้มแบบนั้นด้วยเหรอ หูของเอลฟ์ที่พยายามเบนสายตาหนีนั้นร้อนขึ้น


* * *


ฝนตกมาอย่างยาวนาน รู้สึกเหมือนว่าบางครั้งเสียงฝนก็เปลี่ยนไป แต่หลังจากนั้นก็ตกลงมาอีกหลายวัน

ริกซ์มองผ่านหน้าต่างที่ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และมองลงไปยังสวนของปราสาทมังกรอันปลอดโปร่ง ทั้งที่เป็นฤดูหนาวแต่หิมะไม่ตกหรอกหรือ หรือเป็นเพราะเห็นว่ามีหญ้างอกขึ้นมามากมายเหมือนฤดูไม้ผลิหรือฤดูร้อน แต่ฝนอันหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งนั้นก็ยังตกลงมา

เอลฟ์โมร์ฟิสตามติดเธอโดยอ้างว่าเขาเป็นครูสอนฟันดาบ แต่ในความเป็นจริงนั้นเขาเป็นองครักษ์ที่ใกล้ตัวที่สุด ช่วงที่มังกรไม่อยู่ คนที่เธอจะได้เจอคนแรกสุดยามตื่นนอนก็คือโมร์ฟิส เขาอยู่ใกล้ๆ และมองออกไปนอกหน้าต่างกับริกซ์แล้วพูดโพล่งขึ้นมา

“น่าจะหยุดตกแล้วล่ะ”

ริกซ์พยักหน้า เธอได้ฟังข่าวลือเรื่องที่ดินแดนนี้ถูกเรียกว่าเป็นอาณาเขตของมังกรแล้ว ทั้งได้ฟังคำอธิบายจากเอลฟ์ ตอนนี้เธอเข้าใจอย่างดีแล้วว่าที่นี่เป็นสถานที่แบบไหน ถ้าหากอากาศของที่นี่มีการเปลี่ยนแปลง ในบรรดาอิทธิพลทั้งหลายนั้น แน่นอนว่าต้องมาจากมังกร ความกล้าหาญที่เต้นอยู่ภายในอย่างเงียบสงบนั้นก็อธิบายเธอได้เป็นอย่างดี ริกซ์ในตอนนี้สามารถรับรู้ถึงระดับความเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย

ไหนๆ ฝนก็หยุดตกแล้ว โมร์ฟิสจึงขอร้องให้ริกซ์ออกไปที่สวนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการสอนฟันดาบ หรือการที่ตัวเองจะเรียนวิธีการใช้เวทมนตร์แบบริกซ์นั้น หากทำมันในห้องก็ดูเกินกำลังมากไป

เหนือสิ่งอื่นใด โมร์ฟิสไม่ชอบที่จะเห็นริกซ์ในสภาพที่หลงเหลือร่องรอยของมังกรและนั่งเหม่อเหมือนกับสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก แม้จะไม่เห็นว่าหญิงสาวดูอึดอัดใจมากนัก แต่มันก็ยังดูแปลกสำหรับปฏิกิริยาของคนทั่วไป

เหมือนเธอจะเป็นมนุษย์แบบนั้นมาตั้งแต่แรกมากกว่ามาเปลี่ยนแปลงตอนมาที่นี่ โมร์ฟิสพยายามแตะต้องตัวริกซ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ระหว่างที่พาเธอลงไปที่สวน

ริกซ์ตามโมร์ฟิสไป และหยุดเอามือลูบเสาเป็นบางครั้ง ปราสาทหินที่สร้างมาจากการตัดก้อนหินนั้น แม้ภายนอกจะดูหยาบกระด้าง แต่หากดูอย่างละเอียดแล้วมันกลับสวยงาม แค่มองเสาที่เห็นในตอนนี้แบบผ่านๆ ฝีมือการแกะสลักลวดลายของช่างฝีมือก็ไม่ได้น้อยหน้าใครเลย

ใครเป็นคนสร้างปราสาทนี้กันนะ เอลฟ์หรือว่ามังกรสร้างเองกันแน่ เสาสีขาวนั้นแม้จะมีร่องรอยแห่งกาลเวลา แต่มันก็ได้รับการดูแลอย่างสะอาดสะอ้าน หากบอกว่าเพิ่งทำเสร็จเมื่อวานก็น่าเชื่อ เสาหลายสิบต้น หรืออาจจะหลายร้อยต้นเหล่านั้น ช่างเป็นสถานที่ที่มีการทุ่มเทเอาใจใส่อย่างมาก

ในสายตาของเอลฟ์ ริกซ์ทั้งไม่พูด และไม่ได้ทำสีหน้าอึดอัดใจด้วย ในระหว่างนั้นมีเพียงเสียงเท้าเดินลงส้นไปตามระเบียงเท่านั้น โมร์ฟิสที่รู้สึกอึดอัดขึ้นมาจึงเอ่ยปากขึ้นมาก่อน

“อย่าไปสนใจนักเลย”

“หื้ม”

“เพราะข้าละเลยคำสั่ง และทำเกินตัวเอง”

ขณะที่โมร์ฟิสหันมองดูรอบๆ แล้วเห็นว่าไม่มีใคร เขาก็พูดกับริกซ์ราวกับว่าเพิ่งนึกขึ้นได้ สายตานั้นจับจ้องไปข้างหน้าเท่านั้น

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทายาทสำคัญสักแค่ไหน”

ริกซ์เดินไปฟังไปอย่างเงียบๆ

“ถ้าหากสำคัญก็ต้องยิ่งใส่ใจสิ หากพวกสัตว์เดรัจฉานท้อง พวกมันก็จะใจร้อนรีบไปหาอาหารมาให้กิน แต่พวกมังกรน่ะ—”



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น