อะควาลิซ
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 07 ใจเต้น

คำค้น : วิศวะ ยานยนต์ คอมพิวเตอร์ มหาลัย พี่ว๊าก อะควาลิซ เธียร์ โอบี

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2561 08:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
07 ใจเต้น
แบบอักษร

​07 ใจเต้น



ผมกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ผมมองร่างอวบที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยความเอ็นดู ตัวเธอเองคงไม่รู้ว่าเธอเด่นในสายตาผู้คนแค่ไหน ไม่ใช่ว่าเพราะหุ่นของเธอหรอกนะครับอันที่จริงหุ่นของเธอก็ไม่ได้จัดเข้าเกณฑ์ว่าอ้วนไปซะที่เดียวเพียงแต่ว่าไม่ได้ผอมเพรียว แต่เธอมีส่วนเว้าส่วนโค้งร่างกายที่เห็นได้ชัด และสิ่งที่ทำให้เธอเด่นในสายตาคนอื่นก็ใบหน้าอันจิ้มลิ้มของเธอ เธอมีใบหน้าที่สวยและน่ารักแบบสมวัย เธอไม่แต่งหน้าก็สวย และนี้ก็เป็นสิ่งที่ให้คนอื่นเขาเขม่นเธอเจ้าตัวน่ะไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่ผู้หญิงคนอื่นเขาอิจฉาไงดูอย่างวันนี้สิรู้ทั้งรู้ว่าน้องป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ก็ยังสั่งให้น้องไปทำความสะอาดห้องเก็บของทั้งที่ความจริงการลงโทษของการมาสายก็คือการลุกนั่งหรือไม่ก็วิ่งรอบสนามเท่านั้น  

"หายไวๆนะ" ผมพูดกับเธอเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้องกลับไปพักผ่อนปล่อยให้แม่บ้านคอยดูแลต่อ


เช้าวันรุ่งขึ้น 

เปลือกตาบางมีการขยับเล็กน้อยและหยุดนิ่งสกพักก่อนจะค่อยๆเปิดออกรับแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างที่อยู่ภายในห้อง ใบหน้าจิ้มลิ้มขมวดคิ้วนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนสุดท้ายที่เธอเห็นหน้าก่อนจะสลบไปคือพี่วินัย แล้วตอนนี้ฉันอยู่ไหนล่ะเนี้ย กวาดสายตามองไปรอบๆตัวจนมาสะดุดอยู่ที่เสาน้ำเกลือกับเข็มมี่เจาะอยู่ที่หลังมือที่แจ่มแจ้งที่สุดก็คงจะเป็นเครื่องช่วยหายใจที่ครอบจมูกเธออยู่ตอนนี้ เป็นหนักขนสดนี้เลยหรอเนี้ย  

"ฟื้นแล้วหรอ" เสียงทุ้มเรียบของใครบางคนดังขึ้น ฉันค่อยๆหันไปหาต้นตอของเสียง เมื่อหันไปก็เห็นร่างสูงคุ้นตานั่งอยู่ที่โซฟา 

"พะ..พี่วินัย" เสียงที่ฉัันคิดว่าตัวเองตะโกนออกมามันกลับเป็นเพียงแค่เสียงกระซิบ เพราะตอนนี้แค่ขยับตัวยังลำบากเลยทุกคน 

"ยังไม่ต้องพูดเดี๋ยวเรียกหมอให้ก่อน" แล้วพี่แกก็เดินมากดกริ่งที่อยู่ติดกับหีวเตียงของฉัน ตอนที่พี่แกเดินมากดนั้นฉันนี่เกร็งสุดโต่ง ไม่นานหมอและพยาบาลก็เข้ามาตรวจสอบถามอาการกันพักใหญ่ๆก่อนจะกลับออกไป ซึ่งตอนนี้ฉันสามารถหายใจได้สะดวกแล้วเลยไม่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 

"โอเคขึ้นรึยังคุณ" นี่เขายังไม่ไปอีกหรอ 

"...." 

"เป็นใบ้รึไงคุณ" 

"อะ..เอ่อ ดีขึ้นแล้วค่ะ" ฉันตอบตะกุกตะกัก ก็คนมันกลัวอ่ะจะให้ทำไงเล่า 

"ปกติเวลาเป็นภูมิแพ้เป็นหนักขนาดนี้เลยหรอ" 

"ปกติก็ไม่ค่ะ แค่แน่นหน้าอกนิดหน่อยพักเดียวก็หาย แต่ว่าครั้งนี้เจอฝุ่นเยอะไปหน่อยเลยหนักค่ะ" ฉันตอบคำถามเขาไป ฉันพึ่งสังเกตว่าทั้งห้องมีแค่เขากับฉันแค่สองคนพีคไปอี๊กก 

"อีกสักพักเดี๋ยวเพื่อนคุณก็มา ถ้าอย่างนั้นผมของถามต่อเลยละกัน"  

"คะ..ค่ะ" แค่จะถามไม่ต้องขยับมาชิดเตียงฉันขนาดนี้ก็ได้หนูกลัว แล้วพี่แกก็ถามเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวาน สาเหตุที่ฉันไปสายรวมไปถึงตอนที่ถูกสั่งให้ไปทำความสะอาดห้องเก็บ คำถามก็ประมาณว่าใครเป็นคนสั่ง มีใครอยู่ในเกตุการณ์บ้าง ไอ้เราก็ตอบไปตามตรงจิตใจก็ไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัว ทำไมน่ะหรอคัณขาถ้ามีผู้ชายที่หล่อมากมายืนอยู่หน้าคุณ คุณจะมีสติฟังคำถามไม่ค่ะ คุณก็ต้องแอบมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเหมือนกันนั้นแหละ ผู้ชายอะไรหน้าโคตรเนียน จมูกนี่มาเป็นสันเลยพ่อคุณเอ้ยยย ใจฉันนี่เต้นตุ้บตับๆเลยอ่ะ อย่าเอาเขามาใกล้หนูเดี๋ยวหนูหัวใจวายตาบเพราะความหล่อ หลังจากถามนู่นถามนี่ครบแล้วพี่แกก็ขอตัวกลับก่อนพอดีกับเคที่กับพิมเดินเข้ามาในห้องพอดี 

"พะ..พี่สวัสดีค่ะ" เคมี่ยกมือไหว้แบบกล้าๆกลัวๆ 

"อืม ดูแลเพื่อนดีๆด้วยล่ะ" 

"ค่ะพี่" แล้วเขาก็เดินออกไป 

"ชะนีน้อยเป็นไงบ้างแก เป็นภูมิก็ไม่บอกฉันนะยัยบ้า ถ้าฉันรู้ฉันจะไม่ให้แกเข้าไปในห้องนั้นเลย@&฿&฿&฿-฿[email protected]@@#&##[email protected][email protected]_5฿" เคที่มันบ่นออกมายืดยาวประหนึ่งฉันไปทำท่อประปาที่บ้านมันแตก โดยมีพิมคอยบ่นเสริมอีกคน 

"เออ ว่าแต่พี่วินัยเขามาหาแกทำไมอ่ะ" พอบ่นเสร็จมันก็ดึงประเด็นต่อไปขึ้นมาถาม 

"เขาก็มาถามอาการแล้วก็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นแหละ" พอพูดมาถึงตรงนี้สมองเจ้ากรรมก็ดันฉายภาพของพี่วินัยขึ้นมาทำให้ฉันใจเต้นอีกครั้ง




มาแล้วววววววจ้าาาาาา

ชอบไม่ชอบยังไงติดชมกับเข้ามาได้น้าาาาาาา


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น