แม่มดน้อยอนุบาล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 เข้าเมือง 2

ชื่อตอน : บทที่ 4 เข้าเมือง 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ธ.ค. 2561 07:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 เข้าเมือง 2
แบบอักษร


ตัวเมืองของร็อกเวิร์ดนั้นคล้ายเมืองในเขต เมืองรอบนอกกรุงเทพ มันมีความเจริญกระจุกตัวอยู่ที่เดียว ไม่ได้กระจายออกไปรอบๆ เมือง เพียงแต่ตลอดเส้นทางนั้น บ้านเรือนและถนนล้วนสะอาดอย่างมาก ไม่มีสายไฟฟ้า ไม่มีถังขยะ ไม่มีตึกหลังเก่าสักแห่ง


เป็นเมืองที่เหมือนกับถูกบำรุรักษาอยู่ตลอดเวลา กล้ายังคงขี่รถวนสำรวจรอบตัวเมือง เขาเห็นร้านอาหารหลายร้านที่น่ากิน และมีอีกหลายร้านที่แปลกตา ทั้งร้านขายสัตว์วิเศษที่มีเสือดาวนอนหาวอยู่หน้าร้าน ร้านสินค้าเกี่ยวกับการเกษตรที่ผู้คนเข้าออกคับคั่ง และหลายๆ ร้านที่ประหลาด


ในเมืองร็อคเวิร์ดนั้นมีโณงเรียนอยู่เพียงแห่งเดียว คือโรงเรียน ‘ร็อคเวิร์ดสคูน’ ซึ่งกล้าไม่แน่ใจว่าตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาไหน ระหว่างเปิดเทอมหรือปิดเทอม แต่เท่าที่ดูด้วยตาเปล่า ที่ไม่เห็นเด็กนักเรียนสักคน เหมือนช่วงนี้โรงเรียนกำลังปิดภาคเรียนอยู่ แน่นอนว่าเพื่อความชัว กล้าจึงได้ขับสกูตเตอร์เข้าไปหน้าโณงเรียน เข้าจอดรถที่ป้อมยามด้านหน้าซึ่งมีคุณตาแก่ๆ และชายหนุ่มหนึ่งคนอยู่ภายใน


“ขอโทษนะครับ ผมขอถามหน่อย โรงเรียนจะเปิดเรียนตอนไหนหรือครับ”


“เจ้าหนูไปอยู่ที่ไหนมา เรื่องเปิดเรียนก็ไม่รู้หรือไง” คุณตาแก่ๆ เป็นคนพูดขึ้นมา


“พอดี ที่บ้านผมพ่อแม่เสีย ทำให้ผมไม่รู้ว่าตอนนี้โรงเรียนจะเปิดช่วงไหนนะครับ”


แม้จะงุนงงว่าถึงพ่อแม่จะเสีย แต่การเปิดเรียนมันก็เป็นช่วงเวลาเดิมๆ ในทุกปี การที่ใครคนหนึ่ง โดยเฉพาะเด็กๆ จะลืมวันเปิดเรียนนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เห็นแก่ความสงสาร ชายแก่จึงได้ตอบ


“อีกสามอาทิตย์นะ วันที่ 15 ของเดือนนี้ โรงเรียนก็เปิดแล้วเจ้าหนู”


“อ๋อ ขอบคุณนะครับคุณตา”


“ไม่เป็นไรเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”


หลังจากสอบถามเรื่องโณงเรียนเสร็จ กล้าก็ขึ้นรถสกูตเตอร์แล้วขับออกไป ตอนนี้เขาสบายใจแล้วว่าสามารถทำเรื่องต่างๆ ได้อย่างสะดวก


“อีกสามอาทิตย์ คงพอดีกับตอนที่เราย้ายของมาบ้านใหม่หมดแล้ว”


กล้ายังขับรถวนไปวนมา ตอนแรกเขากะจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ร้านข้างทาง แต่คิดไปคิดมา เขาก็เห็นว่าการเข้าห้างในโลกใบใหม่หน้าจะดีกว่า ดังนั้นเขาจึงได้มุ่งหน้าไปที่ห้างใจกลางเมือง


เมืองร็อคเวิร์ดนั้นเป็นเมืองขนาดกลางๆ ค่อนข้างเล็ก ของอำนวยความสะดวกต่างกระจายตัวไปในแต่ละพื้นที่แถมส่วนมากยังเป็นของพื้นเมือง อีกทั้งไม่ได้จัดเป็นโซนไว้ให้ผู้คนเดินเลือกซื้อ สิ่งของอำนวยความสะดวกที่ครบครันที่สุดต้องเป็นห้างที่อยู่ใจกลางเมือง เพราะมันรวบรวมของชั้นดีจากเมืองอื่นๆ มาไว้ที่นี่ด้วย


การเข้าห้างครั้งแรกนั้นกล้าสนใจเรื่องเฟอร์นิเจอร์ที่สุด เพราะที่บ้านใหม่นั้น หากไม่ใช่ของที่ปุ พรุน ก็เหมือนของที่ใกล้จะเน่าสลาย ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปในโซนเฟอร์นิเจอร์เป็นที่แรก


กล้าได้เลือกชุดโซฟาสีแดงมาหนึ่งสุด เลือกโต๊ะทานข้าวสีขาวสะอาดพร้อมกับเก้าอี้มาสองตัว เครื่องครัวก็เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ซื้อตู้รักษาความสดของอาหาร เพราะในโลกใหม่นั้นไม่มีตู้เย็น มีแต่ตู้รักษาอุณหภูมิขนาดใหญ่ขายเท่านั้น กล้าซื้อมาสองอัน กะไว้ใช้เองหนึ่งอันและเก็บผลผลิตทางการเกษตรอีกหนึ่งอัน ทั้งหมดเขาใช้บริการขั้นส่งของห้าง


จากนั้นเขาก็เดินไปเลือกซื้อ ทีวี และคอมพิวเตอร์ น่าประหลาดใจว่าของสองอย่างนี้ไม่มีขายในห้าง มีก็แต่แท๊บเล็ตขนาดต่างๆ ที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายสัญญาณเมืองร็อคเวิร์ด ซึ่งมันแพงเอาเรื่องมากๆ เครื่องหนึ่งตกอยู่ที่ราคา 5 ทองคำขาว


แน่นอนว่ากล้ากัดฟันซื้อมันมา เขาไม่ต้องการพลาดข่าวสารหรือต้องคอยบากหน้าขาวๆ ไปถามทุกเรื่องกับเพื่อนบ้าน แม้เพื่อนบ้านอาจไม่รำคาญที่ต้องคอยตอบคำถาม แต่ตัวเขาเองกับรำคาญที่ต้องเที่ยวไปถามคนอื่นในทุกๆ เรื่อง


ดังนั้นเขาจึงตัดใจซื้อมันมา พร้อมจ่ายชำระค่าเครือข่ายหนึ่งปี ในราคา 1 ทองคำขขาว ทำให้ตอนนี้เงินที่เขาเตรียมมาเหลือ 41 ทองคำขาวเท่านั้น


เมื่อใช้เงินไปเยอะกล้าก็ปวดใจไม่น้อย เงินพวกนี้ได้จากการที่เขาต้องเสียเงินสามกว่าล้านในโลกเดิมแลกมานะ ดังนั้นหากไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ ตอนที่ยังหาทางทำเงินไม่ได้ เขาก็ไม่ควรใช้มันมาก เมื่อคิดได้ดังนั้น กล้าจึงเดินเข้าไปที่โซนเพาะปลูก เขาซื้อเมล็ดพันธุ์พืชที่ได้รับความนิยมสูงสุดมา 10 ชนิด เพื่อปลูกขาย อีกทั้งยังได้ซื้อหนังสือจำพวกการทำเกษตร หนังสืออ่านเล่น หนังสือเพื่อการศึกษาของชั้นปีที่ 6 มาอีกจำนวนหนึ่ง


จากนั้นเขาก็ขับรถกลับบ้าน ที่บ้านนั้นตอนนี้คนส่งของมารออยู่แล้ว กล้าเปิดบ้านแล้วขับนำเข้าไปก่อน รถขนของก็ขับตามหลังมาติดๆ เมื่อถึงตัวบ้าน ชายท่าทางแข็งแรงก็ยกข้าวของไปติดตั้งตรงที่กล้าชี้บอก และให้นำตู้รักษษอุณหภูมิออกมาวางนอนตัวบ้านหนึ่งอัน


ส่วนข้าวของที่ไม่ได้ใช้แล้ว กล้าได้ให้คนส่งของขนนำไปทิ้งให้ด้วย โดยเขาจ่ายเพิ่มไปอีก 100 เงิน


เมื่อเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ กล้าก็เหมือนได้บ้านใหม่ ตอนนี้ที่ต้องทำเพิ่มคือการทาสีบ้านทั้งหลัง ซึ่งกล้าคิดว่าเขาจะทำเอง โดยใช้สีที่โลกเดิมมาทา เพราะรอบหน้าของที่เขาจะขนมาคือของจำพวกตกแต่งบ้านใหม่ทั้งหมด


โชคดีที่กล้าพอจะมีฝีมือในด้านตกแต่งข้าวของหรือทำของใช้เอง เพราะมีช่วงหนึ่งที่เขาต้องการจีบเพื่อนสาวที่ชอบของทำมือ ดังนั้นเขาจึงได้หัดเรียนรู้พวกมันมาบ้าง ถือว่าฝีมือเขาไม่เลวเลยทีเดียว เพราะสาวคนนั้นชอบของที่เขาทำให้มาก และหากไม่ใช่เพราะเลิกรากันไป ไม่แน่ตอนนี้เขาอาจจะทำอาชีพขายของทำมือ แทนการเล่นดนตรีไปแล้ว


หลังจากจัดการข้าวของเรียบร้อยแล้ว กล้าก็ทิ้งตัวลงนั่งยังโซฟาใหม่ เขาเลือกหยิบหนังสือสำหรับเพราะปลูกมาอ่านเพื่อเพิ่มความรู้


“อืม เรื่องการตัดแต่งกิ่งพวกนี้ก็หาสนใจดี ว่าแต่พืชที่อยู่หน้าบ้านนั้นก็ไม่เลวเลย ไอ้ต้นไม้ผลไก่นั้นอีกสองวันก็เก็บขายได้แล้ว ใครจะไปคิดว่าที่โลกนี้ไม่มีเนื้อสัตว์ในกินเพราะสัตว์อสูรจะบุกรุกเมืองเอาง่ายๆ หากมีอาหารประเภทเนื้อมากพอ ว่าแต่คนที่คิดพันธุ์พืชชนิดเนื้อก็น่าทึ่งมากๆ ทำให้ผู้คนยังสามารถลิ้มรสชาติของเนื้อได้ แม้จะไม่ต้องเลี้ยงและฆ่ามันเอง”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น