กัณฑ์กนิษฐ์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3 (3)

คำค้น : กัณฑ์กนิษฐ์,นิยาย,โรแมนติก,ไลต์ออฟเลิฟ,เถื่อน,มหาเศรษฐี,หวานแหวว,หวานซึ้ง,น่ารัก,พระเอก,นางเอก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2561 12:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 (3)
แบบอักษร

​แม่เฒ่ารู้ พวกเรารู้แล้วว่านางฟ้าประจำตัวท่านชายคือใคร มีคนเดียวที่ไม่รู้คือ...ท่านชายหยิ่ง555

******************************

บทที่ 3 (3)

                โบโลวิคนั่งอยู่บนพื้น ท่านชายคาร์โลมันยืนอยู่ตรงหน้าเขา โบโลวิคใช้จังหวะนั้นกดปลายดาบลงไปในแผ่นท้องของท่านชายคาร์โลมัน คมดาบเจาะทะลุเสื้อชั้นนอกเข้าไป ท่านชายคาร์โลมันตวัดดาบคมปลาบเชือดเข้ากับลำคอของโบโลวิค

                   เพื่อไม่ให้เขาต้องทรมาน ท่านชายเลือกเชือดในจุดที่ทำให้โบโลวิคสิ้นใจเร็วที่สุด เขาทิ้งร่างที่กำลังจะไร้วิญญาณลงบนพื้น ร่างนั้นดิ้นพราด จมกองเลือดอย่างน่าเวทนา ดาบร่วงจากมือของโบโลวิค อัสฟากับฟาดินเข้าถึงตัวท่านชายคาร์โลมัน

                   ท่านชายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ดาบนั้นไม่สามารถแทงทะลุเข้าไปสัมผัสกับผิวกายของเขาได้ เพราะมีเสื้อเกราะชั้นที่มะลิหอมทำมันขึ้นมาป้องกันเอาไว้ ท่านชายส่งดาบให้กับฟาดิน และอัสฟาก็คุกเข่าลงเพื่อกล่าวคำขอโทษ

                   “ขออภัยครับท่านชาย”

                   อัสฟาต้องเข้ารวบตัวโบโลวิคในทันที ทำให้เขาพลาดพลั้งไม่คิดให้ถี่ถ้วน การกระทำของเขาทำให้ท่านชายคาร์โลมันเสียสมาธิ

                   “ไม่เป็นไรอัสฟา นายแค่ทำตามหน้าที่ ซึ่งถูกต้องแล้ว ลุกขึ้นเถอะ”

                   อัสฟาลุกขึ้นตามคำสั่งของท่านชายคาร์โลมัน ไม่เซ้าซี้เรียกร้องให้ลงโทษ เพราะทราบนิสัยของเจ้านายหนุ่มดีว่า ถ้าหากท่านชายคาร์โลมันต้องการเอาผิด ไม่ต้องร้องขอ แต่ท่านชายจะมอบให้เอง

                   “ไอ้เวรนั่นเล่นไม่ซื่อ”

                   เซอร์กีรัสคำรามออกมา แต่เพราะมันตายไปแล้วทำให้เขาไม่กระโดดลงไปร่วมวงจัดการโบโลวิค เซอร์กีรัส แรมซีย์ และจีซัส ต้องควบคุมตัวเองไม่ให้พรวดพราดลงไปหาท่านชายคาร์โลมัน แต่ต้องออกจากที่นั่งอย่างองอาจ ไม่ให้เกิดความผิดปกติ จนคนอื่นจับสังเกตได้

                   เสียงตะโกนของอัสฟาเมื่อสักครู่ ถ้าหากไม่ใช่คนที่อยู่ในบริเวณใกล้ชิด ก็จะไม่มีใครได้ยินหรือผิดสังเกต เพราะที่นั่งสำหรับผู้ชมคนอื่นในชนชั้นผู้พิทักษ์และชนชั้นบริหารนั้นอยู่ไกลออกไปและมีกระจกกั้นอีกหนึ่งชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนแอบแทรกตัวเข้ามา แล้วสร้างความเสียหายด้วยวิธีการสกปรก

                   “มันแทงถูกนายหรือเปล่า”

                   แรมซีย์ถามประโยคแรกเมื่อทั้งสามคนลงไปถึงบริเวณที่คาร์โลมันยืนอยู่ ท่านชายหนุ่มเกี่ยวนิ้วเข้ากับเสื้อที่เป็นรูพรุน ทำเอาใบหน้าของแรมซีย์ จีซัส และเซอร์กีรัสตึงเครียดขึ้นทันที

                   “ทะลุเสื้อ”

                   “ทะลุเสื้อ?”

                   “แต่บังเอิญฉันมีเสื้อวิเศษจีซัส ทะลุแค่ชั้นนอก เข้าไม่ถึงเนื้อใน ไม่อย่างนั้นดาบอาบยาพิษนั้นคงสร้างปัญหาให้กับฉันไม่น้อย”

                   ท่านชายคาร์โลมันปรายตามองโบโลวิคเหมือนอีกฝ่ายช่างไร้ค่า แต่โบโลวิคก็ไร้ค่าจริงนั่นแหละ ไม่มีศักดิ์ศรีกระทั่งวินาทีสุดท้ายก่อนสิ้นลม

                   “เสื้อวิเศษ ฉันเพิ่งรู้ว่านายมีอารมณ์ขัน”

                   จีซัสขำไม่ออก เพราะการที่เสื้อทะลุนั้นก็หมายถึงดาบเล่มนั้นสามารถสัมผัสกับเรือนกายของคาร์โลมันได้ เขาจับจ้องที่เรือนกายของท่านชายแต่ก็ไม่พบว่ามีบาดแผลแต่อย่างใด

                   “สรุปเสื้อทะลุแต่เนื้อไม่ทะลุ?”

                   “ตามนั้นจีซัส”

                   “ฉันซีเรียสนะเนี่ยท่านชาย”

                   “เอาน่าจีซัส ท่านชายปลอดภัยจากยาพิษก็ดีแล้ว”

                   เซอร์กีรัสวางมือลงบนบ่าของจีซัส ท่านชายคาร์โลมันหันใบหน้าไปยังองครักษ์คนสนิท ถึงเขาจะปลอดภัย แต่เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปไม่ได้

                   “ตรวจสอบว่ายาพิษนั้นมาจากไหน โบโลวิคได้มายังไง”

                    “ครับท่านชาย”

                   ฟาดินกับอัสฟารับคำสั่งจากเจ้านายหนุ่ม ส่วนแรมซีย์ จีซัส และเซอร์กีรัส เมื่อท่านชายคาร์โลมันปลอดภัย พวกเขาก็ไม่มีเรื่องอื่นให้ต้องสนใจอีก ถึงจะข้องใจเรื่องเสื้อวิเศษ แต่คำพูดของท่านชายคาร์โลมันในบางครั้งมันก็ฟังเข้าใจยากอยู่แล้ว งั้นก็ช่างมันเถอะ!

                   “ในเมื่อนายยังไม่ตาย ฉันก็ขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน คลาริสสารออยู่ที่ตำหนัก ด้วยความเป็นห่วงนายคงเดินไปเดินมาจนพื้นตำหนักแทบสึก ฉันสงสารหูของจัสมินด้วย คลาริสสาคงพร่ำบ่นถึงความห่วงใยที่มีต่อนายไม่หยุด”

                   “ถ้าหากท่านชายตายขึ้นมาพวกเราต้องเดือดร้อนแน่ ภาระคงเพิ่มขึ้นจนหัวหมุน”

                   จีซัสกล่าวต่อขึ้นมา ถึงแรมซีย์จะพูดแบบนั้น แต่เชื่อเถอะว่าแรมซีย์จะต้องเป็นคนที่เดือดร้อนที่สุดถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านชายคาร์โลมัน แรมซีย์สามารถตายแทนคาร์โลมันได้อย่างไม่ลังเล แต่หลังจากที่แรมซีย์แต่งงานกับท่านหญิงครองขวัญ จีซัสก็ไม่แน่ใจนักว่าแรมซีย์ต้องขออนุญาตภรรยาก่อนตายแทนพี่ชายของเธอหรือเปล่า

                   “ฉันต้องขอบใจนายสามคนหรือเปล่าที่มาเฝ้าดูรอฉันตาย”

                   ท่านชายคาร์โลมันถามกลับเสียงเรียบ เซอร์กีรัสหัวเราะเมื่อได้ยิน ถึงจะฟังดูโหดเหี้ยมไปสักหน่อย แต่มันคือการหยอกล้อกันระหว่างพวกเขา

                   “อย่าใส่ความกันแบบนั้นสิท่านชาย การที่นายยังหายใจอยู่ย่อมเป็นเรื่องดี”

                   “ฉันเห็นด้วยกับแรมซีย์นะ ถ้านายไม่อยู่ซะคน คงวุ่นวายฉิบ ฉันเบื่อรบชะมัด แค่ต้องรับมือกับฝ่ายต่อต้านก็เบื่อแทบกระอัก”

                   จีซัสบ่นออกมา เขาต้องการให้ซัคคาเวียเข้าสู่ความสงบอย่างแท้จริง ถึงตอนนี้จะสงบ แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ซึ่งรอเวลาคุกรุ่น

                   “เอาเป็นว่าฉันจะอยู่ต่อไปเพื่อควบคุมความประพฤติของนายทั้งสามคนก็แล้วกัน”

                   “เฮ้ ฉันเป็นคนดีนะ”

                   “ฉันคงต้องถามแคททรีนาแล้วละจีซัส ว่านายประพฤติตัวดีจริงหรือเปล่า”

                   “ไม่ต้องเอาชื่อแคทมาขู่หรอกน่า แค่ได้ยินก็กลัวหัวหดแล้วเนี่ย”

                   จีซัสกล่าวเล่น ทำตัวเป็นคนเกรงกลัวภรรยา แคททรีนาผู้อ่อนหวานน่ะเหรอจะกล้าฟ้องพี่ชายเรื่องเขา ถึงคาร์โลมันเอ่ยปากถาม เธอก็ต้องยิ้มหวานแล้วตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลถึงความดีงามของเขา

                   “นายสามคนเตรียมตัวเมืองของตัวเองได้แล้ว มันจบเรื่องแล้ว”

                   “ครับท่านชาย”

                   ทั้งสามหนุ่มรับคำบัญชาจากท่านชายคาร์โลมัน แรมซีย์ จีซัส และเซอร์กีรัส ยังอยู่ที่นั่นเพื่อส่งท่านชายคาร์โลมันกลับออกไปจากสนามประลอง ท่านชายหมุนตัวเดินนำฟาดินกับอัสฟาออกไปจากสนามประลองเพื่อเดินทางกลับไปยังปราสาทเวอร์โดซา ชัยชนะของท่านชายคาร์โลมันต่อโบโลวิคถูกประกาศออกไปให้ประชาชนรับทราบ เป็นการต่อสู้ที่ใช้เวลาเพียงแค่สิบห้านาทีเท่านั้น แต่เป็นสิบห้านาทีซึ่งประเทศซัคคาเวีย สามารถสูญเสียบุคคลสำคัญไปพร้อมกับคนไร้ความสำคัญได้เลยถ้าหากไม่มีเสื้อของมะลิหอมป้องกันเขาเอาไว้

******************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น