LUN_LA

รักที่เริ่มจากการบังคับ เเต่ไหนไปๆมาๆขอบคุณถึงได้รู้สึกหวั่นไหวให้กับบีเอ็มได้กัน ติดต่มได้ใน...โคตรร้าย โคตรรักเลยจ้าา

ชื่อตอน : โคตรร้าย⚔️ # 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.7k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2562 12:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โคตรร้าย⚔️ # 3
แบบอักษร

โคตรร้าย⚔ # 3

ไม่เจอกับตัวไม่มีใครรู้หรอก!!!


ขนาดตัวผมเองที่โดนมากับตัว ยังไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้-*-!!


เรื่องมันเป็นยังไงนะเหรอ! มาเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง...


หลังจากที่ผมเจอไอ้บีเอ็มอะไรนั้น  เเละพี่เเทนได้มาเห็นผมกับมันในท่าทางที่ชวนเข้าใจผิด  ผมก็โดนมันอุ้มพาดบ่าออกมาที่หน้าบ้าน


ตอนโดนมันจับพาดบ่านี้ หัวผมหวิดฟาดพื้นไปนิดเดียวเอง-_-“!


เเล้วที่สำคัญเลยคือผู้สมรู้รวมคิดกับมัน! จะเป็นใครไปไม่ได้….ถ้าไม่ใช่


...อาม่าของผมไง!!


เห็นกับตาเลย! ว่าอาม่าเป็นคนเปิดประตูรถให้มัน เเถมยังช่วยมันจับผมยัดเข้ามาในรถ เเล้วยังเป็นคนยืนเฝ้าประตูรถกันไม่ให้ผมเปิดประตูหนีออกมาด้วย


คิดๆดูเเล้ว ตกลงใครเป็นหลานกันเเน่ว่ะเนี่ย!!


มันขับรถพาผมมาตามทางที่เเน่นไปด้วยรถยนต์มากมาย ตลอดทางพวกเราไม่เเม้เเต่จะเปิดปากคุยกันเเม้เเต่น้อยจนเวลาผ่านไปพักหนึ่งนั่นเเหละ  มันถึงได้เลี้ยวรถเข้ามาในซอยๆหนึ่ง เเล้วเลี้ยวรถเข้าไปจอดเอาไว้ที่ด้านหลังตึกเเห่งหนึ่ง


พื้นที่รอบๆมีไม่มากนัก มีพื้นที่ให้จอดรถได้อีก 3-4 คันเท่านั้น นับรวมของมันด้วยเเล้ว


“ลงไป” มันพูดเสียงนิ่ง จัดการดับรถยนต์ของตัวเองเสร็จสรรพ

“ไม่ กูจะกลับบ้าน!”

“นี้โง่หรือโง่  ไม่ได้ยินที่ม่ามึงพูดหรือไง” อือฮือ!  มึงเป็นใครเนี่ย! อยู่ๆมาด่ากูโง่


ตบคว้าเลย!!


“ได้ยิน...เเต่กูไม่เข้าใจ..มึงเองก็ไม่อยากเเต่ง..เเล้วจะยอมทำตามม่ากูทำไม” ผมหันไปมองจ้องหน้ามัน  มันเองก็กำลังมองผมอย่างเหม็นเบื่อเหมือนกัน

“กูไม่ได้ทำตามย่ามึง”

“เเล้วมึงจะทำเพื่อ!”

“กูทำเพื่อยายกู”


เหตุผลส้นตีนอะไรวะ ไม่ได้ทำเพื่ออาม่าผมเเต่ทำให้ยายตัวเองเนี่ยนะ!!


“เกี่ยวส้นตีนไรกับยายมึง!”

“อย่าปากหมา! พูดถึงยายกูดีๆ ไม่อย่างนั้น กูจะเอาส้นตีนยัดปากมึง”มันกระชากเเขนผมเข้าไปหาเต็มเเรง

 “อุ๊บ!”เเล้วเเมร่งก็ใช้อีกมือบีบเเก้มผม จนปากกลายสภาพไปมีลักษณะเหมือนตัวดูดอะไรสักอย่าง


 หน้าผมตอนนี้คงต้องเเย่มาก เพราะเเมร่งบีบจนสัมผัสได้เลยว่าเเก้มของผมมันบุ๋มลงไป…


“อ่อย!”ผมร้องโวยวายทั้งๆที่โดนมันบีบเเก้มอยู่เเบบนั้น

“ถ้าไม่โง่จนเกินไปก็ลงไปดีๆ”เเมร่งทำเป็นพูดเสียงเข้ม คิดว่ากลัวเหรอวะ!


...นี่ถ้า...ถ้ากูไม่กลัวอาม่าเสียใจ  กูไม่ลงตามมึงมาหรอกเเมร่งเอ่ย…


พอผมยอมลงจากรถมาเเล้ว ไอ้บีเอ็มมันก็เดินอ้อมไปหลังรถ เเล้วหยิบกระเป๋าลากใบใหญ่ของผมออกมา...


ตุบ!


...เเล้วมันก็โยนกระเป๋ามาตรงหน้าของผม เเล้วเเมร่งก็พูดต่ออีกว่า


“ลากมา” มันพูดเเค่นั้น เเล้วเดินเข้าไปด้านในของตึกที่อยู่ตรงหน้าพวกเรา


ดูเเค่ด้านนอกก็รู้ว่าด้านในเเมร่งเป็นผับ ถึงตรงที่พวกเรายืนอยู่ตอนนี้จะอยู่ด้านหลังของตึก เเต่สภาพโดยรอบของมันเเล้วก็บ่งบอกชัดเจนว่าที่นี้คืออะไร...


ผมเองก็เคยมาเที่ยวที่นี้อยู่เที่ยวสองเที่ยว ไม่คิดว่าจะเป็นของไอ้เวรนี้ ไม่งั้นไม่มาเที่ยวให้เสียดายตังค์หรอกโว้ย!


ผมเดินตามเเมร่งเข้ามาด้านใน  มือก็ลากกระเป๋าใบโตที่พี่เเทนเก็บ​สัมภาระของผมใส่มากให้ เเต่ตอนนี้เเมร่งโคตรจะเป็นภาระในการเดินของผมเลย


โอ๊ย! กระเป๋าก็ใหญ่! ทางเดินก็ทั้งเล็กทั้งไกล!


เหนื่อยจะตายอยู่เเล้ว!!


ผมยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่เริ่มซึมออกมาตามไรผมของตัวเอง  สายตาก็มองไปรอบๆอย่างสำรวจ...มันก็ไม่ได้ต่างจากภาพในความทรงจำตอนมมาเที่ยวที่นี้เท่าไร ต่างตรงเเค่ตอนนี้ที่นี้ยังไม่เปิดเลยไม่มีคน มีเพียงพนังงานในร้านก็เท่านั้น


ผับของไอ้บีเอ็มมันมี 3 ชั้น  ด้านล่างสุดคือตัวผับที่มีขนาดกว้างพอตัว  ส่วนชั้นสองเป็นชั้นลอยหรือที่เขาเรียกกันว่า  'โซนวีไอพี'  เเละก็มีห้องทำงานกระจกสีดำสนิทของไอ้บีเอ็มมันด้วยละมั้งถ้าจำไม่ผิดนะ  ส่วนชั้นสามยังไม่เคยขึ้นไป เพราะมันไม่ใช่ส่วนของร้าน  เเต่น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยเสียมากกว่า...


เเต่เหมือนคราวนี้ผมจะได้ขึ้นไปถึงชั้นสามเเล้วเเหละ- -


เเล้วก็จริงครับ ไอ้บีเอฺ็มมันพาผมขึ้นมาที่ชั้นสาม พอขึ้นบันไดมาถึงก็จะเจอประตูสีดำบานใหญ่ตั้งเด่นสะดุดตาอยู่ บริเวณรอบๆประตูบานนั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษเป็นเพียงกำเเพงที่ถูกทาสีดำสนิท  มีไฟประดับเพื่อเพิ่มความสว่างก็เท่านั้น


“....”ไอ้บีเอ็มหันมามองหน้าผมที่กำลังพยายามลากกระเป๋าใบโตตามมันขึ้นมาที่ชั้นสามอย่างเอือมๆ พลางส่ายหน้าเมื่อสายตาของมันสบเข้ากับสายตาของผมพอดี

“อะไรเล่า! ก็มันหนัก!!”ผมรีบแก้ตัวออกไป เเล้วออกเเรงเหวี่ยงกระเป๋าใบโตขึ้นไปให้พ้นจากตัวบันได เเล้วถึงได้ก้าวขาตามไปหยุดยืนข้างๆกระเป๋าใบนั้น


ชิส์...กูไม่ได้อ่อนแอ แต่กระเป๋ามันหนักหรอก!!


“น่ารำคาญ”มันว่าออกมาเเบบนั้นเเล้วเดินมากระชากกระเป๋าไปถือเอาไว้  ก่อนจะเดินกลับไปหยุดยืนที่ด้านหน้าประตูบานใหญ่สีดำนั้น

“เอานิ้วโป้งมา” พูดเหมือนจะให้กูตัดนิ้วโยนไปให้เลยนะมึง--!

“เร็วๆ!”

“เออ!”


ผมยอมทำตามเเต่โดยดี   ไอ้บีเอ็มมันก็เลยทำอะไรสักอย่างกับกล่องสีเหลี่ยมๆยาวๆที่ติดอยู่ตรงประตูบานนั้น เเล้วเอานิ้วโป้งของผมไปจิ้มๆเข้ากับตรงส่วนที่มีหน้าที่สเเกนนิ้ว


ไม่นานทั้งผมทั้งมันก็เข้ามาด้านในของชั้นสามได้ โดยพอประตูเปิดได้เเล้ว ไอ้บีเอ็มมันก็หิ้วกระเป๋าของผมเข้าไปในห้องให้ด้วย...เเต่เดี๋ยวนะ! ถ้ามึงคิดจะช่วย ทำไมไม่ช่วยกูหิ้วมาเเต่เเรกเล่า!!


ชั้นสามนี้เป็นส่วนบ้านอย่างที่ผมคิดเอาไว้จริงๆครับ มองรวมๆเเล้วน่าจะ มี 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ อยู่ในห้องรับเเขกนี้ 1 ห้องเเละอยู่ในห้องนอนมัน 1 ห้อง มีห้องรับเเขก ห้องกินข้าว ห้องครัว รวมกันอยู่ในห้องเดียวก็คือตรงส่วนที่พวกเรายืนอยู่ในตอนนี้ เเละนอกจากชั้นสามนี้เเล้ว ยังมีบันได้เเบบบันไดลิง เอาไว้ปีนขึ้นไปชั้นบนสุดได้ด้วย


รวมๆเเล้ว ก็ถือว่าดีมาก น่าอยู่พอสมควรนั้นเเหละ…


เเต่เดี๋ยวนะ…!!


เมื่อกี้ผมบอกว่า 1 ห้องนอนใช่ไหม ก็เเสดงว่า!!!


“มึงจะให้กูนอนที่นี้เหรอ!”

“....”มันไม่ได้พูดตอบออกมา เเต่ใบหน้านิ่งๆกวนๆของเเมร่งก็ยื่นยันคำตอบเเล้วว่า ‘ใช่’

“เเล้วมึงนอนไหน!”

“ห้องกู”

“เเล้วกู??” ผมชี้นิ้วมาที่ตัวเอง ไม่พอเเค่นั้นยังจิ้มจึกๆ เข้าที่กลางหน้าอกของตัวเองประกอบไปด้วย

“โง่หรือโง่ กูพามึงมานี้คงให้มึงนอนโรงเเรมมั้ง!”มันพูดพร้อมๆทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ผมสุดๆ


 เเล้วเเมร่งก็เดินไปทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาหนังตัวสีดำ  เเล้วหยิบบุหรี่จากซองบุหรี่ที่อยู่บนโต๊ะมาจุดสูบ


“เเต่มึงบอกมีห้องนอนเดียว!”

“พูดมาก  เอาเสื้อผ้ามึงไปเก็บใส่ตู้ได้เเล้ว”มันว่าก่อนจะพ่นบุหรี่ออกมาจนควันคลุ้งไปหมด เเล้วดับปลายบุหรี่ที่เเมร่งพึ่งจะสูบไปได้เเค่ครั้งเดียวเข้ากับที่เขยบุหรี่ ซึ่งก็วางอยู่บนโต๊ะเเถวๆนั้น ก่อนจะหยิบมือถือของมันออกมาเล่นต่อ

“ห้องไหน!”

“...”มันไม่ได้ตอบ เเต่เลือกที่จะมองไปทางห้องเป้าหมายเเทนคำตอบ ผมเลยได้เเต่เดินปึงปังมาที่หน้าห้องที่มันพยักหน้าบอกเมื่อกี้เเทน


พูดออกมาพิกุลจะร่วงจากปากมึงหรือไง!!


ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน มองซ้ายมองขวาหาตู้เสื้อผ้า ก็เห็นมามันตั้งอยู่บริเวณปลายเตียงนอน ผมเลยเดินไปหยุดตรงนั้น เเล้วก็จัดการ ใส่ๆ ยัดๆ เสื้อผ้าเข้าไปด้านใน  โดยไม่ลืมที่จะดันชุดของไอ้บีเอ็มที่เเขวนๆเอาไว้ไปจนชิดผนังของตู้เสื้อผ้า


เเต่ก็ใส่ได้เเค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น เพราะไม้เเขวนไม่พอ  ผมเลยเอาชุดที่เหลือ รวบเเมร่งที่เดียวเเล้วโยนใส่กระเป๋าลากลงไปเหมือนตอนเเรกที่มา


เเล้วใช้จังหวะนั้นสำรวจห้องมันไปด้วย  ห้องนอนโทนสีดำ ผนังห้องสีเทา ตัดกับเตียงนอนที่เป็นสีดำสนิท มีข้าวของบางอย่างที่เป็นสีขาว เเละสีเทาปะปนกันไป


เฮ่ออ!  มืดมนสัส!!


ผมทิ้งตัวลงบนที่นอนที่ดูเหมือนจะเป็น เเค่ที่นอนสปริงที่เอามาวางไว้กับพื้นห้องเลย ไม่ได้มีเตียงช่วยเพิ่มความสูงเเต่อย่างใด…


เฮ่ออ!


ผมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เเล้วทิ้งตัวลงนอนเเผ่หราอยู่บนที่นอนสีดำสนิทที่ตัดกับสีผิวตัวเองเเบบสุดๆ เเอบได้กลิ่นเเบบที่ได้กลิ่นจากตัวมันนิดหน่อยตอนที่นอนลงมา เเต่ไม่ได้สนใจอะไร ถึงจะหอมอยู่ก็เถอะ เเต่ไม่สนใจโว้ย!!!


ที่นอนเเมร่งก็เเข็ง! ห้องก็มืดมน จะให้นอนเข้าไปได้ยังไง!!


"ไอ้หมาบีเอ็มบ้า! กูอยากกลับบ้านโว้ย!!"

“เสร็จเเล้ว?”ผมโงหัวขึ้นมามองก็เห็นไอ้บีเอ็มมันยืนกอดออกมองมาที่ผมอยู่ ไม่รู้มันเข้ามาตอนไหน เเต่ที่เเน่ๆ มันคงจะเข้ามาทันได้ยินสิ่งที่ผมพูดเมื่อกี้นี้เเน่--!  


ทำไมผมถึงคิดเเบบนั้นนะเหรอ.....ก็ตอนนี้เเมร่งยืนเเยกเขี้ยวขบฟันมองมาที่ผมอย่างกับจะเเดกหัวกันอยู่น่ะสิ


“อ...เออ”ผมตอบรับกับไปเบาๆเหมือนเป็นเเค่เสียงพึมพำ เเต่มันน่าจะได้ยิน...

“เเน่ใจ?”

“เเน่”

“เเล้วนั้นอะไร”


มันชี้มือไปที่กระเป๋าลากของผม ซึ่งถูกวาง เปิดเเผ่อยู่หน้าตู้เสื้อผ้าของมัน แถมภายในยังมีเสื้อผ้าที่ถูกผมขยุ้มๆ จนยับยู่ยี่ไปหมด


“ตู้มึงใส่ไม่พอ”ผมบอกเหตุผลมันไป

“แล้วมึงไม่มีปัญญาหาทางออกหรือไง!”

“ ; ( “ มันด่าผมอีกแล้วครับ!!

“เอาชุดมึงออกมาให้หมด!” อะไรของเเมร่งอีกเนี่ย! พึ่งจะให้ผมเอาใส่ไปเมื่อกี้ เเล้วจะให้มาเอาออกอีกเหรอวะ!

“เเต่กูพึ่งใส่ไป”

“เอาออกมา!!”

“เเต่!”

“ไอ้คุณ!! กูให้มึงเอาออกมา!!”

“รู้เเล้ว…!” เเค่นี้ก็ต้องเสียงดัง


เเมร่ง!!!


ผมเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ลุกเดินด้วยใบหน้าบูดบึ้งมาที่หน้าตู้เสื้อผ้า ผมหันไปเบ้ปากใส่มันหนึ่งทีก่อนจะจัดการกระชากๆเสื้อผ้าของตัวเองออกมาจากตู้ของมันอย่างไม่ใยดี ลื้อๆ โยนๆ ไปจนเสื้อผ้าของตัวเอง กระจายเต็มห้องของมันไปหมด


“ทำดีๆ”

“ก็ทำอยู่นี้ไง!”

“เเบบนี้บ้านมึงเรียกดี”

“เเล้วมึงจะเอาไง!!” ผมมองจ้องหน้ามันอย่างไม่ยอม กำมือตัวเองเเน่นมาก กะว่าไง คราวนี้จะไม่ยอมมันเเล้ว ถ้าจะโดนมันตืบจริงๆ ก็ขอต่อยเเมร่งสักหมัดสองหมัด เเล้วถ้าจะโดนมันสวนคืนอีกหลายมัดก็ยอมคงยอม...


เเต่ไม่ใช่ครับ…


ไอ้เอ็มมันกลับทำสิ่งที่ผมไม่คาดคิดเอาไว้   มันย่อยตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นห้อง เลือกๆชุดที่จำเป็นต้องใส่ไม้เเขวนของผมกลับขึ้นไปใส่ตู้เสื้อผ้าเอาไว้ให้ก่อน เเล้วหันกลับมาหาผมสั่งประโยคที่คล้ายๆเดิมอีกครั้ง


“พับที่เหลือใส่ตู้”


ผมจ้องหน้ามันก่อนจะยอมทำตาม นั่งลงพับเสื้อผ้าที่เหลือเงียบๆ มีไอ้บีเอ็มนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง  จนผมเอาผ้าที่พับเเล้วใส่ตู้เสร็จเลยนั้นเเหละ


“ก็ทำได้นิหว่า เเล้วไหมไม่ทำ”มันพูดเหมือนบ่นกับตัวเองเเต่สายตามองมาที่ผมไง


จะด่าไรกู ด่ามาเลย!


“จะด่าไรก็ด่า จ้องอยู่ได้!”

“...เสร็จเเล้วก็ลุก ลงไปกินข้าวเย็นได้เเล้ว กูให้คนเตรียมไว้ให้เเล้ว”


เเล้วมันก็เดินออกจากห้องไป…


ไม่ด่าเหรอวะ???


‘ไอ้เอ็ม! มึงไม่ด่ากูเหรอวะ!!!’


อย่าจะตะโกนถามไปเเบบนั้น เเต่พอคิดดูเเล้ว มันไม่ด่าก็ดีเเล้วเเหละ  ดีเหมือนกัน จะได้ไม่รำคาญหู เพราะเวลาเเมร่งด่าที....


 เเมร่งด่าซะ  ขี้หูเต้นระบำเลย - -



BY : ลั้น ลา

ความคิดเห็น