แม่มดน้อยอนุบาล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 ข้ามมิติ

ชื่อตอน : บทที่ 1 ข้ามมิติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ธ.ค. 2561 02:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ข้ามมิติ
แบบอักษร


ภาพนอกหน้าต่างนั้นเป็นภาพของต้นไม้ ป่าไม้ สุดลูกหูลูกตา จากตรงที่เขายืนอยู่ทำให้รู้ว่าบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา เพราะสามารถมองเห็นเมืองอยู่ไกลลิบๆ ออกไปได้ กล้าไม่อยากจะเชื่อ เพราะห้องที่เขาเคยอยู่นั้นเป็นตึก ห้าชั้น และอยู่ใจกลางเมือง ทำให้วิวที่ได้เห็นก็เป็นเพียงแค่ตึกต่างๆ เรียงรายตลอดทาง ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นจนรกรุงรังแบบนี้


กล้ารีบวิ่งไปเปิดประตูห้อง ก่อนจะพบว่าด้านนอกนั้นเป็นอาณาเขตห้องนั่งเล่น และห้องทานข้าว แต่ข้าวของกลับเก่าอย่างมาก อย่างโต๊ะที่นั่งกินข้าวนั้นก็เป็นไม้แตกๆ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกสบาย ไม่มีทีวี หรือตู้เย็นสักตู้


“ตกลงเราย้ายมิติจริงๆ ใช่ไหมเนี้ย ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้”


กล้าใช้มือกุมหัว เขาเสยผมขึ้นไป ก่อนจะพยายามทำใจให้สงบและเดินออกจากตัวบ้าน ทันทีที่เท้าก้าวออกจากบ้าน เขาก็ได้แต่ชะงักงัน อย่างอึ้งๆ


ด้านหน้านั้นเป็นแปลงสวนผักขนาดใหญ่ พวกมันล้วนแต่เป็นพืชที่เขาไม่รู้จักทั้งสิ้น มีพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่ให้กำเนิดผลสีชมพูสวยอยู่เต็มต้นเป็นเส้นตรงกันอาณาเขตระหว่างแปลงผัก ด้านล่างลงมานั้นเป็นพืชใบสีเหลืองอำพันที่มีช่อดอกที่เป็นหัวสีเขียวสดใสอยู่ พืชชนิดนี้ถูกปลูกไว้จำนวนมากที่สุด ถัดมาอีกแปลงเป็นต้นพืชใบสีฟ้าอ่อน ตามกิ่งก้านของมันมีผลเท่ากำปั้นเด็กอยู่ประมาณสองสามผลต่อต้น หรือแม้กระทั่งต้นพืชที่ให้ผลเป็นรูปไก่จำลอง ตัวขนาดท่อนแขน


ทั้งหมดนั้นเป็นของที่โลกเดิมเขาไม่เคยมีมาก่อน!


กล้าเดินออกไปสำรวจ เขาลองเด็ดพวกมันมาอย่างละผล เก็บไว้เต็มแขน เมื่อเดินๆ ไปเกือบห้ากิโลเมตร นั้นก็ถึงจุดสิ้นสุดของตัวบ้าน เพราะมันมีรั่วกั้นอาณาเขตเอาไว้ ด้านหน้านั้นมีบ้านอีกหลังตั้งอยู่ไม่ห่างกันเท่าไรหนัก พื้นที่หน้าบ้านก็ปลูกผักชนิดเดียวกันกับที่เขาเดินผ่านมาตลอดทาง


กล้าคิดจะไปสอบถามเรื่องราวกับบ้านตรงข้าม แต่เขาก็หยุดชะงักไว้ก่อน เขาเตือนตัวเองว่าอย่าใจร้อน หากมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น ทำให้บ้านตรงข้ามเกิดสงสัยว่าเขาไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องเลวร้ายอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า


“เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ลองหาๆ ดูก่อนว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”


เมื่อตัดสินใจได้แล้วเขาก็หันหลังเดินกลับไปที่ตัวบ้าน กล้าวางผักผลไม้ทุกอย่างไว้ที่โต๊ะทานข้าว เขาเดินสำรวจที่ห้องนั่งเล่นและห้องครัว ในห้องนั่งเล่นนั้นมีกองหนังสือจำนวนมากกองไว้อย่างไม่เป็น ระเบียบ แต่เขาก็พอรู้ว่ามีบางเล่มที่เหมือนจะเป็นหนังสือสำหรับการเกษตร และมีจำนวนไม่น้อยที่เหมือนจะเป็นตำราเอาไว้เรียน


“ที่นี้เราอยู่คนเดียวหรือเปล่านะ มีห้องนอนห้องเดียว ห้องทานข้าวที่มีเก้าอี้สองตัว ของน้ำหนึ่งห้อง เหมือนว่าเจ้าของร่างเดิมจะไม่ได้อยู่กับครอบครัว หรือว่าไม่มีครอบครัวตั้งแต่แรกกันนะ”


กล้าคิดจนปวดหัวไปหมด ทุกอย่างดูสับสนและวุ่นวายมากๆ ในใจลึกๆ แล้วกล้ากลัวและอยากกลับไปบ้านที่โลกเดิมที่สุด เมื่อทนต่อแรงกดดันไม่ไหว กล้าจึงได้ทิ้งตัวนอนบนโซฟาเก่าๆ และพยายามข่มตานอน จนผ่านไปเกือบยี่สิบนาที เขาก็พล่อยหลับไป


เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง กล้าก็สะดุ้งตื่น ก่อนจะรีบเด้งตัวขึ้นมานั่งทันที เขารีบสำรวจรอบห้องเป็นอย่างแรก แล้วก็ทั้งประหลาดใจและดีใจเมื่อเห็นว่าเขากลับมาที่ห้องเดิมก่อนที่จะย้ายมิติไป


“ฮ่า ฮ่า ฮ่า กลับมาได้แล้วเว้ย ในที่สุด! ว่าแต่ไอ้มิตินั้นมันเป็นที่ไหนกันนะ แล้วเราจะได้ข้ามไปอีกหรือเปล่า”


กล้าคิดอย่างกังวล เขาเคยอ่านนิยายจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องย้ายมิติหรือทะลุมิติ แต่มีจำนวนที่น้อยมากที่บ่งบอกว่าสามารถย้อนกลับมาที่โลกเดิมได้ ส่วนมากคือการไปอย่างถาวร รอจนกระทั่งเก่งกาจเกินมนุษย์มนาแล้วค่อยสามารถกลับมาที่โลกเดิมได้


แต่ในจำนวนนิยายที่แต่งอย่างน้อยนิดที่สามารถย้อนกลับมาที่โลกเดิมได้นั้น หนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือการกลับมาเตรียมตัวเพื่อออกเดินทางไปอีกโลกหนึ่งอีกที่


เมื่อคิดว่าเขาอาจมีโอกาสถูกวาปกลับไปที่โลกนั้น กล้าก็ปวดหัวตุบๆ แล้ว


“ถ้ามันย้อนกลับไปกลับมาได้อิสระยังไม่น่าเป็นห่วง แต่ถ้าต้องติดอยู่ในนั้นเป็นปีๆ แล้วย้อนกลับมาได้นั้นก็ยุ่งยากแล้ว ที่ดูจากที่นั่น เรื่องอาหารสำคัญมาก ของใช้บางอย่างเช่นสบู่ยาสีฟันก็ขาดแคลน อีกอย่างเราไม่รู้ค่าของเงินที่นั่น หากต้องใช้จริงๆ คงต้องไปซื้อทองมาเก็บไว้บ้างแล้ว”


กล้านอนคิดอยู่บนที่นอน เขาต้องเตรียมตัวเผื่อไว้ในโอกาสที่ต้องย้ายมิติจริงๆ เมื่อนอนคิดจนครบถ้วน และเห็นว่าเวลาตอนนี้เพิ่งจะบ่าย 3 โมงเย็น เขาจึงลุกจากเตียง เข้าห้องน้ำ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และออกจากห้องไปซื้อของที่คิดว่าจำเป็น


อย่างแรกที่กล้าไปซื้อคือทองคำ ปัจจุบันนั้นทองคำมีราคาค่อนข้างแพงอย่างมาก แต่เพราะที่บ้านของกล้าค่อนข้างมีฐานะ พ่อและแม้มักจะส่งเงินมาให้เขาใช้เป็นประจำทุกๆ เดือน ไม่ให้ขาดแคลน แต่กล้านั้นดื้ออยากใช้ชีวิตเอง ดังนั้นเขาจึงรับทำงานกลางคืน ไปเล่นดนตรีควบคู่ไปกับการส่งตัวเองเรียน ทำให้เงินในบัญชีที่พ่อและแม่ส่งมาให้นั้นตอนนี้มีเกือบ 5 ล้านแล้ว


กล้าเข้าร้านทองที่ใกล้ที่พักที่สุด เข้าซื้อทองคำแบบเป็นแท่ง แท่งละ 10 บาท 10 แท่ง และซื้อแบบที่เป็นแหวนอีกจำนวนหนึ่ง ใช้จ่ายเงินไปเกือบสามล้านกว่าบาท จากนั้นเขาก็กลับที่พักเอาทองทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ห้อง ก่อนจะออกเดินทางไปที่ห้างที่ใกล้ตัวบ้าน


กล้ากวาดซื้ออาหารจำพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวนมาก เขาซื้อแบบเป็นซองอย่างยกลัง และยังซื้อผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง บิสกิต ขนมกินเล่น และเครื่องปรุงรสต่างๆ อีกทั้งเขายังได้ซื้อเสื้อผ้าจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเน้นเสื้อยืด กางเกงขายาวและรองเท้าผ้าใบหลายๆ คู่ นอกจากนั้นเขายังได้ซื้อเดินทางใบใหญ่ๆ มาอีกหลายใบ


หลังจากจ่ายเงินเสร็จ แม้จะมีผู้คนจำนวนมากมองเขาอย่างประหลาดแต่กล้าก็ไม่สนใจ เขาเรียกแท็กซี่มาและขนของทั้งหมดขึ้นรถ ก่อนจะออกเดินทางกลับบ้าน....




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น