Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

บทที่26 : เจ้าแมวน้อย(แกล้ง)ป่วย Part1.

ชื่อตอน : บทที่26 : เจ้าแมวน้อย(แกล้ง)ป่วย Part1.

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2561 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่26 : เจ้าแมวน้อย(แกล้ง)ป่วย Part1.
แบบอักษร

บทที่26 : เจ้าแมวน้อย(แกล้ง)ป่วย Part1.




"ขอบใจมึงมากนะที่มาอยู่เป็นเพื่อนกูน่ะ"

"ไม่เป็นไรหรอกพี่ ผมเต็มใจ"

เด็กหนาร่างยักษ์ที่ส่งยิ้มให้เขานั้นอย่างเป็นมิตรก่อนที่จะชวนร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงภายในห้องพยาบาลอย่างหมดท่า พลางนอนฟังเจ้าเด็กที่พูดจ้อให้เขาฟังอย่างเป็นมิตร

"ไปไงมาไงถึงอยากเป็นนักวอลเล่ย์ล่ะ"

"ก็...ยังไงดีล่ะ ผมมีพี่ชายไงเค้าก็เป็นนักวอลเล่ย์นะ พ่อแม่ผมเค้าก็สนับสนุนแต่พี่เค้าอ่ะ ยกเว้นผม"

"ฮะ แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ สนับสนุนแต่พี่อ่ะนะ?"

"อ่า ใช่ครับ ผมเองก็ชอบอยากเป็นอยากให้ได้เท่าพี่ ผมเลยพยายามมาคัดตัวให้เป็นตัวจริงที่นี่แหละ"

เจ้าเด็กยักษ์ตรงหน้ายกมือเกาทายทอยแก้เก้อให้เขานิดหน่อยก่อนที่จะชวนคุยอีกครั้ง

"แล้วพี่อ่ะทำไมถึงเป็นนักวอลเล่ย์?"

"มารวมกลุ่มกับเพื่อนน่ะ พวกมันเลยดึงพาเข้าไปเล่นด้วย"

"แค่นี้เองหรอพี่?"

"เออ ก็แค่นี้แหละ"

"ไม่มีแรงจูงใจให้เล่นเลยหรอพี่? แบบฝันอยากจะถือถ้วยงี้อ่ะ"

"แบบนั้นมันก็มีอยู่ไง ถ้ากูไม่อยากได้ถ้วยกูจะมาเป็นนักวอลเล่ย์ทำหอกไรล่ะ"

"นั่นสิเนอะพี่ ฮ่ะๆๆ"

ร่างบางส่ายหน้าอย่าเหนื่อยหน่ายกับรุ่นน้องช่างถามที่ถามเขาจะแทบทุกเวลาจนไม่มีเวลาแทบจะได้หยุดคุย เวลาร่วงเลยมานานแสนนานร่างบางก็ยังคงนอนคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยกับเจ้าเด็กช่างพูดคนนี้ไป

"พี่ๆ วันนี้ผมเซ็ตเป็นไงบ้าง พอให้พี่ตบได้มั้ย?"

"อืม ดีขึ้นกว่าเก่าเยอะเลย มึงไปแอบซ้อมมาสินะ"

"นิดหน่อยน่ะพี่ ฮ่ะๆๆ"

"ฝึกบ่อยๆนะ"

"หือ ครับ?"

"กูบอกให้ฝึกบ่อยๆแล้วก็ตั้งใจซ้อมด้วย"

"ครับ"

ความเป็นมิตรที่ก่อสร้างขึ้นมาสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่ขาโหดกับเจ้าเด็กรุ่นน้องคัดตัวก่อเกิดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ต่างคนต่างพูดคุยกันด้วยท่าทางสบายๆต่างจากครั้งแรกที่ได้พบกันในตอนนั้นร่างบางก็ชังขี้หน้าเจ้าเด็กยักษ์ซะแล้ว

แต่วันนี้เปลี่ยนไปจากเดิม จากที่ร่างบางไม่อยากจะเข้าใกล้เด็กยักษ์ก็แปรเปลี่ยนไปในความเอ็นดูกับยิ้มละมุนน่ามองนั่นซะแล้ว มันมีความรู้สึกที่อยากจะช่วยเจ้าเด็กนี่ให้เก่งขึ้นไปอีก

"ทีแรกนะผมนึกว่าพี่ไม่ชอบขี้หน้าผมซะอีก"

"ก็คิดถูกแล้วนิ"

"ฮะ?"

"ฮะอะไรล่ะ ก็กูไม่ชอบหน้ามึงนั่นแหละทีแรก"

อ่าว...ดูทำหน้าเข้าสิไอ้เด็กนี่นิ

ใบหน้าเจ้าเด็กยักษ์ดูหดหู่ทันทีอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินประโยคจากร่างบางว่าไม่ชอบตนตั้งแต่ทีแรกแล้ว ส่วนร่างบางที่เห็นเพียงแว๊บเดียวก็ดูออกทันทีก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา

"พี่หัวเราะเพราะพี่ไม่ชอบผมใช่มั้ย?"

เดี๋ยวๆ กูแกล้งมึงเล่นเฉยๆโว้ยย...

"อะไรของมึง ฮะๆ ดูๆเบะปากเข้า"

"พี่ไม่ชอบขี้หน้าผมหรอพี่?"

ร่างบางเงียบไปทันทีก่อนที่จะมองใบหน้าหล่อที่ติดไปทางโอปป้านิดๆ ร่างกายที่ดูขาวพอดีไม่ได้ขาวมากจนซีดเผือกที่มาพร้อมกับความเพอร์เฟ็คทุกสัดส่วนที่น่าอิจฉา

ทำไมเด็กนี่มันหัวอ่อนจัง...นั่นคือสิ่งที่ร่างบางคิดและมันก็เป็นความจริงที่ท่าทางของอีกคนดูเด็กและซื่อบื้อเกินหน้าตาไปซะอีก แบบ...

หล่อแต่ซื่อบื่ออ่ะ...

"ถ้ากูไม่ชอบหน้ามึงนะกูไม่เล่นวอลเล่ย์กับมึงหรอก"

"หือ! ตอนนี้พี่ไม่เกลียดขี้หน้าผมแล้วหรอ?"

"เออสิวะ ไอ้บื้อนี่"

"ดีใจจัง"

เด็กยักษ์ตัวโตยิ้มแป้นต่างจากเมื่อกี้ลิบลับที่เบะปากน้อยๆเบ้าตาคลอหน่วยเหมือนจะร้องไห้ ถ้าเขานั้นอยากจะเปรียบเทียบกับไอ้คนที่อยู่บ้านเดียวกันว่าทำท่าทางเหมือนกันเสียเหลือเกิน แต่จะหารู้มั้ยว่าไอ้ตาลุงโรคจิตที่ทำงานอยู่โรงพยาบาลตอนนี้มันชอบแสดงละครต่างหาก!

......

.....

....

...

..

.

"ฮัดเช้ย!"

"ไอ้ตรีกูว่านะ..."

"ฮัดเช้ย!"

"กูอยากจะให้มึงไป..."

"ฮัดเช้ย!"

"ไอ้สัส! จามพอรึยังฮะ! ไอ้เวรนี่!"

"ฟืด! ว่าต่อ"

ร่างสูงของเพื่อนรักกลอกตามองบนทันทีกับไอ้บทสนทนาที่ชอบตัดไปเฉยๆแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือเรียกง่ายๆว่า ไม่สนห่าไรเลย!

คุณหมอตรีที่หน้านิ่งเป็นขาประจำของความตึงของใบหน้าอยู่แล้วก็นั่งมองเพื่อนซี้ที่วันนี้คงจะว่างงานแบบสุดๆ เลยแจ้นมานั่งเมาท์มอยเรื่องไร้สาระแบบนี้เป็นประจำ

"เออๆ กูอยากจะชวนมึงไปกิจการบ้านพักตากอากาศของพ่อกูช่วงซัมเมอร์อ่ะ"

"ไม่ไป"

"ไอ้เหี้ย! คิดหน่อยก็ได้ไอ้เพื่อนรัก!"

"คราวที่แล้วขึ้นดอย เหนื่อย"

ไอ้ที่ร่างสูงตอบกลับไปทันควันนั่นก็มีผลมาจากเมื่อปลายปีที่แล้วเขาก็ได้หยุดพักไปเที่ยวกับเพื่อนๆจอมยุ่งพวกนี้แหละ เห็นว่าพวกมันขอก็เลยไปด้วย ไอ้ปากต่อปากที่บอกว่าบนดอยถ้าขึ้นไปต้องนั่งรับลมหนาวแน่นอนชนิดที่ว่าไข่แข็งเรียงหน้ากันไป

ผลปรากฏว่าใช่เวลาเดินขึ้นดอยสองชั่วโมงกว่าๆ พอขึ้นไปถึงเท่านั้นแหละร่างสูงถึงกับใส่เสื้อกล้ามเดินไปมาอย่างหงุดหงิด ไอ้ที่บอกว่าหนาวว่าเย็นน่ะมันมีซะที่ไหน! ร้อนจะเป็นบ้า!

"ฝังใจนานจังนะมึง แต่วันนั้นมันตั้งสิบห้าองศาพวกกูหนาวจนไข่แข็งหมดแล้วนะเว้ย มึงเสือกบอกว่าร้อน"

"ก็มันร้อน"

"หนังคนหรือหนังควายวะ หนาชิบหาย แต่เอาเถอะ...คราวนี้ไปนะ"

"ไม่"

ร่างสูงยังคงให้คำตอบคำเดิมกลับไปพร้อมกับสายตาที่สอดประสานอ่านแฟ้มสรุปของทางโรงพยาบาลที่เขาต้องตรวจสอบ ส่วนไอ้เพื่อนรักเขานั้นก็ดิ้นพลัดๆอย่างกับปลาดิ้นหานํ้า พร้อมกับโวกเวกโวยวายยกใหญ่แต่ก็ยังดึงความสนใจจากอีกคนไม่ได้อยู่ดี

"ไอ้ตรีไปกันนะๆ นะๆ ไปกันเถอะ...นี่กูชวนมึงก่อนสี่เดือนเลยนะเนี้ย!"

"ก็ไม่ไปนี่ไง"

"โห่ เป็นตั้งรองผู้อำนวยการมึงก็ไปหาความสุขใส่ตัวบ้างสิวะ"

"มีแล้ว"

"ฮะ?"

"อยู่ที่ห้อง"

"ไม่ได้หมายถึงเด็กมึ๊งงง!"

ร่างสูงยกยิ้มทันทีเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองนั้นงอแงราวกับเด็กอยากได้ของเล่น มันไม่ได้ดูน่ารักน่าชังแบบเด็กๆนะ แต่มันน่าถีบต่างหาก

ใช้เวลาอยู่หลายนาทีกับการตื้ออีกฝ่ายให้ไปเที่ยวช่วงซัมเมอร์ด้วยกันกับกลุ่มเพื่อนๆ แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นเดิม

"แม่ง! หมดทางจะตื้อมึงแล้วเนี้ย!"

"ก็บอกว่าไม่ไปและก็เลิกตื้อสักที"

"ติดเด็กนั่นงอมแงมเลยนะ"

"หึ นั่นสิ"

คงจะไม่ใช่ติดงอมแงมธรรมดา แต่ติดใจด้วยนี่สิ...

ว่าแล้วก็ทำให้นึกถึงเจ้าตัวบางใบหน้าจิ้มลิ้มจอมโวยวายนั่นขึ้นมาซะทันที ป่านี้ไข้คงขึ้นแล้วแน่นอน ร่างสูงรู้ดีว่าอาการเมื่อเช้าแมวน้อยของเขาดูไม่ค่อยสู้ดีนักกับภาระกิจบนเตียงแค่นํ้าเดียวก็เล่นเอาอีกคนมีไข้

แต่พอให้นอนพักก็ถูกดื้อดึงใส่เขาเลยยอมปล่อยไปซะบ้าง ให้ลองคิดเองบ้างก็ดีว่าบางทีการฝืนเกินไปจะเป็นยังไง ว่าแล้วสมารท์โฟนราคาหมื่นอัพของคุณหมอตรีก็สั่นขึ้นมาทันทีโดยที่หน้าจอแสดงชื่อคนที่กำลังนึกถึง

'จีจี้'...

ติ๊ด! 

"ว่าไง"

(@#%#@-&%฿#@฿%*!!!)

เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวปัดหน้าจอรับสายพอยกขึ้นแนบหูเท้านั้น เสียงเจื้อยแจ้วใสก็ดังกระหึ่มสบถมาทีมีแต่สัพสัตว์ทั้งหลายออกมาวิ่งเข้าไปในหู

"เป็นอะไร?"

(กูจะเป็นอะไรได้ละฮะ! ไข้แดกกูนี่ไงเล่า!)

"เมื่อเช้าบอกว่าไง?"

(ก็ไหวไง แต่ตอนนี้กูไม่ไหว!)

"จะให้ทำไงล่ะ?"

(มารับกูสิวะครับ! กูป่วยอยู่เนี้ยกลับบ้านเองได้ซะที่ไหนเล่า!)

ป่วยจริงรึเปล่าเนี่ย ทำไมด่ากราดจัง?...

ร่างสูงได้แต่ร้องถามภายในใจไม่ได้พูดให้ปลายได้ยินหรอก ขืนพูดไปลำโพงโทรศัพท์เขาคงแตกแน่นอน และทุกระเบียบนิ้วก็การแสดงออกท่าทางก็ตกอยู่ในสายตาเจ้าเพื่อนจอมยุ่งเป็นที่เรียบร้อย

ร่างสูงยังคงต้องยกหูฟังปลายสายร่ายซะยาวเยียดจนถึงตอนนี้ยังไม่หยุดบ่นเลยด้วยซํ้า นั่นสิ...ตกลงป่วยจริงรึเปล่า?

(พี่มึงนะพี่มึง ทำกูแล้วต้องมารับผิดชอบกูด้วยนะเว้ย! กูปวดหัวนะเนี้ย!)

"ปวดหัว?"

(เออสิวะครับ โอ๊ยๆๆๆ)

"หึ อย่าโกหกเชียว"

(โกหกบ้าไรล่ะ โอ๊ยๆ ปวดหัวอ่ะพี่มึง ฮึก มารับหน่อยซี่)

ร่างสูงยกยิ้มทันทีก่อนจะส่ายหน้าเบาๆกับลูกอ้อนความเป็นเด็กของแมวน้อยของเขา ปลายสายที่ร้องโอดโอยครํ่าครวญเหมือนจะร้องไห้ก็ยิ่งเล่นใหญ่ไปอีกทำให้มีเสียงสะอื้น คงจะให้เขาตกหลุมพลางสินะ...

"อีกครึ่งชั่วโมง"

(ฮะ! จริงนะ!?)

เสียงสะอื้นไปไหนแล้วล่ะ?...

"อืม เดี๋ยวพี่จะช่วยเอง"

(โอเคๆ จะรอตรงหน้าโรงยิมนะ)

"โอเค"

ติ๊ด!

"โธ่ๆ เหมือนอากาศเลยกู"

"ก็เป็นอยู่แล้ว"

"ชิ! ไอ้เวรนิ...แล้วซัมเมอร์กูอ่ะว่าไง?"

"ถ้าไม่กวนจะคิดใหม่"

"กูกวนหรอ? โธ่!...มีเมียให้กกให้ไปรับไปส่งก็ทิ้งเพื่อนน่ะสิ"

"เลิกทำท่าแบบนั้นสักที"

"ทำแมะ! กูทำออกจะน่ารักจะตาย!"

"สยองสัส"

ร่างสูงพูดด้วยหน้าตายด้านก่อนที่จะเก็บแฟ้มเอกสารพร้อมกับเหลือบมองไอ้เพื่อนซี้ที่สูงไล่เรี่ยกับเขาตัวนี่ก็ไม่ใช่ว่าจะเตี้ยๆน่ารักเหมือนแมวน้อยของเขาซะทีไหน สภาพอย่างกับต้นเสากรีกในพิพิธพันธ์ในกรุงโรมทั้งทึกทั้งหนาเป็นเสาแบบนี้ ยังจะมีหน้ามาเบะปากงอแงอย่างกับผู้หญิง

"แม่ง! มึงยัดใส่สมองแล้วเอากลับไปคิดด้วยนะเว้ย พรุ่งนี้กูจะมาทวงอีก"

"พูดมาก ไม่ไปแม่งละ"

"เห้ย!ๆ กูหยอกๆ แหะๆ...ไปรับเมียมึงเถอะ ไป๊ๆ"

"เออ ไปล่ะ"

ร่างสูงเดินออกมาพร้อมกับสัมภาระเล็กน้อยก่อนที่จะตรงดิ่งไปยังสปอร์ตคันงามลูกรักที่วันนี้เอามาขับวันแรกเสียด้วย

งานนี้เจ้าเหมียวที่กำลังแกล้งป่วยคงอยากจะให้เขาไปรักษาใจแทบขาด และคงอยากจะโดนฉีดยาสักเข็มซะแล้ว













ติดตามตอนต่อไป




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}