โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

ชื่อตอน : 02-2 Sadist Taste

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 11:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-2 Sadist Taste
แบบอักษร

​“เป็นเช้าที่ดีนะครับ” 

เขาทักทายว่าเช้า ‘ที่ดี’ แม้จะไม่มีส่วนที่สามารถพูดได้ว่าดีเลยแม้แต่จุดเดียว ตอนเช้าของพวกคนทำงานน่ะ ส่วนใหญ่ก็เริ่มแบบนี้แหละ ฮันฮีที่ถอดผ้าพันคอที่พันไว้บนคอออก หลังจากวางกระเป๋าใส่เอกสารที่ถือมาไว้บนโต๊ะ ถ้าไม่รวมเสื้อผ้าแล้ว ทุกๆ อย่างก็เหมือนกับเมื่อวานเป๊ะราวกับถอดแบบกันมา 

“วันนี้ดูท่าจะค่อนข้างยุ่งนะ” 

“อย่างนั้นเหรอครับ” 

“สิบโมงประชุมผู้บริหาร เที่ยงครึ่งทานอาหารกลางวันกับท่านประธานคังยองจีของฮโยรยองกรุ๊ป บ่ายสองมีตติ้งกับตัวแทนฝ่ายสั่งซื้อของมิซึกิ... กรรมการผู้จัดก็ยังไม่รู้ใช่ไหมนะ หมายถึงการนัดพบผู้สั่งซื้อน่ะ น่าจะฝากให้แผนกที่เกี่ยวข้องได้” 

“คงน่าจะชอบงานเยอะๆ อยู่แล้วนี่ครับ” 

ที่จริงเพราะนิสัยที่ไม่สบายใจถ้าไม่ได้ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เจ้านายเป็นผู้ชายที่ขี้ระแวงที่สุดในบรรดาคนที่ฮันฮีรู้จักมา แค่มันถูกซ่อนไว้หลังรอยยิ้มที่มีเลศนัย ฉายาคนบ้างานน่ะ ไม่ได้ตั้งมาอย่างไร้ความหมายนะ ฮันฮีสูดลมหายใจเข้าไปข้างใน 

“คงเป็นวันที่นายเองก็พลอยยุ่งไปด้วยสินะ” 

“เป็นเรื่องที่เป็นอยู่เสมออยู่แล้วครับ” 

ซึ่งหมายถึงไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วจะสามารถใช้ชีวิตอย่างยุ่งๆ ได้จนถึงเมื่อไหร่ คราวนี้ฮันฮีกลั้นคำที่อยากจะพูดเอาไว้ข้างในแล้วหยิบแท็บเล็ตกับเอกสารที่จำเป็นออกมาจากกระเป๋าเอกสาร เหมือนกับเครื่องจักร หลังจากรับตารางงานแบบเป็นทางการจากเลขาผู้บันทึกตารางงานแล้ว เขาจะต้องจัดสรรเวลาอีกครั้งเพื่อช่วยให้ตารางงานของเจ้านายที่มีกำหนดตารางงานทุกๆ ชั่วโมงสามารถดำเนินไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นงานที่เขาต้องทำให้เสร็จสิ้นก่อนจะเลิกงาน 

ส่วนที่จะต้องใส่ใจมากที่สุดก็คือการเช็คระยะทาง เพราะไม่สามารถไปพบกับทุกคนได้ในที่ที่เดียว เมื่อจะต้องพบคนหลายคนอย่างวันนี้ ก็เป็นงานของฮันฮีที่จะต้องเช็กกระทั่งการจราจรด้วย เงานในฐานะที่เป็นเลขาและเกิดความผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด 

หลังจากออกจากบ้าน ความคิดรุนแรงที่อัดแน่นอยู่ในหัวก็หายไปแล้ว สายตาที่รอบคอบเลื่อนไปยังจอคอมพิวเตอร์ตามการคลิกเมาส์อย่างรวดเร็ว 

“กรรมการผู้จัดการออกมาแล้วครับ” 

วันนี้ก็ด้วย เพื่อต้อนรับเจ้านายที่เข้ามาตอนเก้าโมงตรง ฮันฮีจึงมายื่นเรียงแถวตรงหน้าประตูพร้อมกับพวกเลขาที่เหลือ 

เน็กไทด์สีน้ำตาลในสูทสีเทาเกือบๆ จะดำ เสื้อโค้ทสีกรมท่าที่พาดไว้บนแขนขณะเดินเข้ามา ถอดออกตอนไหนกันนะ... เขาถึงขนาดอยากจะถามว่าทำไมไม่ใส่เข้ามาแล้วค่อยถอดล่ะ นอกเหนือจากนั้น หน้าตาไร้อารมณ์ของฮันฮีที่กำลังโค้งตัวลงและตั้งหลังให้ตรงกลับแข็งกระด้างเกินกว่าที่จะพูดออกมา 

“มาแล้วเหรอครับ กรรมการผู้จัดการ” 

เจ้านายที่ได้รับการโค้งจากทุกคนพร้อมกับการทักทายจากหัวหน้าเลขาเดินตรงไปทางห้องทำงานของตัวเองและหายตัวเข้าไปหลังจากคำทักทายที่ไม่น่าสนใจเลยด้วยคำว่า ‘เป็นเช้าที่ดี’ จบลง ฮันฮีประหม่าอย่างหนัก แม้ว่าจะได้สบตากับอีกฝ่ายแค่ไม่นาน เขาก็ส่งเสียงถอนหายใจสั้นๆ โดยไม่รู้ตัว 

ยุนซองไม่ได้เรียกเขาพบต่างจากที่กังวล อย่าว่าแต่เรียกเลย ตาก็ยังไม่มองเลยสักครั้ง เพราะว่าไม่รู้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่หรือเปล่า ฮันฮีจึงพยายามกับงานที่ได้รับมอบหมายเพิ่มขึ้นอีก หลังจากรับเอกสารคร่าวๆ ของการประชุมที่จะมีในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าจากเลขาผู้จัดการงานแล้ว เวลาในการเตรียมตัวก็หายไปอย่างไร้สติ 

ยุนซองไม่พูดอะไรเลยจริงๆ เขาไม่สบายใจเลย ถ้าลองคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดเมื่อวาน แม้จะกังวลว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกไหม แต่เพราะไม่ได้สนใจมากก็เลยไม่สบายใจแบบนี้ เพราะเขาเป็นคนก้าวออกไปก่อน จะมีอะไรที่สามารถพูดได้เหรอ ไม่มีเลย ทำได้แค่รอการตอบสนองของอีกคนอย่างเงียบๆ เท่านั้น 

เพราะว่ายุนซองไม่พูดอะไรเลย ทั้งตอนที่มาถึงห้องประชุม ภายในการประชุมที่ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง และหลังจากประชุมเสร็จ จนกระทั่งตอนที่กลับมาที่ห้องทำงานอีกครั้งก็ด้วย เป็นช่วงที่ฮันฮีวิตกกังวลตลอด แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งเขาเลือกที่จะถามเรื่องนี้เองไม่ใช่เหรอ ตอนนั้นก็เป็นอย่างนี้เหมือนกันนี่นา 

ถ้าอย่างนั้นก็บอกได้เลยว่าเขาคงแค่คิดมากไปเองคนเดียว ฮันฮีตัดสินใจเลิกคิดเพียงเท่านี้ เขาไม่ใช่ฆาตกรซะหน่อย แค่เป็นมาโซคิสต์ขี้เหงาก็เท่านั้นเอง จะถูกไล่ออกจากบริษัทหรือไม่ด้วยเรื่องนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่มีเหตุผลเลย หมายถึงแค่เป็นเรื่องที่น่าอายนิดหน่อยเท่านั้นเองใช่ไหมล่ะ 

หลังจากจัดการกับความคิดแล้วเขาก็สบายใจมากขึ้น ฮันฮีลบความคิดทั้งหลายออกพร้อมกับเตรียมตารางงานถัดไป ทานอาหารกลางวันกับท่านประธานคังจียอง ซึ่งได้ยินมาว่าไม่ค่อยปรากฎตัวข้างนอกบ่อยนัก ไม่รู้ว่าป่วยแบบไหน แต่หลังหายไปถึงสิบเดือน ล่าสุดฝั่งนั้นกลับมาสู่แนวหน้าแล้ว 

“สถานที่นัดล่ะ” 

“เป็นการนัดสถานที่จากอีกฝ่ายครับ บอกว่าให้เจอกันแถวชองดัม” 

“ถ้าออกเดินทางตอนนี้ ก็พอดีเวลาเลยนะ” 

“จะถึงภายในเวลาที่กำหนดแน่นอนครับ” 

ยุนซองยิ้มให้กับคำพูดของฮันฮีเป็นครั้งแรก ถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาแวบเดียว แต่ก็หมายความว่าถูกใจอย่างแน่นอน มากกว่าที่จะตอบว่า ‘จะพยายามไปให้ถึงภายในเวลาที่กำหนดครับ’ หรือ ‘จะทำอย่างสุดความสามารถครับ’ ก็เป็นการตอบที่ตรงกับความชอบของเจ้านาย ยุนซองชอบอะไรที่มีความแน่นอน 

เลขาของเขาไม่เคยโกหกแม้แต่ครั้งเดียว คำพูดของฮันฮีกลายเป็นความจริงเสมอ และตัวเขาก็ไม่เคยผิดหวังเลยสักครั้ง 

 

พวกเขามาถึงสถานที่นัดก่อนเวลาตั้งห้านาที ทั้งๆ ที่เริ่มออกเดินทางตอนบ่ายโมงครึ่ง แม่นยำจริงๆ ด้วย และไปทางโรงแรมในบริเวณใกล้เคียงที่เป็นปลายทางถัดไป ตารางงานวุ่นวายมาก แต่ก็สำเร็จลงได้อย่างเรียบร้อยจนไม่มีพื้นที่ที่จะให้คิดเรื่องอื่นในหัว 

จนถึงกระทั่งการนัดพบกับเหล่าผู้สั่งซื้อที่ข้ามมาจากญี่ปุ่นก็จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อพวกเขาสองคนก็กลับเข้ามาที่บริษัทอีกครั้งก็เป็นเวลาประมาณห้าโมงแล้ว หลังจากฮันฮีเช็กนาฬิกาทันทีที่นั่งลง เขาก็ต้องลุกขึ้นอีกครั้งก่อนจะเดินไปยังห้องชงชาที่อยู่ติดกับห้องสังเกตการณ์ 

ฮันฮีเปิดตู้ด้วยท่าทางที่คุ้นเคยและหยิบวัตถุดิบที่จำเป็นออกมาเพื่อต้มชานม เขาไม่ได้จะดื่มเองแน่นอน แต่เป็นของยุนซองต่างหาก ปกตินี่เป็นชาที่จะต้องเสิร์ฟตอนประมาณสี่โมงเย็น แต่วันนี้มัวแต่ยุ่งกับเรื่องนี้เรื่องนั้น 

ถึงจะไม่มีพรสวรรค์พิเศษสำหรับการชงชา แต่สูตรที่ถูกปากเจ้านายต้องใส่น้ำตาลลงไปถึงห้าช้อนโต๊ะ แตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกับจะยึดติดกับเอสเปรสโซ่อย่างเดียวในชีวิต กลับเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มที่ปริมาณน้ำตาลสูง โดยเฉพาะชาที่ดื่มในช่วงบ่ายจะต้องหวานเป็นพิเศษเพราะเป็นเวลาที่น้ำตาลจะตกไปช่วงหนึ่ง 

หลังจากที่ฮันฮีชงได้ถึงรสชาติของยุนซองแล้วก็เริ่มเตรียมชาออกไปเสิร์ฟ ถึงจะไม่มีคำพูดขอบคุณอย่างพอเป็นพิธีและเงินเดือนก็ไม่ได้ขึ้น แต่ว่าไม่ว่าเมื่อไหร่แก้วชาก็สะอาดเกลี้ยง เป็นหน้าที่ของเขาที่จะช่วยให้เจ้านายที่เคารพสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าอีกฝ่ายไม่เคยสั่งให้เขาหยุดทำ นั่นหมายถึงว่ายุนซองก็ไม่ได้ไม่ชอบใจกับสิ่งนี้ 

ความคิดเห็น