โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

ชื่อตอน : 02-1 Sadist Taste

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 11:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
02-1 Sadist Taste
แบบอักษร

​02. Sadist Taste 

 

หกโมงครึ่ง ฮันฮีลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเสียงปลุกอันคุ้นเคย 

เขาเตะผ้าห่มเต็มแรงหลายต่อหลายครั้ง เตะต่อเนื่องและรุนแรงขนาดที่ว่าถ้าหากยังทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผ้าห่มอาจจะขาดจนเป็นรูได้เลย เสียงต่ำๆ ที่ดัง ปัก ปักนั้น แม้ไม่ใช่เสียงที่ฟังดูดี แต่ก็ดีกว่าการกรีดร้อง ซึ่งนั่นก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดรองลงมา 

ฮันฮีกัดทั้งริมฝีปากบนและล่างในเวลาเดียวกันเพื่อกลั้นเสียงอื้ออึงที่หลุดออกมาครั้งหนึ่งลงไป เพราะทันทีที่ตื่นขึ้นก็นึกถึงเรื่องเมื่อคืนว่าตัวเองก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง จะไม่ไปทำงานดีไหมนะ ทำเรื่องแบบนั้นไว้แล้วจะเอาหน้าที่ไหนไปทำงานกันเล่า หลังจากเปิดเผยกับเจ้านายที่เคารพด้วยปากของตัวเองว่า เขาเป็น ’มาโซคิสต์ที่รุนแรง’ น่ะ ฮันฮีก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะสามารถไปทำงานได้ยังไง 

หน้าของยุนซองลอยเข้ามา เวลานั้นอีกฝ่ายนิ่งเงียบในขณะที่เอาแต่มองฮันฮีและเหมือนจะเอียงคอไปด้านข้างเล็กน้อย เป็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาก็ไม่คิดว่าจากปฏิกิริยาตอบกลับที่ออกมา อีกฝ่ายจะไม่รู้ว่า มาโซคิสต์* คืออะไร ยิ่งไม่รู้ว่าคำนั้นหมายความว่าอะไรยิ่งแล้วใหญ่ 

สำหรับคนธรรมดาที่ไม่รู้จัก ‘โลกใบนั้น’ คำศัพท์ที่ไม่คุ้นนี่คงจะฟังเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ไม่มีทางหรอก ผู้ชายที่อยู่ในตำแหน่งและอายุขนาดนั้นจะไม่รู้ว่า ‘มาโซคิสต์’ คืออะไรงั้นเหรอ มันเป็นไปไม่ได้ มันน่าจะเป็นหนึ่งในศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นพันๆ คำที่อีกฝ่ายจำได้อย่างแน่นอน 

ที่จริงสำหรับฮันฮีมันเป็นปฏิกิริยาตอบกลับที่คุ้นเคยด้วยซ้ำ ถ้าเมินเฉยต่อความน่าตกใจเกี่ยวกับความจริงที่ว่าเขาเป็นคน ‘แบบนั้น’ แล้ว ปฏิกิริยาตอบกลับที่จะตามมาก็คือ ‘เธอน่ะเหรอ’ จนถึงตอนนี้มันเป็นปฏิกิริยาตอบกลับที่เคยได้รับจากคนพวกเดียวกันหลายคนที่เคยเจอ ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าฮันฮีน่ะ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวก ซาดิสต์** น่ะสิ 

อาจจะเป็นเพราะภาพลักษณ์ภายนอก ที่ฮันฮีคิดว่าคงไม่ใช่หน้าตาของคนอ่อนโยน เพราะจำกัดการแสดงออกทางใบหน้าจนเป็นนิสัยเลยแสดงความรู้สึกออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ และสีหน้ายามหัวเราะที่หาได้ยากกับน้ำเสียงที่เหมือนจะเย็นชาที่เขาคิดว่ามันแสนจะน่าเบื่อ 

ดวงตาคมปราดมาจนถึงหางตาก็ยังทำหน้าที่ของมันอย่างมั่นคง ในการรักษาบรรยากาศจนยากที่จะขยับเข้าไปใกล้ๆ ง่ายๆ และริมฝีปากที่เลือกจะเงียบเป็นส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่คำพูดที่จำเป็นก็มักจะปิดสนิท เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยด้วย 

ฮันฮีถูกเข้าใจผิดว่าเป็นซาดิสต์อยู่บ่อยๆ พวกผู้ชายที่เข้ามาพูดกับเขาว่า ‘ได้โปรดลงโทษผมด้วยครับ’ ก็มีเป็นคันรถบรรทุกแล้ว แต่แน่นอนว่าแค่ส่งสายตากลับ ฮันฮีก็ไม่ทำ 

ถามว่าทำไมน่ะเหรอ เพราะว่าเขาเป็นมาโซคิสต์ที่รุนแรงยังไงล่ะ! 

ฮันฮีเตะผ้าห่มอย่างแรงโดยไม่ยั้งอีกสองสามครั้งจากความทรมาณใจของตัวเอง 

เพราะลืม ‘การกระทำที่ไม่ถูกต้อง’ ไปซะสนิท จะเรียกว่าปลาหมอตายเพราะปากหรือเปล่านะ แต่ถ้าจะให้สรุปถึงความสำคัญที่ผิดแล้ว การกระทำที่ไม่ถูกต้องนั่นสมควรที่จะต้องหนักกว่ามาก แต่มันกลับถูกลบไปด้วยความคิดอื่นในหัวแล้ว นี่ไม่ใช่แผนการณ์ของยุนซองใช่ไหม น่าสงสัยจริงๆ 

แน่นอนว่ามันไม่ใช่หรอก ความโกรธที่ลดลงก็ไม่ใช่ด้วย ฮันฮีอยากจะร้องไห้ออกมาซะตอนนี้ 

ทำไมน่ะเหรอ เพราะเป็นความจริงที่ว่ามันเร้าใจในเวลาเดียวกันด้วยไง นี่แหละเป็นเรื่องที่ทำให้สติหลุดจนกระโดดโหยงเหยง เขานึกถึงนิ้วมือที่แทรกเข้ามาที่หว่างขา การขยับนั้นเหมือนกับเจ้าของที่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจเป็นที่สุด แม้จะไม่มีทั้งความระมัดระวังและความเอาใจใส่ แต่ถ้าถามว่าเรื่องแบบนั้น พอไม่มีแล้วไม่น่าเร้าใจกว่าเหรอ เขาก็พูดไม่ออกเหมือนกัน 

ไม่ได้ถูกแอบถ่าย และความเป็นไปได้ว่าเรื่องเมื่อวานจะรั่วไหลออกไปในแวดวงธุรกิจต่อจากนี้ก็ยังไม่สมบูรณ์ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัว ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าตามที่ยุนซองพูดไว้จริงๆ การที่เขาสามารถตื่นขึ้นมาบนเตียงในห้องของตัวเอง ไม่ใช่เตียงของโรงแรมน่ะ ก็เรียกได้ว่าเป็นโชคดีแล้ว 

แม้จะน่าขยะแขยง แต่มันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงๆ ประธานจังน่ะ ถ้าตัดสินใจเลือกเลขาอย่างเขาแล้วล่ะก็ ผลลัพธ์มีแค่หนึ่งในสองอย่างเท่านั้นแหละ คือมีอะไรกับชายแก่คนนั้น หรือไม่ก็ต้องรับผลเสียที่ตามมาหลังจากปฏิเสธ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถก้าวเท้าเข้ามาทำงานทางฝั่งปริษัทยักษ์ใหญ่ได้อีกตลอดชีวิต 

ซึ่งจริงๆ เรื่องที่ยิ่งกว่าเรื่องแบบนั้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ถึงจะน่าตกใจ แต่นั่นก็เป็นเรื่องจริง 

สุดท้ายแล้วตอนนี้ก็คือเขาต้องเตรียมตัวไปทำงานอยู่ดี จะไปทำงานหรือไปยื่นใบลาออก ความจริงที่ว่าจะต้องไปถึงที่บริษัทก่อนถึงจะสามารถทำได้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะไม่สามารถแจ้งลาออกทางโทรศัพท์หรือแค่ส่งเอกสารได้ ไม่ว่าเมื่อคืนจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม นี่ไม่ใช่เพื่ออีกฝ่าย แต่เพื่อตัวเขาเอง 

หลังจากจัดผ้าห่มให้ตรงกับทุกมุมของเตียงนอนอย่างที่เคยทำเสมอเมื่อลุกจากเตียงแล้ว ฮันฮีก็เปิดลิ้นชักหยิบชั้นในออกมา เพราะเป็นวันที่อารมณ์ไม่ดี งั้นใส่สีแดงกันเถอะ ใครจะไปคิดว่าด้านในของเลขาที่สวมเสื้อเชิ้ตไร้รอยยับแม้แต่รอยเดียว จะใส่กางเกงในสีแดงแจ๋ที่ไม่มีความหรูหราอะไรเลยอยู่ แต่มันก็เป็นวิธีการแก้เครียดไม่ให้ตัวเองเพ่งเล็งไปที่ประเด็นอื่น 

ในขณะที่จุ่มตัวกับเส้นผมลงไปในน้ำ เขาก็ปรับลมหายใจให้เข้าที่ ไม่มีการติดต่ออะไรเลยจากยุนซองเหมือนกับครั้งนั้น 

วันนั้นที่ฮันฮีถูกเปิดเผยว่าเป็นเกย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันต่อมาเจ้านายก็ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่เพียงเท่านั้น ทางด้านประธานกงที่คิดว่าจะทำตัวน่ารำคาญด้วยการสืบค้นเบอร์โทรติดต่อของเขาใหม่ก็เงียบไปด้วย 

เพราะงั้นจึงทำให้ฮันฮีเข้าใจผิดไปสักพัก จริงๆ มันก็เป็นการวางตัวที่ถูกต้องและมีมารยาทอย่างลูกผู้ชายซึ่งถูกฝึกฝนและได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีแน่นอน ฮันฮีไม่ได้หวังอะไรมาก และถ้าจะบอกว่าไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้ชายที่รักเพศเดียวกัน มันก็เป็นการปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรม แต่อีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวว่าเป็นคนใจกว้างที่เข้าใจทุกอย่างอยู่แล้ว 

ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ได้ยินมาจากคนอื่นโดยตรง การทำเป็นไม่เคยเห็นความลับของคนอื่น หรือทำเป็นไม่รู้จักตั้งแต่แรกก็เป็นปฏิกิริยาตอบกลับที่เหมาะสมที่สุด 

แน่นอนว่าการที่บอกว่าเจ้านายเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมน่ะ มันจบลงด้วยการเข้าใจไปผิดไปเอง แต่ก็รู้ว่าเป็นผู้ชายทำตามอำเภอใจตัวเองอย่างสบายๆ แล้วก็อวดดี แม้จะยอมรับในทักษะการพูดที่กลับไปกลับมาระหว่างความสุภาพและความมีเลศนัยที่โดดเด่น แต่มันไม่มีความจริงใจอยู่ในนั้นเลยสักนิดเดียว ไม่ว่าจะคิดยังไง ยุนซองก็คงแค่รู้สึกว่าสถานการณ์นี้มันน่าสนใจก็เท่านั้นเอง 

ไม่ใช่เกย์งั้นเหรอ งั้นลองทิ่มดูสักครั้งไหม ถ้าจะทิ่มก็ทิ่ม หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องทำ เพราะมันเป็นเรื่องที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจอะไรอยู่แล้ว 

ถ้าจู่โจมด้วยความคิดที่แค่อยากล้อเล่นอย่างเดิมยังดีกว่า แม้จะมีโอกาสลองประเมินเกี่ยวกับเจ้านายใหม่ แต่ว่าต่อให้ฝนจะตกฟ้าจะร้อง เรื่องแบบนั้นก็ไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ไม่เกิดนะ แต่เกิดไม่ได้เลยต่างหาก 

เพราะว่าฮันฮีรับรู้ถึงการคาดหวังได้อย่างดีเลยล่ะ สำหรับมนุษย์ ถึงแม้จะรู้ว่าทำไม่ได้ แต่ก็จะมีนิสัยที่งี่เง่าและโง่เขลาอย่างหนึ่งด้วยการยื่นมือออกไปเกี่ยวข้อง 

'เพราะว่าคนที่โดดเด่นในเกาหลีใต้น่ะ มันมีไม่เยอะไง' 

การหาคู่ขาที่ตรงกับสเปกอันสูงส่งของตัวเอง ซึ่งในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นเกย์และมีความซาดิสม์ในตัวด้วยนั้น มันไม่เรียกว่าเรื่องที่ยากมากเหรอ ตอนนี้ถ้ามีคู่เล่นที่ถูกใจล่ะก็ คงจะไม่มีเรื่องที่กระวนกระวายมากขนาดนี้แน่ๆ ถ้ามีเจ้านายที่ตรงสเปกของเขาอย่างสมบูรณ์แบบจากคุณสมบัติทั้งหมดก็น้ำลายไหลเลยล่ะ ไม่สิน่าจะแค่น้ำลายสอ แต่ไม่ถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าจะจดจ่อได้ถึงขนาดนี้ 

'ใบหน้าของเขา รูปร่างของเขา ถ้าเป็นซาดิสต์ด้วยเนี่ย... ก็ใช่อย่างแรงเลย' 

คนเราเป็นแบบนี้แหละ ฮันฮีถอนหายใจขณะที่ดึงชั้นในขึ้นมาจนสุด 

 

* * * 

 

* Masochist คือคนที่มีความสุขเมื่อได้รับความเจ็บปวด ที่จะรู้สึกดีทางเพศเมื่อถูกทารุณทั้งทางร่างกายและจิตใจ 

** Sadist คือคนที่มีความสุขจากการทรมานคนอื่น ที่จะรู้สึกดีทางเพศเมื่อได้ทารุณคนอื่นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ​ ​ 

ความคิดเห็น