Iiiiiiiloma

ชอบกดไลค์ ใช่กดติดตาม คอมเมนต์ให้กำลังใจไรท์กันได้นะคะ 💗

ตอนที่42 เงาร้ายที่คลืบคลานไม่ได้

ชื่อตอน : ตอนที่42 เงาร้ายที่คลืบคลานไม่ได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2561 10:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่42 เงาร้ายที่คลืบคลานไม่ได้
แบบอักษร

"​เฮียหนึ่ง เฮียหนึ่งว่างคุยกับเฟียสักสิบนาทีมั้ย?" 

ร่างบางโทรไปหาพี่ชายของตัวเองที่ออกไปทำงานแต่เช้าแล้ว รวมถึงโรเมโอด้วยที่ช่วงนี้ออกไปแต่เช้า 

[มีอะไรถึงโทรหา?]

"เฮียหนึ่งฉันอยากรู้เรื่องการถือหุ้นน่ะ มันมีผมอะไรต่อตำแหน่งหน้าที่ในการทำงานบ้างมั้ย?]

[หืม ทำไมถึงสนใจเรื่องหุ้นขึ้นมาหล่ะ?] อีกฝั่งส่งเสียงมายียวน เล่นเอาเธอของขึ้นนิดๆ

"เฟียแค่อยากรู้เฉยๆว่าการถือหุ้นของบริษัทมันมีผลกระทบอะไรบ้างก็เท่านั้น"

[อืม นั้นสินะ การถือหุ้นถ้าถือไม่มากก็เป็นเสือนอนกินรอรับผลประโยชน์รายปี ยิ่งลงทุนมากในบริษัทที่มีผลประกอบการมาก ผลตอบแทนก็จะสูง]

"เหมือนที่บ้านของเราทำใช่มั้ยเฮีย"

[ใช่ แต่ของเรานอกจากจะเป็นหุ้นส่วนต่างๆของบริษัทยักษ์ใหญ่แล้ว เรายังเป็นทั้งเจ้าของเองหรือก็คือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่กว่ารายอื่นๆเรามีสิทธิ์จะบริหารงานเองหรือจะให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นทำงานแทนเราก็ได้]

"ถ้าเกิดว่าฉันเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดแล้วอยู่ๆวันนึงหุ้นของฉันมันน้อยลง และมีคนถือหุ้นเยอะกว่าฉัน ฉันก็ต้องหลุดจากการเป็นประธานบริษัทใช่มั้ย?"

"ใช่ ว่าแต่แกเถอะคิดยังไงมาสนใจเรื่องงานของบริษัทเนี้ย? จบหมอมาไม่ใช่รึไง?]

"แหม๋ เฮียคนเรามันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้างมั้ยหล่ะ"

[งั้นแค่นี้ก่อนแล้วกัน ฉันต้องเคลียร์เอกสารอีก เจอกันตอนเย็น]

"ค่ะๆ"

หลังจากที่วางสายไปแล้วร่างบางก็ยืนคิดในสิ่งที่ได้ยินจากโรเมโอเมื่อคืน หุ้นอีก40เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่คนกลุ่มหนึ่ง อีก12เปอร์เซ็นต์อยู่กับสว. งั้นอีก48เปอร์เซ็นต์ก็เป็นของโรเมโอสินะ งั้นแปลว่าถ้าเกิดสว.ได้หุ้นไปอีก37เปอร์เซ็นต์เขาก็ล้มโรเมโอลงจากบัลลังก์บริษัทแซทเทิล อินดัสทรี่ได้น่ะสิ นี่น่ะหรอคือการตอบโต้กลับของสว.

ร่างบางหรี่ตาใช้ความคิดก่อนจะตัดสินใจโทรไปหาเอ็ดวินท์อีกครั้ง 

[โอ้ย อะไรอีกฉันไม่ได้ว่างนะยัยเฟีย!]

"เฮีย เฟียมีอะไรจะขอร้องค่ะ"

[อะไร?]

"เฮียช่วยซื้อหุ้นของบริษัทแซทเทิล อินดัสทรี่ให้เฟียหน่อยสิคะ"

[หืม มาอารมณ์ไหนอีกล่ะเนี้ย?]

"ก็เฟียคิดว่ามันน่าลงทุนดีออกกับบริษัทคลังแสงเลยนะคะ ผลประกอบการเขาต้องดีแน่ๆเพราะเขาได้สัมปาทานกับรัฐนินา"

[มันก็จริงแต่ว่าแกแน่ใจนะว่าแค่อยากได้ผลตอบแทนจากการประกอบการไม่ใช่ช่วยสามีแก] 

คำถามที่สวนกลับของเอ็ดวินท์ทำให้ร่างบางรู้สึกจุกนิดๆ ใช่ เธออยากช่วยเขาแต่ไม่อยากแสดงออกมาก็เท่านั้น เอ็ดวินท์ที่ได้ความเงียบแทนคำตอบก็รู้ทันทีว่าน้องสาวของเขาไม่ได้โกรธว่าที่น้องเขยของเขาแล้ว ทำบุญด้วยอะไรเนี้ยโรเมโอ แบรดวินด์ ถึงเคลื่อนภูเขาให้สั่นไหวได้ขนาดนี้

"แล้วเฮียช่วยได้มั้ยละ?" 

[หึ เธอเป็นห่วงมันขนาดนี้เลยหรอ?]

"ไม่ได้ห่วงสักหน่อย!"

[แน่ใจ? งั้นฉันไม่ซื้อ ไม่ได้มีเหตุต้องซื้อนิ เพราะแค่นี้เราก็รวยกันแล้ว]

"เฮีย!"

[ยอมรับมาก่อนสิ]

"..." ร่างบางทำหน้าคิดหนักก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดและตอบปลายสาย "ก็ได้ๆ ก็เป็นห่วง ถึงยังไงเขาก็เป็นพ่อของลูกนิ ฉันไม่อยากให้ลูกต้องเกิดมาเห็นพ่อของตัวเองถูกปลดเพราะมามีพวกเขาหรอกนะ"

[ฮ่าๆ สะใจเป็นบ้า!]

"พอเลย สรุปจะช่วยใช่มั้ย-///-?"

[ฮ่าๆ แกไม่ต้องห่วงหรอก เพราะหุ้นอีก40เปอร์เซ็นต์นะ มันเป็นของฉัน]

"หะ!? นี่เฮียพูดจริงปะเนี้ย?"

[ก็จริงสิ ตอนแรกกะจะซื้อไว้แล้วกว้านอีกที่เหลือกะจะตลบหลังไอ้โรเมโอสั่งให้มันบริหารภายใต้คำสั่งของฉันน่ะสิ แต่มันกลับแข็งกว่าที่คิดแล้วประจวบกับที่ว่ามันกลายมาเป็นน้องเขยฉันอีก เลยแค่ถือไว้เป็นหุ้นลอยๆภายใต้ชื่อของแกนั้นแหล่ะ ถ้าหมอนั้นสืบดูดีๆก็จะรู้ทันทีว่าเป็นฉัน]

ร่างบางเหงื่อตกเมื่อจินตนาการถึงสีหน้าของเจ้าของเสียงปลายสาย น่ากลัวจริงๆ เห็นนิ่งๆไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาแต่คิดไปไกล ทำตัวเหมือนฟุรินคะซันจริงๆ (ฟุรินคะซันคือธงออกศึกประจำทัพของทาเคดะ ชินเง็น ไดเมียวของประเทศญี่ปุ่นในสมัยเซ็นโงคุที่มีใจความว่า 'รวดเร็วประหนึ่งสายลม สงบนิ่งประหนึ่งพงไพร จู่โจมว่องไวประหนึ่งเปลวเพลิง หนักแน่นมั่นคงประหนึ่งขุนเขา' โดยอ่างอิงมาจากตำราพิชัยสงครามของซุนวู) นึกไม่ถึงว่าพี่ชายของตัวเองจะเอาจริงเอาจังกับงานขนาดนี้ ถึงขั้นเอาตำราพิชัยสงครามมาทำงาน อึ๋ยขนลุก 

[ฮัลโหล ยังอยู่รึป่าว? ถ้ารู้แล้วก็ไม่ต้องคิดมากอยู่เฉยๆเถอะ ใกล้คลอดแล้วเดี๋ยวหลานฉันออกมาพลอยขี้หงุดหงิดไปด้วย]

"ค่ะๆ"

[แค่นี้นะ ฉันไม่ว่างจะไปทำงานต่อละ]

อีกด้านทางโรเมโอที่ต้องมาวุ่นเพราะมีคำสั่งจากรัฐเพิ่มการผลิตอาวุธ ไหนจะต้องตรวจสอบบัญชีการรับ การจ่าย ตรวจสอบใบขออนุญาต แถมต้องอนุมัติเรื่องต่างๆ ก็ต้องมาวุ่นวายกับการไล่กวาดต้อนของสว.ในที่ประชุมอีก ให้ตายสินี่เขาคิดถูกหรือผิดที่ยังยกหุ้นให้สว.คนนี้อีก 

"มิสเตอร์แบรดวินท์คุณซื้อหุ้น40เปอร์เซนต์จากคนปริศนาได้แล้วรึยัง?"

"ช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อของปี ผมเองก็ยุ่งมาก คงจะอีกสักพักกว่าผมจะสามารถตามหาตัวเจ้าของหุ้นนั้นได้"

"อย่าให้นานนักนะ เพราะอย่าลืมเวลาที่คุณสูญไปผมจะทำอะไรได้บ้าง"

โรเมโอมองชายกลางคนนิ่งๆ เขาไม่แสดงสีหน้าอะไรออกไปทั้งสิ้น ก่อนจะสูดหายใจลึกๆเข้าปอด

"ผมมั่นใจว่าผมสามารถบริหารงานต่อได้นะท่านสว.ไม่ต้องห่วงผมหรอก เพราะถึงยังไงคนแบบผมก็จะไม่ล้มง่ายๆแน่ อาณาจักรแห่งนี้ผมสร้างขึ้นมาให้มันมาไกลขนาดนี้ได้ ผมไม่ยอมแน่!" ร่างสูงพูดไปพรางใช้สายตาเฉือดเฉือนกลับ เล่นเอาคนสูงวัยถึงกลับกำมือแน่น "ขอตัวก่อน ผมต้องกลับไปหาภรรยา" พูดจบเขาก็เดินผ่านชายวัยกลางคนออกไปทันที 

ระหว่างที่เขาขับรถกลับมาบ้านของเธอ ในหัวของเขาพยายามคิดเรื่องงาน เรื่องหาทางซื้อหุ้นคืนจากคนปริศนาที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวเองเสียที เป็นเศรษฐีที่ไหนนะ มีหุ้นมากมายขนาดนั้นแต่กลับนิ่งเฉยไม่ยอมออกมามีปาก มีเสียงกับเขาในเรื่องบริหารเลย คิดไปก็เครียดไป จนมาถึงบ้านของเธอ

เขาจอดรถเข้าที่ก่อนจะพาตัวเองลงจากรถ พร้อมถอดเสื้อสูทสีกรมท่าออกจากร่างกาย เอามือยีผมที่เซ็ตเรียบร้อยให้กลับไปเป็นทรงของตัวเอง ก่อนจะสะบัดหัวไล่ความตึงเครียดออกไป 

และเขาก็เดินเข้าไปในตัวบ้าน ก็ทำให้เขาถึงกลับยิ้มออกมา เมื่อเห็นหญิงสาวที่เขารักกำลังนั่งอ่านหนังสือพร้อมออกเสียงไปเอามือลูบท้องไป เธอรักลูกของเขาขนาดนี้จะไม่ให้เขารักเธอได้อย่างไร ร่างสูงเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะชิงหอมแก้มเธอจากทางด้านหลังทำให้เธอที่นั่งอยู่ตกใจร้องเสียงหลงออกมา

"อ๊ะ! ทำอะไรน่ะ!?"

"คิดถึงจังเลยยยยยย" ไม่พูดปล่าวแถมยังโอบกอดต้นคอเธอจากทางด้านหลังอีก

"ออกไปเลยนะ ฉันอึดอัด อีกอย่างคนเยอะแยะทำอะไรไม่อายคนอื่นบ้างหรอ" เธอหันมาแว้ดใส่เขา แต่สีหน้ากับแดงขึ้นสี

"คิดถึง คิดถึง คิดถึงนะคนสวยของโรม"

"เห้ย! จะหอมอะไรนักนา"

ตึ๋งๆ ตึ๋งๆ ร่างบางต้องหยุดดีดดิ้นทันทีเมื่อเธอสัมผัสได้ว่าหน้าท้องของเธอขยับแถมไม่ได้ขยับเบาด้วย เล่นเอาเธอรู้สึกเสียวหน้าท้องอยู่หน่อยๆ โรเมโอที่เห็นแบบนั้นก็อดเอามือมาสัมผัสหน้าท้องของเธอไม่ได้

"โอ๋ๆ ลูกพ่อใจเย็นๆกันนะ รู้ว่าอยากออกมาเล่นด้วย แต่เอาไว้หนูออกมาก่อนนะ พ่อจะเล่นกับหนูให้ขาดใจเลย"

และเหมือนยิ่งพูดหน้าท้องของเธอก็ยิ่งขยับแรงขึ้นและมากขึ้นไปอีก เด็กสองคนที่อยู่ในท้องคงรับรู้ได้ถึงเสียงของเขา ทำให้ร่างสูงยิ้มพร้อมกำลังน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่เพราะความสุขทำเอาหญิงสาวไม่กล้าผลักไสไล่ส่งเขา 

"ทำอะไรกันทำไมยังไม่ไปกินข้าวล่ะ? อาหารรอเสริฟอยู่แล้วนะไปกันเถอะ" เสียงของชายวัยกลางคนร้องเรียกทั้งสองคนที่เอาแต่นั่งจมปรักอยู่ที่โซฟาของห้องนั่งเล่นกลางบ้าน

"ค่ะ/ครับ"


หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาเขาก็ยังคงโหมทำงานหนักอยู่ต่อเนื่องเพื่อตามหาผู้ถือหุ้นปริศนาโดยไม่รู้ว่าแท้จริงเจ้าของหุ้นที่เหลือคือเอ็ดวินท์ ที่ใช้ชื่อผู้เป็นเจ้าของซ้ำซับกันหลายชั้นเสียเหลือเกิน เล่นเอาเขาปวดหัวอยู่พักหนึ่ง 

"โอ๊ยยย โอ๊ยยยย ช่วยฉันด้วย!!" เสียงของร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงทำเอาเขาทิ้งงานทันทีและวิ่งมาหาเธอ 

"เฟีย เฟีย! เฟียเป็นอะไร!?" 

ร่างบางร้องพร้อมกับลุกนั่งบนเตียงพยายามจะเอามือไปจับที่ปลายเท้าแต่ก็ไม่ถึง เพราะติดท้องใหญ่จัด ร่างสูงที่เมื่อมาถึงเตียงก็พยายามประคองร่างของเธอและถามเธอด้วยความเป็นห่วง

"ฉะ..ฉัน...เจ็บเท้า ช่วยด้วย ตะคริวกินเท้าฉัน เจ็บมากฮึก!" 

เธอพูดไปใบหน้าบิดเหยเกเพราะความเจ็บปวดที่เท้า ปกติแล้วถ้าไม่ท้องมันก็จะไม่เจ็บมากมายแต่ตั้งแต่ท้องมาเท้าเธอก็ยิ่งบวมแถมซีดอีกตะหากคงเป็นเพราะรับน้ำหนักมากขึ้น ทำให้อาการตะคริวในคนท้องเล่นงานซึ่งมันจะเจ็บกว่าตะคริวปกติหลายเท่าอยู่ 

"ใจเย็นๆ ก่อนนะเดี๋ยวฉันมา" 

ร่างสูงประคองเธอให้นั่งอยู่ที่หัวเตียงก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำหยิบกาลมังเปิดน้ำอุ่นใส่พร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาจากห้องน้ำ 

เขาวางกาลมังที่มีน้ำอุ่นลงที่พื้น ก่อนจะค่อยๆประคองร่างกายของเธอค่อยๆพาเธอนั่งและจับเท้าของเธอจุ่มลงไปในน้ำอุ่นพร้อมใช้ผ้าขนหนูค่อยเช็ด นวดคลึงอยู่แบบนั้นจนเท้าของเธอค่อยๆคลายตัวลง 

"เป็นไงบ้าง?"

"อืม ดีขึ้นแล้วหล่ะ" 

"เห้อ ดีแล้วละที่ดีขึ้น ฉันตกใจคิดว่าเธออาจจะคลอด"

"อืม ขอบใจนะ"

คำขอบคุณจากหญิงสาวทำให้เขารีบหันกลับไปมองหน้าของเธอทันที ก่อนที่เขาจะยิ้มให้เธอ ใช่ มันเหมือนกับตอนที่เธอวิ่งหนีเขาจนเท้าของเธอไปเดินเหยียบเปลือกหอยจนเลือดไหลนอง เขาก็เป็นคนช่วยเธอและทำแผลให้ และเขาก็ได้รับคำขอบคุณแบบนี้ มันทำให้เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุขจนทำให้ร่างบางที่เห็นเกือบหลุดยิ้มตาม

"อะแฮ่ม! หายแล้ว ฉันขอนอนต่อแล้วกัน"

"ครับๆ"

ร่างสูงค่อยๆประคองเธอให้ค่อยๆลงนอนบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนที่จะหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มร่างกายให้เธอเบาๆ พร้อมกับจุมพิตที่แก้มของเธอ

"ฝันดีนะครับ"



วันรุ่งขึ้นร่างสูงก็รีบกินข้าวและออกไปทำงานทันที วันนี้เขาตัดวินใจแล้วว่าเขาจะต้องตามหาผู้ถือหุ้นรายอื่นให้หมด เพื่อขอซื้อหุ้นต่อให้มันกลับมาเหลือสักห้าสิบก็ยังดี เขาจึงไม่ได้อยู่รอเธอตื่นเหมือนอย่างทุกวัน อยากรีบสะสางปัญหาที่มันค้างคาใจจะได้อยู่ดูแลเมียท้องแก่และรอรับการรับหน้าที่เป็นพ่อลูกอ่อนในอนาคตที่กำลังจะถึง 

ร่างสูงรีบมาถึงห้องทำงานของตัวเองก่อนจะหยิบเอกสารต่างๆขึ้นมาอ่านก่อนจะค่อยๆเซ็นต์ลงไป อันไหนไม่ผ่านเขาก็ยังไม่เซ็นต์พร้อมวงกลมและแปะโพสท์อิทเอาไว้พร้อมเขียนข้อความว่าต้องแก้ไขส่วนไหนอีก ก่อนจะโทรเรียกเคนท์มือขวาของเขาเข้ามาในห้อง

"เคนท์ ได้ความเพิ่มเติมมั้ย?"

"ได้มาแล้วครับ เจ้านายตอนนี้ผมได้รายชื่อผู้ถือหุ้นรายอื่นๆมาแล้วครับ แต่ทั้งสี่คนยืนยันมาแล้วว่าพวกเขาไม่ได้มีส่วนในการซื้อหุ้นเลย รวมทั้งประวัติทางการเงินของสามคนนี้ก็ไม่ได้เงินทุนอะไรด้วย"

"เห้อ"

"แต่ว่าที่น่าแปลกคือทั้งสามคนนี้เป็นรายชื่อของลูกหนี้ที่กู้ยืมเงินทุนจากบริษัทเงินทุนรายหนึ่ง ซึ่งถ้าเจ้านายได้เห็นผมว่าคงตกใจไม่น้อย" เคนท์ยื่นซองเอกสารให้เขาอีกซอง 

ร่างสูงรับไว้และค่อยๆแกะซองเอกสารออกมา ก็ต้องตกใจเบิกตาโพล่งเพราะมันคือชื่อบริษัทเงินทุน ลอว์สัน  นั่นเอง และในใบที่แนบสำเนาเจ้าของที่แท้จริงยังเป็น 'เอ็ดวินท์ ลอว์สัน' แด่ 'โซเฟีย ลอว์สัน' สรุปที่ผ่านมาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของเขาก็อยู่ใกล้ตัวเขานี่เอง 

ร่างสูงเมื่อรับรู้ความจริงก็เล่นเอาลมออกจมูก ปาก ทั้งรู้สึกโล่งใจและตกใจพร้อมๆกัน จนเขาต้องทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา ไม่คิดเลยว่าเอ็ดวินท์จะร้ายกาจขนาดนี้ ดีนะที่ตอนนี้ไม่ได้ตีกันแล้ว ไม่งั้นนะมีหวังเขาโดนอะไรต่อมิอะไรไปแล้ว เห็นนิ่งๆเหมือนไม่มีอะไร พูดน้อยแต่ต่อยหนักเป็นบ้า เขารีบต่อสายโทรไปหาเอ็ดวินท์ทันที

[ฮัลโหล]

"เอ็ดวินท์ นายเป็นเจ้าของหุ้นงั้นหรอ?"

[อ้อ ในที่สุดก็รู้แล้วหรอ?]

"ใช่! นี่นายกะว่าจะล้มฉันใช่มั้ย?"

[ใช่ ก็ถ้าแกยังร้ายอยู่น่ะนะไม่คิดเลยว่าฉันต้องมาเกี่ยวดองกับแกเลย]

"..."

[แกควรสำนึกไว้เลยนะที่โซเฟียไม่ได้ตัดสินใจทำอะไร]

"นี่โซเฟียก็รู้ด้วยหรอ?"

[ใช่สิ ก็ฉันซื้อให้ยัยนั่น แต่ไม่รู้นะว่ายัยนั่นจะทำอะไรเพราะตอนนี้ฉันยกให้ยัยนั่นไปแล้ว นายต้องขอบคุณฉันนะ ไม่งั้นตัวนายเองจะไม่รู้ใจของน้องสาวฉันเลย ]

"หมายความว่ายังไง?"

[ก็ถ้ายัยนั้นไม่ได้ทำอะไรนาย มันก็เป็นการพิสูจน์ใจแล้วไม่ใช่หรอว่าแท้จริงยัยนั่นไม่ได้โกรธเกลียดนายอีกแล้ว]

ร่างสูงเงียบก่อนจะนึกขึ้นได้ ถ้าคนมันเกลียดคงจะทำลายให้ย่อยยับไปแล้ว หุ้น40เปอร์เซนต์มันไม่ได้น้อยเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าเธอก็ไม่ได้ทำอะไรเขา

[แค่นี้นะ ฉัยยุ่ง]

อีกฝ่ายตัดสายไป ร่างสูงยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงแผนการที่เอ็ดมันด์เคยบอกกับเขา เขาอยากจะรีบทำมันเสียก่อนจะถึงเวลาเสียอีก ร่างสูงรีบโทรไปหาเบอร์ๆหนึ่งทันที

'ฮัลโหล ผมอยากได้แหวนเพชรวงที่มีน้ำงามและดีไซน์สวยที่สุด จัดให้ผมทีนะ"

ความคิดเห็น