ไม้พาย

เรื่องนี้ไรท์ติดเหรียญวันที่ 25 ไม่ได้เปิดอ่านฟรี 1 ชั่วโมง เหมือนเรื่องอื่นๆนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

18---จำอะไรได้บ้าง

ชื่อตอน : 18---จำอะไรได้บ้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 156

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2561 22:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
18---จำอะไรได้บ้าง
แบบอักษร

เนตรดาวลืมตาตื่นขึ้นมา มองฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตา ทั่วทั้งห้องเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่

เด็กสาวกระพริบตาอย่างคนอ่อนล้า ก่อนจะยกมือข้างซ้ายขึ้นมาดูและพบว่ามีสายน้ำเกลืออยู่ที่หลังมือ

เธออยากจะยกมือกุมศีรษะและแล้วพึมพำเหมือนนางเอกในละครหลังข่าว

่ ที่นี่ที่ไหนกัน....แล้วเรามาอยู่ที่่นี่ได้ยังไง ่

​นางเอกพวกนั้นเขาคุยกับใครนะ หรือว่าเจ้าที่เจ้าทางในโรงพยาบาล

เนตรดาวหันมองซ้ายขวาก่อนจะเห็นร่างอวบอัดของแม่และพ่อนอนกอดก่ายกันอยู่บนโซฟา เสียงกรนของพ่อไม่ต่างจากเครื่องตัดหญ้ามากนัก ไม่รู้ว่านอนทนฟังอยู่ได้ยังไงตั้งหลายปี​ โชคดีที่นอนห้องพิเศษ ลองไปนอนห้องรวมมีหวังคนไข้ได้นอนไม่หลับไปตามๆกัน

เด็กสาวอ้าปากเรียกก่อนจะพบว่าเสียงตัวเองของแหบแห้ง ตอนนี้เธอหิวน้ำเหลือเกิน

เนตรดาวพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอื้อมเอาน้ำตรงหัวเตียงมาเปิดดื่ม

"เฮ้อ....สาบานเถอะว่ามาเฝ้าไข้ลูก" เนตรดาวเงยหน้ามองนาฬิกาติดผนัง ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเช้า เธอรู้ว่าเธอป่วย และจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอไปหาหมอกับอะตอม แล้วก็กลับไปนอนต่อที่บ้าน

อา....ใช่แล้ว

และเธอก็หลับไป เธอฝันดีมาก ฝันดีสุดๆ อยากฝันอีกทำไงดี ต้องใกล้ตายอีกครั้งใช่มั้ยถึงจะฝันเห็นอะไรแบบนั้น

คราวหน้าถ้าเธอฝันอีกเธอจะไม่หยุดแค่นั้นแน่ เธอจะทำให้มีฉากสิบแปดบวกเกิดขึ้น จากนั้นก็ตัดภาพไปที่โคมไฟหัวเตียง

เนตรดาวสัญญากับตัวเอง....

"ตื่นแล้วเหรอเนตร" แม่ของเด็กสาวดีดตัวขึ้นทันทีที่รู้สึกตัว

"ค่ะ เพิ่งตื่นมื่อกี้นี้เอง" เนตรดาวตอบออกไปทั้งที่เสียงยังแหบแห้ง

"ยังเจ็บตรงไหนมั้ยลูก เดี๋ยวพอหมอเข้ามาตรวจหนูบอกหมอไปเลยนะ"

"ค่ะแม่ อ้อ...ว่าแต่หนูมาที่นี่ได้ไง พ่อกับแม่กลับมาเจอหนูป่วยเหรอคะ"

"นี่แม่จะบอกให้ว่าแกน่ะโชคดีแค่ไหนที่ลูกชายของพี่สมโชคเขารู้ว่าแกป่วยเลยซื้อของมาเยี่ยม เรียกอยู่ตั้งนานแกก็ไม่ตอบ เลยถือวิสาสะงัดหน้าต่างบ้านเข้าไปดู ถึงได้รู้ว่าแกนอนหมดสติอยู่ในห้อง ดาวเอ๊ย...แกรู้มั้ยแม่หัวใจจะวายตอนที่รู้ข่าว ยิ่งหมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้อีกสักสองสามชั่วโมงแกอาจ.....เฮ้อ!" เนตรดาวยกมือไปจับแขนของแม่ไว้

"หนูไม่เป็นไรแล้วแม่  หนูขอโทษที่ไม่ได้โทรบอก ส่วนพี่ไมเดี๋ยวหนูจะไปขอบคุณพี่เขาเอง" เธอกะว่าจะใช้ร่างกายตอบแทนเลยเชียวล่ะ ถ้าพี่ไมไม่ถีบสวนออกมาซะก่อน

"นี่แม่ก็กะจะออกไปซื้อของเยี่ยมหน้าโรงพยาบาลจะเอาไปเยี่ยมพี่สมโชคเขา เนี่ยอยู่ถัดจากตึกเราไปนี่เอง ไมก็อยู่นะ มานอนค้างที่นี่เฝ้าพ่อแทบทุกคืน หายากนะเด็กสมัยนี้ที่จะมาทนนอนในที่แออัดคอยดูแลพ่อที่ป่วย ไหนจะขยันขับวินหาเงินอีก"

เนตรดาวพยักหน้าเห็นด้วย เธอเห็นดวงตาของแม่เปล่งประกายชื่นชมเมื่อพูดถึงพี่ไม

***่ หนูจะลากพี่ไมมาเป็นเขยให้ได้หนูสัญญา....*** ่

เนตรดาวพูดกับแม่ในใจ

หลังจากนั้นไม่นานคุณหมอก็เข้ามาตรวจอาการของเธอ และมีสิ่งหนึ่งที่เธอเพิ่งจะรู้คือ เธอนอนหลับไปถึงสองคืนเต็มๆ

เนตรดาวทานข้าวต้มเปล่าๆได้ไม่ถึงครึ่งถ้วยก่อนจะวางช้อนลง

"กินอีกสิลูก" พ่อของเธอที่กำลังนั่งดูทีวีหันมาพูด

"ขมปากน่ะพ่อ"

"อีกสักช้อนสองช้อนนะ จะได้มีแรง" พ่อของเธอคะยั้นคะยอ

"อือ..." เนตรดาวส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

"ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!" 

เนตรดาวและพ่อหันไปทางประตูที่เปิดออก คนที่เดินเข้ามาทำให้เนตรดาวแทบจะหยุดหายใจ

เธอหวนนึกไปถึงความฝันก่อนหน้านี้ เด็กสาวยิ้มแฉ่ง ในใจร่ำๆอยากจะทำความฝันให้เป็นจริงสักครา

"สวัสดีครับ" ไมตรียกมือไหว้พ่อของเนตรดาวและพ่อของเธอเองก็ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี แทบจะเข้าไปอุ้มกันเลยทีเดียว

"ผมมาเยี่ยมน้องครับ" ไมตรีวางถุงผลไม้กับขนมอีกหลายๆอย่างลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปมองเนตรดาว เธอเห็นชายหนุ่มใส่หน้ากากอนามัยมาด้วย สงสัยคงกลัวติดหวัดเป็นแน่ คนอะไรรอบคอบเสียจริง

"อ้อ งั้นพ่อออกไปหาแม่ก่อนนะ ออกไปนานแล้ว ฝากน้องด้วยนะไม" เนตรดาวอยากยกนิ้วโป้งให้พ่อจริงๆ ช่างเป็นพ่อที่รู้ใจลูกสาวซะเหลือเกิน

ทันทีที่ประตูปิดลงเด็กสาวก็เอ่ยคำขอบคุณออกมา

"พี่ไม ขอบคุณมากนะ ไม่ได้พี่เนตรคงกลายเป็นผีไปแล้ว แหะๆ" ไมตรีไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่จ้องหน้าเนตรดาวก่อนจะก้มลงไปมองถ้วยข้าวต้ม

"กินให้หมด" ไมตรีพูดเสียงเบา

"ห๊ะ!"

"กินให้หมด" เสียงของชายหนุ่มเข้มขึ้น

"ขม...." 

"กิน" ไมตรีจ้องมองและพูดออกมาเป็นเชิงคำสั่ง

"อ่อ..." เนตรดาวรีบหยิบช้อนขึ้นมาก่อนจะจ้วงตักข้าวต้มเข้าปากไปคำแล้วคำเล่า ไม่นานข้าวต้มในถ้วยก็หายไปราวกับเททิ้ง

ไมตรียกถ้วยไปเก็บก่อนจะเดินมาที่ถุงผลไม้และถุงขนมที่เขาเพิ่งถือเข้ามาเมื่อครู่

"กินบัวลอยมั้ย" เนตรดาวยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นบัวลอยไข่เค็มของโปรด เด็กสาวพยักหงึกๆท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อยแต่ติดตรงที่สีหน้าออกจะซีดเซียวไปหน่อยก็เท่านั้น

ไมตรีแกะถุงบัวลอยใส่ถ้วยให้เนตรดาวอย่างเงียบๆ ก่อนเอาถ้วยบัวลอยหอมกรุ่นมาวางไว้ให้คนป่วยตรงหน้า

"ขอบคุณค่ะ" ทว่าคำแรกที่เด็กสาวตักเข้าปาก กลับมีแต่ความขม ใบหน้าของเนตรดาวเหยเกขึ้นมาทันที แต่เธอก็ฝืนสังขารตักบัวลอยขึ้นมากินจนหมด น้ำก็ไม่เหลือ เขาส่งน้ำมาให้เธอดื่มล้างปากจากนั้นจึงเอาถ้วยไปเก็บอีกครั้ง

"ขอบคุณค่ะ"

"จำอะไรได้บ้าง" อยู่ดีๆไมตรีก็โพล่งขึ้น เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ ยกมือกอดอก เธอมองเห็นแต่แววตาของเขาเท่านัั้นเพราะส่วนที่เหลือมีหน้ากากที่พี่ไมใส่มาปกปิดเอาไว้

"คะ" เด็กสาวเลิกคิ้วไม่เข้าใจคำถาม

"วันที่ป่วย.....แค่กๆ จำอะไรได้บ้าง" คราวนี้เนตรดาวมองใบหูที่แดงก่ำของไมตรี คงเป็นเพราะที่พี่เขาไอเมื่อครู่เป็นแน่ แต่ลำคอที่เริ่มแดงนั่นล่ะ คืออะไร หรือพี่ไมไปกินของที่ตัวเองแพ้ขึ้นมาตัวเลยแดงเหมือนกุ้งต้มสุก

ว่าแต่ทำไมเพิ่งจะมาแดงเอาตอนนี้

"ว่ายังไง" เขาถามเธออีกครั้ง

"จำได้ว่ากลับมานอนที่บ้านค่ะ จากนั้นบ้านก็หมุน จากนั้นก็ฝัน....ฝันว่า ว่า เอ่อ" ใบหน้าของเนตรดาวแดงก่ำเมื่อนึกถึงความฝัน 

ตอนนี้เธออยากจะกระชากพี่ไมมาทำตามความฝันอีกสักครั้งแต่ก็กลัวพี่ไมจะวิ่งไปเอาถ้วยบัวลอยมาฟาดหัวเธอซะเหลือเกิน

"จำตอนที่พี่เข้าไปได้มั้ย...." คราวนี้เด็กสาวส่ายหน้า แต่ไม่ตรีกลับถอนหายใจออกมาอย่างโลกอก

เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว.....

"งั้นพี่ไปก่อนนะ เย็นๆจะมาเยี่ยมใหม่ กินของที่พี่ซื้อมาให้หมดด้วย ขมก็ต้องกิน นอนพักเยอะๆ อย่าดื้อ " เนตรดาวคิดในใจว่าพี่ไมของเธอพูดมากกว่าวันไหนๆ คล้ายกับพีไมที่ร้อนแรงในฝันซะเหลือเกิน

หรือว่ามันจะเป็นความจริง.....

เนตรดาวส่ายศีรษะสะบัดเอาความคิดเหล่านี้ทิ้งไป นี่เธอคิดไปได้ยังไงกัน พี่ไมน่ะเหรอจะจูบเธอ ก่อนหน้านี้แม่ก็บอกว่าพี่ไมงัดหน้าต่างบ้านเข้าไปดูเธอ เพราะเรียกยังไงเธอก็ไม่ได้ยิน ตอนที่พี่ไมมาเธอคจะหมดสติไปได้สักพักล่ะมั้ง

แต่แล้วเด็กสาวก็ตัวอ่อนยวบเมื่ออยู่ดีๆไมตรีก็ยกมือขึ้นมายีศีรษะเล็กๆของเธอ

"นอนพักซะ ไม่กวนแล้ว" ไมตรีหมุนตัวเดินไปที่ประตู

"พี่ไมคะ!!" เด็กหนุ่มหันกลับมาอีกครั้ง

"เป็นหวัดเหรอคะ"

"อืม ไปติดมาจาก....เพื่อนน่ะ"

"อ้อ หายไวๆนะคะ ทีหลังระวังด้วย ถ้าใครเป็นหวัดอย่าเข้าไปใกล้นะคะ"

ไมตรีพยักหน้าก่อนจะเปิดประตูเดินออกไป มุมปากของเด็กหนุ่มที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัยค่อยๆยกสูงขึ้น จนเกิดเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก


................................................................

ป้าปั่นกันไฟแลบเลยลูกเอ๊ย.....

ดีไม่ดียังไงก็ติได้นะ บางวันมามากมาน้อยแต่ก็จะพยายามมาทุกวัน

...................................................................

อันดับนุ้งไมเริ่มมาอยู่ที่50แล้ว ขอบคุณรีดมากๆเลยนะคะที่เข้ามาอ่านกัน🙏🙏🙏 วันก่อนยัง200อยู่เลย

...................................................................



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}