HiMeMOE

ขอบคุณที่ชอบผลงานของโมน๊าาาาา นักเขียนไร้สำนักคนนี้จะพยายามต่อไปฮับ~

ตอนที่ 5 ชาติภพใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ชาติภพใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 960

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2562 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ชาติภพใหม่
แบบอักษร

ตอนที่ 5 ชาติภพใหม่

วันเวลาผ่านไป ภพชาติเวียนมาบรรจบ ไป๋หมี่ ได้เกิดใหม่อีกครั้ง พร้อมชื่อเล่นที่ไม่ต่างจากชาติก่อนของเขา ราวกับเครื่องย้ำเตือน ‘ข้าว’ และชื่อภาษาจีน ‘ไป๋’ จากเด็กน้อยกลายเป็นเด็กหนุ่มโตเต็มวัย พร้อมมีครอบครัว หากแต่ว่า...

“เจ้าข้าว เมื่อไรจะหาเมียสักคนเสียที” แม่ของข้าวเอ่ยกลางโต๊ะอาหาร จนชายหนุ่มต้องชะงักมือ เขาค่อยๆ วางช้อนส้อมลงบนจานกระเบื้องสีขาวอย่างช้าๆ

“ข้าวดูแลแม่ไม่ดีหรอครับ? หรือว่าข้าวดื้อ? นิสัยแย่ แม่ถึงอยากได้ลูกเพิ่ม” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างตัดพ้อ เขามั่นใจว่าตัวเองปฏิบัติตนเป็นลูกที่ดีมาโดยตลอด ดูแลพ่อกับแม่ทุกอย่าง เท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำได้ ทั้งตั้งใจเรียน จนได้ทำงานบริษัทลูกของประเทศจีนที่มาเปิดสาขาในไทย

คงมีเพียงเรื่องเดียวที่เขาไม่สามารถทำให้พ่อและแม่ได้ นั้นคือการแต่งงานมีคู่ชีวิต ข้าวก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้รักชีวิตโสดมากขนาดนี้ ไม่คิดอยากจะคบใครและไม่สนใจใครเช่นกัน ทั้งที่หน้าตาของเขาก็จัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน มีทั้งหญิงสาวและชายหนุ่มแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่ได้หยุด แต่เขาก็ไม่สนใจอยู่ดี

“ดีสิ ลูกแม่ดีจะตายไป จนป้าข้างบ้านอิจฉาแม่กับพ่อจะตายอยู่แล้ว” แม่ของข้าวยิ้มกว้างให้ลูกของหล่อน ครั้นได้ฟังน้ำเสียงเศร้าสร้อย ได้มองดวงตาสั่นระริกของลูกชาย เธอก็ใจอ่อนยวบเหมือนทุกครา

“เอาเถอะ ต่อให้ลูกไม่แต่งพ่อก็เลี้ยงได้” คนเป็นพ่อพูดบ้าง เขาไม่อยากบังคับลูกชายเพียงคนเดียวมากเกินไป ตั้งแต่เล็กจนโตลูกคนนี้สร้างแต่ความสุข ไม่ดื้อไม่ซนสักครั้ง แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว หากชีวิตนี้ของข้าวจะเลือกเส้นทางที่ต้องเดินเพียงลำพังก็ตาม

“ข้าวเลี้ยงพ่อกับแม่เอง ถ้างั้นข้าวขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” ชายหนุ่มยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง ก่อนจะเข้าไปสวมกอดผู้เป็นพ่อและแม่อีกครั้ง

“พระคุ้มครองลูก”

“ตั้งใจทำงานนะ เย็นนี้พ่อกับแม่จะรอทานข้าว”

“ครับ ไปก่อนนะครับ” ข้าวยิ้มหวานอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปยังโรงรถ แล้วขับรถคันเก่งของเขาเพื่อขับไปทำงาน

ข้าวใช้ชีวิตเช่นนี้อยู่ทุกวัน เขาเองก็ไม่เข้าใจตนเองเช่นกัน ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพวกไม่มีความรู้สึก ไม่รู้จักรักผู้ใด เขาเข้าใจความรัก ความหวังดี อิจฉา เกลียดขี้หน้า เขาเข้าใจมันหมดทุกอย่างจากครอบครัวของเขา และคนรอบข้างมากมายที่แสดงออกมาให้เขาเห็น

ยิ่งทำให้เขาไม่อยากจะมีคู่ครองมากขึ้น เมื่อเห็นคนรอบตัวต่างพากันทุกข์ แล้วทำไมเขาต้องเอาตัวเองไปเจ็บปวดด้วย ในเมื่อทุกวันนี้เขาก็มีความสุขมากกว่าคนมีคู่ด้วยซ้ำ อยากจะทำอะไรก็ทำ อยากนอนตอนไหนก็นอน สบายใจจะตายไป

...

“น้องข้าวจ๊ะ วันเสาร์น้องข้าวว่างไหม แม่จะชวนไปทำกิจกรรมของบริษัทหน่อยนะจ๊ะ” เสียงใสขัดกับใบหน้าและอายุของผู้หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้น หากเป็นคนทั่วไปที่เพิ่งเจอกับเจ้าของเสียงร่างท้วม คงพากันตกตะลึงกับน้ำเสียงของเธอ หากแต่ข้าวคุ้นชินกับเจ้าของเสียงเสียแล้ว

ชายหนุ่มเงยหน้าจากกองเอกสาร ก่อนจะส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้ผู้อาวุโสอีกครั้ง

“อะไรหรอครับแม่บัว?” ข้าวถามอย่างสงสัย เรียกความเอ็นดูจากสายตาของหญิงวัยกลางคนผู้นี้ได้ไม่ยาก

“เป็นกิจกรรมแลกเปลี่ยนพนักงานน่ะจ้ะ มีคนสนใจแค่สองคนเอง ถ้าน้องข้าวลงเล่นกิจกรรมด้วย ต้องมีหลายๆ คนลงตามแน่ๆ” บัวเอ่ยอย่างที่คิด ก่อนจะเริ่มเล่ารายละเอียดของงานต่ออีกครั้ง จนชายหนุ่มต้องดึงเก้าอี้ของเพื่อนข้างโต๊ะมาให้หญิงวัยกลางคนได้นั่งพักน่อง

“บริษัทแม่กับบริษัทเรากำลังสร้างกิจกรรมแลกเปลี่ยนดูงาน เพื่อเน้นให้เข้าใจถึงประเทศจีนและไทยจ้ะ จริงๆ หาคนไทยที่จีนก็คงไม่ยากใช่ไหมล่ะ แต่ว่าทางนั้นอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนอย่างจริงจัง เวลาดูงานก็หกเดือนถึงหนึ่งปี เงินเดือนได้ตามเดิมนะจ๊ะ แต่จะมีเบี้ยเลี้ยงเพิ่มให้ น่าสนุกใช่ไหม?” บัวนำเสนอพลางหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ที่ข้าวหามาให้

“ครับ น่าสนุก แล้วทำไมถึงมีคนเข้าร่วมน้อยแบบนั้นล่ะครับ?” ชายหนุ่มนึกสงสัย ในเมื่อผลประโยชน์ที่ได้ก็สมน้ำสมเนื้อ แต่กลับมีคนสมัครน้อยเสียจนน่าแปลก

“แม่ก็ไม่อยากจะพูดเองหรอ แต่คนที่พูดจีนได้เป็นน้ำ อ่านจีนออกโดยไม่ต้องพึ่งตัวแปลภาษาอย่างอื่น มันน้อยเสียเหลือเกินลูก ต่อให้ต้องทำงานประสานกับบริษัทแม่บ่อยๆ มันก็แค่พิมพ์ข้อความ พูดกันน้อยมาก บางคนพอไม่ได้ใช้นานๆ ก็ลืมไปแล้วลูก” บัวส่ายหัว นึกเอือมกับพนักงานของที่นี่ แต่เธอก็ต้องยอมรับว่ามันคือเรื่องจริง

“แต่ว่าข้าว...” ข้าวยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมา บัวก็ส่งเอกสารที่เธอเตรียมมาแล้วส่งให้คนตรงหน้าทันที ก่อนจะตอบเสียงหวานกว่าเดิม พร้อมสีหน้าแววตาที่เปล่งประกาย

“แม่โทรไปหายัยมะลิแล้ว เธออนุญาตนะลูก แล้วก็ให้คนเอาพาสปอร์ต รูปถ่ายของข้าวมาให้แม่เตรียมทำวีซ่าเรียบร้อย ลูกกรอกรายละเอียดให้แม่ตรงนี้นะ วันเสาร์เรานัดเจอกันที่ห้างแถวนี้แล้วกันนะ จะได้พาลูกๆ ไปเลี้ยงส่งเสียหน่อย” ข้าวเบิกตาโตอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง นี่เขาได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า ทำไมหญิงวัยกลางคนตรงหน้าถึงได้รู้จักแม่ของเขา แถมท่าทียามเอ่ยชื่อก็พอทำให้เขารู้ว่าหญิงวัยกลางคนทั้งสอง ต้องสนิทกันมากแน่ๆ

“ครับ...” ข้าวตอบสั้นๆ ทั้งที่หัวของเขาตอนนี้กำลังประมวลผลกับข้อมูลเมื่อครู่ที่ได้รับอยู่

รู้ตัวอีกทีชายหนุ่มก็กรอกเอกสารทุกอย่างให้บัวจนหมด ทั้งยังตอบตกลงไปแล้ว ไร้ซึ่งทางหนี ไร้ซึ่งข้อแก้ตัว สุดท้ายก็ต้องยอมรับชะตากรรมเท่านั้น วันนี้เป็นวันที่ข้าวสับสนมึนงงที่สุดตั้งแต่มาทำงานที่นี่...

ชายหนุ่มเงียบกว่าทุกวันที่ผ่านมา ไม่สดใสร่าเริงยิ้มหวาน นั่นเพราะเขากำลังใช้ความคิดถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้าจะให้พูดตรงตัวเขาไม่มีความคิดจะไปประเทศจีนเลยแม้แต่น้อย แม้จะมีหลายคนชื่นชมเขาเรื่องสำเนียงภาษาจีนที่ฟังดูน่ารัก แต่นั่นก็เกิดเพราะเขาฝึกฝนกับอาจารย์ที่เรียน

ทั้งยังไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่จีนแบบตอนนี้ ยิ่งคิดชายหนุ่มยิ่งสับสน ทำไมเขาถึงไม่อยากเดินทางไปกันนะ...

“น้องข้าววันนี้ดูเท่บาดใจเจ๊” เสียงสาวๆ ในที่ทำงานเอ่ยกระซิบภายในกลุ่ม โดนที่เจ้าของหัวข้อสนทนาไม่รับรู้เลยสักนิดว่าตัวเองกำลังถูกจับตามอง

“เป็นอะไรนะ? แบบนี้ก็หล่อกระชากใจ แต่แบบสดใสดีกว่านะ” หนึ่งในนั้นเอ่ยถามบ้าง

“แม่บัวส่งไปจีนน่ะสิ เจ๊อยากสมัครไปนะ แต่ภาษาไม่ไหว”

“ว้า...กำลังใจพวกเราจะไปจีนซะแล้ว สาวๆ จีนยิ่งตัวเล็กน่ารักอยู่ด้วย หวังว่าน้องข้าวจะกลับมาปลอดภัยไร้ชะนีข้างกายนะ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น