HiMeMOE

ขอบคุณที่ชอบผลงานของโมน๊าาาาา นักเขียนไร้สำนักคนนี้จะพยายามต่อไปฮับ~

​ ตอนที่ 3 บ้านใหม่

ชื่อตอน : ​ ตอนที่ 3 บ้านใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 958

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2562 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ ตอนที่ 3 บ้านใหม่
แบบอักษร

ตอนที่ 3 บ้านใหม่          

“วันนี้ช่างสดใสจริงๆ นะขอรับ” น้องเล็กเอ่ยอย่างอารมณ์ดี คงจะดีใจที่ย้ายเข้าบ้านใหม่ล่ะสิ เด็กหนอเด็ก ข้ายกยิ้มก่อนจะลูบหัวของเด็กน้อยอย่างเบามือ

“ท่านลุงเจ้าคะ เลี้ยวตรงซอยฝั่งซ้ายด้านหน้าเจ้าค่ะ ...จอดตรงนั้นเลยเจ้าค่ะ” น้องรองทำหน้าที่บอกทาง นางสั่งการทุกอย่างได้ดีกว่าข้าที่เป็นพี่เสียอีก เอาเถอะ ก็นางมาบ่อยกว่าข้านี่น่า

เมื่อถึงหลังบ้านของเรา นางก็ทำหน้าที่สั่งการพวกคนรถรับส่งของ ให้นำของใช้ของพวกเราลงตรงชานบ้าน เพราะฝั่งหน้าบ้านที่ติดถนนข้าได้สั่งให้ช่างสร้างร้านเต็มพื้นที่ และต่อเติมบ้านในส่วนโซนด้านหลัง พร้อมประตูด้านข้างไว้เข้าออกด้วยเช่นกัน

เมืองนี้แม้จะติดกับเมืองหลวง แต่มันกลับเงียบสงบไร้ซึ่งความวุ่นวาย ขโมยก็ไม่มี ทั้งทำมาค้าขายก็ง่าย ไม่แข่งขันกันวุ่นวายเช่นเมืองหลวง

“นี่ขอรับค่าแรงของท่านลุง ขอบคุณนะขอรับ” ข้ารับหน้าที่จ่ายเงินค่าแรงให้ ไม่นานพวกเขาก็จากพวกเราไปพร้อมรถม้าเก่าๆ

“น้องรอง เจ้าไปเปิดร้านเถอะ พวกพี่จะจัดข้าวของเอง เจ้าจะนอนห้องใดเล่า?” ข้าเอ่ยถามก่อนจะยืนเล็งห้องเปล่าๆ ที่ข้าสั่งทำไว้สามห้อง แยกส่วนจากห้องครัว และห้องน้ำ

“พี่ใหญ่เลือกก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้าอย่างไรก็ได้”

“ไม่ได้ขอรับๆ พี่ใหญ่สอนข้าว่า เสียสละให้ผู้หญิงก่อนเสมอ พี่รองต้องเลือกก่อนขอรับ” คำตอบของน้องเล็กเรียกเสียงหัวเราะให้ข้ากับน้องรองไม่ยาก พวกเรามองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่น้องรองจะลูบหัวเจ้าตัวเล็กเบาๆ

“จริงของเจ้า พี่ใหญ่พูดถูกเสมอ งั้นพี่รองขอเลือกห้องแรก จะได้ตื่นแต่เช้ามาเตรียมอาหารให้เจ้าดีหรือไม่?” นางเอ่ยอย่างใจเย็น

“ขอรับ”

“เจ้าไปเถอะ ข้าจะเอาข้าวของของเจ้าไปไว้ในห้องให้เอง” ข้าอาสา พยายามทำให้ตัวเองยุ่งๆ จะได้ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องอะไรให้ปวดหัว

“เจ้าค่ะ รบกวนท่านพี่แล้ว เช่นนั้นขอตัวนะเจ้าคะ” นางรีบวิ่งไปประตูหลังร้านก่อนจะเปิดประตูรับลูกค้าด้านนอกต่ออีกครา

“เช่นนั้นน้องเล็กนอนห้องตรงกลางดีหรือไม่ เจ้าขี้กลัว ยามนอนไม่หลับจะได้เดินมาหาพวกพี่ได้” ข้าเสนอ เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กมองห้องตรงกลางไม่หยุด เด็กน้อยยิ้มกว้างให้ข้าทันทีก่อนจะพยักหน้ารับแทนคำตอบ

“พี่ใหญ่ดีที่สุด”

วันเวลาผ่านไป ข้าใช้ชีวิตกับน้องทั้งสองอย่างมีความสุข มีที่นอนอุ่นๆ บ้านแสนสงบ ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว แต่เมื่อถึงยามค่ำคืน ข้าก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงชายคนนั้น ข้าเอาแต่ร้องไห้จมปลักกับอดีตที่เขากับข้าอยู่ด้วยกัน...

“เฮ้อ...” ข้าถอนหายใจระบายความเศร้าที่มี แต่มันไม่ได้หายไปเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายก็จบด้วยการที่ข้าเล่นพิณตัวโปรดให้เสียงบรรเลงของมันทำให้ใจข้าสงบที่สุด

ค่ำคืนเช่นนี้ช่างเงียบเหงา มีเพียงเสียงเพลงที่ข้าบรรเลง พอจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของข้าได้บ้าง สักวันข้าจะลืมท่านจนหมดหัวใจ...

ฟิ้ว!!

เสียงของอะไรบางอย่างดังไม่หยุด พร้อมลูกธนูมากมายที่พุ่งตรงมายังห้องนอนของข้า นี่มันเรื่องอะไรกัน ข้าก้มหมอบลงกับพื้น ก่อนจะค่อยๆ คลานหาที่หลบซ่อน ขนาดข้ายังโดนมากมายขนาดนี้ แล้วน้องทั้งสองของข้าเล่า!

เมื่อคิดได้ดังนั้น ข้าก็พยายามขยับไปยังประตูเชื่อมที่ข้าสั่งให้ช่างทำไว้ เชื่อมต่อระหว่างห้องของเราทั้งสาม ตัวข้าจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่น้องทั้งสองของข้าต้องปลอดภัย!

ฝืด!

ข้าดึงประตูเชื่อมออกสุดแรง ก่อนจะเจอน้องรองที่คลานติดพื้นเช่นเดียวกับข้า กำลังตรงมาที่ห้องน้องเล็ก พวกเราสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะเริ่มขยับเข้าในห้องน้องเล็ก เด็กน้อยเจ้าของห้องยังหลับอุตุข้างเตียงไม่รับรู้ถึงอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น

นี่เป็นครั้งแรกที่ข้ารู้สึกโชคดีกับนิสัยนอนดิ้นของน้องเล็ก เห็นได้ชัดในเรื่องที่น้องเล็กข้ากลิ้งหลบลูกธนูนับร้อยที่ยิงกระจายมาทั่ว มีเพียงโซนไม้แข็งที่ดอกธนูผ่านมาไม่ได้ ดีจริงๆ ที่ข้าซื้อไม้แข็งตามคำแนะนำของเจ้าของโรงละครที่ข้าเคยทำงานด้วย

“พี่ใหญ่ทำอย่างไรดี คนพวกนี้เป็นใครกัน” น้องรองดึงน้องเล็กเข้ามากอดแนบอกของนาง

“พวกเราไม่เคยเป็นศัตรูกับผู้ใด หากจะมีคงเป็นแม่นางเซียวซี ลูกสาวคนโตของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงที่จากมานั่นแหละ” ข้ากระซิบตอบน้องรอง นางรีบพยักหน้าเห็นด้วย แต่เหตุใดเซียวซีถึงทำร้ายพวกเรา ในเมื่อข้าตัดขาดกับคุณชายผู้นั้นไปแล้ว ทั้งยังย้ายมาอยู่เมืองอื่นตั้งหลายวัน ไม่สิ ข้าไม่ควรคิดถึงเรื่องนั้นในยามนี้ ตอนนี้พวกเราต้องหาที่หลบภัยก่อน อย่างน้อยก็จนกว่าจะเช้า

“พวกมันคงจากไปยามเช้า น้องรองเจ้ารีบพาน้องเล็กหลบหนีไปเสียก่อน รุ่งเช้าเจ้าจงไปหาเจ้าของโรงละคร ให้เขามาเป็นเพื่อนเจ้าที่บ้านเรา อย่าได้มาผู้เดียว เพียงเจ้าบอกนามของข้า เขาจะต้องช่วยเจ้าแน่ เงินของพี่อยู่ที่ใดเจ้ารู้ใช่หรือไม่?” ข้าถามน้องรองก่อนจะกอดนางไว้เพื่อหลบดอกธนูที่ยิงมาไม่หยุด

“เจ้าค่ะ ข้าจำได้”

“หากที่นี่ไม่ปลอดภัย ให้เจ้าพาน้องเล็กไปหาที่อยู่ใหม่...มันยิงไม่หยุดเช่นนี้ คงกะเอาตายเป็นแน่” ข้ากดกรามแน่น หงุดหงิดที่ตัวเองไม่รู้จักเรียนวิชาป้องกันตัวเสียบ้าง ยามนี้จึงทำอะไรไม่ได้...เสียงพิณจะไม่สู้ดอกธนูได้อย่างไรกัน!

“เหตุใดท่านพี่พูดเช่นนั้นเจ้าคะ”

“น้องรอง เจ้าเป็นคนฉลาด ย่อมรู้ว่าพี่พูดถึงเรื่องใด พี่จะเป็นนกต่อให้เจ้ากับน้องเล็ก พี่สัญญาจะกลับมาหาเจ้าทั้งสองอย่างแน่นอน” ข้ากระชับกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะยิ้มให้น้องรองของข้า นางเป็นหญิงฉลาดย่อมเข้าใจข้าแน่

“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบพาน้องเล็กออกไป ขอท่านพี่จงปลอดภัย” นางยิ้มรับข้าทั้งน้ำตา ข้าเข้าใจความรู้สึกนางดี หากแต่พวกเราทั้งสามหลบหนีพร้อมกัน มีแต่จะตายกันหมด สู้ข้าล่อคนกลุ่มนั้นไปเองเสียดีกว่า

ข้าค่อยๆ ขยับตัวเองไปโซนครัว ระหว่างทางผ่านข้าหยิบหมอนข้างชิ้นยาวที่น้องรองทำมาให้เมื่อปีก่อนเป็นของขวัญ แล้วหยิบผ้าคลุมของสตรียามออกไปข้างนอกมาคลุมหมอนข้างแล้วรีบวิ่งออกจากทางออกด้านอื่นของบ้าน

“ไปกันเถอะ น้องรอง น้องเล็ก...” ข้าเอ่ยเสียงดังก่อนจะเร่งฝีเท้าสุดกำลัง เป็นไปอย่างที่ข้าคิด กลุ่มคนเหล่านั้นวิ่งตามข้ามาติดๆ ข้าแอบมองพวกมันเป็นพักๆ หวังจะเห็นใบหน้าของคนใจทรามแต่กลับมองไม่เห็นแม้แต่น้อย บ้าชะมัด! มันปิดใบหน้าเสียมิด

อย่างน้อยก็ต้องถ่วงเวลาให้น้องรองหนีไปได้ไกลๆ ข้ากลั้นใจวิ่งไม่หยุด หลบซ้ายทีขวาทีเบี่ยงไม่ให้ตัวเองเจอดอกธนูเต็มแรง แต่บางครั้งข้าก็หลบไม่พ้นจำต้องยอมรับดอกธนู

“บ้าจริง...” ข้าเริ่มไม่มีแรงแล้ว เลือดก็ไหลไม่หยุด ยิ่งวิ่งยิ่งลำบากเข้าไปอีก หึ...แต่เวลาเพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้น้องรองหลบพ้นแล้ว...

“ตายเสียเถอะ!!! ”

“อึก!” เสียงเพลงที่ข้าควรบรรเลงจนจบ กลับต้องชะงักไป พร้อมๆ กับลมหายใจของข้าเช่นกัน...

ความเจ็บปวด ความรู้สึกต่างๆ ของข้า ตีกลับมาในสมอง ก่อนที่ร่างของข้าจะกระแทกกับพื้นดิน แม้อยากจะลุกขึ้นยืนแล้วหนีไป แม้อยากจะทำอย่างนั้น แต่ยามนี้ ข้าไม่มีแรงอีกแล้ว ร่างกายไม่ยอมขยับ ไม่ฟังคำสั่งของข้าเลยแม้แต่น้อย

“อัก!” ข้ากระอักเลือดออกมา มันทั้งมีกลิ่นเหม็น และดำจนน่ากลัว หึ...เจ้าพวกบ้านี่ มันอาบยาพิษที่ดอกธนู...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น