HiMeMOE

ขอบคุณที่ชอบผลงานของโมน๊าาาาา นักเขียนไร้สำนักคนนี้จะพยายามต่อไปฮับ~

​ ตอนที่ 2 คืนสุดท้ายที่โรงละคร

ชื่อตอน : ​ ตอนที่ 2 คืนสุดท้ายที่โรงละคร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2562 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​ ตอนที่ 2 คืนสุดท้ายที่โรงละคร
แบบอักษร

ตอนที่ 2 คืนสุดท้ายที่โรงละคร

“พี่ใหญ่ของพวกข้าช่างรูปงาม” นั่นเป็นคำชมก่อนที่ข้าจะออกจากบ้านเสมอ น้องๆ ทั้งสองของข้ามักจะเอ่ยคำนี้ทุกครา ราวกับให้กำลังใจแก่ข้า ในโลกนี้คงไม่มีใครแสนดีเท่าเจ้าทั้งสองอีกแล้ว และคงไม่มีใครรักพี่ใหญ่ของเจ้ามากเท่าที่เจ้ารักข้าเช่นกัน

“ขอบใจนะ” ข้าเอ่ยอย่างเคย ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปยังโรงละคร

ไม่ขอสนใจสายตาของคนรอบข้างที่มองมาที่ข้า และไม่ขอใส่ใจกับคำพูดมากมายที่เอ่ยถึงข้าเช่นกัน ขอแค่ข้าไม่สนใจ คนเหล่านั้นก็ทำอะไรข้าไม่ได้ ข้าเพียงเดินอย่างมั่นคง สงบแต่สง่า ทุกย่างก้าวมีแต่ความมั่นใจ

ข้าอยู่ได้แม้ว่าท่านไม่สนใจข้าเช่นเคย!

ข้าจะทำให้ท่านรู้ว่าข้าไม่เคยพูดปด ข้ากล่าวคำใดย่อมเป็นคำนั้นเสมอ ในเมื่อข้าบอกท่านว่าไม่ขอรักษาคำมั่นอีกข้าก็จะไม่ทำ และไม่ขอรักท่านเช่นกัน

แม้ยามนี้ข้าจะยังรักท่านอยู่ แต่มันจะจางหายไปในที่สุด ในเมื่อความเจ็บปวดที่ท่านสร้างให้ข้ามันช่างมากมาย เหตุใดข้าต้องทนเล่า? ข้าจะเข้มแข็งให้ท่านดูเพื่อที่ท่านจะได้รู้ว่าคนอย่างข้าไม่ได้อ่อนแอ!

“นักพิณของข้าช่างงดงามกว่าเคย” เจ้าของโรงละครเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะรีบเดินมารับข้าเข้าโรงละครของเขาเช่นทุกวัน ยามก่อนข้ามักจะเดินแยกจากเขา ไม่ก็หยุดเดินแล้วรอไปพร้อมเพื่อนนักดนตรีคนอื่น นั่นเพราะชายผู้นั้นขอข้าไว้ แต่ยามนี้ข้าเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องทนตามใจใครบางคนที่ไม่เคยสนใจข้า

“ขอบคุณขอรับ” ข้าตอบพร้อมรอยยิ้มพลางเดินอยู่ข้างกายเขา

“ข้าคิดไว้ไม่มีผิด เจ้าเหมาะกับรอยยิ้ม” เจ้าของโรงละครยิ้มกว้างให้ข้าเช่นทุกวัน ข้ารู้ว่าข้าเหมาะกับรอยยิ้ม... คนผู้นั้นเอ่ยกับข้าบ่อยครั้ง

“จริงสิขอรับ ข้าขอเล่นพิณที่นี่เป็นวันสุดท้ายนะขอรับ” ข้าหยุดเดินชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยความในใจที่คิดมาตลอดหลายเดือน เพราะความสัมพันธ์ของข้าและคุณชายผู้นั้น นับวันยิ่งถดถอยจนสุดท้ายมันก็มาถึงจุดจบ

“เหตุใดเล่า! ?” เจ้าของโรงละครถามข้ากลับทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ มันน่าแปลกมากหรือที่ข้าไม่อยากเล่นพิณที่นี่?

“น้องสาวข้าเปิดร้านยาอยู่ต่างเมืองขอรับ ข้าสงสารนางที่ต้องเดินทางไปกลับ” ข้ากล่าวอย่างนอบน้อม ตั้งแต่ทำงานที่นี่ ค่าแรงขอข้าก็เพิ่มขึ้นทุกเดือนจนมากพอที่จะซื้อที่ดินและเปิดร้านยาให้น้องสาวข้าได้ ทั้งยังมีเงินเก็บอีกก้อนหนึ่ง เพียงพอที่จะอยู่ได้หลายเดือน

“แล้วข้าเล่าๆ จะทำอย่างไร” เจ้าของโรงละครเอ่ยอย่างออดอ้อน ข้าไม่อยากเจอคนที่ข้าเกลียดอีกแล้ว เป็นการดีหากย้ายออกไป บ้านหลังนั้นที่ข้าอยู่ก็ใกล้พังเต็มทน และข้าก็ไม่คิดจะซ่อมแซมอะไรด้วย สู้เอาเงินที่จะซ่อมไปสร้างของใหม่ดีกว่า

“เสียงพิณแสนไพเราะยังมีอีกหลายคนที่ทำได้ดีกว่าข้า ท่านโปรดเห็นใจด้วย น้องสาวข้านางเติบใหญ่ทุกวัน การเดินทางคนเดียวน่ากลัว พี่ชายอย่างข้าเป็นห่วงเหลือเกิน” ข้าว่าพลางยกชายเสื้อซับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมา เพียงเพราะข้าคิดถึงเขาผู้นั้น โถ่เว้ย! ข้าเกลียดตนที่เป็นแบบนี้

“...เอาเถอะ ข้าเข้าใจเจ้า แบบนี้ข้าคงคิดถึงเจ้าแย่”

“นายท่านแวะไปเยี่ยมข้ากับน้องๆ ได้เสมอ ที่ข้ามีกินมีใช้ทุกวันนี้ล้วนมาจากท่าน ไป๋หมี่ผู้นี้ไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร” ข้าเตรียมจะคุกเข่าขอบคุณผู้มีคุณตรงหน้า แต่กลับถูกมือหนาของเขาคว้าไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องๆ เจ้าเป็นคนดีข้าย่อมช่วยเหลือ เอาเถอะข้าไม่พูดแล้วๆ แต่เจ้าต้องสัญญากับข้าสักข้อ หากข้าแวะไปเยี่ยมเจ้าจะยังเล่นพิณให้ข้าฟัง”

“ข้าน้อยสัญญาขอรับ”

“เช่นนั้นก็ไปทำงานเถอะ ให้ข้าได้ฟังเพลงพิณของเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เจ้าจะจากไป”

“ขอรับ”

เมื่อถึงเวลาทุกยามหากข้าเล่นพิณมันจะเปิดใบหน้าให้ผู้คนได้เห็น แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ข้าปิดบังครึ่งหน้าช่วงล่างด้วยผ้าบางสีนิลอ่อน ข้าไม่รู้หรอกว่าท่านจะมาฟังข้าเล่นพิณในวันนี้หรือไม่ หรืออาจจะไม่มาเช่นหลายเดือนที่ผ่านมา เพียงอยากให้ท่านรู้ไว้ว่าข้าไม่ยินยอมให้ท่านเห็นใบหน้าข้าอีกแล้ว...

หลังจากข้าบรรเลงเพลงพิณเสร็จ ก็ได้รับเสียงปรบมือมากมายจากผู้ชมเช่นทุกวัน ก่อนจะเก็บพิณของตัวเองลงกล่องที่เจ้าของโรงละครให้เป็นของขวัญเมื่อปีก่อน แล้วเดินลงจากเวทีไม้ ไม่นานนักแสดงหลักก็ขึ้นเล่นละครตามปกติ

ผู้คนกลับมาให้ความสนใจบนเวทีอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของข้าในโรงละครแห่งนี้ มีเพียงข้าและเจ้าของโรงละครเท่านั้นที่รู้เรื่อง

“วันนี้เจ้าเล่นได้เศร้าเหลือเกิน กินใจข้าจนข้าเสียน้ำตา” เจ้าของโรงละครเอ่ยชมข้า ก่อนจะส่งถุงผ้าสีแดงเข้มมาให้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ขอรับ?”

“นี่เงินค่าแรงของเจ้าในช่วงที่ผ่านมา”

“แต่มันไม่ครบเดือน ความจริงท่านไม่ต้องให้ข้าก็ได้ขอรับ” ข้าดันถุงสีแดงตรงหน้าบนมือหนาของเขากลับคืน แต่เจ้าของโรงละครไม่ยอมง่ายๆ เขารีบคว้ามืออีกข้างของข้ามารับถุงเงินทันที

“เจ้านี่จะดื้อไปไหนกัน คิดจะดื้อกับข้าตั้งแต่วันแรกที่ทำงานจนถึงวันสุดท้ายเลยรึ! ช่างน่าตีเสียจริง”

“ตอนนั้นข้ายังเด็กกว่านี้นะขอรับ” ข้าหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเก็บถุงเงินที่ได้มาใส่กระเป๋าอย่างเคย

“เจ้าเป็นเหมือนน้องชายข้า เห็นตั้งแต่เจ้ายังไม่มีชื่อเสียงเรื่องพิณ ดูยามนี้สิเป็นดาวเด่นโรงละครข้าเสียแล้ว”

“เป็นเช่นนั้นเพราะท่านสนับสนุน” ข้าคารวะเขาอีกครั้ง นี่คงเป็นการพูดคุยครั้งสุดท้ายหรือจนกว่าเขาจะไปเยี่ยมข้าที่เมืองข้างๆ เช่นนั้นวันนี้กลับช้าเสียหน่อยคงไม่เป็นไร

“ขอข้ากอดลาเจ้าได้หรือไม่”

“เหตุใดจะไม่ได้ล่ะขอรับ” ข้ากางแขนรอรับอ้อมกอดจากพี่ชายที่คอยช่วยเหลือข้าเสมอมาอย่างเขา เพียงไม่นานเจ้าของโรงละครแห่งนี้ก็ปล่อยมือออกจากตัวข้า ใบหน้าเศร้าปรับมายิ้มให้ข้าทันที

“ท่านอย่าเศร้าไป หากท่านต้องการฟังเสียงพิณไม่ได้ความของข้า เพียงมาหาข้าและน้องๆ ที่ร้านยา ท่านคงจำได้ใช่หรือไม่ว่าร้านยาน้องสาวข้าอยู่ที่ใด” เพราะก่อนจะซื้อที่ดินผืนนั้น ข้าเคยขอให้เขาไปช่วยต่อรองราคาเป็นเพื่อน จึงไม่ถูกโก่งราคา ความดีนี้ย่อมเป็นของเขา

“แน่นอน! เช่นนั้นข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมบ่อยๆ” อยู่ๆคนตรงหน้าก็อารมณ์ดีขึ้นมา เอาเถอะข้าก็ต้องการให้ท่านอารมณ์ดีอยู่แล้ว

“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวนะขอรับ” ข้าเอ่ยอีกครั้งก่อนจะจากโรงละครไปจริงๆ มือข้างหนึ่งก็ถือกระเป๋าพิณ อีกข้างก็ถือขนมที่น้องๆ ชอบ หวังว่าเจ้าตัวแสบจะยังไม่นอนนะ

จันทราที่ส่องสว่างแทนแสงอาทิตย์ยามค่ำคืน ช่างสวยงามและน่ามอง หวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่สดใสเช่นวันนี้ ไร้เมฆฝน ไร้ลมร้อน ให้พวกข้าและน้องๆ ได้เดินทางจากเมืองนี้ไปอย่างสบายๆ

“พี่ใหญ่เหนื่อยไหมขอรับ”

“ข้าวเย็นเตรียมไว้แล้ว มากินกันเถอะเจ้าค่ะ” เสียงใสของน้องรักทั้งสองเอ่ยต้อนรับข้าอย่างอบอุ่น แม้วันนี้จะเกิดเรื่องแย่ๆ ไปบ้าง แต่ภายในบ้านกลับอบอุ่นกว่าทุกวัน

“พรุ่งนี้เราย้ายไปเมืองข้างๆ กันเถอะ บ้านพักก็สร้างเสร็จแล้ว เก็บของเตรียมไปเสียวันพรุ่งนี้เลยเป็นอย่างไร? พวกเจ้าเห็นด้วยหรือไม่?”

“ขอรับ/เจ้าคะ” น้องรักทั้งสองของข้าตอบกลับอย่างมีความสุข พี่รู้ดีว่าพวกน้องอยากย้ายไปนานแล้ว แต่ที่ทนอยู่บ้านเก่าๆ หลังนี้ก็เพราะพี่...พี่จะไม่ขออยู่ที่นี่อีกต่อไป เราจะไปที่นั่นกันน้องรักของพี่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}