โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

01-10 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

ชื่อตอน : 01-10 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 10:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-10 มาโซคิสต์ที่รุนแรง
แบบอักษร

​“เป็นสีหน้าที่ยอดเยี่ยมไปเลยนะ เลขาซอ” 

ไม่มีอะไรจะต้องกลุ้มใจแล้ว เสียงที่อยู่ๆ ก็ได้ยินทำให้ฮันฮียัดชั้นในใส่กระเป๋ากางเกงโดยไม่รู้ตัว 

“...ว่ายังไงนะครับ” 

ชายหนุ่มที่สบตากับผ่านกระจกก็คือคังยุนซอง หมายความว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องน้ำและพูดชื่นชมเขาอย่างเช่น ‘สีหน้าที่ยอดเยี่ยม’ ด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลายน่ะ ก็คือเจ้านายของเขาเอง 

สิ่งที่ฮันฮีปกปิดไว้จนเกือบจะหายไปชั่วขณะระงับความต้องการอย่างยากลำบาก เขามองยุนซองที่อยู่ตรงข้ามกระจก รู้สึกวุ่นวายใจมากจนไม่มีคำด่าออกมาเลย สมมติว่าคำพูดเมื่อกี้มันเป็นความพยายามในรูปแบบของอีกฝ่ายเพื่อลดบรรยากาศแปลกๆ ก็แล้วกัน ความรู้สึกเหมือนถูกทรยศน่ะ มันน่าสับสนและนุ่มลึกมากกว่าใบหน้าแข็งๆ ที่มองจากด้านข้างมาก 

“แต่ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ ว่าวันนี้เธอห้ามเปิดปากพูด” 

“...” 

“แล้วทำไมท่านประธานจังถึงรู้ชื่อเธอล่ะ” 

“เรื่องนั้นมัน...” 

ยุนซองกอดอกไว้ตั้งแต่แรก ท่าทางของอีกฝ่ายที่โยนคำถามกลับมาหาเขาอย่างมั่นใจสุดๆ ดูราวกับเป็นหน้าที่ที่ต้องเป็นฝ่ายซักถาม และฮันฮีที่ถูกกล่าวหาก็ตั้งใจจะอธิบายกลับไป อีกฝ่ายถามมามันก็ช่วยไม่ได้นี่นา ถ้างั้นเวลาท่านประธานถามชื่อก็ต้องปิดปากเงียบงั้นเหรอ 

แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะทำอย่างนั้น อย่างน้อยก็ตอนนี้เขาไม่ใช่คนที่ควรอธิบายไหม ต้องเป็นฝ่ายที่ได้รับคำอธิบายสิ 

“ถ้าอย่างนั้น คุณจะบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะผมเองเหรอครับ” 

“ก็ใช่ จะบอกว่าไม่เกี่ยวก็คงไม่ได้” 

“.......” 

“เพราะมันเป็นความจริงที่เลขาซอไม่ยอมทำตามคำสั่งของฉัน” 

ลมหายใจสั้นๆ ออกมาจากปากของฮันฮีกับคำตอบของอีกคน เขาฝืนหัวเราะเพราะตะลึงจนพูดไม่ออก ความตั้งใจที่อยากจะถามว่าจริงๆ แล้วมันมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเขากันแน่หายไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน แต่ฮันฮีก็ไม่มีกะจิตกะใจจะขอโทษก่อนเลยแม้แต่น้อย 

ยังไงก็ถอยกันคนละก้าวเถอะ ฮันฮีจึงขยับเข้าไปใกล้อ่างล้างหน้าและบิดก๊อกน้ำ เขาออกแรงถูที่มืออย่างแรงดัง แกรก แกรก เหมือนกับถูสิ่งที่สกปรก ซึ่งสิ่งที่เปื้อนสิ่งสกปรกไม่ใช่ที่มือ แต่เป็นอารมณ์ของเขาต่างหาก แน่นอนที่สุดเลย คิดว่าไงล่ะ เหมือนกับว่าถ้าไม่ทำความสะอาดอะไรบางอย่าง เขาคงจะกรีดร้องออกมาตอนนี้เลย 

“เรื่องวันนี้น่ะก็แค่เงียบไว้แล้วกัน มันน่าจะไม่ใช่เรื่องดีกับทั้​งสองฝ่าย” 

ไม่ ทนไม่ไหวแล้ว 

“ตอนนี้ เรื่องที่ต้องการจะพูดกับผมมีแค่นี้เหรอครับ” 

ฮันฮีหมุนตัวกลับมาทันทีที่ปิดก๊อกน้ำเสร็จแล้วจ้องมองพร้อมกับถามกลับไปด้วย สายตาที่แสดงออกมาตอนนี้คือความรู้สึกโกรธจัดแตกต่างจากใบหน้าตอนปกติที่เหมือนกับน้ำแข็ง 

“ถ้างั้นฉันจะต้องพูดอะไรล่ะ จะให้บอกว่าถ้าปล่อยเธอไว้แบบนั้น คืนนี้เธอคงจะหอบหายใจอยู่ใต้ท่านประธานจัง ที่ห้องสูทของโรงแรมห้าดาวหรือเปล่าก็ไม่รู้งั้นเหรอ” 

“.....” 

“ไม่อย่างนั้น จะให้พูดว่าผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ฉัน มีกล้องเล็กๆ อยู่ที่สร้อยคอที่สวมอยู่ ไม่สิ หรือจะให้พูดว่าจะให้หุ้นห้าเปอร์เซ็นต์จากหุ้นทั้งหมดของฉัน ในที่ที่มีเครื่องดักฟังเล็กๆ ติดอยู่งั้นเหรอ” 

สายตาที่จดจ้องอย่างเด็ดเดี่ยวสั่นไหวอยู่สักพัก ถึงเป็นความจริงที่ไม่สามารถยืนยันได้จากทางไหนเลย แต่ก็เป็นเรื่องที่ฮันฮีไม่ต้องการไม่ว่าทางไหนเลยเช่นกัน 

ทว่าสิ่งที่สำคัญตอนนี้ ก็คือความจริงที่ว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีเพราะอยู่ๆ ก็ถูกกระทำเหมือนเป็นผู้หญิงบริการ พูดอีกครั้งนะ เขาเป็นเลขา ประเภทของสองอาชีพนี้ไม่ใช่แค่ต่างกันอย่างชัดเจน แต่ขอบเขตงานที่ทำก็แตกต่างกันมากด้วย 

“ขอโทษผมสิครับ” 

“อะไรนะ” 

อีกด้านหนึ่งนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะไม่สามารถเข้าใจได้ สำหรับเหล่าผู้บริหารระดับสูงแล้ว ถึงจะไม่ใช่สถานการณ์แบบตอนนี้ ก็มักจะเกิดเรื่องที่ไม่สามารถจะจินตนาการได้อยู่แล้ว 

ยุนซองคงไม่ได้ตั้งใจจะเรียกเข้าไปในห้องนั้นตั้งแต่แรก แต่เหนือกว่านั้น เรื่องแบบนั้นจะสามารถเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ โชคดีที่เขายังไม่มีอะไรกับยุนซองตรงนั้น 

แต่ความจริงที่ชัดเจนก็คือเขาอารมณ์เสีย เจ้านายต้องขอโทษไม่ใช่เหรอ นั่นเป็นสิ่งที่ฮันฮีลงข้อสรุป 

“ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่เรื่องที่ผมถูกกระทำอย่างไม่มีเหตุผล มันก็เป็นความจริง ถึงจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่กรรมการผู้จัดการต้องการ แต่ผมเป็นลูกน้องของคุณ ผมต้องพบกับเรื่องที่ไม่ยุติธรรมระหว่างการทำงานเมื่อสักครู่นี้ แล้วเรื่องมันก็เริ่มมาจากคุณ เพราะฉะนั้นขอโทษสิครับ” 

เขารู้ดีว่าตำแหน่งของเขามันอยู่ตรงไหน แต่ไม่เจอกฎข้อไหนที่บอกว่า คนที่อยู่ต่ำกว่าจะต้องรูดซิปปากและห้ามพูดอะไรแม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เกือบจะของขึ้นแล้วด้วยซ้ำ 

พรุ่งนี้แม้ว่าจะถูกไล่ออก แต่ก็ต้องพูดให้ได้ ฮันฮีจ้องมองยุนซองตรงๆ 

“ขอออออ.....” 

ยุนซองลากเสียงยาวคาบบุหรี่แทนที่จะพูดให้จบ ก่อนจะเปิดไฟแช็กซึ่งไฟก็ติดขึ้นมาทันที ฮันฮีจับตาดูขั้นตอนนั้นตลอดเวลา แต่ท่าทางของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเหมือนครั้งก่อนโน้นแล้ว 

“ถ้าขอโทษ ผมจะลบเรื่องวันนี้ออกจากหัวทั้งหมดเลยครับ จะไม่เปิดเผยกับใครเด็ดขาดด้วย” 

“ขอปฏิเสธ” 

ทว่าริมฝีปากที่พ่นควันบุหรี่ออกมายาวๆ กลับให้ข้อสรุปที่ไม่ถูกใจ ปฎิเสธเหรอ เมื่อกี้พูดว่าปฏิเสธงั้นเหรอ 

“ฉันไม่เคยขอโทษใคร แม้กระทั่งกับพ่อ” 

...อ่า งั้นเหรอครับ 

ฮันฮีหยุดยิ้ม และหลังจากนั้นบทสนทนาก็หยุดชะงักไป เขาแค่ก้มหน้าลงไปก่อนจะลูบผมหน้าม้าด้วยมือที่ยังไม่แห้ง ต้องการเวลาหายใจ เป็นความรู้สึกราวกับเพิ่งได้ยินเสียงอะไรที่น่ารังเกียจ... 

ไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองเลยสักนิด แก้วหูของเขาก็ยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์ 

“รู้ว่าอารมณ์ไม่ดี ฉันเองก็เหมือนกัน” 

“หมายถึงกรรมการผู้จัดการน่ะเหรอครับ” 

อยากรู้จริงๆ ว่าเหตุการณ์เมื่อกี้มีเรื่องอะไรที่จะทำให้คุณต้องอารมณ์ไม่ดีเหรอครับ ปากที่ปิดสนิทต่างจากจิตใจที่อยากจะซักถาม อยากจะรู้จริงๆ ว่าคังยุนซองผู้หล่อเหลาอารมณ์ไม่ดีเพราะอะไร อยากจะฟังคำอธิบาย และเขาหวังอย่างมากว่าอย่างน้อยจะไม่ได้ยินอะไรที่เหมือนกับข้ออ้าง 

ในระหว่างนั้นยุนซองก็ดับบุหรี่ที่สูบหมดแล้วด้วยการขยี้มันกับพื้นก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กับฮันฮี ที่อารมณ์เสียน่ะคือเขา และที่จะต้องโกรธน่ะก็คือเขาด้วย แต่ที่ประหม่าอย่างไม่ยุติธรรมน่ะ แน่นอนว่ามันก็เป็นหน้าที่ของเขาอีก โชคดีที่ท่าทางที่เหม่อลอยไม่แสดงออกมาข้างนอก แต่เขาก็ผงะอยู่ภายใน 

ยุนซองนั่งหมิ่นเหม่ลงบนอ่างล้างหน้าและค่อยๆ จ้องมองเขา ซึ่งฮันฮีก็ทำได้แค่เพียงหันหน้าไปทางอีกฝ่าย 

“เพราะว่ารสนิยมของฉันกับท่านประธานจางน่ะดูเหมือนจะคล้ายกัน แต่ก็ทำได้แค่อารมณ์เสีย” 

นี่มันคำพูดไร้สาระบ้าบออะไรกัน ใบหน้าของฮันฮีเอาแต่นิ่งอยู่อย่างนั้น 

“แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยนะว่า ความจริงหน้าตอนที่เธอร้องออกมาน่ะ คือสเปกฉันเลย” 

แม้แต่คำๆ เดียวเขาก็ยังพูดออกมาไม่ได้เลย ใบหน้าเคร่งเครียดของฮันฮีดูไม่มีเค้าลางว่าจะผ่อนคลายลงสักนิด รู้สึกสิ้นหวังราวกับคนที่หลงลืมภาษาพูดไปแล้ว 

ความคิดเห็น