โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

01-8 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

ชื่อตอน : 01-8 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2562 10:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-8 มาโซคิสต์ที่รุนแรง
แบบอักษร

​“เลขาซอ” 

ฮันฮัหันใบหน้าที่ตกใจจากเสียงเรียกอย่างกะทันหันไปทางต้นเสียง เจ้าของเสียงที่ได้ยินมาจากด้านหลังก็คือ ยุนซองนั่นเอง 

“ครับ กรรมการผู้จัดการ” 

“เข้ามา” 

คำสั่งง่ายๆ ของอีกฝ่าย ไม่มีหัว ไม่มีหาง มีแค่เพียงคำพูดสั้นๆ ที่บอกว่าให้เข้าไปเท่านั้น แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงเรียกล่ะ แม้จะน่าสงสัยแต่ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะถามไถ่ออกมาได้ เพราะใบหน้าของเจ้านายที่แค่เฉียดผ่านไปแวบเดียวดูไม่สบอารมณ์ด้วยเรื่องอะไรบางอย่าง เหมือนรำคาญและไม่พอใจเอาเสียมากๆ 

พอฮันฮีก้าวเข้าไปด้านในห้องนั้น สีหน้าก่อนหน้านี้ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย รูปลักษณ์ด้านข้างของยุนซองที่กำลังหัวเราะอย่างร่าเริงต้อนรับเขาด้วยความยินดี ไม่จริงน่า โกรธเหรอ ไม่รู้เหมือนกัน... แม้ฮันฮีจะเก่งในการมองสายตาคนอื่น แต่ตอนนี้ยุนซองน่ะ อ่านได้ยากมาก 

“มานั่งตรงนี้” 

“ครับ กรรมการผู้จัดการ” 

ยุนซองชี้ไปตรงที่นั่งด้านขวาของตัวเอง ส่วนด้านซ้ายมีหนึ่งในผู้หญิงที่ผ่านหน้าเขาเข้าไปเมื่อกี้นั่งติดเป็นตังเม ถึงแม้ไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไง แต่มันเป็นการเข้ามาโดยที่เขาไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามคำสั่ง ฮันฮีจึงนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง 

บนโต๊ะตัวใหญ่ข้างหน้ามีอาหารที่ทานเหลือยังคงถูกจัดไว้อย่างหรูหรา แม้ผู้ชายทั้งสองคน รวมไปถึงพวกผู้หญิงทั้งหลายจะอิ่มแล้วก็ตาม ฮันฮีกำลังมองอาหารทั้งหมด ไม่ใช่ว่าหิว แต่เพราะว่าถ้าหากเขาเหลือบตามองขึ้นไป จะต้องสบสายตากับท่านประธานจัง ที่แน่นอนว่าทั้งสองข้างของฝั่งนั้นมีผู้หญิงห้าคนกำลังเกาะแกะอยู่  

ตอนที่ฮันฮีเข้าไป พวกผู้หญิงที่เคยมีเสื้อผ้าครบถ้วนก็เปลือยซะแล้ว มีแค่ผู้หญิงที่นั่งข้างยุนซองเท่านั้นแหละ ที่เยังมีเสื้อผ้าอยู่ครบถ้วน 

มือข้างขวาของประธานจังนวดคลึงหน้าอกของหญิงสาวคนหนึ่ง ส่วนมือข้างซ้ายก็จับก้นของหญิงสาวอีกคนโดยไม่หยุดขยับเลยสักวินาทีเดียว ดูเพลินเพลินกับสถานการณ์นี้จนหัวเราะเสียงดังออกมา และมีเสียงครางที่ตัวเขาไม่ค่อยอยากจะได้ยินดังแทรกผ่านเสียงหัวเราะดังๆ นั้นออกมาด้วย มันเป็นเสียงคราง อ๊าง อ๊าง เบาๆ อย่างเป็นจังหวะ 

“มันน่าเบื่อมากนะกับการเล่นสนุกอยู่คนเดียว กรรมการผู้จัดการคังคนนี้น่ะ เป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์จนเกินไปจริงๆ ดูไม่มีอารมณ์กับการเที่ยวผู้หญิงเลยสักนิด ฉันก็เลยลองเรียกเธอดู ...เลขาซอฮันฮีใช่ไหม” 

เรียกชื่อเขาทำไมกัน 

นอกเหนือจากนั้น ฮันฮีรู้สึกเจ็บแปลบอย่างไม่มีเหตุผล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วลองยิ้มแบบที่ยกแค่มุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่ดีที่สุดที่เขาทำได้ แม้ไม่มีอารมณ์จะยิ้มเลยก็ตาม แต่เพราะเหมือนจะต้องทำเพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง 

“พูดอะไรที่น่าเศร้าอย่างนั้นกันล่ะครับ ท่านประธาน ถ้าใครมาได้ยินเข้า จะคิดว่าช่วงล่างของผมมันใช้การไม่ได้เอานะครับ” 

“ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยนะ กรรมการผู้จัดการคังของเรา ที่ปล่อยลูกชายใส่อดีตภรรยาคนสวยเรียบร้อยแล้ว มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นไปได้หรอก แต่ว่า... ในที่แบบนี้ มันก็เหมาะกับชายแก่ใช่ไหมละ ช่างจัดเตรียมไว้สมกับการรอคอยจริงๆ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเหรอ” 

เขาคิดไปเองหรือเปล่านะ ถึงจุดประสงค์ที่แย่เอาเสียมากๆ ในน้ำเสียงที่ย้อนคำถามกลับมาเช่นนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิ แม้จะนั่งด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่รู้สึกได้ว่าภายในปากแห้งผาก 

ทว่ายุนซองไม่พูดอะไร ตามนิสัยของเจ้านายแล้ว คงจะต้องต่อยก่อนสักครั้งแล้วค่อยออกไปถึงจะพอใจ แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายคือประธานจัง ซึ่งสถานะตอนนี้ก็แตกต่างจากคนอื่นที่ยุนซองเคยควบคุมได้ตามใจ เพราะอย่างนั้นหรือเปล่านะ เจ้านายถึงสายตากลับเย็นชาชอบกลแม้จะกำลังยิ้มอยู่ 

“เอาแต่มองเลขาที่อยู่ข้างนอกแทนที่จะทำอย่างนั้น ฉันก็เรียกให้เข้ามาสนุกด้วยกันซะยังจะดีกว่า  หมายถึงอีหนูพวกนี้น่ะ ฉันอุตส่าห์พิถีพิถันเลือกมาทีละคน แต่ก็ยังเหลืออยู่ดี ไม่ใช่เหรอกรรมการผู้จัดการคัง” 

มองเลขาเหรอ หมายถึงคังยุนซองน่ะเหรอ ถึงจะพูดแบบนั้นออกมา แต่ก็มีเสียงหัวเราะเยาะปะปนอยู่กับคำพูดก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน 

มุมปากของยุนซองยกขึ้นอย่างเบาๆ 

“ขอโทษนะครับ แต่ที่นี่ไม่มีผู้หญิงที่ผมอยากจะกอดเลยน่ะ สงสัยรสนิยมของผมจะแตกต่างกับท่านประธานจังนะครับ” 

“อย่างนั้นเหรอ ฮึ... แต่สาวงามระดับต้นๆ ของฮีรักจองน่ะ ถ้าถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ตีตราต่อหน้าแบบนั้น อีหนูพวกนี้จะไม่ได้รับบาดแผลเอาเหรอ” 

ใส่ใจส่วนแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนกัน ถ้าหากเป็นห่วงจิตใจของพวกผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ จริงๆ ก็ควรจะหยุดมือที่กำลังทำเหมือนกับนวดต๊อกนั่นซะก่อนสิ 

“ไม่รู้มาก่อนเลยว่ารสนิยมของกรรมการผู้จัดการคังน่ะ ไม่ใช่พวกอีหนูพวกนี้” 

“ฮ่าๆ พูดอะไรอีกแล้วล่ะครับ ท่านประธาน” 

“หรือว่า... จะเป็นเจ้าหนุ่มที่นั่งข้างๆ นี่เหรอ” 

ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนี่ถูกต้องอย่างแน่นอน ฮันฮีกลืนน้ำลายกับประกายไฟที่กระจายมายังเขาอย่างปุบปับ 

“ในสายตาของท่านประธานจัง ผมดูเหมือนคนชอบเพศเดียวกันเหรอครับ” 

“หรือยังไงล่ะ ถ้าประมาณเลขาที่นั่งอยู่ข้างๆ จะมีความรู้สึกอยากจะกอดสักครั้ง ก็คงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวนี้น่ะ” 

ตั้งแต่อยู่มาเนี่ย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาไม่รู้สึกยินดีกับคำชมเชยรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเอง ฮันฮีเลิกฝืนยิ้ม แน่นอนว่าเขาไม่มีทางทำอย่างนั้นเด็ดขาดและไม่คิดอยากจะทำด้วย 

ใบหน้าขาวดูเย็นชาหันไปทางประธานจัง แน่นอนว่าเขาจะต้องรักษามารยาที่เหมาะสมกับอีกฝ่าย แต่เจ้านายที่เขาพามาส่งคือเป็นยุนซอง ไม่ใช่คนฝั่งตรงข้ามนี่ 

“สายตาดุร้ายจังเลยนะ อยากจะทำให้ร้องไห้ออกมาหนักๆ เลยเชียว” 

คนที่ฮันฮีอยากจะให้เห็นหน้าตอนร้องไห้น่ะ ก็คือผู้ชายที่นั่งข้างๆ เขาต่างหาก 

“เห็นแก่หน้าผมที่พาเลขามาถึงที่นี่ ช่วยพอแค่นี้เถอะครับ” 

“หน้าเหรอ ถึงกรรมการผู้จัดการคังจะพูดแบบนี้ แต่เมื่อกี้ก็ทำให้ฉันเสียหน้าหรือเปล่า หมายถึงอีหนูที่ฉันเตรียมให้กรรมการผู้จัดการคังอย่างสุดความสามารถ คุณไม่แม้แต่จะปรายตามองเลยนะ” 

เหมือนจะไม่มีช่องให้หนี วันนี้ฝั่งนั้นคงตั้งใจจะเล่นสกปรกอย่างแน่นอน ถ้าจะให้พูดอย่างเฉียบขาดล่ะก็ ประธานจังคงไม่ถูกใจที่ยุนซองทำเป็นนั่งเฉย ไม่ขยับตัวตามแผนที่วางเอาไว้ 

ถึงจะดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ แต่มันก็เป็นเรื่องที่อันตราย ชินซาที่แตกต่างจากจินยองน่ะ ก็คือแผนการการเปลี่ยนรุ่นจากคังจีอุงมาเป็นคังยุนซองที่กำลังจะสำเร็จลุล่วง วันนั้นมันอีกไม่นานหรอก 

สิ่งที่ประธานจางทำตอนนี้ก็คือการออกตัวล่วงหน้า สงครามประสาทของสองฝ่ายที่ไม่สามารถบอกได้ว่าใครอยู่เหนือกว่า หรือใครต่ำกว่านั้น สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะคว้าไว้ก่อนก็คือโอกาสที่จะชนะ 

แต่ไม่ว่าจะบินหรือกระโดดแค่ไหน ตอนนี้ยุนซองก็ยังไม่ได้ขึ้นไปยังตำแหน่งของผู้นำ และยังคงอยู่ในที่ที่ต่ำกว่าอีกฝั่งนิดหน่อย จึงเห็นได้ชัดเจนถึงแผนการในใจที่ต้องการเหยียบยุนซองขึ้นไปสักครั้ง 

“จิ๊ พอเถอะ นี่มันไม่มีอะไรสนุกเลย... แค่เหนื่อยไปเปล่าๆ เท่านั้นแหละ” 

หลังจากจ้องหน้ากันอยู่สักพัก ประธานจังก็เดาะลิ้นและเป็นฝ่ายหันหน้าหนีไปก่อน นี่ไม่ใช่การยอมรับความพ่ายแพ้ แต่กลับกันจากความคิดของยุนซอง อีกฝ่ายดูไม่พอใจแล้วก็ไม่แยแสอะไรมากขึ้นด้วยซ้ำ แต่ถ้าหวังว่ายุนซองน่ะจะสิ้นลมจากการโต้เถียงที่ผิวเผินแบบนี้ก็คิดผิดแล้วล่ะ จริงๆ แล้ว เจ้านายเขายิ้มขึ้นมาเงียบๆ พร้อมกับแก้วเหล้าที่ถูกส่งมา 

ส่วนคนที่ไม่สบายใจและกระวนกระวายตรงนี้ มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นแหละ 

ฮันฮีอยากกลับบ้านแล้ว 

ความคิดเห็น