โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

01-7 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

ชื่อตอน : 01-7 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-7 มาโซคิสต์ที่รุนแรง
แบบอักษร

​“เตรียมที่ด้านในไว้ให้สองที่นะคะ เอ่อ...” 

สายตาของมาดามยุนมองมาที่ฮันฮี สีหน้าที่ทำเป็นไม่คุ้นหน้ากับใบหน้าที่เห็นเป็นครั้งแรกให้ความรู้สึกเสแสร้งหน่อยๆ ฮันฮีมองด้วยสายตาเรียบเฉยตอบสนองสายตาของผู้หญิงคนนั้น 

“มาเป็นกลุ่มน่ะ รวมเลขาของผมด้วย” 

“แต่ว่าท่านคะ ห้องที่จองไว้ ถ้าเป็นคนนอกที่ไม่ใช่สมาชิก...” 

“มาดามยุน” 

ชายหนุ่มที่ฟังอยู่อย่างเงียบๆ ขัดคำพูดของเจ้าหล่อน นั่นหมายความว่าเขาไม่อยากฟังอะไรอีกต่อไปแล้ว 

“บอกว่าเป็นเลขาของผมไง เขาจะไม่ก่อเรื่องหรอกหน่า สัญญา” 

“ตามกฎของฮีรักจองแล้ว คนนอกไม่สามารถเข้าออกได้นะคะ” 

“ถ้างั้นก็เปลี่ยนกฎตั้งแต่ตอนนี้เลยเป็นไง” 

ยุนซองทำอะไรตามอำเภอใจเป็นที่สุด เพราะคนที่ลำบากก็คือฮันฮีคนเดียว ฮันฮีเลยถอนหายใจเฮือกหนึ่งอยู่ข้างในแล้วเบี่ยงสายตามองไปข้างล่าง ถึงเขาจะพูดอะไรไปก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายจะไม่เปลี่ยนใจอยู่ดี 

งานที่ตัดสินใจแล้วว่าจะทำ ชายหนุ่มจะต้องทำให้สำเร็จไม่ว่ายังไงก็ตาม 

“ถ้าสมาชิกคนอื่นรู้ พวกเขาจะต้องบอกว่ามันไม่ยุติธรรมแน่ค่ะ เพราะงั้น...” 

“งั้นก็บอกว่าวันนี้ผมจอง” 

“.......” 

“ตั้งแต่อาคารส่วนกลางที่ไม่ได้ใช้ ไปจนถึงบ้านหลังในทั้งหมดเลย” 

จองที่นี่ทั้งหมดงั้นเหรอ ฮันฮีขมวดคิ้วก่อนที่เขาจะรู้ตัว แต่ไม่นานก็กลับไปทำสีหน้าแบบเดิม แค่จองแค่อาคารย่อยก็น่าจะเป็นเงินหลายสิบล้านแล้ว ถ้าเช่าทั้งหมดไปจนถึงอาคารส่วนกลางล่ะก็ จำนวนเงินมัน... ฮันฮีลองคำนวณอยู่ในหัว แต่สักพักก็ต้องเลิกคิด ถ้าอยากจะเข้าใจระดับของคนพวกนั้นล่ะก็ มันไม่ได้ใกล้กับการคำนวนของคนธรรมดาเลย 

ในที่สุดมาดามยุนก็ลดความดื้อดึงลง เพราะรู้ดีพอๆ กับฮันฮีว่า ไม่สามารถปราบความดื้อดึงของชายหนุ่มคนนี้ได้ ยุนซองจึงเดินผ่านด้านข้างของหญิงสาวที่ถอยหลังไปข้างๆ อย่างเงียบๆ เขาหันหลังกลับไปทางอาคารย่อยด้วยท่าทางที่เป็นธรรมชาติ แม้จะไม่มีการบอกทาง แต่นี่ก็ไม่ใช่ท่าทางของคนที่เคยมาแค่ครั้งหรือสองครั้งเลย ส่วนคนที่ตกที่นั่งลำบากอย่างฮันฮีก็แอบปรับลมหายใจของตัวเองขณะที่เดินตามอีกฝ่ายไป 

“ยืนอยู่ตรงนี้” 

“หมายถึงหน้าประตูเหรอครับ” 

“ใช่ แล้วอย่าลืมที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ล่ะ” 

ตำแหน่งที่ชายหนุ่มเตรียมไว้เขาให้ก็คือหน้าประตู เป็นการจัดที่ที่ฮันฮีไม่ค่อยพอใจ แต่พอรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ จากการจัดที่ยืนที่ต่างไปจากปกติก่อนหน้านี้ คิ้วของฮันฮีก็แอบขมวดเข้าหากัน 

ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่มันก็แก้อะไรไม่ได้แล้ว ออกไปจากที่นี่ก็ไม่ได้ ยิ่งจะกลับบ้านเองยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่ 

หลังจากยุนซองเข้าไปด้านในแล้ว ฮันฮีถึงสามารถมองไปรอบๆ ได้ พวกสถาปัตยกรรมแบบตะวันตรงเพดานและไม้แกะสลักอย่างหรูหราที่ประดับอยู่บนเสา แน่นอนว่าไม้ตรงพื้นก็ทำจากไม้เพียงแผ่นเดียวด้วย ไม่มีของที่ธรรมดาเลยสักอย่างเดียว 

นอกจากห้องด้านในสุดของทางเดินที่ยุนซองเข้าไปเมื่อกี้แล้ว ห้องที่เหลือก็ถูกปิดไฟเอาไว้ทั้งหมด กระดาษต่างๆ ที่ส่องแสงจากด้านในที่ประดับอยู่บนเสาทุกต้นเป็นแสงเดียวที่มี นี่มันเงียบสงบมากๆ มากพอๆ กับที่ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย 

เป็นลางสังหรณ์ที่ไม่มีผิดเพี้ยนเลย เวลาที่นัดหมายกับประธานจังคือสี่ทุ่ม แต่อีกฝ่ายมาถึงหลังจากผ่านสี่ทุ่มไปแล้วถึงสามสิบนาที เขาไม่เคยคาดหวังให้ฝั่งนั้นเข้มงวดกับเวลานัดหมาย แต่เจ้านายที่เคารพของเขาต้องมารอถึงขนาดนี้ เป็นเรื่องที่ฮันฮีไม่สามารถยินดีได้จริงๆ 

แต่มันเป็นข้อห้ามที่จะไม่เปิดเผยความรู้สึกออกมา ร่างของชายที่เตะตาแม้จะอยู่ไกลๆ บนทางเดินก้าวเดินมาอย่างอืดอาด ยิ่งระยะห่างกับอีกฝ่ายใกล้เข้ามาเท่าไหร่ ฮันฮีก็ยิ่งเกร็งเอวที่ยืดตรงอยู่แล้วเข้าไปอีก 

ทุกๆ ครั้งที่ท่านประธานจังเดิน พื้นไม้ก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเจ็บปวดเบาๆ ซึ่งเสียงนั้นค่อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ 

“นี่อะไรอีกเนี่ย ไอ้คนที่มาส่งคังยุนซองเหรอ” 

ร่างหนาที่เดินเอามือไพล่หลังก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าฮันฮี คำพูดคลุมเครือและไร้มารยาทที่ออกมานั้น เป็นคำถามหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

ฮันฮีก้มหลังกับหน้าลงเงียบๆ เขาเกือบจะแนะนำตัวเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ แต่ว่าคำสั่งของเจ้านายไม่ให้เปิดปากจึงจบลงด้วยการทักทายโดยที่ไม่มีคำพูด 

“อ่าอ่า นึกออกแล้ว เจ้านี่คืออีหนูที่กรรมการผู้จัดการคัง พกไปไหนมาไหนด้วยช่วงนี้สินะ” 

อีหนูงั้นเหรอ คิ้วของฮันที่ที่ก้มหน้าอยู่กระตุก ถึงเขาจะผอม แต่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอกับการมองส่วนสูงที่เกือบๆ จะถึงร้อยแปดสิบเซนติเมตรของเขาเป็นรูปร่างของผู้หญิง ยิ่งเขากำลังใส่สูทอยู่แล้วด้วย ไม่มีส่วนไหนที่ดูเหมือนกับผู้หญิงเลยสักนิดเดียว 

คำพูดของอีกฝ่ายน่ะ แสดงถึงจุดประสงค์ที่จะดูถูกอย่างชัดเจน 

“เงยหน้าขึ้นมาให้ดูหน่อยสิ” 

แต่มันเป็นคำสั่งที่เขาจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ ฮันฮีเงยหน้าขึ้นมาเงียบๆ ถึงอีกฝ่ายจะรูปร่างสูง แต่ก็เตี้ยกว่าระดับสายตาของเขานิดหน่อย ท่านประธานที่มีอายุนั่นโลมเลียไปทั่วใบหน้าของเขาด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ และไม่รู้ว่าเพราะอะไรบนริมฝีปากนั่นถึงเกินรอยยิ้มที่ไม่น่าดู เขาขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีตอนที่รับรู้ถึงมัน 

“ดีกว่าไอ้คนที่ควงก่อนหน้านี้เยอะเลย เธอชื่ออะไรนะ” 

แต่ถึงแม้จะอารมณ์เสียขนาดไหน ถ้าลองถามต่อหน้าแบบนี้ จะไม่ตอบได้เหรอ ฮันฮีกลุ้มใจแต่ก็ทำได้ไม่นานนัก 

“ยินดีที่ได้พบครับ ท่านประธานจัง ผมซอฮันฮีครับ มาส่งกรรมการผู้จัดการคัง...” 

ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้แล้ว ก็คำนับรวมกับคำทักทายที่ไม่ได้ทำเมื่อกี้เลยแล้วกัน อีกฝ่ายหัวเราะดังฮึ แต่ก็ไม่สนใจฮันฮีตามเดิมและมุ่งหน้าไปทางด้านในอีกครั้ง เหมือนโดนดูถูกต่อหน้าต่อตาเลย 

พอรอบตัวไม่เหลือใครอยู่แล้ว ใบหน้าของฮันฮีตอนนี้ก็เลยมีความไม่พอใจแสดงออกมา อะไรวะ ไอ้เวรนั่นน่ะ 

ไม่มีอะไรต้องคิดอีกต่อไป เสียงจากด้านในก็เริ่มดังขึ้น ไม่ได้เจอกันนานเลย หน้าตาดูดีขึ้นนี่ ไม่หรอก ท่านประธานน่ะ สบายดีหรือเปล่า... บทสนทนาของชายสองคนที่โต้ตอบกันไปมาราวกับกำลังเล่นตลกนั้นฟังดูไม่มีความจริงใจต่อกันเลยสักนิด ไม่รู้ทำไมฮันฮีที่ฟังบทสนทนานั้นอยู่ถึงรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา 

เป็นแค่เลขา ยังไงเขาก็ไม่สามารถดื้อเพ่งหรือไปทำให้อารมณ์ของท่านประธานบริษัทใหญ่ขุ่นเคืองใจได้หรอก เปลืองความรู้สึกเปล่าๆ  ลืมมันไปซะเถอะ 

ยิ่งกว่านั้น ทันทีที่ท่านประธานจังเข้าไป สภาพของทางเดินที่วุ่นวายก็ยิ่งเต็มไปด้วยความน่ารำคาญ ทั้งอาหารทั้งเหล้า แล้วก็นั่นแหละ ผู้หญิงที่แต่งตัวอย่างสวยงาม หนึ่ง สอง สาม สี่ ... หก ตั้งหกคน เดินผ่านเขาเข้าไปในห้อง 

ชายแก่นั่นน่ะ ไขมันตับไม่ถามหาเหรอ ฮันฮีเบ้หน้า แน่นอนว่าใบหน้าด้านข้างที่มองเห็น แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เขาเก่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะเรื่องการซ่อนสีหน้า 

หลังจากนั้นการพูดคุยทีละเรื่องทีละเรื่องก็ดำเนินต่อไป จนเกือบจะสงสัยแล้วว่าการที่ให้เขายืนอยู่ตรงนี้มีความหมายอะไร แรงปะทะระหว่างผู้ชายทั้งสองคนที่รู้สึกได้บางครั้งก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เยือกเย็นไปพร้อมๆ กัน แม้หน้าจะยิ้ม แต่ก็เหมือนว่ามือของทั้งคู่กำลังถือดาบไว้อยู่ 

การแลกเปลี่ยนบทสนทนาของเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านการพูดวาวกวนคงเป็นแบบนี้สินะ ฮันฮีหลับตาลง ภาพของเจ้านายที่เหมือนจะคลึงหน้าอก ไม่ก็จับก้นของผู้หญิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าลอยขึ้นมา เป็นช่วงเวลาที่เขาจะต้องสงบอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว 

ความคิดเห็น