โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

01-6 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

ชื่อตอน : 01-6 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 08:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-6 มาโซคิสต์ที่รุนแรง
แบบอักษร

​“อ่า”

เหมือนคนบ้าเลย

แค่นั่งแค่แป๊บเดียวเขาก็เผลอหลับไปซะแล้ว เพราะว่าหลับก็เลยฝันถึงเรื่องตอนนั้นเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ

ฮันฮีสะบัดหัวที่ยังสะลืมสะลือและจัดผมที่ไม่รู้ว่ายุ่งหรือเปล่า เขาจะต้องกลับสู่สภาพที่เรียบร้อยแบบเดิมให้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีแค่สิ่งนั้นที่ยังคงวุ่นวาย

เขาเข้าไปในห้องน้ำและยืนอยู่หน้ากระจก ตอนนี้สองทุ่ม สามสิบสองนาทีแล้ว อย่างน้อยอีกแปดนาทีเขาจะต้องลงไปที่ลานจอดรถเพื่อเตรียมรถให้พร้อม เพราะว่าไม่ได้พาคนขับรถไปด้วยเนื่องจากเป็นตารางงานส่วนตัว ฮันฮีจึงต้องจับพวงมาลัยด้วยตัวเองและก็เป็นกฎที่เจ้านายกำหนดไว้อีกนั่นแหละ ไม่มีข้อยกเว้นอะไรพิเศษนอกจากกฎที่ให้เอาคนไปให้น้อยที่สุด และคนที่น้อยที่สุดในที่นี้ก็หมายถึงแค่สองคน คือตัวเขากับกรรมการผู้จัดการนั่นเอง

ทำไมจะต้องมอบหมายงานสำคัญขนาดนี้ให้กับเลขาที่เพิ่งเข้ามาทำงานแค่ไม่กี่เดือนอย่างเขาด้วยก็ไม่รู้ เหตุผลก็ยังถูกทิ้งไว้ให้เป็นคำถามอยู่ แต่การได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายที่เคารพ สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่น่าพอใจ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ว่ากับใครก็ตามกับการถูกยอมรับในความสามารถของตัวเองน่ะ

ถ้าเป็นฮันฮีแล้วล่ะก็ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในเรื่องงานเขาก็เป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์ไม่น้อยไปกว่ายุนซอง แต่ไม่ว่าจะเรียบร้อยหรือสมบูรณ์แบบขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำให้คังยุนซองพอใจได้อยู่ดี

หลังจ่กเข้ามาทำงานได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ ฮันฮีก็เข้าใจเจ้านายได้อย่างเกือบจะทะลุปรุโปร่ง ทั้งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่รสชาติอาหาร ไปจนถึงนิสัยใจคอ

เพื่อทำตัวให้เหมาะสมกับเงื่อนไขที่ยุ่งยากของยุนซอง ฮันฮีจะต้องกลายเป็นเสื้อเชิ้ตที่เรียบตรงไปจนถึงปลายแขนราวกับมีกระดาษหนาๆ สอดไว้อยู่ด้านใต้ ตอนนี้เขาเป็นเหมือนเสื้อเชิ้ตที่ซื้อมาใหม่ และถูกอีกฝ่ายจับมาสวมใส่เท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็น ‘มาตราฐาน’ ที่เจ้านายของฮันฮีต้องการ

เขากลัดกระดุมและยืดตัวขึ้นสำรวจตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย แม้ข้างในจะกำลังคิดถึงเรื่องโง่ๆ ยังไง แต่จะไม่แสดงออกมาภายนอกอย่างเด็ดขาด ยิ่งถ้าอยู่ต่อหน้ากรรมการผู้จัดการแล้วล่ะก็ แม้จะมีความภูมิใจในอาชีพของตัวเองตั้งแต่แรก แต่ก็ต้องระวังในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้ายุนซอง

ไม่อย่างนั้นก็อาจจะถูกจับได้ก็เป็นได้ หัวใจที่เหมือนจะล้ำเส้นนิดๆ เพราะสิ่งที่เรียกว่าหัวใจน่ะ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจะควบคุมได้นี่นา ถ้าไม่สามารถห้ามใจหรือกลับใจได้ ก็ต้องห้ามทำให้ถูกจับได้

น่าเสียดายที่เจ้านายที่เคารพของเขาค่อนข้างจะมีสายตาว่องไวจึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกจับได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยิ่งต้องใส่ใจในความสมบูรณ์แบบเข้าไปอีก ถึงจะเกิดขึ้นจริงไหมก็ไม่รู้ แต่การเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์เลวร้ายก็เป็นหน้าที่ของเลขาด้วย

เขาหยุดความคิดและรูดปมเนคไทด์ให้แน่นขึ้น มันให้ความรู้สึกที่ดี ถึงจะรู้สึกหายใจอึดอัดนิดๆ แต่ก็เป็นการกระตุ้นตัวเองด้วยความประหม่าและเร้าใจหน่อยๆ

สองทุ่ม สี่สิบนาทีแล้ว ฮันฮีลงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน จากนั้นก็สตาร์ทรถและหลังจากจอดอยู่ตรงหน้าประตูอัตโนมัติอย่างพอดิบพอดีแล้วก็ดับเครื่องยนต์เพื่อรอคอยเจ้านาย

สองทุ่ม ห้าสิบเก้านาที เข็มวินาทีกำลังหมุนรอบสุดท้าย เขาละสายตาจากนาฬิกาตั้งแต่สิบวินาทีก่อนแล้ว ก่อนจะลุกออกไปยืนข้างประตูที่นั่งด้านหลังอีกฝั่งหนึ่ง ถึงจะไม่ได้ดูนาฬิกาก็สามารถนับได้ประมาณสิบวินาทีพอดีเป๊ะ

ชายหนุ่มที่ปรากฎตัวได้ตรงเวลา แม้จะไม่ชินกับภาพลักษณ์ที่ไม่มีใครยืนอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายเลย แต่สำหรับฮันฮีมันเป็นภาพลักษณ์ที่คุ้นตามาก เขาก้มหน้าลงและเปิดประตูหลังด้วยท่าทางที่ถูกต้องอย่างไม่มีอะไรผิดพลาด เมื่อร่างของชายหนุ่มที่ขึ้นรถอย่างคล่องแคล่วหายเข้าไปด้านในก็สามารถปิดประตูลงได้อย่างไร้เสียง

ถึงเวลาต้องไปทำงานแล้ว...

ในที่สุดรถยนต์พร้อมกับไฟที่เปิดไว้ภายในก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไปจากที่จอดรถชั้นใต้ดิน ในขณะที่ตั้งใจอยู่กับการขับรถ สายตาของฮันฮีก็ไปหยุดที่กระจกมองหลังโดยไม่รู้ตัวพร้อมกับมองปราดไปยังร่างของชายหนุ่มที่สะท้อนผ่านกระจก

ใบหน้าที่เคร่งครึมผ่านเข้ามาในสายตา เงามืดกำลังปกคลุมใบหน้าด้านข้างที่กำลังปิดปากเงียบ ทำให้เหมือนกลายเป็นใบหน้าของคนอื่นไปเลย กับชายหนุ่มที่เคยพูดล้อเล่นเล็กๆ น้อยๆ และก็ต่างจากหน้าตอนโกรธนิดหน่อยด้วย ที่จริงท่าทางแผดเสียงที่อีกฝ่ายเคยทำน่ะ นอกจากวันแรกแล้ว เขาก็ไม่เคยเห็นอีกเลย เป็นผู้ชายที่แสดงออกถึงเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกพื้นฐานได้ค่อนข้างยาก

ฮันฮีเผลอกัดริมฝีปากตามอย่างไม่รู้ตัว การแอบมองนี่ไม่ใช่นิสัยที่ดีเลย

“เคยเห็นประธานจังตัวเป็นๆ ไหม”

ท่ามกลางความเงียบที่ไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่แปลกนี้ เป็นยุนซองที่เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อนเสมอ

“ไม่ ไม่เคยครับ ไม่ใช่คนที่จะเจอได้ง่ายๆ นี่ครับ”

“ฉันก็ด้วย ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือในข่าว”

หมายถึงข่าวที่นั่งอยู่บนวิลแชร์ที่ดูไม่เข้ากับประธานจังเลยใช่ไหม เหตุการณ์ยักยอกเงินทุนที่ทำให้ประเทศวุ่นวายเมื่อสองเดือนก่อน มุมปากของชายหนุ่มที่เขามองผ่านกระจกค่อยๆ ยกขึ้นมา อย่างไรก็ตาม มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดหวังอะไรไว้สูงเท่าไหร่ เพราะว่ารู้มันจะจบลงอย่างง่ายๆ อยู่แล้ว แต่เพราะหุ้นของฝั่งเราขึ้นสูงขึ้นมาจากเดิมเล็กน้อย จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี

“ถ้าถึงแล้ว ห้ามพูดกับใครทั้งนั้นนะ”

“จะไม่ให้พูดกับใครเลยเหรอครับ”

“น่าจะไม่มีเรื่องที่ต้องการปากเลขาซอหรอก”

เป็นคำพูดที่ความหมายกำกวม แต่เขาก็ไม่ได้ไม่มีไหวพริบถึงขนาดที่จะถามซ้ำว่ามันหมายความว่าอะไร หมายความว่าจะไม่ให้แสดงการมีตัวตนในที่นี่สินะ ถึงแม้ว่าจนถึงตอนนี้จะเป็นแบบนั้นมาตลอด แต่ครั้งนี้คงเป็นเรื่องที่พิเศษกว่า

ภายในรถกลับมาเงียบอีกครั้ง ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาคงไม่ชินกับความเงียบเป็นครั้งแรกของเจ้านายที่ชอบมาพูดจาล้อเล่นงี่เง่าๆ ใส่

ข่าวลือที่ไม่ดีของฝั่งตรงข้ามน่ะเป็นความจริง ข่าวลือทั้งหลายที่ซุกซ่อนไว้ภายในนั้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องราวที่ไม่สามารถนำมาพูดต่อข้างนอกได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะข่าวลือที่อีกฝ่ายเล่นสกปรกโด่งดังมาก ฮันฮีจึงไม่สามารถหยุดความกังวลได้ แน่นอนว่าการเข้าร่วมในสิ่งที่เหมือนกันปาร์ตี้แลกเปลี่ยนทางเซ็กซ์ที่น่ารับเกียจแบบนั้นน่ะ เขาไม่อยากแม้แต่จะเห็น

ภาพที่ใครบางคนที่ไม่รู้จักหน้ากำลังโลมเลียแท่งเนื้อร้อนของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่เบาะหลัง หรือไม่ก็ฉากที่แท่งเนื้อร้อนของผู้ชายคนนั้น เสียบอยู่ที่หว่างขาของใครก้ไม่รู้ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่รู้ว่าจะทำให้เขินจนจะบ้า หรือไม่ก็รำคาญจนเป็นบ้าก็ไม่รู้

“เข้าใจแล้วครับ”

ก็แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำเท่านั้นแหละ ฮันฮีทำให้ตัวเองสงบอีกครั้ง

เวลาสี่สิบนาทีเดินไปอย่างสม่ำเสมอ ฮีรักจองที่พวกเขามาถึงเป็นร้านอาหารที่อยู่ชานเมืองของกรุงโซล เพราะสถานที่ตั้งเหมือนจะอยู่ในหุบเขาก็เลยเป็นสถานที่ปิดสำหรับคนภายนอก บุคคลที่สามารถเข้าออกในฮีรักจองได้มีแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์จากประชากรในประเทศเท่านั้น ด้วยฐานะ ‘คลับ’ แบบไพรเวทที่แตกต่างจากชื่อที่โบราณ เพราะฉะนั้นอะไรที่เกิดขึ้นภายในนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นความลับ

“ยินดีต้อนรับค่ะ กรรมการผู้จัดการคังยุนซอง”

ผู้หญิงในชุดกิโมโนออกมาต้อนรับพวกเขาที่หน้าประตูหน้าอยู่ก่อนแล้ว เธอก็คือมาดามยุนแห่งฮีรักจอง

แต่ว่าเขาไม่รู้จักชื่อจริงของเธอ มีทั้งข่าวลือว่าคุณยายของผู้หญิงที่รู้แค่เพียงนามสกุลเป็นคนญี่ปุ่น และข่าวลือที่ว่าร้านอาหารระดับสูงที่กำลังทำอยู่นี่ เป็นสมบัติของบรรพบุรุษที่เคยเป็นพวกนิยมญี่ปุ่นในอดีตซึ่งเธอรับช่วงต่อมา จริงๆ ตอนนี้ไม่ว่าจะฝั่งไหน เขาก็ไม่ยินดีทั้งนั้น แต่มันก็เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับฮันฮีิอยู่แล้ว

ความคิดเห็น