โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

01-5 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

ชื่อตอน : 01-5 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2562 08:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-5 มาโซคิสต์ที่รุนแรง
แบบอักษร

​หลังจากเจอกันครั้งหนึ่ง คนๆ นั้นพึงพอใจในการประทับรอยช้ำไว้ทุกซอกทุกมุมของร่างกายเขา นอกจากไอ้นั่นที่ใหญ่และเงินที่เยอะแล้ว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรพอดีทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ยังทำให้พวกเขายังเจอกันอยู่ก็คือประเด็นที่เรียกว่า 'เกย์' เพราะในฐานะเกย์ที่อยู่ได้ยากในประเทศเกาหลี มันไม่ง่ายที่จะเจอคู่ขาที่มีความต้องการตรงกัน

ถึงจะบอกว่าเจอกันแค่ในขอบเขตที่สนุกๆ อย่างพอดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อีกฝ่ายกลับทำอะไรที่มันน่ารำคาญ เช่น ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ล่ะ ไม่ได้มีคนอื่นใช่ไหม สุดท้ายฮันฮีจึงตัดความสัมพันธ์ทิ้งด้วยเหตุผลของ ‘ความเหมาะสม’ ตั้งแต่ตอนนั้นก็ผ่านมาสามเดือนได้

แม้จะบังเอิญเจอ แต่ทำไมต้องมาบังเอิญเจอในที่แบบนั้นด้วยนะ

ความคิดที่เข้ามาก่อนเลยคือต้องหลีกเลี่ยง ตอนนั้นฮันฮีไม่สนใจชื่อจริงของอีกฝ่ายที่ได้ยินเป็นครั้งแรกเลยด้วยซ้ำ แค่คิดว่าเหยียบขี้หมาก็แล้วกัน การหลบขี้หมาที่เหยียบไปแล้วครั้งหนึ่งน่ะ แม้มันจะไม่มีอะไร แต่ก่อนอื่นก็ต้องเลี่ยงพื้นที่ตรงนั้น แล้วก็คิดต่อว่าจะซักรองเท้าดีหรือจะทิ้งมันดี

หลังจากทักทายกันเสร็จ ฮันฮีก็รีบหลบออกไปอย่างรวดเร็ว แต่คู่ขาคนเก่าที่ไล่ตามเขามาจนถึงประตูด้านหลังดันมีส่วนที่ถึกทน ต่างจากความสามารถในการแข็งตัวที่ไร้ประโยชน์และแสนสั้นของตัวเอง

‘เฮ้ย นาย นี่! นอกจากไม่รับโทรศัพท์แล้ว อยู่ๆ ก็เปลี่ยนเบอร์ตามใจชอบงี้ได้เหรอ’

‘...ท่านประธานกงมยองฮูเหรอครับ’

ทำหน้าตายกลับไปก่อน ฮันฮีเบิกตากว้างพร้อมมองกลับไป ราวกับเด็กแรกเกิดที่เพิ่งมีผมขึ้นมองเห็นผู้คนเป็นครั้งแรก

‘หึ ท่านประธานกงมยองฮูเหรอ จะทำเป็นไม่รู้จักกันรึไง แล้วตอนที่เคยดูด เคยขบกัดกันบนเตียงล่ะ จำได้ไหม’

ถึงจะทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่สีหน้าของฮันฮีที่ตระหนักถึงเรื่องราวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็เข้มขึ้นอย่างไม่มีทางเลือก คงจะจริงที่อีกฝ่ายไม่ค่อยมีไหวพริบ แน่นอนว่าถ้าเปลี่ยนเบอร์โดยไม่มีคำพูด ก็ต้องรู้ว่าถูกทิ้งอย่างเป็นนัยๆ แล้วไหม ข้อมือที่ถูกรั้งไว้อย่างรวดเร็วทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจมากพอๆ กับคิ้วที่ขมวดอยู่นั่นแหละ

‘ก็สงสัยนะว่าทำงานอะไร แต่กลับมาในฐานะเลขาของกรรมการผู้จัดการคังงั้นเหรอ ว้าว คุณเลขาซอฮันฮี ดูท่าคงจะเก่งมากเลยสิ’

อย่างไรก็ตามสำหรับฮันฮี เขามีหน้าที่แก้ไขสถานการณ์ ช่วงที่เขาเมินการติดต่อของคู่ขาไปสายสองสายให้มันสะสมไปเรื่อยๆ อย่างตั้งใจ ก็ได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้จากคนรู้จัก ผู้ชายคนนี้น่ะเรียกได้ว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงด้านแย่ๆ ในพื้นที่แถบนี้อยู่แล้ว เพียงแค่เขาไม่รู้เท่านั้นเอง เรียกได้ว่าถ้าเดินเข้าไปหนึ่งก้าวก็คือจบเลย เพราะไอ้หมอนี่ ก็เลยเคยมีคนถูกส่งกลับต่างประเทศหรืออะไรสักอย่าง

ฮันฮีเช็คมือถือได้ถูกจังหวะมาก มีสายที่ไม่ได้รับอยู่ตั้งแปดสิบห้าสายแหน่ะ และเขาก็ขนลุกซู่เมื่อเห็นรายชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์

วันต่อมาฮันฮีก็เปลี่ยนเบอร์มือถือเดี๋ยวนั้นเลย

‘ช่วยพูดจาให้เหมาะสมหน่อยครับท่านประธานกง ยังไงมันก็จบไปแล้ว’

‘โอ้โห ดูพูดเข้า ดูภูมิฐานมากเลยนะเนี้ย อ่าๆ เข้าใจแล้ว ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ที่เธอไม่รับโทรศัพท์ฉันเพราะเปลี่ยนไปเอากับกรรมการผู้จัดการคังแบบนั้นใช่ไหม’

ถึงเขาจะรู้สึกอยู่บ้างในบางครั้ง แต่ไอ้คนประเภทนี้เป็นพวกที่มีพลังจินตนาการที่ช่างล้ำเลิศจริงๆ เรี่ยวแรงดีก็เลยทำงานรากหญ้าอะไรแบบนี้ได้เก่งสินะ

‘อย่าพูดพล่อยๆ นะครับ กรรมการผู้จัดการคังไม่ใช่คนแบบนั้น’

ถ้ายุนซองเป็นคนประเภทนั้น คิดว่าเขาจะปล่อยไปเฉยๆ เหรอ อย่างน้อยก็ต้องลองมีอะไรกันสักครั้งก่อนสิ แต่ทำได้แค่กล้ำกลืนคำพูดที่เจ็บแสบนั้นไว้ คนตรงหน้าไม่มีทางรับรู้ถึงจิตใจของเขาหรอก

ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะยืดเยื้อต่อไป ฮันฮีสะบัดข้อมือส่วนที่ถูกจับออกอย่างวางตัว พวกเขามีร่างกายที่สมบูรณ์เหมือนๆ กัน ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีแรงก็เลยปล่อยให้ถูกจับหรอก แต่เพราะตามสถานการณ์แล้ว เขาไม่กล้าจะเตะหรือต่อยอีกฝ่ายตรงนี้แน่ๆ

ไม่รู้ว่าจะได้เจอหน้ากันอีกไหมในอนาคต และเขาก็ไม่อยากสร้างปัญหาอีก ความวุ่นวายแบบนี้มันไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อกันและกันเลย

ดังนั้นก็แค่ทำให้มันจบ 'อย่างเหมาะสม’ เพราะฮันฮีมีความมั่นใจอย่างมากในเรื่องของการชักจูงคน ถ้าไม่ได้ถึงจะต้องข่มขู่ก็คงต้องทำ แต่ก่อนอื่นเขาต้องหาทางหลบออกไปก่อนเป็นอย่างแรก

‘ถ้าคุณยังทำแบบนี้เรื่อยๆ ล่ะก็...’

แม้แต่ตำรวจเขาก็จะเรียก แต่ในชั่วขณะที่กำลังคิดจะข่มขู่อีกฝ่าย ประตูด้านหลังที่คิดว่าปิดตายกลับถูกเปิดออก

ช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าอับอาย ถึงแม้เขาจะเคยเป็นพนักงานยกลังขวดเปล่ามาก่อนก็ตาม เพราะว่าเรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ ของเหล่าเกย์ที่กำลังแสดงอยู่อย่างกับไลฟ์สด ยิ่งทำให้สถานการณ์ตอนนี้มันแย่ลงไปอีก คนที่ปรากฎตัวด้านหลังประตูคือ กรรมการผู้จัดการคังที่ถูกกล่าวถึงจากคนทั้งสองคนอย่างไม่หยุดหย่อนในเรื่องที่ไม่มีแม้แต่บทบาทจะเข้าไปแสดง

ฮันฮีและชายหนุ่มคู่ขาเก่ายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นราวกับโดนแช่แข็ง ไม่สิ ทำไมเจ้านายเขาถึงออกมาจากตรงนั้นกันล่ะ

ทว่าคังยุนซองกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็จุดบุหรี่พลางยกมือขึ้นมากันลม แสงจากไฟแช็กที่ส่องออกมาจากด้านในส่งผลให้ร่องเหนือริมฝีปากกับสันจมูกที่ถูกเงาทับจนดูลึกมากกว่าปกติ และกระทั่งหว่างคิ้วก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งหมด เป็นช่วงเวลาที่ลืมไม่ลงเลย

หลังจากอีกฝ่ายสูดควันเข้าไปลึกๆ ก็พ่นออกมายาวๆ จนฟุ้งไปทั่วพื้นที่ที่ยืนอยู่ราวกับพวกเราอยู่กันคนละโลก ในขณะที่ฮันฮีกับคู่ขาคนเก่ายังคงได้แต่ยืนนิ่ง

ได้ยินตั้งแต่ตอนไหนกันนะ คงไม่ใช่ว่าได้ยินทั้งหมดหรอกใช่ไหม ลำคอฮันฮีแห้งผากพร้อมกับเหงื่อที่เต็มหลัง และหัวที่สั่นเป็นบางครั้งตามอารมณ์ ยุนซองหันมาพูดกับคนสองคนที่ยืนอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงด้วยเสียงเบาๆ

‘ผมไม่เป็นไรหรอก อย่าสนใจเลย รวมถึงบทสนทนาเมื่อกี้ด้วย’

เพราะงั้นช่วยหลีกไปหน่อยได้ไหม... ภาพลักษณ์ด้านข้างที่กำลังสูบบุหรี่อย่างตั้งใจจากจุดที่ห่างไปแค่ห้าก้าวนั้นไร้ที่ติ

ดูจากสถานการณ์ที่พูด เหมือนคนเป็นเจ้านายจะเข้าใจเนื้อหาคร่าวๆ อย่างทะลุปรุโปร่งเรียบร้อยแล้ว ผู้พบเห็นเหตุการณ์ที่โผล่ออกมาอย่างกะทันหันทำให้คู่ขาเก่าของฮันฮีที่กำลังงุนงงกับการปรากฎตัวของคนที่กำลังควบคุมเงินทุนของบริษัทที่ตนเองทำงานอยู่ได้แต่หนีหัวซุกหัวซุนไป จนเหลือแค่เพียงผู้ชายตรงหน้ากับฮันฮี เพียงสองคนเท่านั้น

ตอนนั้นนั่นเองที่ยุนซองระเบิดหัวเราะออกมา มีอะไรน่าหัวเราะงั้นเหรอ และอีกฝ่ายไม่หยุดหัวเราะเลยหลังจากได้ระเบิดออกมาแล้วครั้งหนึ่งจนมุมปากค่อยๆ ยกสูงขึ้น เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ปล่อยควันบุหรี่ให้ผ่านรูปปากบางราวกับกำลังผิวปากแล้ว ฮันฮีพูดอะไรไม่ออกเลย

‘กำลังทำอะไรอยู่’

‘…….’

‘ถ้างานเสร็จแล้ว ก็ต้องเลิกงานทันทีสิ’

ถ้าไม่ใช่เพราะคนที่ใส่ใจจนกระทั่งเวลาเลิกงานของลูกน้องแล้วล่ะก็ ตัวเขาคงจะยืนปักหลักนิ่งอยู่ตรงนั้นจนถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

‘กรรมการผู้จัดการครับ เอ่อ เมื่อกี้......’

‘มันดึกแล้วนะ พอแค่นี้ก่อนไหม’

‘.......’

‘ก่อนที่จะถูกเจ้านายที่ชั่วร้ายจับไว้น่ะ’

ไม่มีคำพูดที่สามารถพูดได้อีกต่อไป เขาโค้งหลังให้แล้วก็ออกจากที่นั่นไปทันที ไม่กล้าแม้กระทั่งจะถามกลับไปว่าแน่ใจเหรอว่าจะจับเขาน่ะ มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถฝันถึงได้เลย

อย่างไรก็ตามฮันฮีก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย แต่คืนนั้นเขานอนไม่หลับเลย เพราะหัวใจที่เต้นเร็วตึกตักสลับกับช้าเนิบนาบอยู่ซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา

เปอร์เซ็นต์ที่จะถูกจับได้อยู่ที่ประมาณแปดสิบเก้าจุดห้าเปอร์เซ็น ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงมาก นั่นหมายความว่าเขาเปิดเผยว่าตังเองเป็นเกย์กับเจ้านายในเวลาแค่เพียงเดือนเดียวที่เข้ามาทำงาน อันที่จริง มันไม่มีอะไรจะต้องอายกับการถูกจับได้ถึงความต้องการภายในที่ปกปิดเอาไว้เกี่ยวกับรสนิยมทางเพศให้แก่เจ้านายที่เขานึกถึงตอนช่วยตัวเองสัปดาห์ละครั้งรับรู้

เหนือสิ่งอื่นใด ฮันฮีจะไม่ลืมภาพมุมข้างที่กำลังคาบบุหรี่แล้วยิ้มของเจ้านายเลย มันนุ่มนวลและผ่อนคลาย แข็งแรงและช่ำชอง

...เกิดมาในฐานะผู้กุมอำนาจอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

ความคิดเห็น