โซซอล
facebook-icon

เลขาซอ... การได้เจอกับพวกซาดิสม์ คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นเหรอ?

01-3 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

ชื่อตอน : 01-3 มาโซคิสต์ที่รุนแรง

คำค้น : พลิกรักร้ายลงล็อก นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2562 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-3 มาโซคิสต์ที่รุนแรง
แบบอักษร

​“กรรมการผู้จัดการกลับมาแล้วค่ะ”

ตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่านะ ชีวิตการทำงานที่ควรจะราบรื่น บางครั้งก็เริ่มพันกันจนยุ่งเหยิงอย่างไร้เหตุผล

บางทีก็ไม่รู้ว่าปัญหามาจากรสนิยมของเขาหรือเปล่า ฮันฮีลุกขึ้นอีกครั้งหลังจากนั่งจมอยู่ในความคิด เจ้านายจัดสรรเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งสำหรับเวลาอาหารกลางวันให้อดีตภรรยากับลูกชายกำลังจะกลับมาแล้ว อีกเดี๋ยวคงขึ้นลิฟต์ส่วนตัวขึ้นมาและคาดว่าจะเดินผ่านหน้าพวกเขาไป

เจ้านายที่เข้มงวดกว่าใครพอๆ กับเรื่องของเวลา จะกลับมาถึงก่อนที่งานช่วงบ่ายของพวกเขาจะเริ่มขึ้นหนึ่งนาที สมาชิกทุกคนของห้องสังเกตการณ์จะต้องยืนโค้งให้ขณะที่อีกฝ่ายเดินเข้าห้องทำงาน

ไม่สิ ก่อนเข้าไปต่างหาก

“เลขาซอ อีกสักพักมาพบฉันหน่อย”

และไม่ลืมที่จะเรียกหาฮันฮี ถ้ามองจากภายนอกคงเหมือนเขาแค่ก้มหน้าลง ซึ่งแน่นอนว่าฮันฮีก็ทำแบบนั้น แต่เขาก็แอบขมวดคิ้วโดยที่ไม่มีใครมองเห็นด้วย

ทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่าวันนี้เจ้านายที่ปกติไม่ค่อยอยากเจอหน้าจะเรียกเขาบ่อยเป็นพิเศษเลยนะ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาก็อารมณ์ไม่ดีจริงๆ

ถ้าถามว่าทำไมน่ะเหรอ เพราะวันนี้มันเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ เมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ฮันฮี เพิ่งได้เห็นฉากจูบของเจ้านายกับลูกน้องเพศเดียวกันต่อหน้าต่อตา พร้อมๆ กับได้รับรู้ความจริงที่เหมือนกับเขา ความจริงที่ว่า ‘ผู้ชายก็โอเค

จริงๆ แล้วการได้รับข้อมูลมากเกินไปมันก็เป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง ข้อมูลที่มากไปอย่างไร้ประโยชน์นั่น มันแค่ทำให้ภายในหัวของเราสับสนเท่านั้นแหละ

“วันนี้ร้านอาหารที่เลือกดีมากเลยนะ ยงฮยอนชอบมากเลย น่าจะหวานไปหน่อย แต่สำหรับฉันก็ใช้ได้”

“ก็ผู้อำนวยการทานค่อนข้างหวานนี่ครับ”

ฮันฮีตอบกลับไปอย่างห้วนๆ การได้รับคำประเมินว่า ‘ก็ใช้ได้’ จากปากของผู้ชายที่หวงคำชมอย่างคังยุนซองน่ะ ก็ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมได้แล้ว

“อืม ก็เป็นการวิเคราะห์ที่ถูก เพราะเธอ ฉันเลยได้กินคำด่าตามหลังของมีฮเยไปเต็มกระบุงเลย แต่ใครจะไปสนล่ะ เพราะปีนึงก็ไม่มีวันไหนที่มีฮเยไม่ไดเอทเลย”

“เดือนหน้าผมจะหาร้านที่ถูกปากภรรยาของคุณให้นะครับ”

เพราะสุดท้ายแล้วความจริงมันก็เป็นแบบนี้แหละ ฮันฮีเอามือไพล่หลังอย่างเป็นธรรมชาติพลางเอียงหัวไปทางด้านหนึ่ง ทว่าไม่มีคำตอบอะไรกลับมา และเมื่อรู้สึกได้ถึงความเงียบอย่างนาาประหลาด เขาก็เงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มที่ถอดแจ็กเก็ตสูทพากไว้ที่พนักเก้าอี้กำลังมองมาทางเขานิ่งๆ

“ภรรยาของคุณเหรอ”

“.......”

“เมื่อเช้าก็ยังเรียกว่ามาดามชินอยู่เลยนี่”

อีกฝ่ายขุดลงไปยังจุดที่เขาเจ็บปวดโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร ฮันฮีจึงกระแอมไอ

“ไม่ได้เรียกผมมาเพราะเรื่องอื่นเหรอครับ”

“อ่า นั่นสินะ อาจจะต้องเปลี่ยนตารางงานตอนเย็นวันนี้หน่อยนะ เพราะอยู่ๆ ก็มีนัดกะทันหัน ระหว่างทางที่กลับมา​”

“ตารางงานเหรอครับ”

ตารางงานที่ไม่ผ่านห้องสังเกตการณ์ มันเป็นไปไม่ได้ นอกจากจะเป็นตารางส่วนตัวของชายหนุ่มเอง และตัวเขารวมถึงเลขาทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องรู้ตารางส่วนตัวของเจ้านายด้วย

“วันนี้ตอนสี่ทุ่ม สถานที่คือ ฮีรักจอง อีกฝ่ายหนึ่งก็คือ ...ประธานจังของจินยัง”

คำยกย่องว่า 'ท่าน' ที่หายไปหนึ่งจังหวะเหมือนไม่อยากเติมลงไปเลยนั้น เป็นการพิสูจน์สภาพอารมณ์ได้ชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ฮันฮีพยักหน้าอยู่ในใจ ฝ่ายตรงข้าใเป็นบุคคลที่คุ้มค่าในการทำความรู้จัก

‘จินยัง’ บริษัทในเครือของ วายเจ มอเตอร์ เป็นบริษัทคู่แข่งที่ถูกนิยามด้วยคำว่า ‘คู่แข่งที่เจตนาดี’ กับ ‘ชินซากรุ๊ป’ มาเป็นเวลานาน ไม่ได้มีแค่สิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่เกลียดในสิ่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทั้งสองบริษัทกำลังรักษาความสัมพันธ์ที่ถึงจะดุเดือดแต่ก็ละเอียดอ่อนต่อกันอยู่

เมื่อมองจากภายนอกจึงดูไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่แย่อะไรมากมาย แม้ว่าท่านประธานคังจีอุงจะมีสไตล์การบริหารงานที่เฉือดเชือนมากกว่าลูกชายอย่างคังยุนซอง แต่ความสัมพันธ์กับจินยังก็ยังมีท่าทีที่เป็นมิตรเพื่อปรับความสมดุลระหว่างการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างทั้งสองบริษัท

“ถ้าเป็นประธานจังแล้วล่ะก็ ผมสามารถเข้าไปนั่งด้วยได้เหรอครับ”

“ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะมีความจำเป็นอะไรต้องมาบอกเลขาซอกันล่ะ"

พูดได้สวยเลย ฮันฮีค่อยๆ กัดฟันกราม ถึงจะพูดออกมาได้ดี แต่บางครั้งมันก็มักจะกลายเป็นการกระตุ้นอามรณ์คนอื่นแบบนี้

“ทางจินยังเป็นฝ่ายติดต่อมาก่อน แม้กระทั่งฝั่งนั้นก็ยังสนใจทิศทางความเป็นไปของพวกเรา บุคคลที่ยอดเยี่ยมอย่างเขาเรียกให้ฉันไปพบเป็นการส่วนตัว จะไม่ยินดีก็คงไม่ได้”

“มีเหตุผลอื่นอีกไหมครับ”

“เพราะว่าประธานจังไม่ใช่คนธรรมดาๆ น่ะสิ อืม... บางทีอาจจะเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างเหนื่อย เห็นได้ชัดอยู่แล้วจากการที่ตั้งใจเรียกฉันให้ไปพบที่ฮีรักจองในเวลานั้น”

มือใหญ่ที่เพิ่มแรงนวดตรงแถวๆ คอราวกับจะบอกว่าเหนื่อยมานานแล้ว

“มีคำสั่งอะไรพิเศษไหมครับ ถ้ามีสิ่งที่ผมต้องเตรียมเป็นการส่วนตัว เชิญบอกมาได้เลยนะครับ”

“เตรียมตัวเหรอ แค่เตรียมใจไปก็พอ เธอสามารถทำทุกอย่างแบบที่เธอเคยทำมาตลอดได้ สถานที่ก็แค่สถานที่ เพราะดูเหมือนพวกผู้หญิงทั้งหลายคงกำลังรออยู่แน่นอน”

ผู้หญิง... เพราะสถานการณ์ก็คือสถานการณ์ หว่างคิ้วของฮันฮีขมวดกับการปรากฏของคำศัพท์ที่ไม่น่ายินดี ไม่มีทางจะไม่รู้ว่าการได้พบและประสานร่างกายกับผู้หญิงในยามดึกมีความหมายว่าอะไร

ยิ่งกว่านั้น ถ้าเป็นประธานจังของจินยังแล้วล่ะก็ ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชายที่มีชื่อเสียงในเรื่องเหล้า ผู้หญิงและการพนัน คนประเภทที่ว่าต้องมีหญิงสาวถูกจับมานั่งข้างๆ เท่านั้นถึงจะพอใจ ไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนก็ตาม ส่วนข่าวลือที่ฮันฮีได้ยินบ่อยๆ ก็คือประธานจังไม่ได้มีแค่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่มีถึงสองบ้าน...

ไม่สิสามบ้านด้วย

ทว่าคังยุนซองเป็นคนที่จัดการกับตัวเองได้อย่างรอบคอบที่สุดในเรื่องแบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะถูกจับผิดได้ด้วยวิธีไหนและที่ไหน แตกต่างกับประธานจังอย่างสิ้นเชิง

จากการตัดสินใจของเขา นี่เป็นสังคมที่สามารถอัดคลิปหรือบันทึกเสียงอะไรต่างๆ ได้ตลอดเวลาจึงไม่เสียหายที่จะระวังตังไว้ก่อน

“ทราบแล้วครับ อย่างนั้นผมจะเตรียมตัวนะครับ”

สิ่งที่เรียกว่าโลกธุรกิจมีการต้อนรับที่ไม่ดีจนคนทั่วไปจินตนาการไม่ถึงอยู่ไม่น้อย พอๆ กับที่ไม่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยการเขียนหรือพูดคุยด้วยใบสัญญาเสมอไป

สามเดือนที่ผ่านมาฮันฮีมีประสบการณ์มาถึงสองสามครั้ง ยิ่งผู้ชายพวกนี้อยู่ในที่ที่สูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเหตุการณ์ที่ทำตัววุ่นวาย และไม่ยอมเล่นอย่างสุภาพนับไม่ถ้วน ส่วนงานของเขาก็คือ ถึงจะนั่งอยู่ด้วย แต่ก็ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

สไตล์ของยุนซองขึ้นชื่อลือชามาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วจนฝ่ายตรงข้ามต้องยินยอมให้ฮันฮีร่วมอยู่โต๊ะด้วย ซึ่งหน้าที่ของเขาในที่แบบนั้นก็คือแค่อยู่ในที่ที่เดียวกันกับยุนซองเท่านั้น เช่น นั่งอยู่ข้างๆ เจ้านาย หรือไม่ก็ยืนอยู่ข้างหลังเจ้านาย แต่ผลที่ได้รับน่ะยอดเยี่ยม

ไม่ใช่แค่นั่งอยู่เฉยๆ หรอก ฮันฮีรู้ดีว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร พูดได้ว่ามันคือการสังเกตฝ่ายตรงข้าม เพราะเขาเป็นคนหูตาไว ถ้าเป็นการล้อเล่นที่ไร้สาระละก็ เขาจะเป็นคนหยุดมันก่อน และเป็นคนส่งต่อความคิดเห็นของเจ้านายที่อยากให้พูดคุยเรื่องงานอย่างละเอียดแทนแบบเป็นนัยๆ

สิ่งเหล่านี้สุดท้ายมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้บทบาทของชินซากรุ๊ปกับตำแหน่งของคังยุนซองลดลงมาได้ ยุนซองรู้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ต่อหน้าทำเป็นจริงใจ แต่กลับซุบซิบนินทากันลับหลัง

และรวมถึงข้อที่ว่าสุดท้ายแล้วการซุบซิบมันก็จะจบลงแค่การกระซิบเท่านั้น

ความคิดเห็น