โซซอล
facebook-icon

'ริกซ์' เจ้าหญิงผู้ถูกเซ่นสังเวยให้แก่เหล่ามังกรเพื่อความสงบสุขของอาณาจักร เธอคิดเอาไว้ว่าตนเองจะต้องตาย แต่กลับกลายเป็นว่าเธอยังมีชีวิตอยู่เพื่อมอบบางอย่างให้แก่เหล่ามังกร

บทที่ 5-3 ความหมายของเครื่องหมาย

ชื่อตอน : บทที่ 5-3 ความหมายของเครื่องหมาย

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 15:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5-3 ความหมายของเครื่องหมาย
แบบอักษร

ริกซ์จ้องมองไปยังต้นเสียงด้วยใบหน้าที่ยังยิ้มอยู่ และรีบหุบยิ้มลงอย่างเร็ว มังกรเขียวพีริดินที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยืนอยู่ในห้องของริกซ์ด้วยสภาพเปียกฝนอย่างไม่น่ามองนัก เขายิ้มบางๆ แต่ดูจะเปียกฝนหนักอยู่ วูบหนึ่งที่ตกอยู่ในความเงียบงัน เหมือนเป็นแค่ช่วงเวลาที่มังกรเขียวเช็ดน้ำออกจากปากเท่านั้น

เอลฟ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าริกซ์จนถึงเมื่อครู่ก้มหน้าลงอย่างนอบน้อมและหายตัวไป ริกซ์เองก็ก้มหน้าลงอย่างสุภาพ

พีริดินคิดว่าสถานการณ์แบบนี้มีบางอย่างน่าขัดใจ ตอนที่มนุษย์หันหน้าไป รู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปถึงตาตุ่ม เขากำหมัดแน่นและคลายหมัดอย่างไร้เหตุผล เขาไม่รู้เลยว่าทำไมตนเองถึงรู้สึกแบบนี้ ขณะที่จ้องมองไปยังจุดที่เอลฟ์ซ่อนตัวหายไป พีริดินก็เริ่มพูดกับริกซ์

“มนุษย์ เมื่อกี้ทำอะไรน่ะ”

“ไม่ได้ทำอะไร...”

ริกซ์ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นและเอาแต่ส่ายหัว พีริดินตั้งใจจะมองสีหน้าของริกซ์แต่ก็มองไม่ค่อยเห็น เมื่อครู่เขาเห็นแว่บๆ ว่าเธอยิ้ม ถ้าหากเธอทำหน้าแบบที่ทำเมื่อครู่ให้ดูก็คงจะดี

ขณะที่เขาเปลี่ยนตำแหน่งที่ยืนอยู่ เขาก็มองหน้าริกซ์ไปด้วย ทันทีที่หญิงสาวค่อยๆ หน้าแดงขึ้น พีริดินที่กระวนกระวายใจอะไรสักอย่างก็เอ่ยปากขึ้น

“เจ้ากินอะไรบ้างหรือยัง”

ริกซ์ส่ายหัวอีกรอบ

มังกรเขียวเป็นมังกรที่หูดี ก่อนที่พีริดินจะเข้ามาในห้อง เขามั่นใจว่าได้ยินเสียงที่สูงและมีชีวีวามากกว่าปกติอย่างแน่นอน ทำไมอยู่ดีๆ ถึงไม่พูดอะไรเลยนะ ตอนนี้ริกซ์กลับปิดปากสนิทเหมือนเปลือกหอย ทั้งที่น้ำเสียงของเธอนั้นสดใสทำให้อารมณ์ดีแท้ๆ เสียงที่ไม่เคยได้ยินเวลาที่อยู่ด้วยกันเพียงสองคน

“มนุษย์ ถ้าเจ้าตื่นนอนเจ้าต้องหิวสิ”

ทันทีที่พีริดินกุมมือและยื่นหน้ามาใกล้ ริกซ์ก็รู้สึกเกร็งขึ้นมา ทั้งคู่สบตากันเงียบๆ สายตาที่มองมาเป็นสายตาเดียวกับตอนที่กัดต้นคอเธอและบอกว่าจะฟังเสียงของเธอ พีริดินสั่งให้พูดบ่อยๆ เพราะถูกใจเสียงของเธอ แต่เธอจะผ่อนคลายต่อหน้ามังกรได้มากแค่ไหนกันนะ

“ตะ ตอนนี้ข้าไม่อยากกิน... ก็เลยไม่ได้กินค่ะ”

“หื้มม... ข้าสั่งเอลฟ์เตรียมให้เจ้าแล้วนี่ ทำไมไม่อยากกินล่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

พีริดินทำหน้าบึ้งเล็กน้อย ในสายตาของริกซ์ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในชั่วอึดใจเดียวราวกับสายลมที่แปรปรวน ริกซ์สบตากับดวงตาสีเขียวนั้น เพราะความประหม่าจึงทำให้ปลายนิ้วสั่น

“หนาวเหรอ”

พีริดินที่เข้าใจผิดในการกระทำของริกซ์นั้นทำให้ลมอ่อนๆ พัดมา ขณะกำลังผึ่งร่างกายให้แห้ง เขาก็สังเกตสีหน้าของริกซ์อยู่ตลอด พอริกซ์มองสีหน้าของพีริดินที่ดูเหมือนอึดอัด ริกซ์เองก็รู้สึกร้อนวูบวาบที่ต้นคอซึ่งถูกกัดไปเมื่อครั้งก่อน ริกซ์จึงรีบเอ่ยปากก่อนที่จะโดนแบบนั้นอีก

“ท่านมังกร หากร่างกายของท่านเปียกท่านจะหนาวนะคะ”

“อ๋อ อะ อื้ม...”

คงรำคาญที่มีน้ำหยดลงมา ถึงได้พับแขนเสื้อที่ตกลงมาบ่อยๆ เธอได้แต่มองภาพอย่างนั้นของเขา มังกรแสดงท่าทางออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ พวกเขาที่ถูกยกย่องสรรเสริญและดูน่าเกรงขามในทุกย่อมหญ้านั้น หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจะพบว่าพวกเขาอยู่ในระดับเหนือธรรมชาติ หากเหล่ามังกรไม่ได้ทำตามอำเภอใจจนเกินไป ธรรมชาติก็จะไม่ทำอะไรล่วงเกินพวกเขา

แม้แต่ใบไม้ที่ตกลงมาอย่างง่ายดายเพราะสายลมก็ยังไม่ยอมร่วงหล่นลงมาบริเวณที่มังกรอยู่และปลิวหลบไปทางอื่น ไม่ต่างอะไรกับสายฝนเลย และดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนุกไปกับสภาพเปียกปอนนี้ด้วย

น่าจะถูกใจกับน้ำเสียงนั่น สีหน้าของมังกรเขียวดูผ่อนคลายลงมากเมื่อเธอพูดก่อน

“ฝีมือเจ้าคานน่ะสิ”

ริกซ์ยังไม่เข้าใจ เธอมองหยดน้ำที่หยดลงมา แล้วถามซ้ำเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“ชีคานน่ะเหรอคะ”

พีริดินอ่านไมตรีจิตที่ฉายออกมาสั้นๆ จากสายตาของริกซ์ในเวลาที่เธอเอ่ยชื่อมังกรตัวที่สี่ เขาบีบข้อมือของริกซ์ที่ไม่รู้ว่าตื่นเต้นอะไรถึงได้เอาแต่หลุบตาลงบ่อยๆ และหลบตาเขา

พีริดินหาเรื่องที่พอจะคุยกับมนุษย์ได้ มันเป็นเรื่องที่เขาลองทำเสมอเมื่ออยู่กับเธอ เวลาเขามองริกซ์ เหมือนเขาควรพูดอะไรสักอย่าง แต่มันก็นึกไม่ค่อยออก กลายเป็นพูดพึมพำออกไปก่อน เมื่อลองตั้งสติดูก่อนสักพัก เธอถึงเข้าใจว่าพีริดินนั้นพูดอะไรออกมา

“อื้ม ชีคาน...”

เพราะพูดเรื่องของเจ้าสี่ ริกซ์ก็เลยดูสนใจขึ้นมาเล็กน้อย แม้แววตาจะหายไป แต่ดวงตาก็ไม่กะพริบเลยสักครั้ง มังกรเขียวที่สังเกตสีหน้าของริกซ์อยู่นาน

ตาดำของมังกรหรี่ลง พีริดินรู้สึกอึดอัดตั้งแต่ตอนเข้ามาในห้องของริกซ์ แล้วสักพักเขาก็หายอึดอัด เขาไม่สามารถจับความรู้สึกของตัวเองได้เลย

“หมอนั่นกับพี่รองมีความสัมพันธ์ไม่ค่อยดีต่อกันน่ะ ตั้งแต่กลับมาจากปราสาทก็เป็นแบบนั้น”

“อย่างนั้นเองเหรอคะ...”

ริกซ์รับรู้และพยักหน้า นั่นก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่โมร์ฟิสเล่าให้ฟัง แค่นึกถึงเรื่องความแตกต่างด้านกายภาพ มังกรไฟผู้ควบคุมความร้อนกับมังกรน้ำเงินผู้ควบคุมความเย็นก็คงจะเข้ากันไม่ได้จริงๆ 

นิสัยใจคอก็เหมือนจะคนละขั้วกัน ที่บอกว่าแค่เจอหน้าก็จะสู้กันนั้นเห็นจะจริง ดูๆ ไปแล้ว ในตอนแรกที่เจอกันเธอก็เห็นเพลซันกับชีคานคำรามใส่กัน

หากขอให้ชีคานยอมอ่อนข้อลง ก็คงส่งผลต่อพีริดินที่เป็นมังกรเหมือนกันสินะ

“ท่านดูไม่ค่อยสบายนะคะ”

ไม่รู้ว่าจะทำให้ร่างกายแห้งหรือแค่เล่นสนุก พีริดินเรียกลมมาแรงๆ แรงขนาดที่เส้นผมของริกซ์แทบจะถูกลมทึ้ง เส้นผมสีเขียวเข้มที่มีหยดน้ำฝนชุ่มอยู่และน้ำหยดจากเสื้อไหลลงพื้นจนพื้นเปียกโชก

ริกซ์หยิบผ้าที่ได้รับมาจากเอลฟ์เมื่อครู่ส่งให้พีริดิน เขาเบิกตากว้างและไม่ได้ยื่นมือไปรับผ้าผืนนั้นมา ริกซ์จึงเอาผ้าไปเช็ดให้เขาแทน และเมื่อรู้สึกว่าตัวเองทำเกินตัวไปจึงได้หยุดการกระทำนั้น

ดวงตาสีเขียวมองตามผ้าที่ริกซ์ถือเอาไว้ ถ้าเข้ามาใกล้อีกนิดก็ได้สัมผัสแล้ว มันเป็นแค่ผ้านุ่มผืนเล็กๆ ผืนหนึ่งเท่านั้น แต่เพราะมนุษย์เป็นคนถือไว้มันถึงได้ดูพิเศษ

ขณะที่มองตามสิ่งนั้นด้วยสายตาเสียดาย พีริดินก็นึกคำสุดท้ายที่ริกซ์คุยกับเอลฟ์ขึ้นมาได้

‘ขอบคุณนะโมร์ฟิส ข้าสบายใจขึ้นมากเลย’

เธอพูดแบบนั้น ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าไม่สบายใจ จะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไรกัน

“มนุษย์ เจ้าคือ... เจ้าไม่สบายเหรอ”

“อะไรนะคะ”

แม้ริกซ์จะถามซ้ำว่าสิ่งที่มังกรเขียวพูดนั้นหมายความยังไง แต่เขาก็เพียงแค่มองเธอตรงๆ และไม่อธิบายอะไรแม้แต่นิดเดียว มังกรเขียวนั้นหูดี เขาอาจจะได้ยินสิ่งที่เธอคุยไม่มากก็น้อย

ตอบไปตรงๆ ดีไหมนะ ในฐานะที่เป็นมนุษย์ ความจริงมังกรคือสิ่งที่ทำให้ไม่สบายใจ ธรรมชาติอันกว้างใหญ่ที่ถูกหลอมรวมให้เห็นได้ในตาเดียวนั้นทั้งน่าอัศจรรย์ ทั้งน่ากลัว

แม้ว่าที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นรูปลักษณ์ขนาดเท่าคน แต่ความเกรงกลัวก็ไม่ได้หายไปเลย เวทมนตร์ของมังกรเข้ามาภายในร่างกาย เธอก็คุ้นเคยในสิ่งนั้นแล้วเหมือนกัน แต่มังกรก็เป็นชาติพันธุ์ที่สูงส่งกว่ามนุษย์ผู้ต่ำต้อย

“ไม่สบายงั้นเหรอ... เป็นไปไม่ได้”

พีริดินลืมสิ่งที่จะพูด และเขาก็ยอมรับท่าทางของริกซ์ที่กำลังสับสน และสุดท้ายก็ถามริกซ์ซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ

“เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม”

“ท่านพูดเรื่องอะไร...”

พีริดินทำหน้าตาน่าสงสารออกมา ริกซ์ไม่เข้าใจเลยว่าเขาทำหน้าแบบนั้นทำไม

“เจ้าไม่ชอบกลิ่นของข้าเหรอ ถ้าข้าสัมผัสแล้วเจ้ารู้สึกไม่ดีเหรอ”

“อะไรกันคะ ทะ ที่ท่านพูดน่ะ...”

“ที่ข้าพูดถึงคือ ข้าถามเจ้าว่า เจ้าสบายใจเวลาที่เจ้าอยู่กับข้า มากกว่าเวลาอยู่กับคนอื่นๆ ไม่ใช่เหรอ”

“อืม... ก็ประมาณนั้นค่ะ”

นั่นคือความจริง ไม่รู้ว่าเพราะพ่อมดใช้มนตร์ดลใจหรือเปล่า แต่เหมือนเธอได้กลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกดีจากมังกรตลอด และมังกรเขียวก็มีกลิ่นนั้นรุนแรงที่สุด

เหมือนได้กลิ่นหอมของป่าหลังจากที่ฝนขาดเม็ดออกมาจากจากมังกรเขียวพีริดินที่เปียกฝน ปกติแล้วลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่ตามติดเขามานั้นจะผสมเข้ากับกลิ่นดอกไม้ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นดอกไม้ชนิดไหน แต่ยิ่งเขาอารมณ์ดีเท่าไหร่ กลิ่นนั้นก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และเธอก็จะรู้สึกผ่อนคลายและมึนเหมือนกับเมากลิ่นนั้น

โดยเฉพาะคำพูดของพีริดิน มีบางอย่างที่แตกต่างไปจากมังกรที่หยิ่งยโสตัวอื่น เสียงที่เข้ามาโอบล้อมอย่างเชื่องช้า ดวงตาอ่อนโยน ทุกความรู้สึกที่ฟุ้งออกมาของเขาเป็นเช่นนั้น แต่ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ

ทันทีที่ริกซ์ตอบไม่ได้และลังเลใจ เธอก็ถูกจับที่ท้ายทอย ระหว่างสติหลุดหายไป สิ่งนุ่มหยุ่นก็ควานเข้ามาในปาก แม้ว่าจะดันออกเพราะหัวใจที่เต้นรัว แต่ก็ไม่สามารปฏิเสธได้เลย ริกซ์ปล่อยให้เขาทำตามใจ น้ำลายที่ทั้งหวานและหอมทำให้ภายในปากเปียกชุ่ม แล้วค่อยๆ ไหลย้อยออกมา

“อึ้ก...”

มือที่เคยจับท้ายทอยนั้นเริ่มเลื่อนมาคลึงแก้มและหู เมื่อลูบใบหูด้านนอก จากนั้นก็เลื่อนลงมาหยอกล้อที่ติ่งหู และใช้เล็บแหลมเกาที่หนังศีรษะเบาๆ มืออีกข้างที่ลูบแก้มก็ย้ายไปที่คาง นิ้วลื่นๆ ไม่มีส่วนไหนที่หยาบกร้านนั้นจับหัวของริกซ์และทั้งร่างก็รู้สึกเสียวซ่าน

ขณะที่มัวเมาอยู่กับความหวานที่กวาดต้อนอยู่ภายในปากอย่างนุ่มนวล และผละริมฝีปากออกไป ระหว่างลมหายใจอุ่นๆ น้ำลายเชื่อมต่อกันราวกับเส้นด้ายสีเงิน เธอเหมือนจะหมดแรงแล้ว แต่เขาก็เข้ามาใกล้อีกครั้ง ครั้งนี้ริมฝีปากแดงและนุ่มนั้นเลียไม่กี่ครั้งก็ผละออกไป พีริดินชนหน้าผากกับริกซ์ และยกหางตาขึ้น ลมเอื่อยๆ พัดมา

“รู้สึกดีไหม สบายรึเปล่า”

ริกซ์ถอนหายใจยาว เธอลังเลก่อนจะเอ่ยออกมา

“ท่านมังกร ข้าไม่รู้ว่าท่านต้องการอะไร”

“อะไรของเจ้า”

“ข้า ข้าไม่ได้ขาดอะไรเลยค่ะ”

“...ที่เจ้าคุยกับเอลฟ์แล้วรู้สึกสบายใจน่ะ เจ้าคุยอะไรกัน”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น