Hecatia3120
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แข่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 19:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แข่ง
แบบอักษร

​หลายวันต่อมา

 

ตำหนักฮองเฮา

 

"ชุดนี้หม่อมฉันเพิ่งทำเสร็จจึงนำมาถวายเพคะ" เยว่จือนำชุดกี่เพ้าที่ส่วนบนมีขนสัตว์คลุมถวายให้แก่ฮองเฮา อีกไม่ถึงเดือนจะปีใหม่แล้วอากาศคงจะเย็นขึ้นไปอีก

 

"ชุดนี้ช่างออกแบบได้แปลกตานัก เอ๊ะกลิ่นนี่" หลี่ฮองเฮามีอาการแปลกใจเล็กน้อยเมื่อนางได้กลิ่นหอม​อ่อนๆจากชุดนี้

 

"กลิ่นกุหลาบเพคะ หม่อมฉันลองทำเครื่องหอมดูเลยลองนำผ้านี้ไปอบกับกุหลาบแห้งที่ทำเป็นเครื่องหอมเพคะ"

 

"ดีมาก! นับวันเยว่จือของข้ายิ่งพัฒนาขึ้นเรื่อยๆแล้ว มานี่สิข้ามีรางวัลจะให้" กล่องต่างหูคู่หนึ่งถูกส่งให้แก่เยว่จือ นี่ไม่ใช่ของชิ้นแรกที่นางได้รับแต่นางก็ทราบซึ้งทุกครั้งที่ได้รับมา

 

"ขอบพระทัยเพคะ"

 

"เสด็จแม่" เทียนจินที่ได้รับคำสั่งให้มาเข้าเฝ้ารีบเดินทางจากสนามฝึกซ้อมมาทันที ปกติเสด็จแม่จะไม่รบกวนเวลาของเขาเลยหากไม่จำเป็น ครั้งนี้คงมีเรื่องสำคัญ

 

"มาแล้วรึ แม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เรื่องนี้แม่คุย กับเฟยเทียนแล้วแต่น้องเจ้าดื้อรั้นนักคงหวังได้แค่เจ้าคนเดียว"นางเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ

 

"เรื่องนี้หรือว่า...!!"

 

"เรื่องการเเข่งขันเพื่อขึ้นเป็นรัชทายาท"พระนางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เยว่จือที่เห็นว่านี่เป็นเรื่องสำคัญนางจึงค่อยถอยออกมา

 

"เยว่จือเจ้าอยู่ก่อน" หลี่ฮองเฮาเรียกนางเอาไว้ก่อนนางจะออกไป

 

"เอ่อ..เพคะ"

 

"องค์ชายปีนี่เจ้าก็อายุสิบเก้าขวบปีแล้วแม่อยากให้เจ้าเริ่มสร้างผลงานให้เสด็จพ่อของเจ้าเห็นเสียที"

 

"ข้าพยายามอยู่พ่ะยะค่ะเสด็จแม่"

 

"อืม เจ้าเป็นถึงโอรสของฮองเฮา องค์ชายหนึ่งเป็นแค่ลูกของนางสนมเจ้าจะแพ้ไม่ได้เข้าใจรึไม่"

 

"ส่วนเยว่จือ ในฐานะที่เจ้าสนิทกับองค์ชายหก ข้าอยากจะถามเจ้าเสียหน่อยว่าทางนั้นเป็นเช่นไรบ้าง มีแผนจะทำสิ่งใดรึไม่"

 

คำถามง่ายๆที่สร้างความหนักใจให้นางเป็นอย่างมาก นางควรขายสหายตนเองหรือ? แต่หากไม่ตอบไม่เท่ากับนางกำลังปิดบังอยู่หรอกรึ!?

 

"เอ่อ...คือ"เยว่จือไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย มือบางเริ่มเย็นเฉียบขึ้นมา เรื่องนี้พูดไปก็เหมือนเรื่องเล็ก แต่นี่อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้หากนางพูดออกไป

 

"นางไม่รู้หรอกพ่ะยะค่ะ นางว่างเมื่อไรข้าก็ให้นางตัดชุดให้ วันๆอยู่แต่โรงเย็บปัก"คำตอบของเขาทำนางเงยหน้ามองอย่างตกตะลึง ทำไมเขาช่วยนางเล่า

 

"หึๆออกไปได้แล้ว"

 

"เพคะ"

 

"แตะต้องไม่ได้เชียวนะ"รอจนเยว่จือออกไปนางจึงพูดขึ้นมา

 

"ข้าแค่พูดตามความจริง" คนปากแข็งยังคงไม่ยอมรับง่ายๆ

 

"หึ ไปเตรียมตัวให้พร้อมเถิด ใกล้ที่สุดคือช่วงขึ้นปีใหม่ เจ้าต้องหาผลงานมาให้พ่อของเจ้าดู"

 

ทางด้านเยว่จือที่ออกมาก่อนก็กำลังจะตรงกลับโรงเย็บปักพอดีแต่ระหว่างทางก็พบกับ     องค์ชายสี่ ห้า และเจ็ดเสียก่อน

 

"จะรีบไปที่ใดเล่า"เป็นองค์ชายห้าที่มาขวางนางเอาไว้ องค์ชายห้าดูไปแล้วนิสัยใจคอก็ไม่ต่างจากองค์ชายหกเท่าไหร่ จะต่างก็ตรงที่ค่อนข้างทำตัวเหลวไหล

"ถวายพระพรเพคะ"นางเอ่ยขึ้นอย่างจำใจเอาเถิดในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องเผชิญหน้า

 

"พี่ห้ามีอะไรกับนางกำนัลผู้นี้รึ"องค์ชายเจ็ดเอ่ยถามขึ้น องค์ชายเจ็ดแม้จะอายุน้อยกว่านางแต่ก็ฉลาดเฉลียว

 

"ข้าเห็นนางเป็นคนโปรดของฮองเฮาก็เลยทักทายเสียหน่อย" ทักทายอะไรเขากำลังแกล้งนางอยู่ชัดๆ ไม่ยอมสั่งให้นางลุกขึ้นเช่นนี้

 

"นางเป็นคนโปรดของพี่สองท่านอย่าไปยุ่งกับนางเลย"องค์ชายเจ็ดเอ่ยเตือนสติพี่ชาย หากทำองค์ชายสองไม่พอใจอะไรก็เกิดขึ้นได้

 

"หึ! คิดว่าข้ากลัวรึ!"

 

"น้องห้าเจ้าพูดมากเกินไปแล้ว เจ้ามีอะไรก็ไปทำเถิด"เป็นองค์ชายสี่พูดขึ้นหลังจากนิ่งดูสถานการณ์อยู่นาน

 

"ทูลลาเพคะ" เมื่อมีคนเอ่ยปากช่วยนางก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

 

"ว้าย!!!!"ในขณะที่นางกำลังก้าวออกจากตรงนั้นเองก็สะดุดเข้ากับเท้าของใครบางคน ใครบางคนที่นางไม่สามารถเอาผิดเขาได้!

 

ฟลึ่บ!

 

"><"

 

"ลืมตาเถิดเจ้าไม่เป็นอะไรแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างหูจนนางต้องรีบลืมตามอง องค์ชายสี่ช่วยนางเอาไว้ แต่ที่แย่กว่านั้นคือเขากับนางอยู่ในท่าทางที่เหมือนกับโอบกอดกันอยู่!

 

นางรีบผละตัวออกมาทันที คนพวกนี้ช่างอันตรายจริงๆ นี่คงเป็นแค่การเริ่มต้นสินะ

 

"พี่สี่!"เป็นองค์ชายห้าที่เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ก็แน่ล่ะเขาเป็นคนแกล้งนางนี่!

 

"เมื่อครู่เจ้าแค่สะดุดขาตนเอง ไม่มีใครกลั่นแกล้งอะไรทั้งนั้นเข้าใจรึไม่?"ถามด้วยน้ำเสียงกดดันขนาดนี้นางคงตอบอย่างอื่นได้หรอกนะ เมื่อครู่ที่ช่วยนางก็คงเพราะกลัวนางจะฟ้องฮองเฮาเท่านั้น

 

"พี่สี่!นางจะพูดอะไรก็ช่างนางสิ นางทำอะไรเราไม่ได้เสียหน่อย "

 

"พี่ห้าข้าว่าเรากลับไปคุยที่ตำหนักดีรึไม่" องค์ชายเจ็ดส่งสายตาห้ามปรามพี่ชายเอาไว้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆอย่างที่คิด

 

"หึ!"

 

"ไปกันเถิด"องค์ชายสี่เดินนำออกไปก่อน องค์ชายห้าหันมามองนางแวบหนึ่งก่อนจะเดินตามพี่ชายออกไปโดยมีองค์ชายเจ็ดตามไปติดๆ

 

"อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย"เยว่จือถอยถอนหายใจออกมาอย่างปลงไม่ตก ต่อไปนางคงต้องระวังตัว หลบได้คงต้องหลบ ไม่อย่างนั้นคงเป็นเรื่องเข้าสักวัน

 

เรือนพัก

 

"เจ้าไปไหนมา"เทียนจินที่มารออยู่นานเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ เขาออกมาทีหลังแต่กลับมาถึงก่อนนางเสียอีก

"คือข้า...ข้าเดินเล่นเพลินไปหน่อยเพคะ" เอาเถิดถ้าบอกความจริงไปชีวิตนางคงไม่สงบสุขเป็นแน่ ด้วยนิสัยใจร้อนนี่เดี๋ยวเขาคงทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่จนได้

 

"เจ้าแน่ใจ?"เค้นเสียงถามอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ

 

"ข้าแน่ใจ ข้าจะโกหกไปทำไมกันเพคะ "

 

"ไม่พูดก็แล้วไปเถิด อย่าให้ข้ารู้ก็แล้วกัน"เอ่ยขึ้นอย่างคาดโทษ สีหน้านางกังวลขนาดนั้นคงมีเรื่องอะไรแน่ๆ นางไม่พูดเขาคงต้องไปสืบเอาเอง

 

"ข้าไม่ได้ไปหาชายที่ไหนมาหรอกน่า กลัวจะมีคนแถวนี้หึงหวงเอาอีก คราก่อนแผลที่แขนยังไม่หายดีเลย" นางเอ่ยมาเช่นนี้ทำเอาเขาไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว ก็ตอนนั้นเขาหึงจริงๆ ผิดพลาดครั้งเดียวนางจะล้อเขาไปตลอดเลยรึไร

 

"แฮ่ม ข้าไม่ได้หึง ข้าจะไปหึงนางกำนัลของเสด็จแม่ทำไมกัน"ทั้งที่พูดไปเช่นนั้นแต่กลับเขินอายจนหน้าขึ้นสี

 

เยว่จือเกือบจะโกรธเขาอยู่แล้วถ้าไม่เห็นหน้าแดงๆของเขาที่นางมองว่ามันน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริงๆ เห็นแบบนี้ใครเลยจะโกรธลง

 

"ไม่หึงก็ไม่หึงเพคะ เมื่อหลายวันก่อนมีคนเอาดอกไม้ เครื่องประดับมาให้ข้าตั้งมากมายข้าอาจจะเลือกรับไว้สักชิ้นสองชิ้น" นางเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย ปรายหางตามองปฏิกิริยาของเขาเล็กน้อย

 

"ห้ามรับเด็ดขาด!! เจ้าอยากได้อะไรดอกไม้ชนิดไหนข้าจะให้คนปลูกให้ ส่วนข้าวของแค่เจ้าบอกข้าจะหามาให้ ห้ามไปรับของใครเด็ดขาด!"

 

"คิกๆ สามปีมานี้ข้าว่าองค์ชายจะพูดมากขึ้นเรื่อยๆเเล้วนะเพคะ" จริงของนางเมื่อก่อนเขาแทบไม่พูดด้วยซ้ำเพราะมันไม่จำเป็นที่จะต้องเปลืองน้ำลายพูดอะไรมากมาย แต่ตั้งแต่มีนางเขาก็กลายเป็นคนพูดมากเช่นนี้

 

"คิกๆ" เสียงหัวเราของนางทำให้เทียนจินหลุดออกจากความคิดตนเอง นี่นางแกล้งพูดให้เขาหึงหวงใช่รึไม่!

 

"เห้ออ มีนางกำนัลผู้หนึ่งกล้าโกหกองค์ชายเจ้าว่าข้าจะลงโทษนางเช่นไรดี" 'ลงโทษ'เยว่จือได้ยินคำนี้ก็ให้นึกถึงที่เขาพูดคำนี้เมื่อคราก่อน ลงโทษด้วยการขโมยจุมพิตแรกของนาง!

 

นิ้วเรียวยาวถูกยกขึ้นมาจับริมฝีปากบางอย่างลืมตัว แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นเห็นเขามองนางแล้วยิ้มล้อเลียนมาให้ก็รีบเอามือลงทันที

 

"อะ องค์ชายควรจะเมตตาปล่อยนางไปเพคะ^^' " นางถอยออกมาให้ไกลจากเขาอีกนิด เว้นระยะเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและริมฝีปาก

 

"ข้าไม่ใช่คนใจดีเสียด้วยสิ^^" เขายิ้ม!!! รอยยิ้มแบบนี้เห็นที่ไรก็พาให้หลงใหลเคลิบเคลิ้มทุกที เป็นรอยยิ้มที่อันตรายยิ่ง! กว่าจะหลุดจากภวังค์รู้ตัวอีกทีก็ถูกแขนของเขาโอบตัวนางมา กอดแล้ว!

 

ฟอดดด

 

"><"

 

"เจ้าใช้เครื่องหอมอะไร....ข้าชอบ"

 

"มะ ไม่ได้ใช้เพคะ ><"

 

"อืมม เช่นนั้นหรอกรึ"

 

"อะ องค์ชายปล่อยเยว่...!!!!"เอาอีกแล้ว!คนผู้นี้เขาขโมยจุมพิตนางอีกแล้ว!!><

 

"อืมมม" ยังไม่หยุดอีก!>< ครั้งนี้มันยาวนานกว่าครั้งแรกเสียอีก>Δ<

 

"อื้อออ"นางเริ่มขาดอากาศแล้วนะเมื่อไหร่จะพอเสียที!

 

ตุบ ตุบ!

 

เยว่จือเริ่มทุบเจาเบาๆ นางไม่ไหวแล้ว ตัวนางก็แค่นี้จะให้ปอดนางเท่าช้างก็คงเป็นไปไม่ได้ เขาจะจูบนางจนนางขาดอากาศตายเลยรึไง!

 

"แฮ่กๆๆ"ทันทีที่ได้รับอิสระร่างบางก็หอบอย่างหนัก รีบโกยอากาศเข้าปอดทันที

 

"วันหลังข้าจะพาเจ้าไปวิ่งไปฝึกซ้อมกับทหาร^^ จะได้แข็งแรงกว่านี้ " เหอะๆจะได้แข็งแรงรึ ท่านจะได้หลอกจุมพิตข้านานขึ้นน่ะสิคนโลภ!

 

"มีอะไรก็พูดออกมาเถิด ก่นด่าในใจข้าไม่ได้ยินนะ เดี๋ยวอกแตกตายเสียก่อน^^" ไหนใครที่บอกว่าองค์ชายโหดเหี้ยมเย็ยชามันอยู่ไหน กวนประสาทกันขนาดนี้เนี่ยน่ะรึ!

 

"จุ๊ๆ ข้าบอกว่าเดี๋ยวอกแตกตายอย่างไรเล่า ข้ายังไม่ทันได้รับคำขอแต่งงานจากเจ้าเลยอย่ารีบตายจากข้าสิ" รับคำขอแต่งงานจากนางรึ! ตอนนางนางใช้อะไรคิดกันว่าจะตามหาเขาแล้วแต่งให้เขา คิดผิดจริง!!><

 

"มีแต่คนอยากแต่งกับข้านะ เจ้าควรดีใจที่ข้าเก็บร่างกายจิตใจไว้รอเจ้ามาสู่ขอน่ะ"            

 

กรี๊ดดดดดดดด ขอกรีดร้องตรงนี้ได้รึไม่! คนบ้านี่พูดมาได้ไม่อายปากจริงๆ!!

 

"ข้ารออยู่นะ^^" พูดจบก็เดินยิ้มอารมณ์ดีออกไป

 

"กรี๊ดดดดดดดดด องค์ชายสอง!ท่านมันบ้า!คนหลงตัวเอง!!!"ไม่ไหวแล้วรักษากิริยาอะไรไม่สนแล้ว!คนอะไรหลงตัวเองเป็นที่สุด รอข้าสู่ขอรึ! คิดแล้วอยากจะบีบคอท่านนัก!!!

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น