ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 23: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา] NC+18 ขอเพียงได้พบเธอทุกวัน 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 23: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา] NC+18 ขอเพียงได้พบเธอทุกวัน 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 02:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 23: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา] NC+18 ขอเพียงได้พบเธอทุกวัน 100%
แบบอักษร

HATE LOVE 23: ​ขอเพียงได้พบเธอทุกวัน

หลังจากงานประมูลเครื่องเพชรจบลง...


ปวันอยู่จนส่งแขกผู้มีเกียรติออกจากงานไปหมดครบทุกคนแล้วเขาก็ควงคู่กับคุณหญิงวิภาเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง เหล่าคนงานที่มาช่วยงานต่างก็เร่งมือในการทำความสะอาดพื้นที่แต่สายตาของเขานั้นกำลังมองหาใครบางคนอยู่ ปวันเดินตรงไปหากลุ่มพนักงานสาวที่เขาเพิ่งรับเข้ามาทำงานใหม่ "เห็นกันตาไหม?" 


"กลับบ้านแล้วค่ะ เพิ่งออกไปเมื่อสักครู่นี้เอง" หนึ่งในนั้นตอบกลับเขาก่อนที่พวกเธอเองก็จะขอปลีกตัวแยกย้ายกลับไปพักผ่อนเช่นกัน


คุณหญิงวิภาลอบสังเกตสีหน้าของลูกชาย "กันตานี่ใช่เด็กพาร์ทไทม์ลูกชอบพูดถึงบ่อยๆหรือเปล่า? สารภาพมาซะดีๆนะ"


ชายหนุ่มยิ้มแล้วสวมกอดคนเป็นแม่หลวมๆ "ก็...แม่คิดแบบไหนก็เป็นแบบนั้นนั่นแหละครับ เด็กคนนี้น่ารักนะ คราวนี้ไม่หลอกตาแน่นอน"


"ให้มันจริงเถอะ แม่น่ะยังเข็ดจากแม่ชะเอมนั่นยังไม่หายเลย เรื่องชาติตระกูลอะไรคงไม่สนอีกแล้วล่ะขอแค่ปวันเลือกถูกคนก็พอ" คุณหญิงวิภาเองก็ยังคงเป็นกังวลใจเพราะดูแล้วลูกชายของเธอคงจะไม่เข็ดเรื่องความรัก หวังว่าคราวนี้เขาจะนำบทเรียนที่เกิดขึ้นมาเป็นแนวทางในการใช้หัวใจมากกว่าความหลงไหล


ทางด้านกันตา...


หญิงสาวเดินออกมาจากโรงแรมแล้วเดินตามลำพังตามท้องถนนใจกลางเมืองที่ยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คน ก่อนหน้านี้เธอได้โทรหาผู้เป็นแม่เพราะเกรงว่าคนที่กำลังรออยู่นั้นจะกังวลเกินไป ระหว่างนั้นในหัวก็มีเรื่องให้คิดวกวนอยู่ตลอดจนหัวใจเธอมีอาการสั่นไหว กันตาใช้เวลาอยู่สักพักเพื่อคิดทบทวนความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและปวันจนกระทั่งได้คำตอบแล้วว่า...ในใจเธอตอนนี้ถูกเขาบุกยึดพื้นที่ไปหมดแล้ว


"หยุดคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว เขาเป็นเจ้านาย เราเป็นลูกจ้างนะ!!" ดูจากวันนี้แล้วกันตาก็ยิ่งเห็นความแตกต่าง เขาอยู่อีกสังคมหนึ่งส่วนเธอก็อยู่อีกสังคมหนึ่งซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แบบนี้แม้แต่จะยืนอยู่ข้างๆเขายังไม่กล้าเลย "โอ๊ย!! ทำไม่เป็นอะไรแบบนี้นะเรา บอกว่าอย่าคิดๆ หยุดคิดๆ!!" กันตาบอกกับตัวเองซ้ำๆในระหว่างที่ที่กำลังจะเดินไปยังป้ายรถเมล์


"หยุดคิดอะไรหรอครับ?" 


"!!?" หญิงสาวหยุดชะงักแล้วหันไปทางถนน รถหรูคันนั้นเธอคุ้นเคยดีรวมถึงเจ้าของเสียงที่พูดกับเธอเมื่อสักครู่นี้ด้วย "คุณปวัน ยังไม่กลับอีกหรอคะ?"


"ก็ผมรอไปส่งกันย์ก่อนนี่ครับ ขึ้นรถเถอะดึกแล้วถ้าปล่อยให้ขึ้นแท็กซี่กลับคงไม่ได้ ผมเป็นห่วง" ปวันลงจากรถแล้วเดินตรงเข้ามาหาเธอ "อย่าเพิ่งเดินหนีผมได้ไหม?"


"กันย์เปล่าหนีค่ะ แค่...เกรงใจ วันนี้พ่อกับแม่คุณก็มาด้วยเลยไม่รบกวนดีกว่า" กันตามองคนตรวหน้าก็ได้เห็นแววตาของอีกฝ่ายไม่นานก็เอ่ยชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "คุณปวัน"


ปวันยิ้มตอบเสียงเรียก "ผมไม่รู้หรอกนะว่าทำไมแต่...ผมรู้สึกว่ากันย์กำลังกังวล บอกแล้วไงครับว่าผมไม่รีบ ขอแค่หลังจากนี้ได้เห็นหน้ากันย์ทุกวันก็ยังดี"


ตึกตักๆ ตึกตักๆ...


"ไปกันเถอะครับ คุณแม่ของกันย์คงรอแย่แล้ว" เขายังคงแสดงสีหน้าที่ดูมีความสุขกับสิ่งที่ทำ กันตาก้มหน้าสักพักไม่นานก็ตัดสินใจที่จะทำตามข้อเสนอของเขา


เป็นใครก็ต้องรู้สึกคิดมากแบบเธอเป็นธรรมดา แต่อนาคตหลังจากนี้ก็ของให้มันเป็นไปตามที่โชคชะตาลิขิตเอาไว้จะดีกว่า หากว่าฝืนทำอะไรที่นอกเหนือจากนั้นคงไม่ได้เจ็บแค่ฝ่ายเดียว


#####


อีกคู่ที่เพิ่งจะได้ปรับความเข้าใจกันเสียที...


บ้านพักตากอากาศริมทะเลของตระกูลรัตนโยธิน...ครอบครัวใหญ่วางแผนจะจัดงานวันเกิดของภาคย์และภัทธิรา ณ สถานที่แห่งนี้โดยที่วันเกิดของแฝดคู่นี้จะมาถึงอีกสองวัน โดยที่พวกเขาได้พาอินทุกรมาร่วมในกิจกรรมนี้ด้วยและเป็นการพักผ่อนไปในตัว


ยามบ่ายที่แสงแดดสาดส่องแรงกล้า อินทุกรเดินสำรวจห้องนอนใหญ่ของบ้านพักต่างอากาศริมทะเลที่หน้าต่างเปิดออกไปก็พบท้องทะเลสีคราม แสงแดดส่องกระทบผืนน้ำเป็นระยิบระยับราวกับอัญมณีล้ำค่า เธอยืนมองมันอยู่แบบนั้นอยู่นานโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิด ไม่นานก็มีอ้อมแขนที่คุ้นเคยเข้ามาโอบรัดร่างกายของเธอไว้


ฟอด...


ภาคย์จรดปลายจมูกลงบนแก้มนวล นานแล้วที่เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเธอตามลำพังท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้ "ยืนดูอะไรอยู่หืม?"


อินทุกรขยับตัวเล็กน้อย "แค่ดูบรรยากาศค่ะ ที่นี่สวยและก็เงียบมาก...อุ่นชอบมากเลยล่ะค่ะ ว้าย!! พี่ภาคย์ทำอะไรคะ?" หญิงสาวตกใจจนหน้าตื่นเมื่อเขาช้อนตัวอุ้มเธอลอยขึ้น แววตากรุ้มกริ่มของผู้ชายที่เคยเย็นชากับเธอคนนี้ทำให้ได้รู้ถึงความต้องการที่แท้จริงของเขา "เดี๋ยวใครเข้ามาเห็นหรอกค่ะ"


"อุ่นเพิ่งเคยมาที่นี่ เดี๋ยวพี่จะพาไปทำความคุ้นเคยกับเตียงนอนก่อนก็แล้วกัน"


ฟุบ !!


"อุ่นไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ" อินทุกรทำแก้มป่องทันทีที่เขาวางเธอลงบนเตียงกว้าง "อื้อ พี่ภาคย์คะ"


"รู้แล้วว่าไม่ใช่เด็ก" ตาคมหลุบมองหน้าอกของหญิงสาวโดยที่มือของเขาเองก็สัมผัสมันไปด้วย ใบหน้าคมคายโน้มซุกไซ้ซอกคอขาวก่อนจะจูบเธอเบาๆซ้ำหลายรอบ


คิดถึงเธอเหลือเกิน...


ก่อนหน้านี้ที่เกิดเรื่องราวต่างๆมันทำให้เขาได้รับรู้ว่าใจของเขาเรียกร้องหาเธออยู่ตลอด เพียงเพราะเอาความผิดหวังในอดีตมาเป็นตัวตัดสินจึงทำให้เกือบจะเสียเธอไปจริงๆ จากนี้จะไม่ยอมให้ต้องเป็นแบบนี้ จะไม่ปล่อยให้เธอหายไปอีก


"พี่รักอุ่น" เสียงทุ้มกระซิบบอกรักเะอข้างใบหู "ได้โปรด อย่าทิ้งพี่ไว้คนเดียวอีกได้ไหม?"


สอมือเล็กของอินทุกรประคองใบหน้าของเขาเอาไว้ "อุ่นไม่เคยทิ้งพี่ภาคย์ มีแต่พี่ภาคย์นั่นแหละค่ะที่ชอบปล่อยให้อุ่นอยู่คนเดียว"


จุ๊บ !!


ภาคย์จูบเธออีกครั้งเพื่อให้เธอมั่นใจในความรู้สึกของเขา "ไม่มีอีกแล้ว ไอ้ภาคย์คนั้นมันตายไปแล้ว ตอนนี้มีแต่พี่ที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้อุ่นมีความสุขที่สุด"


"อุ่นเชื่อพี่ภาคย์ค่ะ" สิ้นเสียงหวานเขาก็ใช้ร่างกายจู่โจมเธอในทันที ร่างเล็กอยู่ภายใต้อาณัติได้ถูกเขาสะกดด้วยรสจูบอันแสนอ่อนโยนซึ่งแฝงไปด้วยความเร่าร้อน 


"อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ทุกวันเลย" มือหนาลูบไล้ไปทั่วใบหน้าสวยเนียนอย่างรักใคร่ 


"อุ่นไม่ได้ไปไหนนี่คะ" เธอยิ้ม "อะ อื้มมม"


ลิ้นร้อนของภาคย์สอดเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นของอินทุกร ความต้องการที่อยู่ข้างในมันเอ่อล้นออกมาจนไม่สามารถควบคุมได้ แขนเรียวยกขึ้นโอบคอหนาไว้ เขาผละออกแล้วจุมพิตเบาที่เปลือกตาของเธอ


แฮ่กๆ


"ขอพี่เอาแต่ใจนะ" อินทุกรทำเพียงค่อส่งรอยยิ้มหวานๆให้เขาเป็นคำตอบ


ภาคย์ยิ้มให้กับเธอ ปลายจมูกโด่งเป็นสันไล่ซุกไซ้ไปตามซอกคอขาว สองมือถอดเสื้อผ้าตัวเองออกเผยให้เห็นมัดกล้ามเป็นลอนคลื่นอันแข็งแรง อินทุกรหลุบตาลงด้วยความเขินอาย เธอยังไม่ชินง่ายๆกับการที่จะได้เห็นภาพแบบนี้


"มองพี่สิ!" ภาคย์กระซิบข้างหูเธอเบาๆ "ถ้ายังหลบตาแบบนี้ จะหาว่าพี่ใช้แรงงานเกินไม่ได้นะ"


แกล้งทำขู่ไปแบบนั้น ร่างสูงค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าเธอออกจนหมด ร่างกายสมส่วนเผยให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจนทั้งหน้าอก สะโพก สองมือเคล้าคลึงหน้าอกอวบอย่างถือวิสาสะจนพอใจแล้วค่อยๆใช้ปลายจมูกเลื่อนเลื้อยลงมาตามร่างสวยพร้อมสร้างรอยเป็นแดงจ้ำๆตามจุด


"อย่า...พี่ภาคย์ขา อ๊ะ มัน อ๊า สกปรก อ๊าๆ" เธอพยายามร้องห้ามแต่ไม่เป็นผล ภาคย์จับขาเรียวแยกออกแล้วใช้ลิ้นหนาตวัดเลียชิมรสหวานจากผกาช่องาม


"แผล็บๆ อื้ม..." นักล่าหนุ่มส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความพอใจ ความสดใหม่ของเนินอวบอูมนั้นช่างหอมหวานและอร่อยเสียจริงๆ


"อ๊ะๆ อ๊า พี่ภาคย์ อ๋าาา อื้มม เฮือก...!"


อินทุกรสูดลมหายใจเข้าจนออกเสียงครางระงม ร่างเล็กบิดเร่าด้วยความเสียวซ่านที่รับพร้อมปลดปล่อยออกมา โดยที่เขากลืนกินมันเข้าไปอย่าไม่รังเกียจ จากนั้นเขาพรมจูบไปทั่วร่างกายนั้นค่อยๆไต่ขึ้นมาจนถึงทุมถันคู่งาม เขาใช้ปากดูดกินยอดบัวคู่นั้นอย่างหิวกระหาย อินทุกรรู้สึกร้อนไปทั่วทั้งตัวราวกับเป็นไข้ ใบหน้าคมคายเงยขึ้นแล้วรุกเข้าจูบเธออีกที ลมหายใจอุ่นๆพ่นเข้าหากัน 


"ก็... ดะ เดี๋ยวค่ะ อื้ม อ๊ะๆ" ใบหน้าแดงกล่ำพร้อมกับเผลอส่งเสียงครางออกมาเมื่อภาคย์ใช้นิ้วบดขยี้เกษรดอกไม้อย่างช่ำชองก่อนจะค่อยๆสอดเข้าไปในช่องรักที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวาน


"อ๊ะ อื้อ มัน...อ๊า ไม่ไหวแล้วค่ะ อ๊ะๆ"


"อดทนอีกนิดนะเด็กดีของพี่" เสียงแหบพร่ากดทุ้มกระซิบที่ใบหู ลิ้นสากไล่เลียตั้งแต่กกหูลงมายังต้นคอระหง ในหัวของอินทุกรขาวโพลนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น ร่างกายเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิดกายเบียดเสียดแทบจะรวมเป็นเนื้อเดียว สะโพกสาวแอ่นรับตามจับหวะเข้าออกของนิ้วอีกฝ่าย คนเอาแต่ได้เห็นแบบนั้นก็ยกยิ้มพอใจแล้วใช้ปากดูดกินนมสดจากเต้าสาวด้วยความหิวโหย


"จ๊วบๆ อาาา จุ๊บ จ๊วบบ"


"อื้อ..พี่ภาคย์ขา อ่าาห์" หญิงสาวจิกเล็บลงบนไหล่ของเขา ตอนนี้กลางกายพร้อมที่จะใช้งานได้เต็มที่แล้ว 


"อ่าาห์ แน่น...มาก ซี๊ด" เสียงแผ่วเบาพูดบอก


"อื้ออ" 


ซี๊ด !!


ชายหนุ่มเม้มปากจนสั่น โดยที่เขาสวมเกาะป้องกันแล้วส่งกลางกายเคลื่อนตัวเข้าไปด้านในกายสาว ช่องทางคับแคบตอดรัดสร้างความรู้สึกเสียดเสียวได้เป็นอย่างดีเหมือนเคย ภาคย์เริ่มขยับตัวตามจังหวะโดยที่เธอเองก็ตอบสนองในสิ่งที่เขากำลังส่งมอบให้ เขาจับเธอลุกขึ้นนั่งแล้วเด้งสะโพกขึ้นลง ความคับแน่นกำลังเล่นงานความเป็นชายของเขาอยู่ ใบหน้าหล่อซบลงที่อกอวบแล้วขบเม้มไปที่ยอดบัวสีชมพูสวย อินทุกรจิกเข้าไปที่ผมของเขาแล้วเชิดหน้าสูดปากจนออกเสียง เธอรู้เหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ


ตุบ !


"โอวว ซี๊ด ไออุ่น...อ่าสส์ จะทำให้พี่คลั่งไปถึงไหน อื้มม อาา" ภาคย์จับร่างบางนอนราบอีกครั้ง หญิงสาวเชิดหน้าส่งเสียงครวญครางดังมากกว่าเก่า มือของเธอเองกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ไม่เป็นทรง สะโพกหนาขยับเร็วขึ้น เสียงเนื้อกระทบกันถี่ๆ สลับกับครางไปมาเกิดเสียงดังหยาบโลน


ปับ ปับ ปับ!


"อ๊า อ๊าๆ"


"อาส์ อีกนิด อ๊า"


ปับ ปับ ปับ!!!


"อ่าา/ อ๊ะ กรี๊ดดด"


สองร่างกระตุกเกร็งพร้อมๆกันแถมภาคย์ยังคงแช่กายอยู่แบบนั้นไม่ขยับไปไหน เขาคลอเคลียไปทั่วใบหน้าสวยแล้วบดริมฝีปากเข้าหากันอีกครั้งก่อนจะเริ่มบทรักบทที่สอง ท่วงทำนองอันเน่าร้อนยังคงระอุอยู่ภายในห้อง ภาคย์ต้องการกอบโกยและชดเชยช่วเวลาของเขาและเธอที่เคยหายไปให้เต็มอิ่ม สองหนุ่มสาวยังคงบอกรักซึ่งกันและกันด้วยการใช้ร่างกายเป็นตัวสื่อสารและใช้เวลาอยู่นานจนกระทั่งจนหมดแรงกันทั้งคู่


"แฮ่กๆ" ภาคย์ฟุบลนนอนข้างๆแล้วสวมกอดเธอไวเแนบกาย "เหนื่อยมากหรอ หืม?"


"พอแล้วค่ะ อุ่นไม่ไหวแล้ว" เธอพูดพลางซบใบหน้าลงแผงอกแกร่ง "อุ่นรักพี่พี่ภาคย์นะคะ"


"รู้แล้ว พี่รู้ตั้งนานแล้ว" นึกย้อนไปถึงคืนนั้นที่ห้องนอนของเธอและเสียงพูดบอกรักเขา อันที่จริงเขายังไม่ได้หลับและได้ยินคำพูดของเธอทุกคำ สองหนุ่มสาวกอดรัดคลอเคลียกันอยู่สักพักก็พากันผล็อยหลับท่ามกลางแสงแดดยามบ่าย ออกแรงกายมาแบบนี้กว่าจะตื่นอีกทีก็คงจะถึงช่วงเย็นนั่นเลยล่ะ


เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงเวลาเย็น...


ภาคย์และอินทุกรเดินควงคู่ลงมาจากชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ ด้านล่างพวกผู้หญิงก็กำลังช่วยกันเตรียมอาหารสำหรับเย็นวันนี้ ส่วนพวกผู้ชายก็กำลังนั่งพักผ่อนกันอยู่ที่ห้องโถงกว้าง อินทุกรเห็นดังนั้นจึงเดินไปยังในครัวด้วยความเร่งรีบเพราะเธอเผลอหลับไปนานก็กลัวว่าจะถูกตำหนิ


"มีอะไรให้อุ่นช่วยไหมคะ?" หญิงสาวถามทันทีเมื่อถึงที่หมาย


"ไม่เป็นไรหรอกลูก เดินทางเหนื่อยๆไปพักเถอะ ให้ภาคย์เขาพาเดินเล่นแถวนี้ก็ได้ ที่นี่น่ะตอนเย็นๆวิวสวยมาก" นาตยายิ้มให้แขกที่ได้รับเชิญมา "ไม่ต้องคิดมากหรอกจ้ะ พวกเราให้หนูมาเป็นแขกนะไม่ได้ให้มาทำงาน"


"แต่..." อินทุกรกล่าวเสียงแผ่วเบา


"ย่าคะ ไออุ่นแค่อยากมีส่วนร่วมนะคะ มาช่วยภิชาล้างผกดีกว่าเนอะ" ภิชาภัสเดินเข้าไปจับมืออินทุกรแล้วพามายังตำแหน่งของเธอ วาณิชามองแล้วยิ้มแต่ก็อดหมั่นเขี้ยวลูกสาวเธอไม่ได้ "โอ๊ยแม่!! เจ็บนะคะ"


วาณิชาหัวเราะเบาๆ "เจ็บสิดี หาเพื่อนช่วยจะได้ทำงานน้อยลงล่ะสิเรา"


คนอื่นๆที่อยู่ในนั้นต่างก็อดยิ้มไปเสียไม่ได้ วาณิริณแตะไหล่น้องสาวของเธอเอาไว้ "ณิชาพาคุณแม่ไปพักข้างนอกเถอะ ตรงนี้พี่กับเด็กๆจะช่วยกันเอง ฝากเอาพวกขนมนี่ไปให้คุณผู้ชายทั้งหลายด้วยก็แล้วค่ะ"


"ค่ะ" วาณิชารับคำพี่สาวแล้วยกถาดขนมออกไปก่อนจะกลับมาพยุงร่างของนาตยาที่เริ่มชรามากขึ้นไปด้วย


ภัทธิราหยิบตะกร้าใส่ผักขึ้นมาวางบนโต๊ะ "เสียดายนะคะที่ตากับยายไม่ได้มาด้วย ช่วงนี้พวกเราก็ไม่ค่อยมีเวลาไปหาพวกท่านเลย"


หญิงวัยกลางคนรับตะกร้านั้นมาจากลูกสาวแล้วส่งต่อให้ภิชาภัส "ตอนแม่กับน้าณิชายังเด็ก ตากับยายทำงานหนักกันมาจนส่งผลเสียต่อสุขภาพในปัจจุบัน กว่าจะได้หยุดพักอายุก็มากแล้ว จริงๆพวกเขาน่ะดื้อกันจะตายไปอยากมาหาหลานๆกันใจจะขาด แม่โทรไปก็บ่นกันทุกวันว่าอยากเห็นหนูไออุ่นด้วย แต่อะไรที่ทำแล้วจะส่งผลเสียกับพวกท่านแม่เลยตั้งใจว่าหยุดยาวหลังจากนี้จะให้ภาคย์พาหนูไออุ่นไปเยี่ยมหาท่านกันสักหน่อย ภัทรเองก็หาเวลาพักบ้างนะลูกดูช่วงนี้เหนื่อยๆนะ" วาณิริณพูดออกไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวของเธอที่ช่วงนี้ไม่ค่อยจะร่าเริงเสียเท่าไหร่ "อ้อ! แม่ลืมบอกไปว่าเมื่อเช้ามีคนชื่อคิรินมาที่บ้านแล้วฝากของขวัญวันเกิดล่วงหน้ามาให้ภัทรด้วยนะ แม่เอาใส่หระเป๋าสะพายไว้อยู่บนห้อง เขาเป็นใครหรอลูก?"


อินทุกรได้ยินชื่อนี้ก็หันมาทางภัทธิราที่ดูจะมีสีหน้าอึดอัดอยู่ไม่น้อย คืนนั้นที่งานประมูลเครื่องเพชรเธอได้เห็นเขาอยู่กับแฝดน้องของภาคย์แล้วทำราวกับเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเสียด้วย ภัทธิราถอนหายใจเบาๆก่อนจะยิ้มตอบแม่ของเธอและทุกคนที่อยู่ด้วย "ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ เขาก็เหมือนคนอื่นๆที่เข้ามาหาภัทรนั่นแหละค่ะ"


"อย่างนั้นหรอกหรอ?" หญิงวัยกลางคนจัดแจงข้าวของที่เตรียมทำอาหารเย็นเอาไว้อย่างพร้อมเพรียง "เด็กๆจ๊ะ ออกไปเดินเล่นกันก่อนก็ได้ ตรงนี้เดี๋ยวป้ากับพี่เขาจะจัดการกันต่อเอง"


"ป้าณิริณใจดีที่สุดเลยค่ะ ภิชาอยากไปถ่ายรูปเซลฟี่ที่ริมทะเลแย่แล้ว ขอตัวก่อนนะคะ" สาวน้อยจอมซนอย่างภิชาภัสไม่รอช้าที่จะปลีกตัวเองออกมา บอกตรงๆว่างานบ้านงานเรือนเธอไม่เคยถนัดเลย "ตอนแรกว่าจะชวนไออุ่นไปด้วยแต่คงไม่ได้หรอก เหมือนพี่ภาคย์จะจองตัวเอาไว้แล้วนี่"


"ไม่ขนาดนั้นหรอก พี่ภาคย์ไม่ได้ชอบเรื่องจุกจิกแบบผู้หญิง" อินทุกรหัวเราะแต่ก็ต้องไปสะดุดกับสีหน้าของภัทธิราอีกครั้ง "พี่ภัทรไหวหรือเปล่าคะ? ไม่งั้นอุ่นอยู่เป็นลูกมือของน้าณิริณก่อนจะดีกว่า"


"ไม่เป็นไรจ้ะ ไออุ่นกับภิชาออกไปเที่ยวเล่นกันเถอะ" หญิงสาวกล่าวปฏิเสธก่อนจะหันไปช่วยงานแม่ของเธอต่อ


######


ริมทะเลยามเย็น...


ดวงอาทิตย์ส่องแสงสีส้มเข้มกำลังจะลาลับขอบฟ้า หลังจากที่ช่วยงานในครัวเรียบร้อยแล้วภาคย์ก็จับมืออินทุกรเดินเคียงคู่อยู่ที่ริมชายหาดอันเงียบสงบ เขาและเธอไม่มีบทสนากันใดๆจนกระทั่งหญิงสาวได้เอ่ยขึ้นก่อนเป็นคนแรก "ตอนเด็กๆที่ยังมีโรงแรมสาขาภูเก็ตแล้วก็มาเดินเล่นแบบนี้ ตอนนั้นพี่ภาคย์ชอบพาอุ่นมาก่อกองกองทรายเป็นรูปปราสาท แต่พอทำออกมาแล้วเหมือนภูเขาสองลูกมากกว่า เราสองคนหัวเราะกันดังมากเลยนะคะตอนนั้น"


"จำได้ด้วยหรอ? พี่เองก็รู้สึกเหมือนกับว่าช่วงเวลาที่เคยทิ้งไปกำลังกลับเข้ามาใหม่" เสียงทุ้มกล่าวตอบคนที่อยู่ข้างๆเขา "เรื่องราวที่ผ่านเข้ามามันมากมายจนพี่คิดว่าอายุน่าจะห้าสิบได้แล้วไม่ใช่ยี่สิบหก"


"มะรืนนี้ก็จะยี่สิบเจ็ดแล้วนี่คะ" อินทุกรหยุดเดินกะทันหันจนเขาให้ภาคย์ต้องหยุดชะงักตาม "อะไรที่มันผ่านไปแล้วอุ่นจะไม่คิดจะเอามาใส่ใจอีกแล้วล่ะค่ะ ขอแค่ตอนนี้มีคุณพ่อ พี่ภาคย์ ทุกคนที่อุ่นรักอยู่ข้างๆแบบนี้อุ่นก็ไม่กังวลอะไรเลย"


ภาคย์ขยับเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้วจับปอยผมที่ปลิวไสวตามแรงลมของเธอเอาไว้ ราวกับว่าโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะก่อนที่เขาก้มจุมผิดริมฝีปากเอิบอิ่มอย่างแผ่วเบา หัวใจกำลังเต้นแรงอีกครั้งและเป็นทุกครั้งที่ได้อยู่กับเธอ...คนเดียวที่ทำให้ภาคย์หวั่นไหวได้ตลอดเวลา "ขอให้อุ่นมั่นใจว่าพี่จะไม่มีวันทำให้อุ่นต้องเสียน้ำตาอีก พี่จะทำทุกอย่างไม่ให้ใครมารังแกอุ่นได้ ขอแค่เชื่อใจพี่อย่าไปหวั่นไหวกับคำพูดของใครอีกก็พอ"


"อุ่นเชื่อพี่ภาคย์หมดใจค่ะ แต่บางทีก็อาจจะมีไขว้เขวไปบ้าง" ตามความรู้สึกแล้วคงไม่มีใครที่จะพยายามมี่นคงได้ตลอดเวลา มันคงจะมีช่วงที่ทำให้รู้แย่ได้บ้าง "แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อุ่นสัญญาค่ะว่าจะใช้เหตุผลและสติ จะไม่เชื่อคำใครง่ายๆอีกถ้าเขาคนนั้นไม่มีน้ำหนักของเหตุผลมากพอ"


ภาคย์ส่งยิ้มให้กับเธออีกครั้งก่อนที่จะสองจะพากันเดินเที่ยวชมบรรยากาศทางแนวทางยาวของหาดทราย ในหัวของภาคย์มีเรื่องมากมายให้เขาคิด โดยเฉพาะเรื่องความคืบหน้าการหายตัวของวินิตราตัวจริงที่ตอนนี้นนท์ธวัชเพื่อนของเขาเหมือนจะได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างมาแล้ว ข้อมูลที่จะพาไปหาความจริงว่าตอนนี้วินิตราจะยังมีชีวิตอยู่หรือว่าตายจากโลกนี้ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็มีความเป็นไปได้ทั้งนั้น


แต่เขายังไม่อยากบอกเรื่องนี้กับอินทุกร...


เขารอให้เรื่องทุกอย่างกระจ่างขึ้นมาเสียก่อนว่ามีแนวโน้มจะไปในทิศทางไหน ภาคย์เป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องลี้ลับหรืองมงายแต่ครั้งนี้เขากลับต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ หวังว่าคำภาวนาของเขาจะทำให้เรื่องราวทุกอย่าคลี่คลายไปในทางที่ดี


____________________________________ 100% __________________________________


มาแล้วจ๊าาา ใครรอบ้างเอ่ยย

มานิดๆแต่มานะจ๊ะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นที่หลั่งไหลเข้ามา ไรท์อ่านของทุกท่ายแต่ไม่ได้ตอบต้องขอโทษด้วยนะคะ

ติดตามกันเรื่อยๆอย่าเพิ่งเบื่อไรท์นะ

เจอกันตอนหน้านะคะ !

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น