เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 58 คราดารากลายเป็นพี่เลี้ยงคุณหนูน้อย

ชื่อตอน : ตอนที่ 58 คราดารากลายเป็นพี่เลี้ยงคุณหนูน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 72

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2561 23:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 58 คราดารากลายเป็นพี่เลี้ยงคุณหนูน้อย
แบบอักษร

ตอนที่ 58 คราดารากลายเป็นพี่เลี้ยงคุณหนูน้อย

          ณ พงไพรอีวานมีคฤหาสน์หลังหนึ่งตั้งตระหง่านประหนึ่งปราสาทร้างที่แอบซ่อนเร้นด้านในดินแดนลับแลแห่งอบีส[หอคอยแสงสุดท้าย] ตระกูลอีธานคือหนึ่งในตระกุลเก่าแก่ตั้งแต่ยุคสถาปนานครซีเคร็ทออฟวอร์ อำนาจแห่งผู้นำได้รับการส่งต่อผ่านรุ่นสู่รุ่นกระทั่งตกอยู่ในมือของชายหนุ่มมนุษย์น้ำแข็ง อีธาน อีธานไม่ใช่ชื่อจริงของเขาพอๆกับชื่อโนอา ชื่ออีธานคือชื่อตำแหน่งและชื่อที่ผู้นำตระกูลใช้เมื่อได้สืบทอดตำแหน่งประมุขตระกูลจากประมุขรุ่นก่อน

          อำนาจแห่งการช่วงชิงคือพลังมาโฮแห่งการอำพราง[เคชิโกมุ]

          อำนาจแห่งการปกครองสันติสุขคือภาระและหน้าที่ของชายหนุ่มต้องดูแลและรักษาให้มิเสื่อมคลาย แหลกสลาย

          เขามีสองอำนาจอันยิ่งใหญ่ในมือ กระนั้นสิ่งใดคือสิ่งที่เขาปรารถนา? การไขความลับแห่งกำแพง หรือการขโมยสมบัติที่ไม่มีมหาจอมโจรคนไหนสามารถทำสำเร็จ? หรืออาจมิใช่ทั้งคู่กระมัง

          “ข้าชื่อเมรัยเป็นหมอผี ส่วนนี้คือนารีเป็นดวงดาว ส่วนนั้นเรไรเป็นนก”

          “นกอะไรของเจ้า!!”

          ปักษาน้อยขึงตาใส่หมอผีน้อยที่ช่วยแนะนำตัวนางปานแนะนำตุ๊กตาห้อยกระเป๋า เมรัยแบมือสีหน้าเฉยๆ “ส่วนทางนั้นพี่ลีโอน่า” “ฮึๆ” นักไวโอลินสาวแผ่วหัวเราะขบขัน มิรู้เพราะเหตุลีโอน่ามีวาสนาได้พบพวกเมรัยอีกครั้ง ณ เมืองแห่งความลับ แล้วพวกสาวน้อยยังมาแอบหลบในห้องอีธานด้วย โลกช่างกลมนัก หรือควรบอกว่าทุกอย่างล้วนมีชะตากรรมกำหนดไว้แล้วต้องพบกันอีกนะ

          มิว่าด้วยเหตุผลใด นักไวโอลินสาวดีใจ พวกเมรัยก็ดีใจเช่นกัน

          ยามนี้ทั้งกลุ่มกำลังนั่งคุยเรื่องคำอธิษฐานของอีธานซึ่งลีโอน่าเดามิออกเลยคนอย่างเขาจะอธิษฐานขอพรกับดวงดาวด้วย น่าเหลือเชื่อ

          กลิ่นชานมหอมกรุ่นลอยอบอวลทำใจผ่อนคลาย นารีนั่งจิบชาร้อนข้างๆเรไรที่นั่งทานขนมปังกรุบกรอบ ฝ่ายเมรัยลุกและวิ่งไปนั่งข้างๆอีธาน หมอผีน้อยระดมคำถามร้อยแปดเพื่อถามจริงๆว่าชายหนุ่มท่านนี้ต้องการสิ่งใด เพราะในข้อความที่น้องสาวนารีเขียนบอกไว้นั้นมิช่วยให้พวกเมรัยชื่นใจเลย “อีธานแห่งเมืองแห่งความลับ คำขอไม่สามารถบอก” คือราวคำขอพรของอีธานเป็นความลับที่เขาและน้องสาวนารีรู้กันสองคน ห้ามบอกผู้อื่น มิเช่นนั้นมันจะไม่เป็นความลับระหว่างหนึ่งมนุษย์ หนึ่งดวงดาวน้อยอีก ว้าว ช่างโรแมนติกจัง

          ใช่ที่ไหนล่ะ!!

          เมรัยอยากจับน้องสาวนารีตีก้นลาย นางบอกไม่ได้เลยให้ถามอีธาน แล้วอีธานดันไม่ยอมบอก เช่นนี้พวกเมรัยจักทำงานสำเร็จอย่างไร แม่เจ้า ช่วยลูกช้างด้วย

          “ถ้าเจ้ายอมบอก ข้าจะให้จับพุงข้าก็ได้”

          ช่างเป็นข้อเสนอที่น่าเย้ายวนอะไรเช่นนี้ อีธานหน้านิ่งมิสนใจพุงเมรัย เขาไม่มีเหตุผลให้คิดมิซื่อกับหมอผีน้อยตัวอวบอ้วน หากไดอาเรียมาเห็นพฤติกรรมเข้าค่ายล่อลวงด้วยร่างกายเช่นนี้ สาวน้อยต้องสติแตกแน่ๆ กระนั้นยังดีที่นางง่วงและเข้านอนไปตั้งนานแล้ว  

          ห้องรับแขกมีสี่โซฟาและโต๊ะกั้นกลาง ลีโอน่าอยากนั่งฟังบทสนทนาระหว่างอีธานและพวกเมรัย กระนั้นวันนี้นางเหนื่อยล้าเมื่อยกายยิ่งนัก เพราะพึ่งรอดผ่านเหตุการณ์หนีตาย สรรพางค์กายนักไวโอลินสาวให้ปวดระบมตั้งแต่ไหล่จรดเท้า นางกล่าวลาเจ้าบ้าน ขอตัวไปนอนหลับพักผ่อนเติมพลังให้ชีวิตในห้องที่อีธานจัดเตรียมไว้ให้แขกพักอาศัย

          ลีโอน่าโบกมือลานารีและเรไร เรื่องอื่นๆวันหน้ายังมีเวลาให้พูดกันอีกนาน

          “ท่านอีธานบอกเถอะ พวกเราสัญญาจะไม่บอกใคร”

          นารีวางแก้วชาพลางเริ่มเจรจาขอความจริงจากชายหนุ่ม อีธานละสายตาเย็นชาจากพุงเมรัยพลันสบตาจ้าวแห่งจักรวาล ดวงตาสีเงินเหรียญระบายด้วยไอเย็นดุจดวงตาราชีน้ำแข็งปะทะดวงตาสีเขียวมรกตแพรวพราวประหนึ่งดวงเนตรองคาพญานาค แม้อำนาจที่ทั้งสองครอบครองจะแตกต่างกันคนละระดับ กระนั้นกลิ่นไอความพิศวงและความพิเศษก็มิอาจเทียบค่ากัน ต่างแฝงคมเขี้ยวอันแหลมคมไว้อย่างมิดชิด  

          กระนั้นพวกนางมีความจริงใจต่อกันอย่างมิต้องสงสัย

          “มันคือความลับ”

          หืม ปากแข็งนัก ผู้ชายอะไรเนี่ย นารีขมวดคิ้วนุ่ม นางมิอยากใช้เล่ห์กับชายหนุ่มสุดหล่อด้วยสิ

          “ถ้าท่านมิบอก พวกเราช่วยมิได้นะ”

          นารีหลับตาข้างหนึ่ง แบมือสีหน้าจนปัญญา ประหนึ่งหากเขายังปากดื้ออีก พวกนางก็ขอลาล่ะ ไม่ช่วย

          “อือ ไม่เป็นไร”

          ..

          เขามิสนใจเรื่องคำขอพรใช่หรือไม่!! เหตุใดจึงตอบด้วยน้ำเสียงเฉยชาปานประหนึ่งเขาจะอย่างไรก็ได้ ช่วยก็ดี มิช่วยก็ไม่เป็นไร ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งพรสวรรค์และเงินทอง หามีสิ่งที่ปรารถนาอย่างแรงไม่ เขานั้นไม่ว่าต้องการสิ่งใด ย่อมลงมือและไขว้คว้ามันด้วยมือเขาเอง ฝ่าฟันอุปสรรคคลื่นลม ท้าทายอำนาจแห่งความถูกต้อง และเขาจะเป็นผู้ชนะ คนที่เหลือดรอดของสุดท้ายเสมอ  

          “เช่นนั้นไม่ต้องคำขอพรที่ท่านขอกับน้องสาวข้าก็ได้ ท่านลองบอกอย่างอื่นสิ”

          ตอนคำขอพรของลีโอน่า พวกนารีมิสามารถตอบรับเพราะต้องใช้เวลานาน พวกนางจึงเปลี่ยนคำขอพรเป็นสิ่งที่นักไวโอลินสาวต้องการในยามนั้น

          ครั้งนี้นารีลองๆถามชายหนุ่มมีความต้องการอื่นหรือไม่ ดวงดาวน้อยเชื่อมั่นมนุษย์ทุกคนโลภและมีความปรารถนามากมาย พวกเขาต้องมีสักสองสามอย่างละน่า อย่างเมรัยยังอยากกินมันบดทั้งชีวิตเลย

          “ใช่พุงข้าหรือเปล่า”

          เมรัยนอนหงายท้อง สภาพขี้คร้านปานหมู

          “นอนเงียบๆไปเลย”

          นารีเอ็ดใส่เสียงดุร้าย อีธานหรี่ตามองพวกนารี “จำเป็นต้องช่วยข้าเช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มถามเสียงเย็นชาปานฤดูหนาววันสิ้นโลกา นารีพยักหน้ากึกๆ หากไม่ช่วยคนขอพร เกียรติแห่งดวงดาวก็ด่างพร้อยสิ นารีเป็นฮ่องเต้หญิงผู้ปกครองเหล่าดวงดาวด้วย นางไม่รับงานที่ดวงดาวต้องทำ นางจะมีที่ยืนในเผ่าอีกหรือ โดนตีตราว่า เจ้าดวงดาวกระจอก แน่

          พรแห่งความปรารถนาคือของคู่กับชาวดารา เรื่องทำให้ความปรารถนาของผู้ขอเป็นจริงคือหนึ่งในเกียรติสูงสุด…

          อีธานหลุบตาต่ำพลางยอมเอ่ยขอพรพวกนารี “ช่วยดูแลน้องสาวข้า หนึ่งเดือน”

          “ดูแลน้องสาวหรือ พี่เลี้ยงหรือสาวใช้”

          “ทั้งสองอย่าง แล้วแต่พวกเจ้าจะเลือก”

          พวกนารีมีกันตั้งสามหน่อ อยากแบ่งงานกันคนละตำแหน่งหรือช่วยเหลือกันก็ย่อมได้ตามใจนึก อีธานยื่นคำพรที่ฟังดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ นารีหยุดคิดสักพักครั้นเห็นว่าพวกนางสามารถช่วยได้ก็ถือเป็นการยุติเรื่องคำขอของอีธาน เมรัยนอนกลิ้งบนโซฟาพลันพลั่งหล่นตกพื้นหัวทิ่ม “อิไต” เรไรต้องช่วยพยุงคนอ้วน หลังจากนั้นอีธานบอกพวกนารีว่าเขาอนุญาตให้พวกนางสามสาวน้อยพักอาศัยที่คฤหาสนห์ในฐานะพนักงานชั่วคราว ทำงานรับใช้น้องสาวเขาแทนสาวใช้ประจำที่ลางานกลับบ้าน

          ล่วงเลยสู่ยามวิกาล ดวงเดือนแขวนตระหง่านฟ้า ชายหนุ่มนั่งเงียบๆในห้องรับแขกพลางลุกยืนตรง เขาแหงนหน้ามองฟ้านอกกระจกใส เมื่อสิบปีก่อนยามเขายังเป็นเด็กหนุ่ม เขาเคยนั่งริมหน้าต่างและเคยขอพรกับดวงดาวบนฟ้าเหมือนเช่นที่เด็กๆคนอื่นเคยขอ คำขอที่เปี่ยมด้วยความหวังเลือนรางและริบหรี่ดุจแสงเทียนไข กระนั้นเพราะเขาเป็นชาวเมืองแห่งความลับ เขาเลยขอสัญญากับดวงดาวดวงนั้นว่าคำขอพรนี้จะเป็นความลับระหว่างเขาและดวงดาว เป็นสิ่งที่ผูกหนึ่งมนุษย์หนึ่งดวงดาวน้อยไว้ด้วยกัน สายสัมพันธ์ที่มีความลับสานผูกมัดจะมีพลังพิเศษค่อยเสริมพลังให้คำขอพรเป็นจริงในสักวันหนึ่ง หากเขาบอกมันกับพวกนารี มีหวังดวงดาวน้อยหรือน้องสาวนารีต้องร้องไห้และโกรธอีธานแน่ๆ ทั้งเป็นการผิดสัญญาที่เขาลั่นวาจาด้วย

          เพราะปากแข็งเหมือนกัน และเพราะเขาหล่อบาดใจ

          น้องสาวนารีจึงอยากทำให้ความปรารถนาลึกๆใจของอีธานเป็นจริง

          แม้มันจะยากเย็นประหนึ่งตามหาขนกิเลน กระนั้นมันกลับเป็นจริงได้…ด้วยอำนาจที่สูงส่งเหนือยิ่งกว่าดวงดาวเสียแล้ว…

          --

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น