บ่ายสอง
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ใจหมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ใจหมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ธ.ค. 2561 21:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ใจหมา
แบบอักษร

          โคโค่ที่เพิ่งกลับมาถึงโกดังลงจากรถด้วยท่าทางหัวเสียเธอเดินไปยังสวนกลางก็เจอชักกี้นั่งดูสารคดีการสืบพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอยู่  แล้วจู่ๆ เธอก็ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่เหมือนมีอะไรมาแทงจี๊ดๆ ในใจ

            “เธอไปวิ่งล้มหน้าทิ่มแง่งหินมาหรือไง  ปากแตกเป็นรอยฟันเลย”  ชักกี้เหลือบมองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

            “โผล่หัวออกจากรูแล้วอยากโดนทุบใช่ไหม”  โคโค่ดึงปิ่นออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะ

            “หมาน้อยของพวกเราโตเป็นสาวแล้วสินะ  ตอนนี้เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับตัวผู้แล้ว”  รอยยิ้มร้ายกาจแสยะยิ้มเหมือนชอบใจ

            “สารเลวชักกี้!!”  หญิงสาวหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  เห็นได้ชัดว่าผู้ชายพวกนี้ทั้งปากหมาและใจหมาขาดอีกอย่างเดียวคือกินหมา

            ชักกี้หัวเราะพรางคว้าปิ่นขึ้นมาดูด้วยความสนใจก่อนจะพูดบางอย่างออกมา  “มีขี้ไคลของคีแกนจริงๆ ด้วย”

            “ฉันอาบน้ำแล้ว  ตัวสารเลว”  คีแกนเดินหัวเปียกออกมาพรางสะบัดลวกๆ  “เลิกเรียกผีว่าขี้ไคลของฉันสักที”

            โคโค่นั่งเอนหลังพิงพนักโซฟากลอกตาอย่างเอือมระอา  พอคิดๆ ดูแล้วพวกเธอควรพัฒนาคำอื่นมาใช้เวลาพ่นด่าใส่กันอยู่บ้างจริงๆ  ตอนนี้คนในโกดังเป็นตัวสารเลวและคนระยำตลอดร้อยปีไม่เคยเปลี่ยน 

            “วิญญาณในปิ่นท่านปรารถนาสิ่งใด”  หญิงสาวพูดช้าๆ หลังคีแกนนั่งลงเรียบร้อยแล้ว

            ควันสีดำสนิทพวยพุ่งออกจากปิ่น  มันเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและอาฆาตแค้น  ตามด้วยเสียงหวีดร้องแหลมสูงอย่างคนที่หัวใจแหลกสลาย

            “คีแกนประวัติที่นายว่าตรวจสอบแล้วเป็นเรื่องอะไรกันแน่”  เธอรู้สึกไม่ดีเอาเสียแล้ว  แรงอาฆาตขนาดนี้ภารกิจจะง่ายได้อย่างไร

            “ผู้หญิงในปิ่นชื่อแอล เบอร์แมน  ใช้ปิ่นปักอกตัวเองหลังลูกตายแต่เรื่องลึกๆ ก็...”  หนุ่มหัวฟูมองกลุ่มควันที่กำลังก่อเป็นรูปร่าง  ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เดาๆ จากข้อมูลอันน้อยนิดจะถูกต้องไหม

            “แล้ว?”  ชักกี้เลิกคิ้ว

            “แล้วพวกมันก็ควรตามไปไถ่บาปในนรก!”  เสียงแหบแห้งสวนกลับมาพร้อมการปรากฏร่างของหญิงสาวซูบผอมคนหนึ่ง  จากใบหน้ารางเลือนยังพอเดาได้ว่าอดีตเธอต้องเคยเป็นคนสวยมาก่อน  ทว่าร่างในรูปแบบวิญญาณนี้กลับผอมแห้งเหมือนโครงกระดูก

            “เล่ามา  เอาเรื่องจริงเท่านั้นนะ”  โคโค่หลับตาลงหูฟังเสียงของวิญญาณที่รอคอยทวงหาความยุติธรรม  แต่ความยุติธรรมที่หาจากโลกนี้จะมีอยู่สักเท่าไหร่กัน  ขอเทพบางทีเทพด้วยกันเองยังไม่ได้รับความเป็นธรรมซักเท่าไหร่เลย

            วิญญาณของแอลชะงักเล็กน้อยแต่ปากก็เริ่มเล่าถึงเรื่องราว  นี่เป็นโอกาสของเธอที่จะได้ล้างแค้นแล้วปลดปล่อยตัวเอง

            เรื่องราวของแอล  เบอร์แมนเริ่มขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน  ตอนนั้นเธอยังเป็นสาวน้อยไร้เดียงสามองโลกสดใสและได้แต่งงานกับชายที่เป็นรักแรก  สามีของเธอชื่ออีริคเขาทั้งหล่อเหลาและอารมณ์ดี  2 ปีแรกหลังแต่งงานเธอเหมือนได้ขึ้นสวรรค์จนกระทั่ง...

            “ผมจะเอาจีน่าเข้าบ้านมาอยู่ด้วยกัน  เธอท้องลูกของผม”  อีริคพาหญิงสาวสวยมาแนะนำแล้วยัดสถานะเมียหลวงให้เธอแล้วบอกว่าจะพาเมียน้อยเข้าบ้านเนี่ยนะ  แต่แล้วยังไงล่ะในเมื่อเธอเองก็กำลังท้องเหมือนกัน

            อีริคเหมือนเพียงมาบอกกล่าวไม่ใช่ขอ  สุดท้ายเธอที่ไม่เคยมีปากมีเสียงก็ก้มหน้าอยู่ด้วยกันแบบสามคนผัวเมีย  เธอท้องจีน่าก็ท้องสองคนเป็นเช่นเดียวกันแต่ที่ไม่เหมือนโดยสิ้นเชิงคือความรักของสามี

            “แอลทำไมฉันรูดบัตรไม่ได้”  อีริคจูงมือจีน่าที่ออกไปข้างนอกด้วยกันแล้วกลับมาโวยวายด้วยความโมโห

            “ฉันต้องไปโรพยาบาลค่ะ”  เธอลูบท้องของตนเองไว้อย่างหวงแหน  ช่วงนี้ทั้งอีริคทั้งจีน่าไม่เคยอยู่ติดบ้าน  งานที่ทำก็ลาออกจนภาระมาตกอยู่ที่เธอทั้งหมด

            “ก็แค่แบ่งมามันจะตายไหม!!”  ชายหนุ่มถีบเก้าอี้อย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์

            เหตุการณ์เช่นนี้เป็นมาเรื่อยๆ จนในที่สุดจีน่าก็แท้งและที่เธอรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนคือจีน่าไม่เคยท้องจริงๆ แล้วจะเอาอะไรมาแท้งกันเล่า

            “อีริค!  จีน่ารู้ว่าใครมันฆ่าลูกของเรา”  จีน่าเกาะแขนชายหนุ่มแน่น  ดวงตาวาววับเอาเรื่อง  เมื่อก่อนเธอต้องพึ่งเงินนังผู้หญิงคนนี้  แต่ตอนนี้เธอกับอีริคมีลู่ทางทำเงินแล้วเธอจึงไม่ต้องการหนามตำตาเอาไว้ในบ้านอีก

            “ฉันจะทำแบบนั้นไปทำไม”  แอลผุดลุกมือประคองท้องแก่ใกล้คลอดอย่างทะนุถนอม

            “เพราะจะได้เหลือลูกอีริคไว้แค่คนเดียวไง  ผู้หญิงชะ..!”

            เพียะ!

            แอลตบหน้าจีน่าอย่างโมโห  เรื่องอะไรเธอทนได้แต่กล่าวหาว่าเธอฆ่าเด็กเธอไม่มีทางยอมรับ

            “นังแอล!”  ทว่าจีน่ายังไม่ทันเอาคืนอีริคก็ตบหน้าแอลกลับ  ฝ่ามือเขาทั้งหนาทั้งหนัก  ใบหน้าเล็กๆ หันจนคอแทบหลุด  แก้มขาวปริแตกเพราะความบางของผิว

            “อีริค...”  แอลมองสามีอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            แล้ววันเวลาหลังจากนั้นของแอลก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่ลง  เธอต้องทนอยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหนเพราะเดินไม่ไหว  โดนสามีซ้อมทั้งที่ท้องแก่  เศษอาหารที่เขาโยนมาให้ตอนที่เธอทำงานไม่ได้ถูกกินประทังชีวิตเพื่อรักษาลูกน้อยเพื่อให้เกิดมาบนโลก  ทางไปไม่มีทางถอยก็คือปากเหวเธอแทบไม่มีอะไรให้เลือกเลย

            เธอไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร  อีริคทำไมถึงเปลี่ยนไปหรือว่าที่จริงแล้วเขาไม่ได้เปลี่ยน  เขาแค่อยากหาคนทำงานให้แต่พอมีทางไปแล้วเธอก็เป็นขยะที่ใช้แล้วทิ้ง  ทว่าทั้งๆ อย่างนั้น  แม้ใจจะเจ็บปวดแต่เธอก็ยังหวังว่าลูกจะดึงเขากลับมา  แต่ดูเหมือนความหวังจะเลือนรางลงมากแล้วเพราะตอนนี้เธอกำลังจะคลอดแต่อีริคและจีน่าขังเธอเอาไว้ในบ้าน  เขาคงจะกลัวเธอหนีเข้าสักวันถึงได้ทำเช่นนี้

            เธอร้องเรียกให้คนช่วย  โทรศัพท์นั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะถูกสามียึดไปนานแล้ว  สุดท้ายลูกชายที่แสนอาภัพก็คลอดเองภายในบ้านแต่เขากลับไม่ร้องสักแอะ  ดวงตาที่ปิดสนิทพร้อมใบหน้าเหี่ยวย่น  ร่างกายเล็กจิ๋วกับนิ้วมือน้อยๆ ที่เธอตั้งใจจะโอบประคองอุ้มชูให้เติบโต  เธออุ้มเขาขึ้นด้วยมือสั่นเทา  ภาวนาให้เขาลืมตามองเธอผู้เป็นแม่  กระดิกปลายนิ้วเล็กๆ นั่นให้เธอชื่นใจ...แต่มันไม่มี

            “กรี๊ดดด!!”  แอลกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งพร้อมกอดลูกน้อยไว้ในอกร่ำไห้สะอึกสะอื้นปริ่มจะขาดใจ  สายสะดือยังห้อยระโยง  กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง  แต่ที่เธอสัมผัสได้เพียงอย่างเดียวคือร่างกายที่เริ่มเย็นและเขียวของลูกชายในอ้อมกอด  แม้แต่ลมหายใจแรกบนโลกใบนี้เขาก็ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส

            เช้าวันนั้นที่อีริคกับจีน่ากลับมาก็เห็นแอลกล่อมลูกบนเตียงนอน  พวกเขาตกใจนิดหน่อยที่ผู้หญิงคนนี้คลอดลูกเอง  แต่แบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียทองกัน

            อีริคไม่ใส่ใจว่าลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายอันที่จริงเรียกว่าไร้ความสนใจโดยสิ้นเชิง  เขายังคงออกเที่ยวกีบจีน่า  ส่วนแอลก็ยังอาบน้ำทาแป้งให้ลูกทุกวัน  ดวงตาแห้งผากไร้แวว  3 วันแล้วสามีเธอยังไม่ก้าวเข้ามาดูลูกในห้องด้วยซ้ำ  หัวใจที่เคยมีความรักจนล้นอกเริ่มดับมอด  แต่เธอมันเป็นคนงมงายในรัก  ขี้ขลาดจนกลัว  อย่างน้อยๆ เธอยากจะให้เขาถามถึงลูกสักคำ  ทว่าฟางเส้นสุดท้ายกลับดับลงในคืนหนึ่ง

            กลางดึกเธอได้ยินเสียงเอะอะโครมคราม  เธอออกไปดูก็เห็นอีริคกับจีน่ายืนอยู่กลางบ้านพร้อมกลุ่มผู้ชายแปลกหน้าอีก 3 คน

            “นั่นต่างหากเมียฉัน”  อีริคที่เห็นแอลออกมาก็ชี้บอกชายทั้งสาม  ช่วงนี้หนทางทำเงินของเขาคือการแข่งรถ  เดิมพันมีทั้งเงินและผู้หญิง  ตอนแรกเขาก็เป็นลูกทีมคอยรับส่วนแบ่งแต่ความโลภจึงทำให้เขาเข้าแข่งเองดูบ้าง  แรกๆ มีทั้งแพ้ทั้งชนะโดยใช้เงินเป็นเดิมพัน  พอเงินหมดก็ใช้ผู้หญิงและตอนนี้เขาแพ้  ทว่าเขาทนมองจีน่านอนกับผู้ชายอื่นไม่ได้จึงหลบเลี่ยงออกมาแล้วพวกมันก็ตามเขาถึงบ้าน

            “เราจะใช้นังนี่เป็นของใช้หนี้”  จีน่ายิ้มสะใจ  เธอยังหงุดหงิดไม่หายที่ให้บอกให้อีริคไล่มันออกไปแต่อีริคดันทำอิดออดไม่เลิก  แบบนั้นก็ให้มันเน่าเฟะในบ้านต่อหน้าผัวนี่แหละ

            “นี่มันอะไรกัน”  แอลตกใจตัวสั่นเทารู้สึกไม่ชอบมาพากล

            “สามีคุณเดิมพันแข่งรถด้วยผู้หญิง  คงไม่ต้องบอกว่าคุณต้องทำยังไงนะ”  หนึ่งในชายทั้งสามพูดขึ้น 

            กลางบ้านของคืนนั้น  บนพื้นอันหนาวเย็น  ร่างเธอถูกจับกดตรึงเสื้อผ้าถูกฉีกกระชาก  ชายทั้งสามลงมือข่มขืนเธอครั้งแล้วครั้งเล่า 

            “กรี๊ดดด!  อีริค”  เธอเรียกสามีที่นั่งนิ่งอยู่ตรงโซฟาขณะที่มีคนกระแทกกระทั้นสะโพกใส่ร่างเธอ  ทว่านอกจากจะไม่ช่วยแล้วสิ่งที่เธอเห็นคือดวงตาที่ไร้ความรู้สึกผิด  ดวงตาของสัตว์นรกตัวหนึ่ง 

            เสียงครางพร้อมเสียงหอบหายใจยังคงเป่ารดหูเธอ  ช่วงล่างเจ็บแสบจนชาเพราะถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง  พวกเขาวนกันจนตะวันจับขอบฟ้าแล้วก็พากันจากไป 

            หญิงสาวที่ร่างสะบักสะบอมและเต็มไปด้วยคราบจากการผ่านเรื่องเลวร้ายคลานด้วยขาสั่นเทากลับห้อง  ส่วนสามีเธอโอบเอวผู้หญิงอีกคนเข้าห้องไปนานแล้ว

            แอลพาร่างไปชำระความสกปรกพวกนั้นออก  ดวงตาแห้งผากไม่มีแม้แต่น้ำตา  เธอเดินไปจูบลูกที่กำลังเน่าบนเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับของสิ่งหนึ่ง  เธอเคาะประตูห้องข้างๆ แล้วยืนรออยู่นาน  อีริคก็ออกมาด้วยสภาพนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว

            “เอาเงินนี่ไปซื้อยาคุมซะ  ฉันไม่อยากมีลูกชู้หัวขนโผล่มา”  อีริคไม่สนว่าเธอมีเรื่องอะไรแต่ปาเงินในมือใส่หน้าเธอเสียก่อน

            “อีริค...ที่ผ่านมาฉันคิดว่าไม่เคยทำผิดต่อคุณ  แต่วันนี้ฉันแค้น...แค้นถึงขนาดที่ว่าต่อให้โลกนี้ล่มสลายฉันก็ยังแค้น  ฉันอยากจะฆ่าคุณให้ตายไปพร้อมๆ กับนังแพศยาอสรพิษนั่น”  เธอยกปิ่นขึ้นด้วยมือสั่นๆ  “ปิ่นอันนี้มันทำให้ฉันตกลงแต่งงานกับคุณ  นำพาฉันลงมายังนรกที่ไม่มีวันปีนขึ้นไปได้อีก”

            อีริคถอยหลังอย่างลืมตัวเมื่อแอลสาวเท้าเข้าใกล้เขา  ผู้หญิงที่เคยอ่อนหวานหัวอ่อนจนเรียกได้ว่าอ่อนแอเปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ  เขารู้ว่าทำกับเธอไว้มากแต่จะให้ปล่อยไปเขาก็ยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่  เธอทำงานเก่ง  งานบ้านไม่เคยบกพร่อง

            “จะทำอะไรแอล”  ชายหนุ่มถอยจนไปชิดเตียงที่จีน่านอนอยู่

            “เอาใครติดไปด้วยก็ได้สักคนหนึ่ง”  แอลพูดจบก็จ้วงแทงปิ่นมั่วๆ  แค้นก็ส่วนแค้นแต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีดวงเรื่องฆ่าคน  แถมเธอยังไม่มีแรงเหลืออีกแล้วด้วย

            อีริคที่ถูกปลายปิ่นแหลมถากไปมาผลักแอลออกก่อนจะดึงจีน่าหนี  พวกเขาวิ่งหนีหญิงสาวที่คลั่งเหมือนผีทวงแค้นที่ไล่จ้วงแทงพวกเขาไม่ลดล่ะ  ก่อนจะสบโอกาสออกไปหน้าบ้านแล้วปิดประตูกักขังเธอเอาไว้เหมือนที่ผ่านมา

            “อีริค  จีน่า  พวกแกจำเอาไว้จะสิบปีร้อยปี  ต่อให้กลายเป็นเถ้าถ่านเหลือแต่วิญญาณฉันก็จะมาทวงแค้นครั้งนี้คืน”  แอลอาฆาตทิ้งท้ายแล้วเดินกลับไปที่ห้อง  เธออุ้มลูกในห่อผ้าไว้ในอ้อมกอดแล้วกดแทงปิ่นเข้าที่อกของตัวเอง  กดลึกเข้าส่วนหัวใจอย่างแม่นยำ  ชาตินี้เธอทั้งอ่อนแอทั้งขี้ขลาด  คิดฆ่าคนก็ยังหวาดกลัว...หวังว่าพอกลายเป็นวิญญาณแล้วเธอจะใจกล้าขึ้นมาบ้าง

            หลังวิญญาณที่ชื่อแอลเล่าจบสองปีศาจหนึ่งเทพก็นั่งเงียบกริบ  เห็นใจมันก็เห็นใจอยู่  แต่ไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้สักเท่าไหร่ว่าทำไมต้องทิ้งชีวิตแล้วทนอยู่ขนาดนั้น  ขนาดช่วงเวลาสุดท้ายคิดแค้นแล้วยังไม่กล้าลงมือแบบเด็ดขาด  แต่ก็ว่าไม่ได้คนที่หัวอ่อนว่าง่ายจะลุกขึ้นสู้ไม่ใช่ว่าจะทำก็ทำได้เลย

            “ฉันไม่เข้าใจผู้หญิงเลยจริงๆ”  โคโค่นวดหัวคิ้วไปส่ายหน้าไป

            “โคโค่...”  คีแกนเรียกชื่อเธอพร้อมทำสีหน้าสมเพช  “เธอก็เป็นผู้หญิง”

            “โอ๊ะ!...อ๋อ”  โคโค่ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะทำเสียงรับรู้  เพราะอยู่กับพวกระยำใจหมามากไปเธอถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไงล่ะ

            “ทำไมถึงต้องทนขนาดนั้นล่ะ”  คีแกนถามผีในปิ่น

            “รักมากล่ะมั้ง”  เสียงแหบแห้งตอบกลับอย่างไม่แน่ใจ  จนเป็นวิญญาณเธอก็ยังมานั่งคิดแทบตลอดเวลาว่าทำไมถึงต้องทนขนาดนั้น  ทำไมถึงกลายเป็นจุดจบแบบนั้น

            “ก็ว่าไม่ได้นะ  มนุษย์ผู้หญิงมักมีส่วนนี้อยู่ในบางคน  งมงาย  ลุ่มหลงทั้งๆ ที่ผู้ชายบางคนไม่มีอะไรดี”  ชักกี้ทอดถอนใจเหมือนเข้าใจโลก  บางทีแอลอาจเป็นพวกเอ็ม...มาโซคิสม์ก็ได้ใครจะรู้  กระทืบให้ตายฉันก็จะอยู่กับคุณอะไรแบบนั้น

            “ฉันไม่งมงายนะ”  โคโค่สวนกลับ

            “อ๋อ...แล้วไอ้คนที่ไปกางเต็นท์นอนอยู่หน้าโกดังกลางหิมะตอนวันคริสต์มาสเพื่อดักจับซานต้ามันเป็นใคร  ลูกหมาโคโค่หรือเปล่า”  ชักกี้หัวเราะขำ  โคโค่เคยเชื่ออย่างฝังหัวว่าซานตาคลอสมีจริงแถมยังอยากจะเจอตัวเป็นๆ ดูซักหน่อย  พอถึงวันคริสต์มาสที่อากาศหนาวเหน็บหิมะตกก็ยังออกไปกางเต็นท์พร้อมแขวนถุงเท้าไว้หน้าโกดังเพื่อดักจับชายแก่หมวกแดงเคราขาวอย่างจริงจัง  ทำแบบนี้อยู่ 5 ปีถึงได้ล้มเลิกไปเพราะหันไปสนใจเรื่องเทวดาฟันน้ำนมว่ามีจริงหรือไม่แทน

            “ระยำชักกี้เรื่องแบบนี้ยังพูดออกมาได้  ซานตาคลอสใจดีขนาดนั้นเอาเขามาล้อเล่นได้เหรอ  นายหัวเราะโฮะๆ ยังได้ไม่ละมุนหูเท่าเขาไอ้สารเลวกินศพ”  หญิงสาวยกเท้าถีบคนที่นั่งข้างตัวอย่างโมโห...ไอ้ชักกี้ใจหมากล้าดูถูกคนแก่ใจดี

            “ลูกหมาโคโค่  ถีบฉันอีกทีแก้วนมตอนเช้าเธอรับรองเลยว่าได้มีลูกตาคนอยู่แน่  ไอ้ลูกหมากินศพ!!”  ชักกี้ถูกถีบจนตกโซฟาก้นกระแทกพื้น

            “แล้วจะเอายังไง”  คีแกนกลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ยเพราะเหตุการณ์แบบนี้ชินเสียแล้ว 

            “ก็นะ...เรียกมาแล้วก็ต้องทำ”  โคโค่ปรับลมหายใจที่หอบถี่เหมือนความดันจะขึ้นก่อนหันไปมองวิญญาณที่ยังยืนนิ่ง  “เธอจะเอาแบบไหน”

            “ให้มันตายตกตามกัน”  แอลพูดแบบไม่ต้องคิด  “สองชีวิตแลกสองชีวิต  ฉันโดนยังไงพวกมันโดนมากกว่า  อยู่ไม่สู้ตาย”

            “บาปนั่นจะตกที่เธอส่วนหนึ่งนะ”  หญิงสาวเอ่ยเตือน  หลังปลดปล่อยลงนรกแน่นอนถ้าเอาถึงขั้นนั้น

            “ฉันจะรอรับมันอย่างยินดีเชียวล่ะ”  วิญญาณของแอลจางหายไปพร้อมคำพูดสุดท้าย

            “ถนนเส้นภูเขาโบรโม  สองคนนั่นอยู่ในแก๊งบลูด็อก”  คีแกนเสิร์ชหาเป้าหมายอย่างรวดเร็วเหมือนรู้ว่าจะทำอะไรกันต่อ  พร้อมตรวจสอบสถานะการเงินและข้อมูลอีกหลายอย่าง 

            “เฮ้อ!”  โคโค่ถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืนเตรียมกลับห้องไปนอน  “ชักกี้พรุ่งนี้ไปซิ่งกันหน่อยดีกว่า”

            “ฉันขับ”  ชักกี้ไม่ปฏิเสธ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น