facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 (รีไรท์) นอนบ้านฉันไหม?

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 (รีไรท์) นอนบ้านฉันไหม?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.4k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2564 17:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 (รีไรท์) นอนบ้านฉันไหม?
แบบอักษร

“โคโค่ฉันคิดว่าเธอน่าจะสนใจของอันนี้” 

ช่วงบ่ายที่แดดแผดเผาอากาศร้อนระอุ คีแกนเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยสีหน้าง่วงงุน ในมือมีไอแพดรุ่นใหม่ที่กำลังเปิดข้อมูลบางอย่าง 

“ปิ่นเงิน?” โคโค่เลื่อนดูภาพปิ่นปักผมเงินแท้ มันเป็นรูปแบบธรรมดาที่หาซื้อได้จากร้านเครื่องประดับทั่วไป “นายชอบเหรอ อย่างมากก็ราคาไม่เกินร้อยเหรียญ” 

“ไม่ใช่ที่ราคาแต่เป็นประวัติ ของชิ้นนี้อยู่ในพิพิธภัณฑ์เอกชนครูสฮันเตอร์” 

“ชื่อประหลาดจัง” 

“มีประหลาดกว่าแบล็กวิงซ์อีกเหรอ” คีแกนเยาะเย้ย ก่อนจะทำท่ากระหยิ่มยิ้มย่อง “ครูสฮันเตอร์เป็นพิพิธภัณฑ์สะสมของอาถรรพ์ แบบว่าของแรงๆ ที่มีประวัติความเป็นมา” 

“ถ้าจำไม่ผิดเมื่อสิบปีก่อนเราเคยไปยกเค้าแหล่งรวมของอาถรรพ์ในโบสถ์บาร์ธาซ่าร์ ในหนึ่งร้อยชิ้นที่ว่าผีดุนักดุหนามีอยู่แค่ชิ้นเดียวที่มีจริงๆ แถมเป็นผียายแก่ที่หลงๆ ลืมๆ จนต้องอยู่ในผ้าพันคอเพราะเดินสองก้าวก็ลืมว่าจะไปไหนนั่นอะนะ” ตอนนั้นเธอขนขยะเข้าบ้านของแท้ มีตั้งแต่ช้อนยันโคมไฟแตก ไม่รู้ว่าหลวงพ่อของโบสถ์บาร์ธาซ่าร์จะรับขยะเก็บไว้ทำไม ไอ้ที่ขึ้นชื่อลือชาว่ามีผีแต่มันมีจริงๆ เสียที่ไหน และเพราะแบบนี้ร้อยปีที่ผ่านมาเธอถึงทำตามคำขอของวิญญาณไปได้แค่ 249 ดวงรวมกับเจ้าหญิงโซฟีน่าเมื่อไม่กี่วันก่อนด้วย 

แต่หาวิญญาณว่ายากทว่าก็ยังไม่ยากเท่าทำภารกิจตามคำขอ บางดวงวิญญาณมีแรงอาฆาต โกรธแค้นและเจ็บปวด เธอจึงต้องทั้งเยียวยาวิญญาณทั้งลงมือล้างแค้นให้ บางครั้งหนึ่งเดือนถึงสำเร็จ บางครั้งหนึ่งปีถึงลุล่วง ทั้งเธอ คีแกนและชักกี้จึงหวังตามหาวิญญาณไม่เรื่องมากที่มาพร้อมกับภารกิจแบบหวานหมูอย่างเช่นเจ้าหญิงโซฟีน่า แต่วิญญาณที่ยอมหนียมทูตเพื่อเฝ้าของรักของหวงไม่ยอมไปเกิดจะมีเรื่องราวง่ายๆ ได้ที่ไหนกัน 

“ฉันตรวจสอบประวัติแล้ว มันเป็นเรื่องจริงนะ ปิ่นอันนี้ปักอกผู้หญิงคนหนึ่ง รับรองว่าต้องเจ็บแค้นสุดๆ แน่ เอาชามข้าวหมาเธอเป็นประกัน ปิ่นอันนี้มีผี” 

“ระยำ” โคโค่บ่นหงุงหงิง แต่ใจชักเอนเอียงไปทางเชื่อแล้ว 

“ผีมีจริงในโลกด้วยเหรอ?” ชักกี้เดินผ่านมาได้ยินพอดีเลิกคิ้วถาม 

“นายก็เห็น” คีแกนเท้าเอวทำปากจิ๊กจั๊ก เพราะไม่รู้ว่าเจ้าตัวกินศพจะมาไม้ไหน 

“ฉันเชื่อในวิทยาศาสตร์เท่านั้น” ขณะที่พูดนักทดลองหนุ่มก็เปิดตู้เย็นแล้วหยิบหัวเบนจี้ออกมา “ถ้ามีผีทำไมเบนจี้ไม่บ่นว่าหนาว ดูสิ น้ำแข็งเกาะเขาเต็มเลย” 

“โอ๋ๆ นะ” โคโค่ปลอบเบนจี้ 

“อย่ามาตอแหลเจ้าคนสารเลว” คีแกนฮึดฮัด 

“อยากให้ฉันเห็นผีเหรอ?” ชักกี้กระตุกยิ้ม “เขาบอกว่าเนื้อสมองนกฮูกเหมือนขี้เถ้าเจ็ดป่าช้า ป้ายตาเห็นผี ทำสุกี้ได้ทัวร์นรก ให้ฉันกินสักคำสองคำได้ไหมล่ะ?” 

“กรี๊ด!!” โคโค่และคีแกนกรี๊ดแตกออกมาพร้อมกัน ชักกี้กินศพเป็นเรื่องจริง ถึงกับจะทำสุกี้กันเลยนะ ใครหนอกินศพ ก็เจ้าสารเลวชักกี้อย่างไรเล่า 

คนยืนยันข่าวลือให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัวอ้าปากค้าง เขาแค่ล้อเล่นเองนะ 

 

พิพิธภัณฑ์เอกชนขนาดเล็กอย่างครูสฮันเตอร์กลายเป็นสถานที่ที่แบล็กวิงซ์ผู้โด่งดังมาเยือนในยามวิกาล หากไปพูดเรื่องนี้ต้องไม่มีใครเชื่อแน่ แต่เพราะโคโค่ทนแรงคะยั้นคะยอไม่ไหว สุดท้ายก็มาโผล่อยู่ที่นี่ 

การลักลอบเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ครูสฮันเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย อาจจะเพราะมันเป็นแหล่งจัดแสดงของอาถรรพ์ การลักขโมยจึงเกิดขึ้นได้น้อยลงไปด้วย แต่ทว่ากล้องวงจรปิดก็ยังมีอยู่ตามจุด บางอย่างที่พอเป็นของมีราคาก็ยังถูกใส่ตู้คล้องกุญแจไว้อย่างดี 

“รอบนี้ไม่ต้องทิ้งขนนกล่ะ ขายขี้หน้าแย่เลยที่แบล็กวิงซ์ขโมยของราคาถูก” คีแกนพูดผ่านหูฟังจิ๋ว 

“นายให้ฉันมา” โคโค่แยกเขี้ยว ส่วนตัวเองก็มายืนอยู่หน้าตู้ใส่ปิ่นเงินซึ่งเป็นเป้าหมายของคืนนี้ ปิ่นเงินที่ไม่ได้สดใสแวววาวเหมือนของใหม่ถูกตั้งโชว์ ด้านล่างมีประวัติความเฮี้ยนเขียนบรรยายเอาไว้ แต่ที่มาของปิ่นกลับไม่ละเอียดมากนัก ข้อมูลไม่ต่างจากที่คีแกนค้นหามาสักเท่าไหร่ เห็นได้ชัดว่าเรื่องราวพยายามหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงบุคคลที่สาม ซึ่งนั่นหมายความว่าบุคคลที่สามคนนี้อาจยังมีชีวิตอยู่ 

“เร็วๆ เข้าล่ะ พรุ่งนี้เช้าเวรเธอทำอาหาร” ชายหนุ่มพูดจบก็ตัดสายทิ้ง งานวันนี้สำหรับลูกหมาโค่แล้วไม่ต่างจากการไปเดินเล่น เขาไม่ต้องอยู่ช่วยเธอก็เอาตัวรอดได้สบาย 

ล็อกพิกซึ่งเป็นอาวุธพื้นฐานของโจรทั่วไปถูกนำออกมาใช้งาน โคโค่ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็สามารถสะเดาะกลอนล็อกตู้ได้แล้ว และปิ่นอาถรรพ์ก็มาอยู่ในมือ เธอเสียบปิ่นไว้กับร่องอก จากนั้นก็ออกจากพิพิธภัณฑ์ไปอย่างเงียบเชียบ 

 

ถนนมืดร้างผู้คน สองข้างทางเป็นอาคารสามชั้นถูกทิ้งร้างทั้งซอย ในเมืองคนบาปมีอาคารแบบนี้มากมาย ร้านดีๆ เปิดไม่นานมักถูกปล้นจนเจ๊งอยู่เสมอ สุดท้ายก็กลายเป็นที่ซ่องสุมของพวกติดยาหรือนักโทษหนีคดี 

โคโค่เดินไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกล ตั้งแต่เดินเข้าซอยนี้ฝีเท้าก็รีบเร่งกว่าปกติ เธอเพิ่งไปพิพิธภัณฑ์อาถรรพ์ พอออกมาก็ถูกบรรยากาศซอยเปลี่ยวครอบงำ ตอนนี้แค่เสียงลมพัดใบไม้ไหวก็ทำให้หวาดผวาได้ อย่างกับว่าจะมีผีโผล่มาแฮ่ใส่ไม่ตอนใดก็ตอนหนึ่ง 

แต่จะว่าไปเธอไม่ได้กลัวผี ทว่าหากใครเคยเข้าบ้านผีสิงจะเข้าใจความรู้สึกเธอในตอนนี้ แบบว่าบรรยากาศมันพาไปพอให้ใจตุบๆ ต่อมๆ เลือดสูบฉีด แล้วก็ตกใจแบบเอ๊ะๆ เมื่อผีโผล่มาพอให้คุ้มค่าตั๋ว อย่างเช่นโผล่มาตรงแถวมุมตึกข้างหน้านี้ 

“คิตตี้!” 

“อ๊า! ตายห่าคีแกน!!” โคโค่หวีดร้องเสียงหลง ตัวกระโดดถอยไปสามก้าว 

เจ้าของเสียงเรียกโผล่มาจากมุมตึก ร่างสูงในชุดสีขาวพร้อมผมเงินยวงทอประกาย 

“ซีโร่! โผล่มาดีๆ มันจะตายไหม ใจหล่นตุ๊บๆ เลย” หญิงสาวเก็บมีดสั้นในมือเข้าที่เดิม 

“เธอเป็นโจรนะ” ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มจางๆ 

“โจรก็ตกใจได้ แล้วห้ามเรียกฉันว่าคิตตี้อีก” 

“ห้ามได้เหรอ เห็นเธอแต่งตัวออกศึกทีไรเหมือนแมวป่าทุกที” เขากวาดมองไปทั่วร่างระหงที่สวมชุดดำรัดรูปเพื่อความคล่องตัว ในวันปกติโคโค่แต่งตัวเยอะสิ่งอยู่เสมอ ยกเว้นก็แต่ในตอนปฏิบัติงานแบบนี้ 

“งั้นก็เรียกแคทเซ็กซี่ไม่ใช่เบบี้ลูกแมว” เธอเรียกร้อง อยู่บ้านมีแต่คนเรียกลูกหมา ออกมาเป็นลูกแมว ที่จริงเธอโตเต็มวัยแล้วควรเพิ่มคำว่าเซ็กซี่เข้าไปด้วยถึงจะถูก 

“ว่าแต่มาทำไม จะแย่งของอีกเหรอ?” เธอถาม พักนี้เขามาดักเจอเธอบ่อยกว่าปกติ เมื่อก่อนสองสามเดือนเขาถึงจะโผล่มาสักที ทว่าเดี๋ยวนี้เธอออกไปทำงานสุจริตหาเลี้ยงชีพทีไรเขาก็มักโผล่มาเสมอ 

“ขอดูหน่อยเอาอะไรมา?” ชายหนุ่มแบมือ 

“ของราคาไม่กี่เหรียญ ครั้งนี้ให้ไม่ได้เด็ดขาด จะสู้ขาดใจเลยนะ” 

“ที่รัก...เธอก็รู้ว่าเรื่องนี้สู้ฉันไม่เคยได้” ซีโร่เข้าประชิดร่างนุ่ม แต่เขาไม่อาจดูถูกโคโค่ได้เลย นางโจรชื่อดังจากเมืองคนบาปจะธรรมดาก็คงไม่ได้ เธอปราดเปรียวและว่องไวเหมือนแมวป่า กรงเล็บที่ซ่อนเอาไว้ก็แสนคมกริบ อย่างเช่นตอนนี้ มีดสั้นเงาวับในมือเธอตวัดเฉียดผ่านลำคอของเขา ซึ่งเรื่องทำนองนี้โคโค่ไม่เคยออมมือให้สักครั้ง 

ชายหนุ่มเอนตัวหลบแล้วขยับเข้าประชิดเธอใหม่ มือซ้ายตะปบแล้วบีบเข้าที่ก้นเต่งตึง “จริงๆ ฉันอยากฟาดก้นเธอมากกว่า ถ้าเธอจะอยู่นิ่งอีกนิด” 

“ระยำซีโร่!” โคโค่ดีดตัวออกห่างชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว เธอรู้ว่าตัวเองสู้ด้วยกำลังกับเขาไม่เคยได้สักครั้ง แล้วทุกครั้งเขามักจะลวนลามก้นเธอ พอจับได้ก็บีบ รู้จักกันร้อยปีก็บีบมาร้อยปีแล้ว เขาเป็นพวกโรคจิตนิสัยเสีย ตอนนี้ไม่รู้ว่าหนังก้นเธอติดมือเขาไปบ้างหรือเปล่า 

“โคโค่เธอจะด่าทุกคนว่าระยำไม่ได้” ซีโร่หัวเราะ ไม่พอใจก็ระยำ อยากด่าก็ระยำ อ๋อ...สารเลวอีกคำด้วย 

“สารเลวซีโร่!” 

คราวนี้ชายหนุ่มขำหนักขึ้นไปอีก แต่เขามันก็สารเลวอยู่จริงๆ ช่วยไม่ได้ที่เห็นก้นเธอแล้วมันเขี้ยวอย่างกับพวกวิตถาร ดีหน่อยที่รู้สึกแบบนี้กับเธอแค่คนเดียว ไม่อย่างนั้นเขาได้ไปบำบัดหรืออยู่ในคุกแน่ 

“บีบครั้งหน้าฉันจะไปปล้นบ้านนาย” 

“รอให้มาอยู่” เขาเท้าเอว ก่อนจะชี้นิ้วกวาดไปทั่วร่างคนตรงหน้า “จะให้ฉันดูของดีๆ ไหม หรือต้องให้ฉันค้นเอง บอกไว้ก่อนเลยนะ ถ้าได้จับรับรองว่าจะไม่ปล่อย” 

เขายอมรับว่าตอนนี้กำลังจะกลายเป็นคนระยำขึ้นมาจริงๆ แล้ว กว่าร้อยปีเขาปรารถนาเธอมาตลอด แต่ตัวเขามีกลิ่นอายความตายเข้มข้นจึงไม่อยากเข้าใกล้จนทำให้เธอรู้สึกย่ำแย่ ถึงแม้เธอจะเป็นฟินิกซ์ แต่สาบานเลยว่าเขาก็ไม่อยากเห็นเธอเจ็บปวด สุดท้ายจึงใช้เวลาร้อยปีจนถึงตอนนี้เพื่อฝึกฝนควบคุมความดำมืดในตัวเองจนกลายเป็นนายของมันได้ในที่สุด ควบคุมมันไว้แบบเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่อย่างเมื่อร้อยปีก่อนที่ยังอ่อนหัด เดี๋ยวทำได้เดี๋ยวทำไม่ได้ 

“ทำไมนายถึงชอบมาแย่งของของฉันอยู่เรื่อยเลย ครั้งนี้มันเป็นแค่ปิ่นเงินธรรมดาจริงๆ” โคโค่เบะปาก เธอเองก็ไม่ได้เก่งกาจมาจากไหน ชีวิตมีแค่ขโมยและขโมย ให้ดิ้นรนเอาตัวรอดก็ยังพอไหว แต่จะให้สู้กับซีโร่ที่เป็นเหมือนปีศาจร้ายเธอจะเอาอะไรไปฟัดกับเขา 

“กล้าพูดว่าเป็นของเธอทั้งที่เพิ่งขโมยมาเนี่ยนะ ส่งมา” เขาไม่สนว่ามันราคาเท่าไหร่ แต่สนว่าวิญญาณในปิ่นต้องการอะไร เขารู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ตลอดร้อยปีจึงสอดมือเข้ามาเกี่ยวแล้วแย่งบางส่วนไป วิญญาณทุกดวงก็เป็นมนุษย์มาก่อนมีทั้งกิเลสและตัณหา คำขอบางอย่างมันเป็นสิ่งที่เธอทำให้ไม่ได้ ดังนั้นขอเพียงความปรารถนาของวิญญาณคาบเกี่ยวกับการสร้างความลำบากให้เธอ เขาจะชิงตัดหน้าทำลายทิ้งเสียเอง และนี่คือหนึ่งในความสามารถที่พ่ออย่างเทพแห่งความตายสืบทอดให้เขาโดยไม่รู้ตัว 

“ไม่!!” แย่งของจากมือโจรก็เรียกว่าหยามกันแล้ว ถึงที่ผ่านมาจะหยามไปแล้วหลายครั้งก็เถอะ 

“ฉันก็รอคำปฏิเสธนี่แหละ” ซีโร่กระตุกยิ้มพร้อมพุ่งตัวเข้าประชิดหญิงสาวอีกครั้ง เขาแย่งมีดในมือเธอด้วยทักษะที่เหนือชั้นกว่า จากนั้นก็ดันร่างนุ่มถอยไปชิดกำแพงพร้อมรวบข้อมือบางให้ไพล่หลังเอาไว้ 

โคโค่สบถคำหยาบที่ใช้เพียงสองคำมาทั้งชีวิต เธอแทงเข่าสวนตั้งใจเอาคืนเขาให้เจ็บแสบ แต่ทว่าชายหนุ่มกลับรู้ทัน เขาใช้ท่อนขาแข็งแรงจัดการล็อกเธอเอาไว้จนขยับไม่ได้ 

“ระยำ!!” หญิงสาวแยกเขี้ยว เกาะคนบาปสอนอะไรเธอมามากมาย ทักษะหลายๆ ด้านล้วนใช้ทำมาหากินได้แบบไม่อดอยาก แม้กระทั่งการใช้มีดฆ่าคนเธอก็ชำนิชำนาญอยู่บ้าง แต่ฝีมือต่อสู้ต่อยตีแบบนี้กลับกระจอกงอกง่อย อันที่จริงแล้วเธอเป็นสายลอบกัดเลี่ยงปะทะต่างหาก 

ร่างสูงบดเบียดกายแนบกับเธอไปทุกสัดส่วน แนบสนิทจนเขาได้กลิ่นเครื่องสำอางอ่อนๆ บนใบหน้าสวย โคโค่ไม่ใช้น้ำหอมเวลาทำงาน แต่เรื่องแต่งหน้ากลับพิถีพิถันยิ่ง หลายๆ ครั้งเครื่องสำอางของเธอก็กลายเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทำให้ใครหลายคนรู้ว่าจอมโจรแบล็กวิงซ์เป็นหญิงสาวที่รักสวยรักงาม ทั้งยังใช้เครื่องสำอางราคาแพงตามสมัยนิยมอยู่เสมอ ซึ่งเรื่องนี้เขาเห็นด้วย ใบหน้าจิ้มลิ้มราวตุ๊กตาถึงดึงดูดใจเขามาตลอดร้อยปีไม่เคยเบื่อ 

ซีโร่รวบข้อมือเธอไว้ด้วยมือเดียว แล้วใช้มืออีกข้างเชยคางเล็กขึ้น “เข่าแหลมจังเลยนะ ด็อกกี้ท่าจะเหมาะกับพวกเรา” 

“นายสิหมา! หมาทั้งหมดเลย” 

ชายหนุ่มหัวเราะขลุกขลักในลำคอ ยิ่งเห็นหน้าดื้อดึงปากยื่นๆ ยิ่งมันเขี้ยว ไม่คิดว่าสาวน้อยอายุสองร้อยปีจะมีมุมไร้เดียงสาอยู่ด้วย 

“ดูซิว่าโจรชื่อดังเขาเก็บของไว้ตรงไหนกัน” นิ้วเรียวแหวกเสื้อแจ็กเกตพอดีตัวของเธอออก จากนั้นก็พุ่งเป้าไปยังเสื้อกล้ามรัดรูป 

“ฉันหยิบให้!” โคโค่เบ้หน้า รู้สึกจั๊กจี้ปนวูบวาบตรงหน้าอกแปลกๆ 

“ทีแรกถ้าไม่ดื้ออาจพอคุยกันได้” เขาแตะบนเนินเนื้ออวบอิ่มแล้วคืบคลานไปด้านใน ยอมรับว่าตอนนี้เขาเป็นไอ้โรคจิตวิตถารจอมฉกฉวยเต็มขั้น แต่เนื้อเข้าปากมีหรือจะไม่ขย้ำ เขาเป็นคุณชายปีศาจชั่วช้าที่ถือกำเนิดจากนรกเชียวนะ 

ปลายนิ้วร้อนเล็กน้อยลากผ่านความอวบอิ่มเต็มตึงอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเจอกับของที่ต้องการได้ไม่ยาก ทว่าตอนนี้เขาไม่อยากเอามือออกเสียแล้วสิ ที่แตะก็เป็นมือแท้ๆ แต่ตรงที่รู้สึกกลับไหลลงไปช่วงกลางลำตัวเสียอย่างนั้น พนันได้เลยว่านอกใจหัวใจพองโตที่ได้อยู่ใกล้เธอแล้ว อย่างอื่นก็พองโตควบคู่ไปด้วย 

“ไปบ้านฉันกันเถอะ” เขาชวนด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาสีเทาขมุกขมัวเข้มขึ้น เมื่อก่อนก็แค่หยอกเย้าให้คลายความคิดถึงแล้วก็จากลา แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ไอความตายเขาควบคุมมันได้แล้ว หลังจากวันนี้ไม่ว่าเธอจะอยู่ตรงไหนของมุมโลก เขาก็สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ชั่วนิรันดร์ 

“ไม่เอา” โคโค่ส่ายหัว ก่อนจะผงะเมื่อริมฝีปากถูกจู่โจม 

เหมือนขีดความอดทนที่สั่งสมมาตลอดร้อยปีสิ้นสุดลงแค่นี้ ซีโร่ก้าวข้ามไปหาความสนิทชิดเชื้อที่สุ่มเสี่ยงที่สุด เขาเปิดเปลือยความปรารถนาแบบไม่ปิดบัง จูบนี้คล้ายกับว่ากำลังพังทลายช่วงเวลาทั้งหมดของเขาที่มีต่อเธอ 

กลีบปากนุ่มถูกบดขยี้อย่างรุนแรง มันเป็นจูบเร่าร้อนราวกับไฟนรกแผดเผา ลิ้นเปียกชื้นรุกรานสู่โพรงปากหอมกรุ่นอย่างอุกอาจ เกี่ยวพันรัดรึงลิ้มชิมรสด้วยความกระหาย 

โคโค่สำลักจูบจนหน้าแดงก่ำ ถึงจะไม่ประสาในเรื่องความสัมพันธ์ชายหญิง แต่เธอคิดว่านี่คือจูบดุดันและบ้าคลั่ง กลีบปากถูกฟันเขากัดจนเจ็บ ลิ้นถูกเขาดูดดึงเหมือนจะช่วงชิงไปอย่างกับขโมย ขโมยแม้กระทั่งน้ำลาย  แถมยังเป็นน้ำลายโจรด้วย 

“สารเลวเอาคืนมา!” ศักดิ์ศรีโจรทำให้เธอโพล่งคำพูดไม่น่าฟัง กับน้ำลายเธอก็หวง 

“จะคืนให้เยอะๆ เลย ไปบ้านฉันสิ” เขาล่อหลอก มือสอดไปใต้เสื้อกล้ามรัดรูปแล้วกอบกุมทรวงอกอวบหยุ่น เพราะได้สัมผัสแนบชิดถึงได้รู้ว่ารูปร่างปราดเปรียวของเธอซ่อนรูปขนาดไหน เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผาย หน้าอกกลมกลึงขนาดพอเหมาะพอดีจนไม่อยากปล่อย 

“ไม่ใช่เด็กสักหน่อย” เธอถลึงตาพลางดิ้นด้วยความโมโห แล้วก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีกเพราะดิ้นให้ตายก็ไม่หลุด มือของเขาล็อกแน่นอย่างกับคีมเหล็กไม่มีผิด และดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่รู้สึกได้ถึงความห่างชั้นของชั้นเชิงและพละกำลัง ที่ผ่านมาเขายอมอ่อนข้อให้อยู่ตลอด ปกติแล้วทั้งเธอและเขาปะทะกันแค่พอหอมปากหอมคอ พอเขาได้ของที่ต้องการก็เลิกแล้วต่อกัน แต่ครั้งนี้เหมือนอะไรบางอย่างมันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง 

“ฉันรู้ดีเชียวล่ะ” เขาบีบเคล้นก้อนนุ่มในมือ แล้วจู่โจมกลีบปากแดงก่ำอีกครั้ง แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเอาแต่ใจ ปกติแล้วเขาก็เป็นพวกเรียกร้องนิสัยเสีย พอมาตอนนี้ไม่ต้องอดทนมองเธอห่างๆ อีก มันก็ไม่แปลกอะไรที่การกระทำจะบ้าระห่ำเผด็จการถึงขนาดนี้ จะว่าเขาเป็นโรคจิตก็ใช่ เป็นจอมวายร้ายก็ดี แต่เขาต้องการเธอ ต้องการมาตลอดและต้องได้ เขาจะพันธนาการปีกไฟที่แสนอิสระของเธอให้บินอยู่ในสายตาของเขาตลอดไปนับจากนี้ 

โคโค่หอบหายใจ รู้สึกได้ถึงร่างหนาหนักร้อนผะผ่าวกำลังบดเบียดแนบชิด ปากถูกรุกรานปลุกเร้าให้ความรู้สึกแปลกใหม่ มันซาบซ่านหวามไหวชวนมอมเมา เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการแลกน้ำลายเลียปากไปมาของคนสองคนจะสร้างความรู้สึกหลากหลายได้ถึงขนาดนี้ 

หากซีโร่รู้ว่าการแลกลิ้นระหว่างเขาและโคโค่คือการเลียปาก เขาคงเอาหัวโขกผนังตายประชดชีวิตอย่างแน่นอน 

“ฉันต้องการเธอ” เขากดร่างเธอเข้ากับผนัง ความเป็นชายตื่นตัวจนอึดอัด ให้ตายเถอะ เขาอยากหม่ำเธอจริงๆ นะ 

“อึดอัด เอาปิ่นไปแล้วแยกย้ายสักที” เธอแทบจะถูกบี้แบนคาผนังตึกอยู่แล้ว 

“เธอเข้าใจที่ฉันพูดไหมเนี่ย!” ซีโร่แยกเขี้ยว ก่อนจะคว้าปิ่นที่ยังอยู่กลางร่องอกออกมา ทว่าปลายนิ้วกลับจงใจปัดป้ายไปโดนยอดถันอ่อนนุ่มเป็นการทิ้งท้าย และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ทำให้ตัวเองทรมานถึงขีดสุด เพราะหลังจากกลับถึงบ้านคืนนี้เขาหยุดจินตนาการไม่ได้เลยว่ารสชาติของมันจะเป็นยังไง 

ร่างโคโค่สั่นสะท้านอยู่ชั่วขณะ จนกระทั่งปิ่นถูกดึงออกไปถึงได้กลับมาเป็นปกติ  

ปฏิกิริยาของเธอทำเอาชายหนุ่มลำคอแห้งผาก เขาอยากจะโยนปิ่นในมือทิ้งแล้วร่วมรักกับเธอตรงนี้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เขารู้ดีว่าตัวเองใส่ใจเธอมากกว่านั้น อย่างน้อยๆ ก็ไม่อยากให้ครั้งแรกระหว่างเขาและเธอเกิดขึ้นข้างทางท่ามกลางตึกร้างแบบนี้ 

 

ซีโร่สั่งให้เธอรออยู่เฉยๆ เขาหันหลังทำอะไรยุกยิกอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ส่งปิ่นคืนให้ “อันนี้จะช่วยก็ช่วยเถอะ แต่มือต้องเปื้อนเลือดหน่อยนะ” 

“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันจะทำอะไรที่ไหน?” เธอเป็นโจรมาทั้งชีวิต สิ่งที่ทำได้ดีมาตลอดคือการปิดบังอำพราง แต่ซีโร่เป็นคนเดียวที่ตามเธอทัน บางครั้งเหมือนเขามาก่อนล่วงหน้าด้วยซ้ำ ทั้งยังทำเหมือนรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ทว่าพอถามทีไรเขามักตอบกำกวมหรือบ่ายเบี่ยงอยู่เสมอ 

“ไปบ้านฉันสิแล้วจะบอก” เขายกยิ้มมุมปาก ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ เหมือนพวกปีศาจราคะจอมล่อลวงไม่มีผิด 

“ไม่เห็นจะอยากรู้” เธอไหวไหล่ สองร้อยกว่าปีมานี้เธอยังมีเรื่องที่ไม่รู้มากมาย ไม่รู้อีกสักเรื่องมันจะเป็นอะไรไป เขาไม่ฆ่าเธอก็พอแล้ว โลกขยะโสโครกใบนี้คนเก่งคือคนที่อยู่รอด  การคบค้ากับเขาในเชิงธุรกิจปีนป่ายก็ไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดนั้น อย่างน้อยๆ ก็ยังพอมีเรื่องคุยกันได้ อย่างเมื่อกี้เลียปากกันก็ถือว่าสนิทมากขึ้นนิดหนึ่ง 

“แต่ฉันอยากให้เธอรู้นะ” เขาเดินไปส่งเธอถึงที่รถพร้อมเปิดประตูให้ 

โคโค่สอดตัวเข้าไปนั่ง แต่ยังไม่ทันปิดประตูเขาก็ชะโงกตัวมาจูบเธอหนักๆ ทีหนึ่งแล้วกระซิบ 

“อยากให้เธอรู้ว่าฉันอยากอึ๊บเธอจริงๆ” 

“...อ๋อ” หญิงสาวขานรับในลำคอ ก่อนจะขับรถออกไปแบบไม่คิดอะไรมาก อันที่จริงแล้วพอได้ปิ่นคืนมาเธอก็อารมณ์ดี เรื่องอื่นถูกปัดออกไปจากสมองจนหมดสิ้น ส่วนเรื่องอึ๊บอะไรนั่นเธอเข้าใจว่าเขาคงอยากลองทำเสียงกบร้องแบบใหม่ดู ฟังแล้วดุดันกว่าอ๊บเป็นไหนๆ 

อนิจจา คุณชายซีโร่ใช้ความพยายามกว่าร้อยปีเผยความในใจออกมาก็เป็นได้แค่กบตัวหนึ่ง อึ๊บ...อ๊บ 

ความคิดเห็น