Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ใครเนื้อหอมกว่ากัน

ชื่อตอน : ใครเนื้อหอมกว่ากัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2561 20:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ใครเนื้อหอมกว่ากัน
แบบอักษร

ปึก!!!!!

"ขะ ขออภัย...เพคะองค์ชาย~"ร่างบางเอ่ยขอโทษคนที่นางวิ่งมาชน นางรีบมาที่นี่เพราะได้ยินมาว่าองค์ชายสองเสด็จมาที่นี่แล้วนางก็ได้พบจริงๆ! แถมได้เจอแบบระยะประชิดเสียด้วย

เทียนจินเพียงปรายตามองอีกฝ่ายก่อนจะเดินต่อไป อารมณ์ยังคุกกรุ่นอยู่เพราะเยว่จือนางกล้าเมินไม่สนใจเขาเป็นรอบที่สองของวันแล้ว!

"องค์ชายเพคะ! เดี๋ยวก่อนสิเพคะ!" เยว่จือวิ่งตามมาจนใกล้ถึงตัวเขาแต่เขาก็เดินต่อไปอีกเหมือนไม่ได้ยินเสียงของนางนี่จะโกรธอะไรขนาดนั้นเนี่ย!

ปึก!

 "โอ๊ย!!!"ร่างบางล้มลงที่พื้นอย่างแรงจนแขนถลอกเลือดไหลซึมออกมา ดีที่ชุดกระโปรงที่ใส่  วันนี้ยาวขาจึงไม่ถลอกไปด้วย

"เยว่จือ!!! เจ้าเป็นอะไรรึไม่!"เป็นลู่หมิงที่วิ่งตามมาจนเห็นนางล้มลงพอดี ถึงจะมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เขาเป็นห่วงเพื่อนจนต้องวิ่งตามมาเพราะกลัวพี่ชายสุดโหดจะทำอะไรนาง

"โอ๊ยย ซี๊ดดด เจ็บน่ะสิเพคะ"นางเอ่ยออกมาน้ำตาซึม แม้จะตอบออกไปเช่นนั้นสายตากลับจับจ้องไปที่หน้าจวน มองไปตรงทางที่ร่างสูงเดินออกไปเมื่อครู่

"ลุกไหวรึไม่ เข้าไปทำแผลก่อนเถิด" ลู่หมิงค่อยๆพยุงเพื่อนให้ลุกขึ้นก่อนจะพานางเข้าจวน 

"ไม่ต้องห่วงพี่สองหรอกน่า เจ้าน่ะห่วงตัวเองก่อนเถิด" เขาเห็นนางขืนตัวไว้เหมือนอยากจะเดินออกไปหาพี่ชายก็ปรามเสียงดุ ผ่านมาสามปีนางก็ยังเห็นพี่สองของเขาเป็นคนสำคัญอันดับหนึ่งตลอดมา 

"ฮึก องค์ชายจะโกรธข้ามากรึเปล่า"นางถามออกไปเสียงเบาหวิว วันนี้ควรเป็นวันที่นางมีความสุขไม่ใช่หรือ แต่ดูนางตอนนี้สิ

"เอาไว้ทำแผลเสร็จเจ้าก็ตามเข้าวังไปถามเอาเถิดข้าไม่เข้าใจจริงๆคนเย็นชาผู้นั้นมีอะไรดีนักนะ" เขาอดที่จะว่าให้ไม่ได้ 

"เยว่เออร์!!เจ้าไปโดนอะไรมา!"ใต้เท้าซือเอ่ยถามด้วยความตกใจรีบเข้าไปพยุงร่างของบุตรีมานั่ง

"ข้าหกล้มเองเจ้าค่ะ ฮึก ข้าไม่เป็นไร"ลู่หมิงส่ายหัวกับความดื้อของเพื่อนรัก นางเป็นเช่นนี้ตลอด คำว่าไม่เป็นไรเขาได้ยินจากนางจนเอียนแล้ว

 หลังจากทำแผลเสร็จลู่หมิงก็ขอตัวกลับวังไป ออกมานานแล้วเดี๋ยวท่านแม่จะเป็นห่วงอีก     เยว่จือกลับขึ้นไปพักในห้องตามลำพังไม่ออกมาพบใครอีก นางพยายามนั่งคิดหาวิธีไปง้อเขาแต่ก็คิดไม่ออกจนเผลอหลับไป

กลางดึก

ร่างบางหลับสนิทอยู่บนเตียงนอน ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายสดใสตอนนี้หลับตาพริ้ม พวงแก้มอมชมพูอย่างธรรมชาติไร้เครื่องสำอางค์ใดๆ

ในเวลานั้นเองก็เกิดสายลมพัดเข้ามาอย่างแรงครานึง ตามมาด้วยชายร่างสูงในชุดสีดำสนิท เสียงฝีเท้าก้าวเข้าใกล้เตียงเรื่อยๆโดยเจ้าของห้องไม่รู้ตัว

ร่างสูงสง่าลดตัวลงข้างเตียงนอน ฝ่ามือหนาลูบไล้รอบๆแผลอย่างเบามือมองแผลนั้นด้วยสีหน้าสำนึกผิด

"ขอโทษที่เป็นเหตุให้เจ้าต้องเจ็บตัวเช่นนี้.." ยาชั้นดีถูกทาให้นางอย่างเบามือที่สุดก่อนจะวางตลับยาไว้ข้างเตียง เขานั่งมองนางอยู่สักพักใหญ่จนใกล้สางจึงกลับไป แต่ก่อนกลับก็ไม่ลืมกดจูบลงที่หน้าผากมนอย่างรักใคร่หนึ่งทีเหมือนที่เคยทำเวลาแอบไปหานางยามนางหลับ

วันต่อมา    

"อืออออ เช้าแล้วหรือเนี่ย"ร่างเล็กกระพริบตาถี่ๆก่อนจะลุกขึ้นนั่ง นางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นยาสมุนไพรชั้นดีที่ทาอยู่รอบๆแผล ตลับยายังคงวางอยู่ข้างหัวเตียง 

"ตลับยาสลักรูปนกเช่นนี้มีอยู่ผู้เดียว!!!"   นางเอ่ยอย่างตกใจ เขามาที่นี่หรือ!ในห้องนาง   นี่น่ะหรือ! เยว่จือรีบจัดการผลัดผ้าอาบน้ำแล้วลงมาที่ด้านล่างของจวนทันที บางทีเขาอาจเพิ่งมา

"อ้าวเยว่เออร์มาแล้วรึ"ฮูหยินอ้ายเยว่เอ่ยทักบุตรสาวที่เพิ่งลงมากจากห้องของนาง

"มองหาใครรึ?"นางถามลูกสาวอย่างสงสัยเมื่อเห็นลูกสาวชะเง้อคอมองไปเสียทั่วทั้งโถง

"เปล่าเจ้าค่ะท่านแม่..."เมื่อเห็นว่าเขาไม่อยู่ก็เดินกลับมานั่งกอดมารดาเอาไว้ ขอเติมพลังก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตในวังหลวงแสนวุ่นวายหน่อยก็แล้วกัน

"อดทนนะเยว่เออร์อีกสองสามปีเจ้าก็คงได้ออกจากวังแล้ว"เอ่ยขึ้นอย่างรู้ทันความคิดของบุตรีตัวน้อย

"อีกแค่สองสามปีหรือเจ้าคะ"แค่คิดก็หดหู่อย่างบอกไม่ถูก ตอนเข้าไปล่ะไม่อยากเข้า พอจะให้ออกกลับไม่อยากออกเสียนี่ นางไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ  

 เวลาต่อมา

ร่างเล็กนั่งรถม้ากลับมาถึงวังหลวงในช่วงบ่าย นางเข้าเฝ้าฮองเฮาเสร็จก็ขอกลับมาพักทันที วันนี้นางไม่ได้ไปที่โรงตัดเย็บผ้าอย่างเช่นเคย ไหนๆฮองเฮาก็ให้หยุดได้สามวันก็ขอใช้ให้ครบตามจำนวนแล้วกันนะ

วันต่อมา

โรงตัดเย็บ

"นี่พวกเจ้ารู้ข่าวเรื่ององค์ชายสองรึยัง" นางกำนัลคนนึงเอ่ยขึ้น เพียงแค่ได้ยินชื่อเยว่จือก็หูผึ่งขึ้นมาทันที มีเรื่องอะไรนะ

"อ๋อเรื่องที่บุตรีท่านราชครูมานั่งเฝ้าที่สนาม ซ้อมรบน่ะรึเรื่องนั้นข้ารู้แล้วล่ะ"นางเอ่ยขึ้นอย่าง ขำขันต่างจากคนที่แอบเงี่ยหูฟังที่ชะงักไปเป็นที่เรียบร้อย

"นางช่างใจกล้าหน้าด้านดีจริง องค์ชายสองคงไม่ชายตาแลนางอยู่ดีนั่นแหละ"นางเอ่ยไปตามความจริง ที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่มีใครเคยทำเช่นนี้ แต่ก็ไม่เห็นเกินครึ่งชั่วยามก็วิ่งร้องห่มร้องไห้กลับจวนแล้ว

"ก็ไม่แน่น้าา ครานี้นางเป็นคนแรกเชียวล่ะที่อยู่เกินครึ่งชั่วยาม นางเฝ้าตั้งแต่เช้าจรดเย็นเชียว เห็นว่าวันนี้ก็มาแต่เช้า ข้าว่านางอาจจะทำสำเร็จคนแรกก็ได้นะ"

"ถ้าสำเร็จจริงข้าคงต้องไปแอบขอเคล็ดลับจากนางเสียแล้วล่ะฮ่าๆๆๆ" 

เยว่จือวางทุกอย่างในมือลงอย่างแรงจนทั้งสองคนนั่นหุบปากสนิท 

"พวกเจ้าเสียงดังมากเกินไปแล้ว"พูดจบก็เดินออกไปทันที สองนางกำนัลถอนหายใจโล่งอก พวกนางลืมไปได้อย่างไรว่าที่นี่ยังมีคนขององค์ชายสองอยู่อีกคน 

เยว่จือมานั่งสงบสติอารมณ์ที่สวน ประจวบเหมาะได้พบลู่หมิงเข้านางก็ท้าเขาดวลหมากรุกทันที นางชนะติดๆกันสิบกระดานรวด วางหมากแต่ละทีกระดานสะเทือนจนเพื่อนรักอย่างลู่หมิงแปลกใจ

"อะไรของเจ้าเนี่ยเยว่จือ เจ้าจะชนะให้ได้ทุกตาเลยรึ"เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะงอนนิดๆ

"หึ่ย!"นางวางหมากตัวสุดท้ายเสียงดังอีกครั้งจนลู่หมิงสะดุ้งรูดซิบปากสนิทไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมา

"ข้าถามหน่อยสิ ท่านชอบให้มีสตรีมาตามเฝ้ารึไม่"นางถามลู่หมิงเสียงเขียว ลู่หมิงถึงกับงงไปชั่วขณะ 

"กะ ก็ชอบ เจ้าถามทำไมรึ"เขาตอบออกไปตามความจริง ใครบ้างจะไม่ชอบกันเล่า

"ข้าไม่เล่นกับเจ้าแล้ว! " นางลุกขึ้นยืนก่อนจะหมุนตัวเดินออกมา ลู่หมิงรีบวิ่งไปคว้าแขนข้างที่ไม่มีแผลของนางไว้

"เดี๋ยวสิ เจ้าโกรธอะไรข้าเนี่ยเยว่จือ" ถามออกไปแบบงงๆไม่เข้าใจเลยสักนิด ก็นางถามมาเขาก็ตอบไปตามความจริง

"ข้าไม่ได้โกรธท่าน แต่ข้าไม่อยากเล่นแล้ว ฮึก ไม่เห็นสนุกเลย" ร่างเล็กสะอื้นไห้ออกมายิ่งทำลู่หมิงยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก อะไรกันเนี่ย!

"เยว่จือเจ้าอย่าร้องสิ เดี๋ยวคนก็คิดว่าข้าแกล้งเจ้ากันพอดี" ลู่หมิงเอ่ยพูดเมื่อผู้คนที่เดินผ่านไปมามองมาที่เขาและนาง

"ฮึก ฮืออออออ" 

"อ้าว!!ร้องหนักกว่าเดิมเสียอีก เยว่จือข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นอะไร แต่ถ้าเจ้าหยุดร้องข้าจะพาไปเดินเล่นที่ตลาดท้ายวังดีรึไม่" เขาเอาตลาดมาล่อ  เพื่อนของเขาเป็นนางกำนัลอยู่แต่ในวังจึงไม่มีโอกาสได้ไปด้านนอก นี่แหละตัวล่อที่ดีที่สุด

"ท่านต้องเลี้ยงขนมข้าด้วย"

"ได้ทีต่อรองข้าเลยนะ คิดจะขูดรีดข้ารึไง"

"เพื่อนท่านไม่สบายใจอยู่นะ"

"เจ้านี่มันโจรชัดๆฮ่าาๆ"เขาผลักหัวนางเบาๆทีนึงก่อนจะยอมพานางไปออกไปเที่ยวด้านนอกตามสัญญา 

ตลาดท้ายวัง

"มาตั้งไกลเจ้าแค่มาซื้อของพวกนี้เนี่ยนะ!"  ลู่หมิงบ่นอุบ มาถึงนางก็ซื้อแต่ของกระจุกกระจิก เขาล่ะไม่เข้าใจสตรีจริงๆ

"อย่าบ่นเลยน่า จะเลี้ยงขนมข้าไม่ใช่รึไปกันเถิด^^"  นางเดินนำเขาไปที่ร้านขายขนมหวานอย่างสบายใจจนเจ้ามืออย่างลู่หมิงหัวเราะในลำคอหึๆออกมาอย่างนึกหมั่นไส้

เมื่อได้ขนมและของต่างๆสมใจทั้งสองก็พากันกลับทันที แต่ก่อนที่จะถึงฝ่ายในนั่นเอง..

"เยว่เออร์เดี๋ยวก่อน!!!"เสียงชายคนหนึ่งเอ่ยเรียกนางก่อนจะมีชายอีกหลายคนพากันวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจนนางกลัววิ่งไปหลบข้างหลัง      ลู่หมิง

"ถวายพระพรองค์ชายหกพ่ะยะค่ะ!"เสียงทุกคนดังขึ้นพร้อมกันราวมาฝึกทหาร นางไม่รู้จักใครสักคนในกลุ่มคนพวกนี้ แล้วพวกเขาเป็นใครกัน

"เยว่เออร์พี่มีของมาให้"

"เยว่เออร์พี่มีดอกไม้มาฝากเจ้า พี่ปลูกเองกับมือเชียวนะ"

"เยว่เออร์พี่มีปิ่นมาให้ คราก่อนกระทันหันนักจึงมิทันได้ตระเตรียม"

และยังมีอีกหลายคนและของอีกหลายอย่าง สุดท้ายนางขอปฏิเสธของทุกชิ้นไปจนหมด ขืนรับของใครคนใดคนหนึ่งคนที่เหลือก็คงไม่ยอม 

 ทุกคนต่างเดินคอตกกลับไปทางใครทางมัน แต่ก็ใช่ว่าหมดความพยายาม พวกเขาแค่กลับไปคิดหาทางให้นางรับรักเท่านั้น

"เพิ่งรู้ว่าสหายข้าเนื้อหอมถึงเพียงนี้^^" ได้ทีเขาก็ล้อนางทันที เท่าทีแอบนับก็เกินสิบคนอยู่ 

"ไม่ต้องมาล้อเลยเพคะ ข้าไม่ได้อยากให้พวกเค้ามายุ่งกับข้าเสียหน่อย" แน่ละคนที่อยากให้ยุ่งกลับไม่มองนางเลย อยากตาถั่วไปเลือกบุตรีราชครูแทนก็ชั่งปะไร ตัวเลือกนากมีตั้ง  มากมายชิส์!

"ต้องเป็นพี่ชายข้างั้นสิ"ถามกลับอย่างรู้ทัน ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าสหายเขาคิดอะไรอยู่ เป็นเพื่อนกันมาสามปีความลับใดๆไม่เคยมีต่อกัน แต่พอเป็นเรื่องเทียนจินทีไรนางกลับปกปิดทุกที

"ใครจะไปสนคนแบบนั้น ข้าจะไม่เป็นฝ่ายวิ่งตามให้ตัวเองต้องเจ็บแล้ว! กลับไปพักที่เรือนดีกว่า" อุส่าอารมณ์ดีแล้วเชียวยังมาจี้จุดเดือดนางขึ้นมาอีก

"เจ้าจะเลือกใครก็ได้แต่อย่ามาเลือกข้าก็แล้วกัน"ลู่หมิงพูดติดตลกออกมาจึงได้สายตาพิฆาตจากนางเป็นสิ่งตอบแทน ดูสหายเขาสิแกล้งนางมีความสุขที่สุดแล้ว นางเป็นอย่างนี้เขาถึงคบนางเป็นเพื่อน นางไม่เสเเสร้งเหมือนคนอื่น

เรือนพัก

"อ้าวเยว่จือเจ้ากลับมาแล้วรึ"จิงซินเอ่นถามเมื่อเห็นเพื่อนกลับมาข้าวของเต็มไม้เต็มมือ

"อื้ม ข้าไปซื้อของแก้เครียดนิดหน่อยน่ะ"

"เช่นนั้นรึ เอ่อ ข้าจะบอกว่าองค์ชายสองมาที่นี่ด้วยนะ"

"มาทำไมรึ"นางทำเป็นไม่สนใจแต่จริงๆอยากรู้ใจจะขาด

"มาหาเจ้าน่ะสิถามได้ เคยเห็นองค์ชายไปหาใครอีกรึไงวันๆก็หาแต่เจ้า" นางกล่าวไปตามที่เห็น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเยว่จือกำลังรู้สึกดีที่ได้ยินเช่นนั้น แต่คิดอีกทีเขามสหานางเพราะเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์นี่ไม่ใช่มาเพราะอย่างอื่นเสียหน่อย

"เห้ออ ข้าเหนื่อยแล้วจิงซิน ข้าไปนอนก่อนดีกว่า" พูดจบก็เดินคอตกเข้าห้องไปทิ้งให้เพื่อนอย่างจิงซินงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปไม่สดใสเหมือนเดิม

รุ่งเช้า

"ท่านหัวหน้าเจ้าคะ องค์ชายสองต้องการชุดใหม่เจ้าค่ะ" นางกำนัลที่เพิ่งเข้ามาใหม่รีบมาตามหัวหน้าถึงเรือนพักแต่เช้าตามคำสั่งที่ได้รับมา

"ส่งคนไปแทนข้า เอากระดาษนี่ไปข้าจดรายละเอียดเอาไว้แล้ว" หึ!สุดท้ายนางก็มีค่าแค่เวลาแบบนี้จริงๆ ต่อไปนี้นางจะไม่ทำให้อีกแล้ว มันไม่ใช่หน้าที่นางเสียหน่อยอยากได้ดีกว่านี้ก็ไปให้บุตรีราชครูตัดให้เองก็แล้วกัน!

"เอ่อ...ท่านหัวหน้า"

"งานตัดเย็บง่ายๆให้ใครก็ได้ทำแทนไปก่อน ข้ามีสิ่งอื่นต้องทำไม่มีเวลาว่างไปนั่งตัดเย็บชุดส่วนตัวให้ใคร"นางถอนหายใจฟึดฟัดไม่พอใจ นางกำนัลใหม่ไม่เคยเห็นหัวหน้าของนางดูหงุดหงิดขนาดนี้มาก่อน นางไม่กล้าเซ้าซี้อะไรรีบไปทำตามที่สั่งทันที

เวลาต่อมา

กองพระภูษา แผนกเย็บปัก

"ฮึก ฮือออ ท่านหัวหน้าเจ้าคะ..."นางกำนัลคนที่10วิ่งร้องห่มร้องไห้เข้ามา นี่ก็สิบคนแล้วที่ส่งไป ไม่ถึงครึ่งเค่อด้วยซ้ำพวกนางก็ถูกไล่กลับมาจนหมด บางคนถูกไล่ตั้งแต่ยังไม่ทันใส่เข็มกับด้ายเลย!

"ส่งคนใหม่ไป" นางเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะส่งคนอื่นไปอีก ให้มันรู้ไปสิว่าจะหาคนทำไม่ได้กับแค่ชุดๆเดียว

"ข้าไม่ต้องการ!!!"เสียงทรงพลังตวาดกลับมาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเจ้าของเสียงที่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"แล้วจะเอาอย่างไรดีเพคะ คนของแผนกเย็บปักก็มีเท่าที่เห็น ทุกคนมีงานล้นมือ หากไม่พอพระทัยเกรงว่าองค์ชายคงต้องให้คนจวนราชครูตัดขุดให้ใหม่เองแล้วล่ะเพคะ" นางเหลือบตาขึ้นมองเขาก่อนจะก้มหน้าก้มตาออกแบบชุดให้ฮองเฮาต่อ อีกเดือนกว่าๆก็จะมีงานปีใหม่แล้ว

"พูดอะไร ทำไมต้องเป็นจวนราชครู!"นางพูดอะไรเขาไม่เข้าใจเลยสักนิด ทำไมเขาต้องให้จวนราชครูตัดชุดให้เล่า?

"คุณหนูจากจวนนั้นฝีมือเลื่องลือไปทั่วคงตัดชุดที่องค์ชายพอพระทัยได้" เขาเจ้าใจความหมายที่นางต้องการสื่อทันที ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เอง

"มากับข้าเดี๋ยวนี้!"เทียนจินกระชากตัวนางให้ลุกขึ้นจนนางร้องออกมาด้วยความเจ็บ นางพยายามสะบัดมือออกอย่างแรงแต่ก็เปล่าประโยชน์ 

"องค์ชายสอง!ปล่อยหม่อมฉันด้วยเพคะ!" นางกำนัลทั้งโรงเย็บปักมองเหตุการณ์ตรงหน้า อย่างอึ้งๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยแม้แต่คนเดียว

"ไม่ปล่อย!ข้าปล่อยเจ้ามานานเกินไปแล้ว!" พูดจบก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแม้นางจะทั้งดิ้นหวีดร้อง ทุบตีเขาไม่หยุดเขาก็ไม่สน

ตำหนักเทียนจิน

"ปล่อยนะเพคะ!!!"

"ไม่ปล่อย! ข้าปล่อยแล้วเป็นอย่างไรเล่า! เจ้าก็คิดมากคิดไปเองคิดไปไหนต่อไหนแล้ว!"

"นี่ข้าปล่อยไว้ไม่กี่วันเจ้าก็คิดยกข้าให้คนนู้นคนนี้เสียแล้ว!"

"ข้าไม่มีสิทธิยกท่านให้ใครเสียหน่อย!"

"เจ้ามี!"

"!!!!"เยว่จือชะงักไป นางมีสิทธิเช่นนั้นหรือ? เขาเอาอะไรมาพูดกัน

"เจ้าพูดเองว่าจะแต่งงานกับข้า แล้วตอนนี้จะยกข้าให้คนอื่น เจ้าจะผิดคำพูดรึ" เทียนจินเอ่ยทวงสัญญาไป ตอนนางเข้ามาเป็นนางกำนัลใหม่ๆนางบอกเขาเองว่าจะตามหาเขาจะแต่งกับเขา

เยว่จือถึงกับตาเบิกกว้าง นี่เขาเอาเรื่องเมื่อสามปีก่อนมาพูดเชียวรึ! ตอนนั้นนางยังไม่รู้เลยว่าคนที่ช่วยนางคือเขา แล้วไอ้ที่นางคิดว่าเขาลืมเรื่องนี้ไปแล้วจริงๆเขาไม่ได้ลืมหรอกรึ!

"ว่าอย่างไร แค่ไม่เจอหน้าสองสามวันก็ยกข้าให้คนอื่นแล้ว?" ถามพลางกระชับแขนเข้ามาอีก 

"ท่านชอบนาง นางกำนัลอย่างข้าจะห้ามอะไรได้รึ" ตอบออกไปไม่กล้าสบตาคมที่กำลังจ้องนางอยู่

"ข้าไม่ได้ชอบ" ร่างสูงอมยิ้มกับความขี้หึงของคนให้อ้อมแขน จะดีกว่านี้ถ้านางถามเขาให้รู้เรื่องก่อนไม่ใช่มาเข้าใจผิดกันเช่นนี้

"แต่ท่านก็ปล่อยให้นางไปเฝ้าทุกวัน"คำตอบของเขาทำให้นางใจชื้นขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังมีสิ่งที่ติดใจอยู่

"ข้ากำลังฝึกทหารที่จะต้องไปเป็นองครักษ์ของท่านพ่ออยู่ ไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องไร้สาระหรอก"

"ขนาดจะไปหาคนขี้หึงแถวนี้ข้ายังต้องไปหาตอนค่ำมืดดึกดื่นเลย" หัวใจดวงน้องพองโตมันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งจนนางกลัวว่าเขาจะได้ยิน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ แต่เมื่อครู่นางคงได้ยินไม่ผิด เขาเรียกนางว่าคน    ขี้หึงรึ!!!

"ข้าไม่ได้หึงหวงท่านเสียหน่อย" นางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ตอบเสียงเบาลงจากตอนที่ตะโกนโต้ตอบเขาเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด ใช่ไม่ได้หึง นางแค่หวงต่างหาก

"เหมือนข้าจะได้กลิ่นเปรี้ยวๆเเถวนี้ คงมีคนทำน้ำส้มสายชูถังใหญ่หกกระมัง"เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้นางจนร่างบางหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมก่อนจะค่อยๆวางนางลงเมื่อมั่นใจว่านางจะไม่หนีไปอีก

"ข้าบอกว่าไม่ได้หึง! ถ้าแบบนี้เรียกว่าหึงท่านเองก็ไม่ต่างกับข้าหรอก เหมือนตอนงานปักปิ่นข้าอย่างไรเล่า!" 

"!!! ขะ ข้าเปล่าเสียหน่อย" หันหลังให้นางทันที ไม่บอกก็รู้ครู่ต่อมานางต้องชำระความกับเขาที่เดินหนีออกมาไม่ฟังนางพูดจนนางหกล้มได้แผลเป็นแน่

"หันกลับมาเสียดีๆองค์ชายเทียนจิน ท่านทำอะไรเอาไว้รับผิดชอบมาเสียดีๆ"นั่นไงนางเกริ่นนำมาแล้วจริงๆด้วย

"ข้าไม่ได้ทำอะไร วันนั้นข้ารีบกลับเข้าวัง"เขาปั้นคำโกหกคำโตขึ้นมา เวลานี้เหตุผลอะไรที่ใช้ได้เขาดึงมาใช้หมด

"แต่วันนั้นไม่ใช่ว่าฮองเฮาทรงอนุญาตให้หยุดทั้งวันเพื่อมางานปักปิ่นของจ้าหรอกรึ?"    นะ นี่เขากำลังถูกนางไล่ต้อนใช่รึไม่! ไม่ได้เรื่องนี้เขาจะยอมให้นางข่มไม่ได้เด็ดขาด

"แฮ่ม วันนั้นข้ามีเรื่องเร่งรีบเรื่องสำคัญเสียด้วย"

"แหมช่างเป็นเรื่องที่มาได้ถูกเวลาจริงๆนะเพคะ"

"ใช่ ข้าถึงได้รีบกลับอย่างไรเล่า"

"เช่นนั้นหรือเพคะ เอาเถิดเห็นแก่ยากระปุกนั้นข้าไม่ซักไซร้ท่านแล้วก็ได้" เทียนจินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกครานึงโดยที่นางไม่ได้สังเกตเห็น

"เช่นนั้นเจ้าจะตัดชุดให้ข้าได้รึยัง"

"ตัดก็ตัด ข้าจะให้คนไปเอาอุปกรณ์มาเดี๋ยวนี้แหละเพคะ ให้คนอื่นตัดท่านก็ไม่ยอมอยู่แล้วนี่"

 "ฝึกไว้.." 'หลังแต่งงานเจ้าจะได้ชิน^^' ประโยคหลังเขาพูดต่อเอาเองในใจ ร่างเล็กนุ่มนิ่มนี่เป็นของเขา เพราะนางเป็นของเขาตลอดมา และจะเป็นตลอดไป

-----------------------

ยาวๆไปเลยจ้าาเพราะพรุ่งนี้อาจไม่อัพ

ปล. น้ำส้มสายชูหก เหมือนคนที่หึงหวงอะไรทำนองนี้แหละ😁

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น