Little mermaid

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่4 ขัดเเย้ง

ชื่อตอน : ตอนที่4 ขัดเเย้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2561 09:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4 ขัดเเย้ง
แบบอักษร




“ หยุดๆ สายตาแบบนั้นมันอะไรไอ้วา ” บีเอ็มเบือนหน้าหนีไปอีกทาง


เสียงดังผิดปกติกระตุ้นความสนใจจากคนรอบๆจนต้องหันมามองเป็นจุดเดียว สีหน้าอ้อนวอนของเอวาส่งผลต่อหัวใจของหลายๆคนอย่างมาก พวกเขาไม่คิดว่าคนที่มีหน้าตาค่อนไปทางสวยมากว่าหล่อจะทำสีหน้าได้น่ารักน่าปกป้องขนาดนี้ แทบอยากจะจับมากอดแนบอกแล้วลูบหัวปลอบประโลม


“ อะไร ก็บีเอ็มจะลงโทษนี่ ” เอวารู้สึกอายขึ้นมา สายตานับสิบมองมา นั่นทำให้ต้องรีบเดินเร็วๆหนีออกไปจากที่ตรงหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำ


เอวาเดินหายไปซักพัก บีเอ็มมองตามแผ่นหลังนั่นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยยิ้มให้ใคร ก่อนจะขมวดคิ้ว ตะวัดสายตาคาดโทษใส่คนที่กำลังมองตามแผ่นหลังเอวาได้ด้วยใบหน้าเหม่อลอย เคลิบเคลิ้ม


“ มองอะไรนักหนา พวกมึงอยากตายหรือไง ”


เงินทั้งหมดสี่หมื่นเศษๆถูกเบิกออกมา เขายังไม่ได้ปิดบัญชีเผื่อว่าที่ทำงานต้องใช้สำหรับโอนเงินค่าแรง เมื่อได้เงิน เอวาเดินเข้าไปแอบที่มุมๆหนึ่ง ส่งเงินเข้าไปในมิติซ้อนทับของตนเองอย่างรวดเร็ว ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยเท่ากับมิติซ้อนทับที่ตอนนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ใช้ได้


กลับมาถึงคอนโด สายตากวาดมองรอบๆ เครื่องเกมที่เพื่อนคนไหนสักคนซื้อให้ ราคามันค่อนข้างน้อยเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ในตอนนี้เครื่องเกมนี้กลายเป็นของแรร์ มีหลายคนที่รู้ว่าเขามีมัน ต้องการซื้อต่อในราคาหลายหมื่น แต่ยังไม่ตัดสินใจขายจนถึงตอนนี้


เอวาเปิดคอมกลางเก่ากลางใหม่ของตนเองขึ้นมา ล็อกอิน facebook ถ่ายรูปเครื่องเล่นเกมแล้วโพสประมูลในเพจประมูลสิ่งของ


หลังจากลงรูปและรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว บีเอ็มก็เข้ามาในห้องพอดี ในมือถือถุงของกินหลายถุง ดูก็รู้แล้วว่าที่ไม่ได้ตามเขามาทันทีเพราะอะไร


“ เอ็มนี่รู้ใจจริงๆเลย ” เอวาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ยื่นมือรับถุงกับข้าวมาถือเอาไว้ ยิ้มขอบคุณไปทีหนึ่งแล้ววิ่งเข้าไปจัดการเอากับข้าวใส่จาน


“ แม่ง ! ” บีเอ็มลูบหน้าร้อนวูบของตนเอง สบถออกมาคำหนึ่งอย่างหมดหนทาง




เช้าวันต่อมา


วันนี้เอวาตื่นเช้า เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างหวาดระแวง ในมือคว้าเอาโคมไฟมาถือเอาไว้ สอดสองไปรอบๆ นานพอสมควรถึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองย้อนเวลากลับมา ในตอนนี้ยังไม่มีซอมบี้หรือมนุษย์โลภมากสารเลวพวกนั้น


“ เฮ้อ ”


โคมไฟถูกวางเอาไว้ที่เดิมอย่างเบามือ สงบอารมณ์สักพักก่อนจะลุกไปอาบน้ำ โลกนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมมีซอมบี้บุกโลก ทำไมเขาตายแล้วถึงกลับมา ไม่มีใครรับรู้ แม้แต่ตัวเขาเอง


“ ช่างเถอะ ตอนนี้ก็ทำในสิ่งที่ตนเองทำได้ไปก่อน ” แววตาสั่นไหวนิ่งสนิท บรรยากาศกดดันจากตัวเอวาขับเน้นให้เขาดูแข็งแกร่งและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน


กางเกงยีน เสื้อคอปกสีขาว ท่าทางดูสุภาพอย่างมาก เอวามองเงาผ่านกระจก เสยผมไปทางด้านหลัง ยกยิ้มพึงพอใจกับความหล่อเหลาของตนเอง


“ เอาละ พร้อมแล้ว ”


การตระเวนออกหางานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพราะวุฒิระดับไม่สูงมากนัก ทำให้การหางานค่อนข้างยากพอสมควร จนถึงช่วยเย็น เอวายังไม่สามารถหางานที่ถูกใจได้เลย ส่วนมากที่มีรับเข้าพิจารณาคืองานเกี่ยวกับการขาย เขาต้องการเงินจำนวนมาก งานแบบนั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ ดังนั้นจึงตัดใจและเดินหาต่อไปเรื่อยๆ


กริ๊งๆ


“ ยินดีต้อนรับจ้า ” เสียงทุ้มของผู้ชายดังขึ้น ภาพที่เห็นคือสาวสวยคนหนึ่ง เอวายิ้มทักทายแล้วเดินเข้าไปนั่งลงเก้าอี้


“ รับเครื่องดื่มอะไรดีสุดหล่อ ” เจ้คนสวยเท้าค้าง ยิ้มโปรยเสน่ห์มาทางเขา


วางถุงสีน้ำตาลที่บรรจุเอกสารสมัครงานไว้ด้านหน้าแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่ม “ ผมขออะไรอ่อนๆครับ ” เอวาถอนหายใจ วันนี้เขาเสียเวลาทั้งวันไปกับการเดินสมัครงาน เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด


“ นี่จ๊ะ ว่าแต่ ทำหน้าเศร้าแบบนี้ เป็นอะไรหรือไง ” แก้วเครื่องดื่มยื่นมาให้


หยิบเครื่องดื่มขึ้นมาจิบให้ชุ่มคอ ความอร่อยและความร้อนแรงในเครื่องดื่ม ล้างความเหนื่อยล้าไปจนหมด


“ ผมหาที่ทำงานดีๆอยู่นะครับ ” เอวายิ้มอ่อน ท่าทางไร้เรี่ยวแรงนั่นเข้าตาอาเจ้ตรงหน้า ดวงตามองมาที่เอวาเปล่งประกายต้องการอย่างแรงกล้า สายตานั่นไม่ทราบว่า ต้องการอะไรในตัวของเอวากันแน่


“ อยากได้งานแบบไหนละ สุดหล่อ ”


“ เรียกผม วา ก็ได้ครับ พี่สาวชื่ออะไรครับ ” เอวารู้ว่าคนตรงหน้าคือสาวประเภทสอง แต่เขาไม่ได้เป็นพวกเพศนิยมหรือพวกเหยียดเพศ ถ้าคนตรงหน้าต้องการเป็นผู้หญิง ทั้งยังสวยขนาดนี้มันไม่จำเป็นเลยที่จะมองไปที่เพศในอดีตของเขา


“ อ้า~~ น้องวาน่ารักจังเลย พี่ชื่อ ลิซซี่ ” ลิซซี่ร้องขึ้นอย่างชอบใจ ยิ้มแย้มหวานหยดส่งมากให้


เอวายิ้มส่งตอบไปพร้อมกับหัวเราะแห้งๆกับความเว่อวังอลังการของพี่สาวคนใหม่ เครื่องดื่มถูกยกขึ้นมาจิบอีกครั้ง รสขาติที่พี่ลิซซี่ชงออกมาได้อร่อยมา ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างที่จะชอบพอสมควร


“ มาทำงานที่นี่กับพี่ไหมจ๊ะ ” ลิซซี่มองดูการเคลื่อนไหวของร่างกายเอวาพักหนึ่ง ตัดสินใจเอ่ยชวน


สายตาเหม่อลอยดูตื่นตกใจ หันไปมองพี่สาวคนใหม่อย่างไม่เชื่อหูตนเอง “ พี่ว่าอะไรนะครับ ผมได้ยินไม่ถนัด ” เอวาถามขึ้น


ลิซซี่ยิ้ม “ พี่ถามว่ามาทำงานที่นี่กับพี่ไหม เงินเดือนดีนะ ถ้าชงเครื่องดื่มขายได้มาก็จะได้เปอร์เซ็นเพิ่ม  ” รายละเอียดต่างๆไม่ได้ทำให้เอวาสนใจ แต่งานนี่มีรายได้เดือนละ สี่หมื่น ทิปต่างหาก ส่วนถ้าขายเครื่องดื่มได้เกินเป้ายังสามารถเพิ่มรายได้ให้ตนเองได้อีกมาก


น่าสนใจมาก


เอวาพึ่งค้นพบว่า งานบาร์แบบนี้มีงานที่ให้เงินมากขนาดนี้ เรื่องหน้าตาทางสังคมเขาไม่สนใจอยู่แล้ว ตอนนี้เงินคือทุกสิ่ง เขาคุยเรื่องงานพักใหญ่ก่อนจะตกปากรับคำ เขาต้องเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นวันนี้จึงนั่งคุยกับพี่สาวคนใหม่เล็กน้อยก่อนจะกลับคอนโด


ทันทีที่เดินขึ้นบันใดมา ใบหน้ามืดดำส่งมาให้เขาอย่างไม่ใคร่พอใจสักเท่าไหร่ บีเอ็มจ้องมองมาที่เอวาเขม็ง มือสองข้างกอดกันเอาไว้ที่อก แผ่กลิ่นอายไม่สบอารมณ์อย่างที่เอวาไม่เคยเห็น ดูท่า เขาจะทำให้เพื่อนรักโกรธเข้าให้แล้ว แถมไม่ใช่โกรธแบบปกติ นี่มันมากจนแทบจะกินหัวเขาให้ได้เลย 


“ ไปไหนมา ! ” เสียงบีเอ็มทำให้เอวาตกใจจนสะดุ้ง


นี่มัน น่ากลัวเกินไปแล้ว !


“ เอ็ม ใจเย็นๆนะ วาจะพูดให้ฟัง เข้าห้องก่อนเถอะ นะ ” พยายามเค้นเสียงออกมา ในใจเต้นกระหน่ำ มันไม่ใช่หวาดกลัวจนอยากจะหนีไปให้ไกล แต่มันคือความหวาดกลัวที่จะทำให้เพื่อนคนนี้ไม่พอใจจนหนีหายไปต่างหาก?


ประตูถูกปิดอย่างเบามือ


เอวามองบีเอ็มที่ยอมนั่งลงตามแรงผลักเบาๆของเขา สายตาจ้องมาไม่ละไปไหน รอคอยให้เอวาพูดอธิบายในสิ่งที่ตนเองถามออกไปก่อนที่จะเข้ามาด้านในห้อง


“ วาไปหางานมา ” เอวายื่นขวนน้ำให้บีเอ็ม ยกยิ้มอ่อนๆประจบเล็กน้อย


“ ไม่ต้องมายิ้ม ทำไมต้องทำงาน ไหนจะเรื่องดรอปเรียนอีก เป็นอะไรทำไมไม่มาปรึกษากู มึงเห็นกูเป็นตอหรือไง ” บีเอ็มตวาดจนเอวาเผลอสะดุ้งเล็กน้อย


“ ใจเย็นๆนะเอ็ม ” เอวามองเพื่อนที่กำลังโมโหจนหน้ามืดตามัวแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชั่วใจมานานแล้วดังนั้นเอวาจึงตัดสินใจที่จะพูดออกมา


“ วามีเหตุผล และเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมากๆ  ”


“... ”


เอวามองหน้าเอ็ม ลังเลเล็กน้อยแล้วตัดสินใจพูดต่อ เพราะอีกฝ่ายกำลังกดดันเขาด้วยความเงียบ


“ ถ้าวาจะบอกว่า ในอีกไม่นานหลังจากนี้ วันสิ้นโลกจะมาถึง เอ็มจะเชื่อวาไหม ” เอวามองลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทที่มักจะส่งยิ้มมาให้ ในใจนึกหวาดกลัว กลัวว่าบีเอ็มจะไม่เชื่อและคิดว่าตนเองเป็นบ้า


“ เหลวไหลเถอะ วันสิ้นโลกอะไรของมึง ดูหนังมาเกินไปหรือไงเนี่ย ” บีเอ็มขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เอวาพูดเลยสักนิดเดียว


“ เฮ้ออ นั่นสินะ ยังไงเอ็มก็ไม่เชื่อวาอยู่แล้ว ” เอวาถอนหายใจ เขาเจ็บปวดที่เพื่อนที่เขารักหนึ่งเดียวไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด ทั้งๆที่มันเป็นความจริงทั้งหมด


ใบหน้าเศร้าสร้อยของเอวาทำให้บีเอ็มเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี


“ ทำไมมึงถึงคิดว่าจะมีวันสิ้นโลกอะไรนั่น ” บีเอ็มถามขึ้น ในน้ำเสียงไม่ได้มีเศษเสี้ยวใดที่ทำให้รู้ว่าเจ้าของประโยคคำถามกำลังถามเพราะกำลังหลงเชื่อหรืออะไรเลย เขาเพียงแค่ถามไปอย่างงั้น


“ ช่างเถอะ ยังไงเอ็มก็ไม่เชื่อวา คนไม่เชื่อ จะพูดยังไงก็ไม่เชื่ออยู่ดี ” เอวาไม่มองหน้าบีเอ็มอีก เขาหันหน้าไปทางอื่นพยายามความคุมอารมณ์ขอตนเอง


“ เอ็ม กลับห้องไปก่อนเถอะนะ วันนี้วาเหนื่อยมาก ” เอวาตัดสินใจให้บีเอ็มกลับห้องของเขา สิ่งที่อัดแน่นในใจ เขาหวังลึกๆว่าบีเอ็มจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมา


“ ไอ้วา มึงอย่ามางี่เง่า ” บีเอ็มตวาดขึ้นเสียงดัง ทว่า เอวาเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว ผลักบีเอ็มออกไปจากห้องแล้วล็อกประตู เขาเดินเข้าห้องนอนใช้หมอนปิดหูตนเองไว้ ทำทีเป็นไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูเสียงดังข้างนอก






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น