Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 13 เบ้ซ้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 843

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2561 13:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13 เบ้ซ้าย
แบบอักษร

​"โอ๊ทส์!! ยินดีต้อนรับขอรับ นายหญิง!!"​


ผู้ชายกลุ่มหนึ่งเข้าแถวตะเบ็งเสียงโค้งคำนับต้อนรับฉันเข้าร้านก๋วยเตี๋ยว พวกนั้นใส่ชุดเสี่ยวเอ้อแบบที่ฉันเคยซื้อให้พวกนายชี มันจะดูเหมือนลูกจ้างเข้าแถวต้อนรับนายจ้างถ้าชายกลุ่มนี้ไม่มีรังสีฆ่าฟันพวยพุ่งหนาแน่นกับท่าทางที่ต่อให้คนตาบอดก็รู้ว่าไม่ธรรมดา 

เมื่อสัปดาห์ก่อนร้านของฉันถูกเผาวอด อารามของพวกนายชีก็ไปด้วย ฉันขอร้องหนีหนี่ขอแบ่งบ้านหลังเล็กๆให้พวกนายชีอาศัยชั่วคราว แลกกับแรงงานให้พวกนั้นมากู้สวนผัก ตัวฉันกับพวกลูกฝูงเผ่าแมวหัวเป็นเกลียวตัวเป็นน๊อตกอบกู้ไร่ต้นวิเศษและกัญชาแมวในถ้ำ 

จนกระทั่งเมื่อวาน เคะราชินีมาหาฉันถึงที่เผ่า ยื่นบัตรเชิญหรูหรา ฉันถึงเพิ่งรู้ว่ามีการสร้างร้านก๋วยเตี๋ยวใหม่ในนามของแม่นางหวง แต่ฉันไม่นึกว่าร้านจะถูกอัพเกรดถึงขนาดนี้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

พบกันแต่ละทีมีแต่ฉันที่บรรลัยฉันจึงไม่ไว้ใจอีมู่หรง วันนี้ฉันถึงลากหนีหนี่กับอีหมีควายไปด้วย อ้างกับนางว่าเพื่อธุรกิจนางควรงดนอนกลางวันเพื่อไปเจรจากับมู่หรง ส่วนอีหมีควายที่ยังติดหนึบกับตัวฉัน มันอยากมาคุมฉัน แต่ขณะเดียวกันมันทำหูลู่ขนพองเหมือนไม่อยากมา


คืนนั้นที่มันเล่าเรื่องให้ฉันฟัง ฉันพอจะเข้าใจว่าทำไมมันถึงไม่อยากยุ่งกับอีมู่หรง

"มู่หรงโมลี่น่ะที่จริงชื่อมู่หรงมู่ลี่ เป็นหลานคนเดียวของทวดน้อยที่ตายไปแล้วคนหนึ่งทางฝั่งของพี่สะใภ้ที่มาจากสกุลจิ้งจอกที่แต่งกับพี่ชายคนที่สามของพ่อข้า" อีหมีลำดับญาติ 

ฉันใช้เวลาคิดห้านาทียังลำดับญาติไม่ถูก เอาเป็นว่ายัยนี่เป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพ่อของอีหมีควาย และดูจากชื่อประหลาดพิกลพิการแล้วแม่ของมันก็สิ้นคิดพอๆกับตัวเมียเผ่าแมวล่ะนะ

"มันเป็นลูกครึ่งหมาจิ้งจอกกับปิศาจงูขาวและกิเลน ส่วนหนานกงกงกงลูกน้องของมันมีเชื้อสายงูเขียวกับปิศาจพันธุ์อื่นที่ข้าจำไม่ได้และกิเลนตระกูลเดียวกัน ไอ้มู่ลี่เพิ่งเป็นตัวผู้เมื่อไม่นานมานี้...." 

ตกลงมันตัวอะไรวะ? 

ฉันกลอกตาพยายามจินตนาการถึงร่างจริงของพวกมัน เอาล่ะอีเคะนั่นถึงจะไม่เคยเห็นตอนแปลงร่าง ฉันเดาว่าเป็นงูที่เห็นที่ถ้ำ แต่ว่าน่าจะมีร่างอื่น? อีหมีควายบอกว่าพวกมันแปลงร่างได้หลากหลายรูปแบบ ...

แล้วมันก็พล่ามอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย อัดฉันด้วยรายละเอียดพร้อมการเล่าจังหวะนรกรัวๆแบบหมาที่กำลังกดดันของมันจนสมองฉันพองโต เลยชัตดาว์นตัวเองหลับไป



กลับมาที่สถานการณ์ปัจจุบัน ฉันกวาดตามอง 'ภัตตาคารหวงกงจู่' (ภัตตาคารท่านหญิงหวง? มันเอาสมองส่วนไหนคิดวะ?) ทำเลของร้านตั้งใกล้ท่าเรือ ขยายเป็นสามคูหา สามชั้น โต๊ะเก้าอี้มันวับทำด้วยไม้อย่างดี จานชามเป็นกระเบื้องสีขาวอย่างดีที่ฉันไม่อยากคิดว่ามันอาจจะเป็นหยก และมีเพียงสิ่งเดียวที่เหมือนเดิมคือหม้อก๋วยเตี๋ยวหม้อเดิมที่รอดจากภัยพิบัติต่างๆนาๆ ไม่บุบ ไม่ไหม้ วางอย่างสง่างามอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน

แน่นอนว่าไม่มีลูกค้าในร้าน รัศมีความแพงเจิดจ้าขนาดนี้ชาวบ้านธรรมดาที่ไหนจะกล้าเฉียดเข้ามาใกล้

"เชิญขอรับ" เสียงลูกน้องคนหนึ่งเรียกฉันให้ขึ้นไปหานายมันที่ชั้นสาม 

มู่หรงในร่างตัวเมียนั่งรอพวกฉันอยู่ในห้องเรียบง่าย แต่ดูจากเครื่องเรือนและชุดน้ำชา ฉันคิดว่าฆ่าอีหมีควายควักไตขายอุ้งตีนคงซื้อได้แค่ถ้วยน้ำชาถ้วยเดียว

รอจนนางรับใช้ชงชาถวายขนมเสร็จ โบกมือให้บริวารทั้งหลายออกจากห้อง นางถึงเปลี่ยนเป็นตัวผู้

"เสี่ยวอิงเอ๋อที่รัก เจ้าถูกใจหรือไม่?" เสียงหวานประโยคเลี่ยนจนขนชันลุกพรึ่บ อีหมีควายส่งเสียงคำรามฮึ่มแฮ่ เข้ามาโอบฉันทันที

อีมู่หรงเลิกคิ้ว จ้องเขม็ง 

ฉันกระแอม "เรียกมาต้องการจะคุยเรื่องอะไร? เรื่องร้าน --"

"เราคิดถึงเจ้า" ตาสีน้ำตาลชะม้อยชะม้าย

แฮ่ ฮื่ออออ ...

"อย่าพูดเหลวไหลน่า"

"เราไม่เคยพูดเหลวไหลหรือหลอกเจ้านะฮูหยิน สามีกับลูกเพียงอยากพบหน้าเจ้าเท่านั้น"  

ฮื่ออออ แฮ่ฮ่ฮ่ ...

ฉันจิกผมอีหมีควายป้องกันมันกระโจนเข้าหาอีมู่หรง ไม่ได้กลัวว่าอีกฝ่ายจะถูกทำร้าย แต่หมาติ๊งต๊องอย่างมันคงถูกตบคว่ำภายในไม่กี่นาที

แม่มันก็รู้ความแตกต่างนี้ดี ถึงได้มัดมันไว้ตอนที่ไปตามฉัน

"อะแฮ่ม ... วันนี้เรียกมาคุยเรื่องร้านใช่ไหม เข้าเรื่องเถอะน่า ร้านนี้ตั้งใจจะให้ฉันเช่าหรือขาย ตั้งราคาไว้ที่เท่าไหร่" 

"ร้านนี้จะเป็นกิจการของครอบครัวของเรา เราใช้ชื่อว่าหวงกงจู่น่ะเผื่อว่าลูกของเรากับเจ้าเป็นท่านหญิงไงล่ะ" ตาสีน้ำตาลหยีลง ปากปรากฏรอยยิ้มเคลิ้มฝัน มือลูบท้องแบบทะนุถนอม

ฉันเหลือบมองหนีหนี่ นางตาปรือทำท่าง่วงไม่สนสี่สนแปด

"อ่า เรื่องนั้นน่ะ คือว่าฉันก็มีลูกกับอีหมี เอ้ย โอวหยางหยางด้วยอีกคน อย่างไรกิจการนี้ควรเป็นของ-"

"แน่นอน เราจะไม่หวงทรัพย์สินกับลูกของอนุ"

"ลูกอนุเรอะ!! เจ้าต่างหากที่เป็นอนุ! ฮูหยินน่ะ ฮะ ฮูหยินเป็นของข้า นาง [ตื๊ด!!] เจ้าทีหลังข้า แถมข้ายัง [ตื๊ด][ตื้ด] [ตื๊ด] กับนาง นับๆแล้วมากกว่าเจ้า นางกับข้าน่ะ [ตื๊ด!] [ตื๊ด] กันหวานชื่นจนนางยอมรบปากกราบไหว้ฟ้าดินกับข้าแล้วนะ ดังนั้นอย่าสะเออะ!! อีแก่ลักเพศเอ้ยยย!!" อีหมีควายพ่นรัวๆ

"....................." ฉันว่าฉันหน้าด้านแล้วล่ะนะแต่ขอเซ็นเซอร์ปากหมาของอีหมีควายหน่อยเถอะ และนี่มันต่อหน้าแม่ผัว ...

เหลือบมองหนีหนี่ ... นางสัปหงก

ฉันจิกดึงหนังคออีหมีควายแรงขึ้น มันฮึ่มแฮ่เดือดพล่านดิ้นกระแด่วๆ ขณะที่อีมู่หรงเพียงรินน้ำร้อนใส่กา ชดช้อยรินน้ำยาอะไรสักอย่างที่ฉันคิดว่าเป็นยาบำรุง กรีดกรายซด

"ซู้ดดด ... ลักเพศหรือ?" ตาสีน้ำตาลงดงามมองอีหมีควายอย่างสงบ "อืม ... อิงเออร์ที่รัก อนุของเจ้าบอกหรือยังว่าตอนที่เรายังไม่เลือกเพศเราพอใจที่จะเป็นตัวเมีย"  

"กิเลนน่ะ มีสิทธิเลือกเพศได้ก่อนพบเจอคู่ชีวิต เพราะเจอตัวเมียที่แสนวิเศษอย่างเจ้าเราจึงตัดสินใจเลือกอุ้มท้องลูกของเจ้า..." 

"คืนนั้น ... เราถึงโอนอ่อนยอมให้เจ้าขืนใจเราอย่างไรล่ะ" หน้าสวยหวานสะเทิ้นอาย แต่ฉันอึ้ง

เดี๋ยวนะ 'อีแก่ลักเพศ'?

"แต่ว่านะ เรามีเรื่องจะสารภาพ ก่อนที่จะมาเจอเจ้า ในช่วงชีวิตที่เรายึดถือเพศเมียเราจำได้ว่าครั้งหนึ่งเรานอกกายเผลอใจไปกับตัวผู้ลูกครึ่งเผ่าหมาป่า" น้ำเสียงอีมู่หรงเปลี่ยนเป็นตัวเมีย ที่ดูเสียงเล็กกว่าเหมือนเสียงเด็กสาว

อีหมาหยุดดิ้น 

"คืนนั้น ในป่าข้างเผ่าจิ้งจอกแห่งป่าบูรพา มีลูกหมาวัยรุ่นช่วยเราไว้จากการถูกรุมรังแก .. เรากับมันตัวนั้นบาดเจ็บ ต้องหลบในกระท่อม ... แล้วคืนนั้นฝนตกหนัก ... เราก็เลย ก็เลย ..." อีมู่หรงกลายร่างเป็นสาวน้อยมีหูกับหางหมาจิ้งจอกขนฟูสีขาวมุ้งมิ้ง

ฉันหันไปมองหน้าอีหมีควาย มันส่ายหัวรัวๆ ฉันจ้องหน้ามัน มันยังส่ายหัว ฉันกำหมัด อุณหภูมิในห้องลดต่ำอย่างฉับพลัน

"มะ ไม่จริง ไม่จริ๊งง!!! มันโกหก อ่ะ กะ โก หก" อีหมีควายตะกุกตะกัก

"เจ้า ... เบี่ยง ..ซ้าย ..." สาวจิ้งจอกหน้าแดงซ่าน กัดริมฝีปากขวยเขิน แต่ทำนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เป็นวงกลมที่มีขนาดพอดิบพอดีกับของ ... 

".............................." "..............................."

อีหมีควายกลายร่างเป็นสี่ขา ฉันปล่อยมือจากหัวมัน มันคลานหางจุกตรูดไปนั่งช๊อกอยู่ที่มุมมืดใต้โต๊ะ

"คุยกันเสร็จหรือยัง? เรื่องร้านน่ะ มันยกให้ก็รับๆไป อย่าเล่นตัวน่าอีมนุษย์ ..." หนีหนี่ตื่นขึ้นมาสรุปเหตุการณ์ "... แล้วแกน่ะ ฟันลูกข้าแล้วจะรับผิดชอบยังไง? นี่แกไม่ท้องสินะ? ไม่เรอะ อือ.. ดี งั้นจ่ายค่าทำขวัญส่งตามหลังไปที่เผ่าของข้าด้วยแล้วกันนะ"

วันนั้นจบลงตรงที่หนีหนี่ลากร่างของฉันกับร่างลูกของนางกลับเผ่า 


คืนนั้นฉันถีบอีหมาให้ไปนอนนอกบ้าน นอนกอดเข่าตัวเอง มีเพียงหนูหยางใช้ขาหน้าตบหลังตบไหล่ตัวฉันให้ทำใจที่มีผัวคนที่สองที่เคยเป็นตัวเมียและเคยได้เสียเป็นเมียของผัวคนแรกที่มีศักดิ์เป็นหลานของตัวเอง 


.............................................


ฉันตื่นตั้งแต่เช้ามืดตามความเคยชิน แต่เช้านี้ฉันได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียง สวนผักจัดการปลูกแล้วรอผักโต มีลูกน้องดูแลรดน้ำ งานที่ฉันต้องทำวันนี้มีแต่งานดูแลร้านก๋วยเตี๋ยว

แต่ร้านของฉันน่ะถูกไฟไหม้วายวอดไปแล้ว ร้านที่สร้างใหม่ ถึงจะได้มาฟรีแต่ฉันไม่อยากได้สักเท่าไหร่  

เพราะฉันไม่รู้จักอีมู่หรงน่ะ ถึงจะนอนด้วยกันหลายครั้ง ถึงมันจะอุ้มท้องลูกของฉันแล้ว แต่ฉันไม่รู้สึกว่ามันโปร่งใสกับฉันสักเท่าไหร่ อารมณ์ขึ้นๆลงๆ นิสัยแบบนั้น หลังจากที่มันคลอดลูกแล้ว วันดีคืนดีถ้าทะเลาะกันมันอาจจะเฉดหัวฉันกับลูกออกจากร้าน

อันที่จริงกับอีหมีควายถึงตอนนี้ฉันชักไม่เหลือความไว้วางใจให้มันแล้ว อีผัวสองตัวนี้ทำกรูเกือบตายมากี่ครั้งแล้ววะ จะฆ่าพวกมันทิ้ตัดปัญหาก็ดันติดลูก

นอนก่ายหน้าผาก จะทำไงกับชีวิตดีวะเนี่ย?


แซ่ก แซ่ก แซ่ก


หนูหยางโผล่มาข้างเตียง ปากคาบอะไรบางอย่างมาวางข้างตัวฉัน กระดิกหางดุ๊กดิ๊ก มันคาบของแปลกๆแบบนี้มาฝากฉันได้พักหนึ่งแล้ว คงเห็นฉันอารมณ์ไม่ดีล่ะมั้ง

"ขอบใจนะอิเหรี้ย ... หึ หึ น่ารักนะเราน่ะ" ฉันคว้าตัวมันมากอดกลิ้งไปกลิ้งมากับเตียง มองหน้าเหรี้ยๆเขินอายแดงแจ๋ คว้าสิ่งที่เหรี้ยคาบมาให้มาดู

จากกลิ่น ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นมะละกอ

โฮ่......

"ไปเอามาจากไหนน่ะ?" ฉันถาม อีหนูหยางกระดิกหาง ฉันเพิ่งเห็นรอยช้ำจางๆตรงสีข้างของมัน มีรอยเกล็ดหลุด

"แกเจ็บเพราะไปเอาไอ้นี่มาให้ฉันเหรอ" หนูหยางมองหน้าฉัน แต่ไม่ตอบ "ขอบใจนะแก" ฉันลูบหัว จุ๊บจมูกมันทีนึง อุ้มมันจะเดินไปหายาทาแก้ฟกช้ำ  

อีหมีควายยังนั่งทะมึนอยู่ในมุมมืดหน้าบ้าน ฉันเดินผ่าน ยังว้าวุ่นใจกับการทำมาหากินและอีกหลายเรื่องเกินกว่าจะมาคิดเรื่องผัวๆ 

หลังทายาให้หนูหยาง จัดการกับอาหารเช้า ฉันลองใช้มีดผ่าผลที่หนูหยางคาบมาให้ เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆด้วยล่ะนะ


นี่จะเป็นคำตอบของธุรกิจของฉัน


..........................................


"แกคิดว่าข้าจะใจดีีให้แกกู้เงินไปตั้งร้านใหม่ ทั้งที่ไอ้ธุรกิจที่แกโม้เอาไว้ยังไม่เริ่มเลยน่ะเรอะ!!" หนีหนี่วีน "ฝันไปเหอะอินัง -" ฉันจกของในจานทิ่มพรวดตเข้าปากนาง

หนีหนี่ตากลอกกลับ ทำหน้าฟินเหมือนถึงจุดสุดยอด พ่นสายรุ้งออกจากปาก "อ่าห์ ... กะ...ก็ ได้"


สิ่งที่หนูหยางคาบมาดูคล้ายกับมะละกอของโลกเดิมน่ะ ผสมกับน้ำปลาร้าเจือจางจากไหหมักที่ฉันได้จากถ้ำนั้น ฉันก็พอจะปรุงส้มตำได้ ถึงพริกที่นี่จะไม่ถึงใจเหมือนโลกเก่าก็เถอะนะ

ดูจากสีหน้าหนีหนี่ ไหปลาร้าที่ได้มาคุ้มค่าแล้วกับการที่ฉันต้องเสี่ยงชีวิต ฉันทดลองหมักปลากับเกลือและข้าวคั่ว ไหทำให้ปลาร้าพอกินได้ในเวลาอาทิตย์เดียว ถึึงรสชาติจะพอกินได้ไม่นัวเหมือนโลกเก่า แต่แค่กลิ่นจางๆยังไม่ประกอบอาหารก็ทำให้พวกแมวคลั่งได้แล้ว ฉันเลยจัดการชิ้นปลามายี เจือจางกับน้ำเกลือ แบ่งถวายเอาใจหนีหนี่กับวางแผนว่าจะเอาไปลองใช้ปรุงรสแทนน้ำปลาในร้านก๋วยเตี๋ยว

ปัญหาคือมะละกอเครื่องเคียง ไอ้ผลที่ได้มามันไม่มีเมล็ด พลิกซ้ายพลิกขวาดูไม่เห็นมีส่วนไหนที่น่าจะเอาไปเพาะได้

ฉันถามไอ้ตัวที่คาบมา "แกไปเอาไอ้นี่มาจากไหนน่ะ พาไปหน่อยสิ"

หนูหยางขมวดคิ้ว ส่ายหัว ใช้หางชี้รอยช้ำของตัวเอง 

"กลัวฉันบาดเจ็บเหรอ ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวหาทางที่มันไม่เสี่ยงได้เองแหล่ะ" หนูหยางถอนใจ จะเดินหนี ฉันตามไปกระตุกหางเซ้าซี้ต่อ สัญญิงสัญญาว่าจะไม่เสี่ยง

มันมองหน้าฉัน ถอนใจพรืด แต่ยอมลดรูปกระโดดเกาะฉัน เอาหางจิ้มจึ๊กๆชี้ไปทางทิศเข้าป่า

เดินกลับไปเอาเสียม ฉันชำเลืองมองไปตรงมุมที่เห็นอีหมีนั่งเมื่อเช้า 

"..................." ช่างเถอะ ฉันควรพึ่งตัวเองมากกว่านี้


เดินผ่านถ้ำตัดสู่ป่ารก เจอสัตว์ป่าหน้าตาประหลาดแต่ฉันลือกที่จะหลบหลีกไปทางอื่นทันทีที่ได้กลิ่น จากป่ารกตอนนี้ถึงระดับป่าดงดิบอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ฉันก้าวพ้นขอนไม้ แหวกผ่านเถาวัลย์ แล้ว ...

แพร่ดดด!! 

เฮ้ยยย!!! ฟ่อออออ!!!

พื้นดินหายไปกลายเป็นบ่อที่มีดินเปียก ไหลลื่นเป็นสไลด์สวนสยามวาร์ปตรงเข้าสู่ถ้ำ ....

... ที่มีหนวดรูปร่างอุบาทว์หัวบานแดงแจ๋เหมือนไอ้นั่นโบกหนวดหยอยๆรออยู่ 

อีกแล้วเรอะ ...


อี-สะ-วรรค์-เ ห รี้ ย ย ย ย ย ย ย ยย!!!


.........................................

............................

.............

......


อาทิตย์ตกดินแล้วตอนที่ฉันแน่ใจว่าจะไม่มีผัวเป็นปิศาจดิลโด้ 


ทิ่มเสียมระบายอารมณ์กับซากหนวดที่ยังเหลือ ชูนิ้วกลางขึ้นฟ้าชมเชยผู้สร้างบนนั้นที่ขยันสร้างและส่งความอุบาทว์อุลามกเข้ามาในชีวิตฉันอย่างต่อเนื่อง 

ตะเกียกตะกายจากโคลนจนไปเจอที่แห้งในถ้ำ พักหอบหายใจ ลูกน้องฉันหายไป หนูหยางคงกระเด็นหลุดออกจากไหล่ตอนลื่นลงมา

ถ้ำมืดสนิท ฉันเกร็งตัว สูดลมหายใจหากลิ่น

ไม่มีกลิ่นของสัตว์หรืออะไรแปลกปลอม มีกลิ่นน้ำ กลิ่นโคลน กลิ่นอากาศปนมากับกลิ่นเขียวของมะละกอโชยมาจากส่วนลึกของถ้ำบอกฉันว่านี่ไม่ใช่ถ้ำตัน

ฉันตัดสินใจจะตามกลิ่นเข้าไป กระดื้บๆไปตามพื้นถ้ำ

นอกจากแมลงไต่ (ที่ฉันพยายามไม่คิดว่ามันอาจเป็นแมลงสาบ) ก็ไม่มีตัวประหลาดอะไรโผล่มา ฉันคลานลงน้ำ ว่ายออกไปจนเห็นแสงจันทร์

ริมตลิ่งนั่น มีต้นกึ่งมะละกอกึ่งไผ่เป็นดงอยู่ตรงนั้น

ตะกายขึ้นตลิ่ง ฉันคว้าโคลนมากำหนึ่ง เขวี้ยงนำไปกลางดง ... เงียบ เขวี้ยงไปอีกก้อน ... เงียบ 

ฉันกำเสียมแน่น เดินเข้าไปใกล้ ...


[กรี๊ดดดด!!!!!!!!!!!!!]  


คลื่นเสียงจากกลางดงกระแทกฉันกระเด็นออกมา เลือดกำเดาทะลัก หูดับทันที ข้อเท้าถูกบางอย่างรัด จับเหวี่ยงกระแทกผืนน้ำ ดึงขึ้นอีกที ฉันลนลานกระแทกคมเสียมกับพื้นหิน 

สะเก็ดไฟจากคมเสียมครูดไปโดนไอ้สิ่งที่รัดขา มันสะดุ้ง ปล่อยฉันไถไปกระแทกกับผนังถ้ำ รับรู้คลื่นเสียงกรี๊ดอีกครั้ง ถึงหูดับไปแล้วแต่คราวนี้ฉันกระอักเลือด 

ฉันตั้งสติ ใช้เสียมเสียบเถาวัลย์ที่พุ่งมาอีกรอบ กรีดคมเสียมกับหินให้เกิดประกายไฟข่มขู่ แต่ตรงนั้นไม่มีที่แห้งหรือเชื้อไฟ

เท้าฉันถูกเถาวัลย์อีกสายมัด คราวนี้มันจับฉันเหวี่ยงไปสู่ความเวิ้งว้างของหุบเหว


ปั๊กกกก!!!  หัวกระแทกกับแง่งหิน แต่กระโหลกหนาอย่างฉันไม่สลบทันที สติที่เหลือมีพอให้ใช้มือเปะปะคว้าครูดไปตามผนังหิน


?!?!


ฉันรู้สึกว่าตัวเองหยุดอยู่กลางอากาศ มือขวาถูกยึดไว้ด้วยมือเล็กนุ่มนิ่มของนางฟ้า

เด็กผู้หญิง? เด็กสาว? ฉันไม่เห็นหน้า ผมของนางปรกบังใบหน้า เห็นเพียงผ้าพลิ้วๆปลิวเหมือนในหนังจีน หูกับพวงหางโบกสะบัดตอนที่กระโดดตามมาอุ้มฉัน กระเด้งกระดอนกลับขึ้นไปตามผนังหิน 


ฉันลืมตาอีกครั้งตอนได้กลิ่นไหม้ เห็นสัตว์ประหลาดสองตัวกำลังทำลายป่าอย่างบ้าคลั่ง อีหมีควายในร่างสี่ขาใหญ่โตอย่างที่ฉันไม่เคยเห็น กับสัตว์ประหลาดอีกตัวที่ดูเหมือนกิเลนแบบในวัดจีน แต่เขาที่ควรมีบนหัวมันหายไปหรือไม่ก็ลดรูป หรือไม่ก็ย้ายที่กลายรูปไปเป็นนออยู่ตรงใบหน้า

อีมู่หรง? ถ้าเป็นนิสัยแร่ดๆแบบมัน ร่างนี้ฉันไม่คิดว่ามันเป็นยูนิคอร์นหรอกนะ 

ฉันหัวเราะกับอารมณ์ขันแบบผิดที่ผิดทาง เลือดจากคอไหลทะลักสู่ปาก

มีมือใหญ่ปิดตาฉัน แล้วสติก็ดับวูบไป​


.............................................


ฉันถูกย้ายออกมา สลึมสะลือมีสติบ้างไม่มีสติบ้าง แต่รู้ว่านอนอยู่ในห้องนอนในเผ่าแมว 


ลืมตาตื่นอีกครั้ง แสงอาทิตย์ส่องก้นแล้ว รู้สึกถึงกระเพาะหดตัว มีหน้าบักโกรกตาโหลลึกของตัวผู้สองตัวโผล่มา

อีหมีควายทำหน้าเป็นหมาหงอย ส่วนอีมู่หรงตัวผู้ทำหน้าเย็นชาใส่ฉัน มันทั้งสองตัวมีรอยช้ำจางๆในตำแหน่งเดียวกัน คงจะตำแหน่งเดียวกับที่ฉันบาดเจ็บ ... หึ รู้สึกสะใจเล็กน้อย 


ฉันหลับตาหนีปัญหา แต่ถูกดึงให้ลุกนั่ง อีเคะหนานกง? มันจับฉันพิงกับเตียง ยัดยาเม็ดอะไรสักอย่างเข้าปากฉัน หวานแสบไส้แต่ทำให้มีแรงขึ้นมามากพอจะกินอาหารได้ด้วยตัวเอง

ตาสองคู่จ้องเขม็งมาที่ฉัน อีมู่หรงเริ่มขยับปาก 

บลา บลา บลา ฉันไม่ได้ยิน ฉันกระดิกนิ้วเรียกอีเคะ ชี้ไปที่ชามเปล่า ขอใหม่

อีมู่หรงเบียดอีเคะออกไป จับหน้าฉันให้มองหน้ามัน พ่นด่าอะไรออกมา ดูท่าว่ามันจะเดือดดาลสุดๆ 

ฉันพ่นหาวใส่หน้ามัน มันย่นจมูก คงเหม็นขี้ฟันฉันมั้ง สลบไปกี่วันวะเนี่ย เคี้ยวปากแหย็บๆ เริ่มคิดว่าจะดีดขี้มูกใส่แล้วทำท่าปัญญาอ่อนหลอกมันว่าเจ็บจนสมองชำรุด มันจะเชื่อมั้ยวะ

มันมองหน้าฉัน แต่ยอมปล่อยมือ

มันพูดอะไรต่อยืดยาว ฉันเริ่มแคะขี้มูกมาปั้น

อีมู่หรงเม้มปาก ทำท่าอดทนอดกลั้น ควักห่ออะไรสักอย่างออกมาวางปึ๊งข้างเตียง แล้วเดินตึงตังออกไปจากห้อง

ฉันดีดก้อนขี้มูกไล่หลังมัน หาวปากกว้าง หันมามองหน้าอีหมีควาย มัันทำหน้าลูกหมาใส่ฉัน ฉันชี้นิ้วไปที่ประตู

"..................." "..................." มันคอตกเดินออกไป

ฉันมองอีหนานกงที่ยังอยู่ในห้อง มือปัดชามซุปที่กินหมดแล้วลงพื้น ทำหน้ากวนตรีนใส่มัน แล้วล้มตัวนอนคลุมโปงหนีออกจากโลกภายนอก


ลื่มตาตื่นอีกครั้งตอนได้กลิ่นข้าวต้มที่อีหนานกงยกมาให้ ฉันลุกขึ้นมากิน มือเอื้อมไปเปิดห่อที่อีมู่หรงวางไว้มาดู .... โฮ่! โฉนด? เอกสารยืนยันยกกรรมสิทธิ์์ทรัพย์สินของร้านทั้งหมดให้อยู่ในชื่อของฉัน  

ฉันโยนเอกสารไปข้างๆ อีหนานกงยื่นถ้วยยาให้ฉัน ฉันมองหน้ามัน มันทำปากบอกว่า...

'ยาสงบจิต สำหรับบรรเทาอาการหยินหยาง (หมายถึงฮอร์โมนน่ะแหล่ะ) แปรปรวน เลือดจะไปลมจะมา'


ฉันกลอกตา 


_____________________________________________________





ความคิดเห็น