Hunny Exo

เจแปน vs คุณหมอตรี ใครจะโรคจิตและแสบกว่ากัน! ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้าาา~

​บทที่23 : แม่ทูลหัว Part.1

ชื่อตอน : ​บทที่23 : แม่ทูลหัว Part.1

คำค้น : My doctor,รักโหดๆ,มุ้งมิ้ง,หมอตรี,เจแปน,Nc18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2561 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​บทที่23 : แม่ทูลหัว Part.1
แบบอักษร

​บทที่23 : แม่ทูลหัว Part1

"ถ้าถามที่นี่จะไม่ทำ แต่ถ้าที่บ้าน"

"..."

"ทำ"

.

.

.

"พี่มึงอย่าเอาแต่ขู่กูนะ แล้วก็ปล่อยได้แล้ว อึดอัด!"

"ไม่ได้ขู่ แต่ทำจริง"

ผมเงยหน้าสบตาจ้องมองกับสายตาคมที่เรียบนิ่งไม่แสดงอาการใดๆออกมาจากทางสายตา มีเพียงใช้ลำแขนแกร่งโอบรัดเอวผมไว้และกระชับให้มันแน่นขึ้น จนตัวเราทั้งสองต่างเสียดสีสัมผัสกันและกัน

ทั้งห้องกูปกคลุมไปด้วยความเงียบอย่างห้ามไม่ได้ คิ้วเรียวเข้มขมวดทันทีที่ผมไม่ตอบและหลบตาอีกฝ่าย จนร่างสูงต้องโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

"กะ..ใกล้ไปแล้ว ห่างหน่อย"

"..."

"อึก! บอกว่าใกล้ไปแล้วนะ!"

มันก็เป็นซะอย่างเนี้ยที่ทำให้ตัวผมกระสับกระส่ายไปหมด หัวใจมันก็ชอบเต้นแรงเวลาถูกอีกคนสัมผัสตัวหรือแม้ทุกครั้งที่สายตาคมจ้องมอง 

ไม่อยากจะเชื่อว่าผมจะหวั่นไหวกับคำว่าชอบของอีกคนที่เปล่งออกมาจากปาก และไม่รู้ด้วยซํ้าว่าคำว่าชอบของอีกคนจะชอบผมแบบไหน จะเป็นแบบชอบที่มีอะไรกันรึเปล่า...

"เป็นอะไร บอกได้มั้ย"

"..."

ผมรีบส่ายหน้าพัลวันจนกลุ่มเส้นผมบนหัวนี่สะบัดตามพลางก้มหน้าหลีกหนีอีกคนทันทีที่จะพยายามมองหน้าผมให้ได้

อยากจะถามให้รู้แล้วรู้รอดว่าสถานะของเราตอนนี้มันคืออะไร? แล้วคำว่าชอบชองพี่มันคือแบบไหน? แต่อาจจะติดตรงที่ผมไม่กล้าพอด้วยซํ้าไป

"ถ้าไม่บอกก็จะไม่รู้ด้วยนะ"

"ก็ไม่ยากให้รู้นิ"

"ทำไม?"

"กูกลัวคำตอบไงล่ะ พี่มึงเข้าใจมั้ย?"

ตอนนี้หัวสมองผมตีรวนกันไปหมดแล้วครับ มันไปไม่เป็นเมื่ออีกคนเอาแต่จ้องหน้าแล้วไม่พูดอะไรเลย แบบนี้เปอร์เซ็นคำตอบของผมมันคงจะหน้าผิดหวังไม่น้อย

ถ้าถามว่าทำไมผมถึงหวังคำตอบของตาลุงเพราะผมหวั่นไหวกับเขาไปแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ตัวเองมักจะใจเต้นแรงกับคนตรงหน้าอยู่ประจำเมื่อเวลาได้เจอ ถึงจะเกลียดไอ้ชุดบ้าๆที่มักจะถูกจับใส่บ้างก็เถอะ

 "พี่ไม่รู้ด้วยหรอกว่าจีจี้จะถามอะไร"

"..."

"แต่ทำไมต้องกลัวคำตอบ"

ร่างสูงคลายแขนแกร่งออกจากตัวผมทันที ตอนนี้เราต่างคนต่างยืนแต่ก็ไม่ห่างกันมาก กลิ่นตัวที่ผสมเจือมากับนํ้าหอมยังคงโชยมาแตะจมูก 

ผมกำชายกางเกงนักเรียนสีดำสนิทของตัวเองแน่นเพราะตัวมันเกร็งไปหมดไม่รู้จะไปต่อยังไง จะบอกอีกคนว่าไม่มีอะไรหรอก หรือจะบอกว่าอยากรู้สถานะของเรา ว่าแล้วภายในใจมันคิดแค่นี้แต่สมองมันสั่งการไวกว่าเลยทำให้เผลอพูดออกไป

"สถานะ"

"?"

"สถานะตอนนี้เราคืออะไรกันพี่ อุ้บ!"

"..."

"ขะ...ขอโทษ! กูคงละเมออ่ะพี่มึงกูขอโทษนะ"

ผมใช้มือปิดปากตัวเองไว้ทันทีก่อนจะค่อยๆคลายออกแล้วรีบก้มหน้าพูดขอโทษอีกคนเพราะด้วยความไม่ได้ตั้งใจหรือไม่แน่อาจจะตั้งใจก็ได้ ร่างสูงที่คงจะได้ยินชัดเจนก็นิ่งเงียบไปก่อนจะเอื้อมมือมาจับข้อมือผมแล้วออกแรงดึงให้เดินตาม

ตัวผมที่เซถลาตามไปทันทีก็งงงวยว่าทำไมอีกคนไม่พูดไม่จาเอาแต่ลากผมไป ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ตรงโซฟาตัวยาวจนร่างสูงนั่งลงไปแล้ว ก็เหลืออยู่แค่ผมที่ยังคงยืนก้มหน้าหลบสายตาอีกคน

"จีจี้นั่งนี่"

ปุ้บ..ปุ้บ

"มะ..ไม่เอา! พี่มึงจะลวนลามกูอีกแล้วนะ ไม่นั่งเด็ดขาด! อ๊ะ!?"

หมับ! พรึ่บบบ...

มือหน้าคว้าเอวผมแล้วออกแรงดึงจนตัวผมล้มลงไปนั่งอยู่บนตักแกร่งนั่นทันที ไม่วายหน้าผมก็กระแทกเข้ากับหน้าอกแกร่งของอีกคนจนนํ้าตาเล็ด เมื่อผมนั่งตักอีกคนได้ร่างสูงก็ใช้แขนแกร่งโอบเอวผมไว้อย่างหลวมๆทันที

"โอ๊ยยย เจ็บ!"

"หึ ดื้อแล้วยังน่ารักอีก"

"อื้อออ! พูดบ้าอะไรฮะ!"

เมื่อผมดันตัวเองขึ้นมาได้ก็โวยวายใส่อีกคนทันทีก่อนที่จะยกมือขึ้นมาจับจมูกตัวเองที่ไม่รู้ว่ามันจะหักรึเปล่า ผมเองก็ยู่ปากเล็กน้อยเพราะมันทั้งเจ็บและต้องมาเขินกับคำชมของตาลุงวิปริตนั่นอีก

"ที่ถามน่ะ สถานะอะไร?"

"ฮะ ได้ยินด้วยหรอ?"

เออ...กูนี่กูถามแปลกๆตอนนั้นห้องมันเงียบจะตาย พูดก็เสียงดังปานนั้นใครจะไม่ได้ยินวะ

"อืม จีจี้หมายถึงอะไร?"

"เอ่อ...เอาจริงๆมั้ยละพี่มึง"

"เอาสิ"

ตอนนี้ตัวผมที่นั่งอยู่บนตักแกร่งก็ค่อยๆสบตาร่างสูง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วรวบรวมความกล้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"คือ ตอนนี้พี่มึงกับกูอ่ะเป็นอะไรกันอยู่ กูอยากรู้สถานะจากปากพี่มึงนะ"

"กังวลเรื่องนี้?"

"อื้อ!"

"ก็บอกไปแล้วว่าชอบ"

ก็รู้แล้วไงว่าชอบอ่ะ! แต่สถานะพี่มึงกับกูอ่ะกำลังเป็นอะไรกันวะครับ โอ๊ยยย!..ลุงมึงเข้าใจกูที!

"ก็รู้แล้วว่าชอบ..."

"..."

"กูเสียตัวให้ไปแล้ว ยังแค่ชอบอยู่อีกหรอ?" 

จากที่ผมพูดด้วยนํ้าเสียงจากที่ดังฟังชัดก็ค่อยๆแผ่วเบาลงตรงประโยคหลังๆก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาคมที่จ้องมอง ตาลุงจะทำหน้ายังไงกันนะแล้วจะรู้สึกยังไงอยู่

นับวันสมองผมใกล้จะแตกตายแล้วครับที่คิดแต่เรื่องตาลุง ผมชอบไอ้โรคจิตแบบนี้ไปได้ยังไงกัน จะบ้าตาย...

"จีจี้หิวรึเปล่า กลับบ้านกันมั้ย"

เกมส์พลิกซะแล้วเรา...

"หะ..หิวนิดหน่อยน่ะ"

"อืม แล้วอยากกินอะไร?"

"อะไรก็ได้แหละ จะพากลับแล้วสิขอไปรอที่รถนะ"

"จีจี้"

พรึบ

ผมรีบดันตัวลุกขึ้นแล้วรีบสาวเท้าเดินออกมาทันทีจากห้องทำงานชองอีกคน ความเจ็บจี๊ดที่แล่นวนอยู่กลางอกก็ทำเอานํ้าตาเกือบจะไหลออกมาระหว่างทาง

ว่าแล้วเชียว...ตาลุงมันจะมาสนใจเด็กอย่างผมไปทำไม คงชอบตรงที่ได้ผมแล้วก็คิดจะเอ็นดูเหมือนพวกเด็กในสต๊อกเป็นว่าเล่น

"ฮึก! อย่างจะทำอะไรก็ได้งั้นสิ?" ผมรีบเช็ดนํ้าตาออกก่อนจะเดินมุ่งตรงไปยังลานจอดรถภายในโรงพยาบาลแล้วไปยืนรออีกคนที่ข้างๆรถ ว่าแล้วร่างสูงก็เดินตามออกมาด้วยสีหน้าและท่าทางที่ปกติไม่ได้ถามไถ่อะไรผมอีก

พอขึ้นรถได้อีกคนก็ขับรถบึ่งออกมาทันที แต่ภายในรถเงียบเชียบปกคลุมไปด้วยการที่จะเลือกไม่พูด พอถึงคอนโดผมก็รีบจํ้าขึ้นห้องและเข้าห้องนอนทันที

แกร๊ก!

"จีจี้กินข้าว"

"อืม เดี๋ยวตามไปนะ"

"..."

ปัง...

ผมเหม่อออกไปที่ด้านนอกหน้าต่างในยามคํ่าคืน หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลผมก็ขอแยกตัวเข้ามาอาบนํ้าแล้วใส่ชุดที่ร่างสูงยังคงจัดเตรียมไว้ให้ ที่มีแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งบางๆกับชั้นในแบบขาสั้นสีดำสนิท 

ก่อนที่เจ้าตัวจะเปิดประตูเข้ามาตามผมให้ไปกินข้าว ผมก็คงต้องทำตัวให้เหมือนปกติเพียงเท่านั้นเอง

"เห้อ เลิกคิดสักทีเถอะไอ้เจ"

ผมค่อยๆยันตัวลุกขึ้นแล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องนอนแล้วเดินตรงไปยังห้องครัว โต๊ะอาหารที่มีกับข้าวที่จัดวางไว้คนที่ทำคงไม่พ้นร่างสูงที่นั่งรออยู่ที่เก้าอี้รอแล้ว

ผมเดินเข้าไปแล้วจัดการค่อยๆนั่งลงตรงฝั่งตรงข้ามก่อนจะหยิบจับช้อนขึ้นมาแล้วเริ่มทานข้าวเย็นที่บรรยากาศมันเงียบซะจนน่าอึดอัด แบบนี้รีบกินรีบเข้านอนดีกว่า

"จีจี้..."

"อิ่มแล้วล่ะ เดี๋ยวเอาไปเก็บก่อนนะ"

ตึกตัก!

ใจผมกระตุกวูบไปเพียงชั่วครู่เมื่อสบตากับอีกคนเพียงแค่เสี้ยววิ ผมรีบหยิบจานตัวเองแล้วเดินเอาไปเก็บในครัวก่อนจะรีบเดินออกมาให้ไวที่สุด

ปัง!

"ชิ! ทำบ้าอะไรของมึงวะเจ"

ผมใช้มือขยี้หัวตัวเองจนผมมันฟูขึ้นมาแล้วทิ้งตัวนั่งบนเตียงอย่างรู้สึกผิด ไม่น่ามองตาลุงมันเลยไม่เข้าใจทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย ทำอย่ากับ..จะโดนทิ้ง

ไม่รู้ว่าตัวเองคิดมากไปรึเปล่าแต่แค่ได้สบตาอีกคนใจมันก็กระตุกวูบลู่ลงไปทันที ผมเองที่คิดมากทั้งอึดอัดก็อยากจะขอโทษอีกคนให้รู้ๆกันไป แต่มันก็ยังไม่กล้าอยู่ดีเมื่อความกล้าผมมันลดน้อยลงไปตั้งแต่อีกคนเปลี่ยนเรื่องที่โรงพยาบาลแล้ว

แกร๊ก!

"!?"

"ยังไม่นอนหรอ?"

"อื้ม เปล่าหรอกนี่ก็จะนอนแล้วล่ะ"

ฮึ่ย!...อย่าเสียงสั่นสิวะไอ้เจ!

"ไปอาบนํ้าก่อนนะ"

"อืม"

ผมมองตามแผ่นหลังร่างสูงที่เดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ก่อนจะเดินเข้าห้องนํ้าไป เมื่ออีกคนปิดประตูห้องนํ้าไปแล้วผมก็ขยับขึ้นเตียงแล้วล้มตัวนอนทันทีก่อนจะใช้ผ้ามาคลุมโปรงไว้ 

แล้วหันข้างนอนตะแคงหันหลังให้กับฝั่งที่นอนร่างสูงก่อนจะใช้มือด้านขวาจับหน้าอกด้านซ้ายตัวเองเอาไว้ด้วยความอึดอัดจนที่จะห้ามนํ้าตาไม่ให้ไหล

"ฮึก ใจร้ายที่สุด"

คนที่แพ้กลับเป็นผมไม่ใช่ร่างสูง และคนที่กำลังคิดมากก็คือผมอีกเช่นเคย รู้แล้วแหละว่าการที่รู้สึกชอบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวและบอกให้เขารู้ไปแล้วผลตอนนี้มันเป็นยังไงผมก็รู้สึกแล้วละ

เมื่อเสียงนํ้าหยุดกระทบพื้นไปพักใหญ่ๆก่อนที่จะมีเสียงประตูปิดลง และเสียงฝีเท้าที่ได้ยินแต่ไม่ค่อยชัดพลางดังมาเป็นระยะ ก่อนที่นอนจะยวบลงด้วยนํ้าหนักอีกคนพร้อมกับแรงที่มาดึงผ้าห่มของผมอีก

"จีจี้เดี๋ยวหายใจไม่ออก"

"มะ..ไม่เป็นไร อยากนอนแบบนี้แหละ"

ที่แท้ก็จะไม่ให้นอนคลุมโปรงนี่เอง...

"ไม่ได้ เปิดผ้าห่มออก"

"อื้ออ! ไม่เอาปล่อยผ้านะ จะนอนแบบนี้แหละ!"

ผมรู้สึกหงึดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะจับผ้าห่มไว้แน่น แต่ก็ต้องยอมปล่อยเพราะแรงอีกคนมีมากกว่าเพียงดึงผ้าห่มผืนหนาด้วยมือเดียวมันก็หลุดออกจากมือผมไปแล้ว

พรึ่บ!

"ฮึก! ไอ้บ้า! ก็บอกว่าอยากนอนแบบนี้! ไม่ได้ยินรึไง!"

"..."

"ฮึก ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย ไม่เลย ฮึก"

ผมลุกขึ้นนั่งแล้วจับหมอนได้ก็เขวี่ยงใส่อีกคนทันทีผมกับนํ้าตาที่ไหลออกมา ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะดึงผมเข้าไปกอดอย่างหน้าตาเฉย

"เด็กดื้อ"

"ฮึก! อยากทำอะไรก็ทำไปเลยนะ ต่อจากนี้กูจะไม่สนพี่มึงอีกแล้ว กูถามอะไรไม่เคยได้คำตอบจากพี่มึงเลย ฮือออ!"

"..."

"อยากจะสนใจกูเมื่อไหร่ก็เชิญ! อยากจะเอากูตอนก็เอาเลย! ฮึก!...พี่มึงสนกูแค่ร่างกายอยู่แล้วนี่!" 

"ทั้งหมดนี่ใครบอก?"

"ฮึก! พี่มึงไม่พูดกูเองต้องรู้ตัวอยู่แล้วนิ ฮึก..ฮือออ!"

หรือว่ามันไม่จริงกันละ?

ร่างสูงที่ดึงผมไปโอบกอดเอาไว้ก่อนที่จะค่อยๆคลายแขนแกร่งออกแล้วช้อนปลายคางผมให้เงยหน้าขึ้น พี่มัน...กำลังจะโกรธ คิ้วเรียวเข้มที่ขมวดเข้าหากันพร้อมกับแววตาที่พยายามจะจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม

ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนลางขึ้นไปทุกที ผมเห็นใบหน้าคมของอีกคนไม่ชัดเจนนัก รู้แค่ว่าตอนนี้มีเพียงความเงียบที่กำลังปกคลุมพร้อมกับเสียงร้องสะอื้นของผมที่ดังออกมา

"ทำไมจะต้องคิดเองเออเองอยู่เรื่อย"

"ฮึก..แล้วมันผิดหรอ กูคิดเองไม่ได้ใช่มั้ย ฮึก! ใช่สิ...ลืมไปต้องรอให้พี่มึงสนใจกูก่อนถึงจะคิดได้สินะ"

"จีจี้ มันไปกันใหญ่แล้วนะ"

"ฮึก! ถ้าไม่คิดจะจริงจังแต่แรก พี่มึงจะมาเอากูทำไม? ฮึก! ตอบสิว่ามาเอากูทำไม?"

"ใครหน้าไหนมันบอกว่าไม่จริงจัง?"

แววตาที่ขุ่นเคืองจ้องมองผมด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วเรียวปาดนํ้าตาออกให้ถึงกระนั้นผมก็ไม่เห็นจะต้องให้ใครมาเช็ดนํ้าตาให้ เลยรีบสะบัดมือร่างสูงออกทันที

"ฮึก ฮือออ พี่มึงเคยสนใจกูบ้างมั้ยแล้วเคยตอบคำถามที่กูถามบ้างรึเปล่า ฮึก! เอาแต่ตีมึนแล้วก็นิ่งเฉย จะไม่ให้คิดเองได้ยังไง! ฮือออ!"

"จีจี้อย่าร้องไห้"

"ฮึก! ถ้าไม่อยากเห็นนํ้าตากูพี่มึงก็เลิกมาทำแบบนี้กับกูได้แล้ว กูปวดหัวกับพี่มึงไปหมดแล้ว ฮึก!"

"จะให้เลิกยุ่งได้ยังไง..."

"ฮืออออ"

"รักจีจี้มากขนาดนี้ จะให้ปล่อยไปเป็นของคนอื่นได้หรอ?" 

ผมชะงักด้วยนํ้าตาก่อนที่จะสะอื้นจนตัวโยน ส่วนอีกคนก็เอาใจปลอบโดยการยืนมือมาปาดนํ้าตาและปัดปอยผมด้านหน้าที่ปรกตาออกให้ ก่อนที่ผมจะได้เห็นใบหน้าร่างสูงชัดเจน

รอยยิ้มบางๆจากมุมปากของอีกคนอาจจะดูไม่สู้ดีนัก อย่างน้อยผมก็รู้ว่าอีกคนคงจะไม่ชอบนํ้าตาเลยพยายามจะปลอบให้ผมไม่ร้องอยู่ตลอดเวลา

"ไม่เคยพูดว่าอยากจะสนใจตอนไหนหรืออยากเอาตอนไหน"

"ฮึก!"

"จีจี้อย่าพึ่งคิดเองจะได้มั้ย ฟังพี่ก่อนสิคนดี"

"ละ...แล้วตอนกูถามพี่มึงอยากจะตอบสักที่ไหน แบบนี้จะไม่ให้คิดได้ยังไง"

"ทำไมถึงมาถามแบบนั้น?"

"ฮึก กูอยากรู้ว่าพี่มึงคิดยังไงกันแน่ และอีกอย่างสถานะด้วย แค่คู่นอนเฉยๆรึเปล่าล่ะ"

ปลายนิ้วโป้งของอีกคนที่กำลังลูบแก้มผมไปมาเมื่อผมพูดจบ มือหนาก็เลื่อนลงไปลูบไล้ที่กลีบปากผมแทนตามมาด้วยปลายสันจมูกโด่งที่ค่อยๆแตะลงที่แก้มผมและถูไถไปมาอย่างอ้อนๆก่อนที่จะผละออก

"ไม่ได้จะยกให้เป็นคู่นอน..."

"ฮึก! แล้วจะให้เป็นอะไร?"

"จะยกให้เป็นแม่ทูลหัวต่างหาก"

"อืมมมมม อ๊ะ...พูดจริงหรอ?"

"จริงสิ"

ร่างสูงบดจูบลงมาทันทีพลางดูดเม้มริมฝีปากล่างและขบกัดมันเบาๆ ก่อนที่ผมจะเอียงคอเล็กน้อยให้ได้องศาของการจูบและการสอดลิ้นเข้ามา 

ลิ้นหนาที่จูบเป็นอย่างชํ่าชองพลางรุกลํ้าอยู่ภายในโพลงปากผมทันทีก่อนที่จะสอดมือหนาที่เย็นเฉียบเข้ามาใต้เสื้อของผมแล้วลูบไล้สัมผัสไปตามเอว ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสะกิดยอดอกจนผมสะดุ้งตัว

"อ๊ะ! ยะ...เย็น"

"หึ เสียงเพราะจัง"

"อ่าห์! ยะ..อย่าบีบแรงสิ"

"จีจี้น่าหมั่นเขี้ยวที่สุดเลย"

พรึ่บ!

ร่างสูงดันผมลงให้นอนราบไปกับพื้นเตียงทันทีก่อนที่จะขึ้นมาคร่อมตัวผมไว้และเริ่มฝังปลายจมูกสูดดมไปตามลำคอและพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางของผมออกก่อนที่จะดูดงับยอดอกผมทันที

"อ๊ะ! อืออออ อ่าห์!"

แผล่บ!

"หวาน"

ปลายลิ้นสากหนาดูดเลียยอดอกสีทับทิมผมสลับกันไปมาจนมันเฉอะแฉะไปด้วยนํ้าลายของร่างสูง ผมลืมไปรึเปล่าว่าอีกคนสวมเพียงบ็อกเซอร์สี่เทาเข้มเพียงตัวเดียว และอีกทั้งเหมือนจะไม่ได้ใส่อะไรอยู่ด้านในเลยด้วยซํ้า

เพราะไอ้ตรงกลางที่ผมเคยเจอกับความใหญ่โตมันมาแล้วเหมือนมันจะแกว่งโตงเตงแล้วมีบางจังหวะที่มันโดนต้นขาผมเข้าให้มันเลยทำให้รู้สึกว่านอกจากบ็อกเซอร์นั่นแล้วคงไม่มีอะไรอยู่ด้านในแล้วล่ะ

"อ่าาาส์! อืมมมม อื้ออออ!"

"เกือบลืมบอก..."

"บะ..บอกอะไร อ๊ะ! ยะ..อย่ากัดสิ อื้ออ!"

"นอกจากยกให้เป็นแม่ทูลหัวแล้ว ต้องเป็นเมียด้วยนะ"

"อ๊ะ!"


















ติดตามตอนต่อไป


Talk: ฮั่นแน่!!! รู้นะรออะไรกันอยู่!! อิ้ๆ ^∆^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}