ST 76

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 36) Shokugeki no Souma

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2561 19:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
36) Shokugeki no Souma
แบบอักษร

​ก็...ดูจากคะแนนเสียงไรท์ก็คิดที่จะควบ2ล่ะนะ... 

ส่วนเหล่าคนที่เชียร์รุ่นพี่รินโด หรือนิคุมิก็ รอหน่อยนะ สักวันต้องมีDLCหรือตอนพิเศษมาแน่ๆ (เพราะไรท์เองก็ชอบ แฮ่กๆ)




ต่อจากนี้ขอดำเนินตามเนื้อเรื่องเถอะ คิดสดทั้งหมดแบบเมื่อวานคือเหนื่อยมากกกกกก


ดูเหมือนว่าหลังจากวันนั้นอากิก็ได้ย้ายเข้าไปในบ้านนาคิริ แต่ดูเหมือนคนที่เขาเจอจะมีเพียงเซ็นซาเอม่อนเท่านั้น ส่วนเอรินะก็หายหน้าหายตาไปเลย ถ้าไม่หลบหน้าเขาก็คงหนีไปนอนกับฮิซาโกะ วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เซ็นซาเอม่อนก็ได้รับรู้อย่างมั่นใจแล้วว่าเขามีลิ้นเทพเจ้าจึงช่วยสรรค์หาของต่างๆมาให้เขาชิมเพื่อเพิ่มความรู้ จนมาถึงวันที่ต้องไปเข้าค่าย...


“นี่~ คนขับรถที่ไม่ยอมบอกชื่อคุง~ ฉันเหงานะ... ต้องมานั่งรถส่วนตัวคนเดียวแบบนี้คุยเป็นเพื่อนกันหน่อยไม่ได้รึไง?” อากิพูดอย่างงอแงที่เบาะหลังของรถหรูสีดำ ด้วยความที่เขาเป็นนาคิริ แถมเป็นหัวกะทิอีก จะให้ไปนั่งรวมกับคนธรรมดาก็คงไม่ได้


“ผมไม่บังอาจครับ” คนขับรถตอบมานิ่งๆ


“อย่างน้อยก็ไปนั่งกับคุณน้องสาวเอรินะก็ได้นี่นา” อากิคะยั้นคะยอต่อ


“แบบนั้นมันจะแออัดเกินไปครับ”


“หรอๆ” อากิที่เห็นว่าเขาไม่เล่นด้วยก็ได้แต่สงบปากสงบคำและนั่งรอจนกว่าจะถึงที่โทซึกิรีสอร์ท


.


.


.


รถหรูของอากิเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรมขนาดใหญ่ซึ่งมีทิวทัศน์โดยรอบเป็นธรรมชาติอันสวยงาม


“คงมาหลังคนอื่นๆละมั้งเนี่ย... เดินเข้าไปก็คงเด่นตายเลย” อากิลงมาจากรถพร้อมกับคิดเหนื่อยใจ


“เอาเถอะ ยังไงก็เข้าไปก่อนแล้วกัน” ว่าแล้วอากิก็เดินเข้าไปด้านใน


.


.


ห้องโถงใหญ่


ดูเหมือนว่าจะผิดจากที่เขาคาดไว้ น้อยคนนักที่จะสนใจเขา คงเพราะความเครียดทำให้ทุกคนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น


โวยวายๆ


อากิที่ได้ยินเสียงโวยวายมาจากทิศทางหนึ่งก็รู้ทันทีว่านั่นคือโซมะจึงเดินไปหา


“ไม่ได้เจอกันนานนะ นิคุมิ~” โซมะเดินไปทักเธอ


“ฉะ..ฉันยังไม่ได้อณุญาติให้นายทำแบบนั้นเลยสักหน่อย!” นิคุมิพูดไปอย่างซึนๆ


‘ดูเหมือนเธอจะยังชอบโซมะแฮะ เอาเถอะ ไม่ว่ายังไงสักวันนึงเธอก็ต้องอยู่กับเรา...’ อากิคิดชั่วในใจก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขา


“เป็นยังไงบ้าง โซมะคุง~” อากิเดินเข้าไปทักเขาท่ามกลางความตกใจของนิคุมิและยูกิ


“สบายดีน่า แล้วนายล่ะ? ตั้งแต่ได้ตำแหน่งใหญ่โตก็เห็นว่าเงียบหายไปเลย ใหญ่กว่ารุ่นพี่อิชิกิอีกใช่ไหมเนี่ย?” โซมะถามพร้อมหวั่นเกรงเล็กน้อย เขาทำได้แค่เสมอกับอิชิกิเพราะอีกฝ่ายอ่อนให้ แล้วกับอากิที่ตำแหน่งสูงกว่าล่ะ?


“ถ้าฉันเดินเรร่อนไปมาในโรงเรียนก็คงวุ่นตายเลยสิ” อากิตอบไป


นั่นมันเจ้าเด็กใหม่ปากหมานี่หว่า


สนิทกับท่านอากิโอะด้วยหรอ กรี๊ด! เป็นแค่คนชั้นต่ำแท้ๆ


ท่านอาจจะแค่สงสารมันก็ได้นะ


ดูเหมือนพอมีอากิเข้ามาชื่อเสียงของโซมะก็จะยิ่งแย่ลงไปใหญ่


“อรุณสวัสดิ์ทุกคน ฉันจะอธิบายเค้าโครงของค่ายฝึกให้ฟัง” โรแลนด์ แชปเพล ครูสอนอาหารฝรั่งเศสพูดขึ้นมาบนเวที


“ค่ายฝึกแห่งมิตรภาพและสายสัมพันธ์ จะอยู่เป็นเวลา5คืน ทุกๆวันพวกเธอจะได้รับงานเกี่ยวกับการทำอาหาร หัวข้อของงานจะเปลี่ยนไปทุกปีในวันแรก นักเรียนทั้ง981คนจะถูกแยกและมอบหมายหลังการประชุมนี้ หากมีใครถูกประเมินว่าไม่ผ่านจะโดนไล่ออกทันที” นักเรียนทุกคนกลืนน้ำลายกันอึกใหญ่


“แถมเราก็ได้มีแขกรับเชิญมาด้วย เหล่าศิษย์เก่าของโทซึกิ” เมื่อพูดจบคนกลุ่มใหญ่ก็เดินขึ้นมาท่ามกลางสายตาทึ่งๆของใครหลายคน


ฟึดฟัดๆ


“เธอ แถวที่เก้าจากทางซ้าย คนที่ยืนข้างๆหนุ่มแว่นนั่นน่ะ เธอถูกไล่ออก” ชายใส่แว่นผมชมพูชี้ไปที่คนข้างๆอากิ


“ยาสระผมของเธอมันมีกลิ่นมากเกินไป จะไปกลบกลิ่นอาหารได้ ต่อไปก็ถัดใช้แบบไร้กลิ่นซะล่ะ” เขาบอกมือไล่เด็กคนนั้น


“ระ..เรื่องแค่นี้เอง..” มันพยายามจะเถียง


“นายจะเสียลูกค้าได้เลยนะ นั่นมันใช่เรื่องเล่นๆของคนทำอาหารรึไง?” หัวชมพูหันไปจ้องเขม็งจนเด็กคนนั้นเข่าทรุด


นะ..นั่นมัน เขฟชิโนมิยะ คนญี่ปุ่นคนแรกที่ได้เหรียญ ปุรุซุปูรุ ของฝรั่งเศส!


“ส่วนเธอ นายแว่น...” ชิโนมิยะชี้มาทางอากิโดยที่ไม่ได้ดูแว่นตัวเองเลย


“ครับ?” อากิชี้ตัวเองอย่างไม่เข้าใจ เขาจะโดนอะไรล่ะเนี่ย


“หน่วยก้านดีมาก สนใจมาทำงานร้านฉันไหม?” ชิโนมิยะกล่าวชวนไป


หาาา!???


ดูเหมือนคนรอบข้างก็จะตกใจไม่แพ้อากิที่เก็บอาการอยู่


“ไม่ได้ ฉันจองเขาแล้ว” สาวร่างเล็กผมสั้นสีเขียวกล่าวขึ้นมาต่อบนเวที


เชฟของร้าน F เชฟมิซึฮาระ!!


“ผมขอเขาไม่ได้หรอ?” ชายผมดำตาตี่พูดขึ้นมา


มะ..แม้แต่ หัวหนแชฟของ ฮิโนวะ เชฟเซกิโมริ


“ถึงแม้ว่านายจะไม่ใช่ผู้หญิง...” ฝรั่งผมทองคนหนึ่งเดินเข้ามากุมมือเขา


“แต่ถ้าคุณยอมมาที่ร้านผมเราอาจจะได้คุยกันทั้งคืนนะครับ” เขาคือเชฟโกโทดะ


“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงของผู้หญิงคนนึงดังขึ้นมาขัดบรรยากาศสีม่วง


“ฮินาโกะ...” โกโทดะยอมปล่อยมือ


“ขอโทษแทนทุกคนด้วยนะจ๊ะ... หนุ่มน้อยที่ยังบริสุทธิ์แบบเธอคงกลัวแย่...” เธอคือสาวผมน้ำตาลยาว อินุอิ ฮินาโกะ และกำลังเข้าใจผิดไปมากเกี่ยวกับเขา


“อา...หนุ่มน้อยที่มีแต่ความใสซื่อ มาอยู่กับฉันเถอะจ่ะ...” เธอค่อยๆเอามือมาแตะที่ใบหน้าของเขาจนอากิต้องรีบใช้สกิลข่มอารมณ์เอาไว้


“พอได้แล้ว ฮินาโกะ ถ้าเขาจะต้องตัดสินใจไปอยู่กับใครก็เป็นเรื่องของเขา” หัวหน้าเชฟของรีสอร์ทโทซึกิ โดจิม่า งิน พูดขึ้นมาบนเวที ทำให้ฮานาโกะต้องถอยไปอย่างช่วยไม่ได้


จากนั้นโดจิม่าก็พูดปิดงานพร้อมกับส่งทุกคนแยกกลุ่มกันไป ซึ่งอากิก็ได้ไปอยู่กับเชฟตัวประกอบคนนึงและผ่านการทดสอบไปได้ (ถ้าไม่ข้ามบ้างบทนี้น่าจะเกิน5ตอนอ่ะ...)


เมื่อทุกคนกลับถึงโรงแรมแล้วก็ต้องเผชิญนรกโดยการทำอาหารชุดให้เหล่านักเพาะกายอีก50ชุด จนเมื่อโซมะกำลังจะทำเสร็จ อากิก็เสร็จพร้อมกันเพราะเขาตั้งใจจะรอจังหวะนี้


“อ้าว เสร็จพร้อมกันเลยหรออากิ” โซมะเดินมาทักเขาที่ทางออก


“อื้อ แต่นายรู้มั้ยว่าที่นี่มีบ่อน้ำร้อนด้วยนะ” อากิแอบยิ้มอย่างชั่วร้ายในใจ


“จริงหรอๆ ที่ไหนน่ะ?” โซมะตกหลุมอย่างจัง


“ก็อยู่ตรงไปเลี้ยวซ้ายน่ะ แต่นายไม่กลับไปเอาของที่ห้องหรอ? เดินไปทางขวาสิ ใกล้กว่านะ” อากิยิ้มไปอย่างใจดี


“งั้นหรอ ขอบใจนะ” โซมะรีบวิ่งออกไป


“หึๆ” ว่าแล้วอากิก็รีบวิ่งไปในอีกทิศทางหนึ่ง


.


.


โอ๊ย!


เขาเดินไปชนคนๆหนึ่งเข้าตรงจุดอับของกำแพง อย่างตั้งใจ...


“นะ..นาย!” เป็นเอรินะนั่นเอง ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมเรียกชื่อเขาด้วยซ้ำ


“ขอโทษทีนะ เป็นอะไรไหม?” อากิพยายามยื่นมือไปช่วยเธอ


“ไม่ต้องมายุ่ง!” เอรินะปัดมือเขาพร้อมกับลุกขึ้นมา


“เธอน่ะ... อิจฉาหรอ?” เอรินะที่กำลังจะเดินหนีก็หยุดลงด้วยคำพูดนั้น


“พูดบ้าอะไรของนาย...” เอรินะหันมามองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง


“ก็นั่นน่ะสิ ทั้งเรื่องที่ไม่ยอมรับอะไรนั่น ขนาดฉันไปพิสูจน์ตัวเองจนได้ลำดับที่3มาเธอก็ยังทำเป็นหลบหน้า ทำเป็นเกลียดฉัน สรุปเธอเป็นอะไรกันแน่ล่ะ? แค่ไม่ชอบซึ่งก็ไร้แหตุผลมาก หรือกลัวฉันแย่งความรักความสำคัญจากปู่ของเธอไป?” อากิมองไปที่เอรินะที่ตอนนี้กำลังหน้าแดงจัดราวกับว่าเขาพูดได้ถูกจุด


“เฮอะ! เรื่องอะไรฉันต้องไปอิจฉานายล่ะ เพราะว่าฉันน่ะเป็นถึง...” เอรินะสะบัดผมพร้อมกับพูดอย่างมั่นใจแต่ก็ถูกอากิขัดขึ้นมา


“เป็นถึงอะไรล่ะ? นาคิริ? ฉันก็เป็น 10หัวกะทิ? ฉันก็เป็น สูงกว่าเธอด้วย ฐานะทางการเงิน? ฉันก็มี ไม่นับของพ่อด้วย” เอรินะถึงกับพูดไม่ออก แต่ทันใดนั้นเธอก็นึกได้ว่าเธอยังมีความพิเศษบงอย่างอยู่


“แต่ฉันน่ะ มีลิ้น....” เธอกำลังจะเอาคืนเขาแต่ก็โดนขัดอีกครั้ง


“ไอ้ลิ้นเทพเจ้าอะไรนั่นอ่ะนะ? ฉันก็มี...” ราวกับถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง เอรินะถึงกับทำอะไรไม่ถูกจนถอยไปชิดกำแพง


“มะ...ไม่จริง... นายต้องโกหกแน่ๆ...” เอรินะทำท่าจะร้องไห้ ถ้ามีคนมาแทนเธอได้แล้วเธอจะเหลือใครอีกล่ะ...


“ลองไปถามปู่ของเธอก็ได้ แต่รู้ไว้เถอะว่าฉันไม่ได้จะมาแย่งอะไรของเธอ...” อากิเดินเข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ


“นี่ เอรินะ...” เขาดันสองมือประกบเธอไว้จนตัวติดกำแพง


“ฉันก็แค่อยากจะใกล้ชิดเธอให้มากกว่านี้เอง... ไม่ได้งั้นหรอ?” อากิทำหน้าตาใสซื่อพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเอรินะหน้าแดงจัด


“ทะ...ท่านอากิโอะ!! กำลังทำอะไรคะ!” ฮิซาโกะวิ่งเข้ามาขัดพวกเขาจนอากิต้องยอมถอยออกไป


“ไม่มีอะไรหรอกๆ แต่ฉันหมายความอย่างที่พูดจริงๆนะ... เอรินะ...” เขาโบกมือให้เธอก่อนจะเดินออกไป


.


.


.


ในวันที่2


อากิก็ได้ไปทำการทดสอบและผ่านไปได้ด้วยดีตามปกติ แต่ดูเหมือนจะมีปัญหากับโทดาโคโระและเชฟชิโนมิยะ จนโซมะต้องเข้าไปช่วย ทั้งคู่ได้แข่งกับเชฟและชนะมาได้จนโทดาโคโระรอดจากการถูกไล่ออก


.


.


.


ในวันที่3


การทดสอบช่วงกลางวันอากิก็ทำได้ดีเช่นเคย จนมาถึงช่วงเวลาสี่ทุ่มที่ทุกคนถูกเรียกรวมตัว


.


.


.


“เอ้า สนใจเวทีกันหน่อยนะทุกคน” โดจิม่าพูดขึ้นมา


“เหตุผลที่ฉันเรียกทุกคนมารวมตัว เพื่อแจ้งถึงการสอบในวันพรุ่งนี้”


วันพรุ่งนี้?


แล้วทำไมต้องมาบอกตอนนี้ล่ะ?


“หัวข้อก็คือการเตรียมเมนูมื้อเช้าให้แขกของโรงแรม นี่จะเป็นการตัดสินชื่อเสียงของโรงแรมของเรา วัตถุดิบหลักก็คือไข่ เริ่มพรุ่งนี้ตอนหกโมงเช้า เตรียมตัวเอาไว้ด้วยล่ะ ครัวเปิดให้ใช้แล้ว แยกย้ายได้” โดจิม่าพูดเพียงเท่านั้นก็เดินออกไป


แบบนี้ก็ไม่มีเวลานอนเลยน่ะสิ...


เหนื่อยจนหัวไม่ทำงานแล้ว....


นักเรียนทั้งหลายต่างโอดครวญกันออกมา


อากิไม่สนใจท่าทีเหล่านั้น เขาคิดเมนูไว้ในหัวแล้ว และจะไปทดลองทำมันที่ครัวในตอนนี้เลย


.


.


.


“ใช้ได้แฮะ.. อาหารจานไข่แบบสเปนที่จะสร้างความสดชื่นตลอดทั้งวัน... ไปพักดีกว่า....” อากิชื่นชมผลงานของตัวเองก่อนจะโยนมันทิ้งและกำลังจะเดินไปนอน


“ดูเหมือนจะทำอะไรดีๆขึ้นมาได้สินะ...” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมาข้างๆเขา


‘ผิวและผมสีขาวหิมะ ดวงตาสีแดงนั่น อลิซนี่หว่า... ทำอาหารจนเกือบจะลืมไปเลยนะเนี่ย’ อากิแอบตกใจนิดๆแต่ก็ยังแสดงให้เป็นปกติได้


“ขอบใจนะ คุณหลานสาว... ไม่สิ พ่อเขาให้เรียกว่าน้องสาวอ่ะนะ” อากิยิ้มตอบเธอไป


“โฮ่.. รู้ด้วยหรอเนี่ย ว่าฉันเป็นใคร...” อลิซมองลึกเข้ามาในดวงตาเขา


“ฉันรู้อะไรมากกว่าที่เธอคิดอีกนะ...” อากิยื่นหน้าเข้าไปหาเธอใกล้ๆ


“หรอ... เช่นอะไรล่ะ?” อลิซคิดว่าเขาแค่บลัฟ


“ก็เรื่องจดหมายนั่นไง....” อากิกระซิบเข้าไปที่หูเธอจนอลิซเบิกตากว้าง


“นายรู้ได้ยังไง!” เธอถอยหลังและตวาดใส่เขา อากิมองนาฬิกาเล็กน้อย


“จบการทดสอบนี้ก็มาเจอกันสิ แล้วฉันจะบอกให้ฟัง... ฮ้าว... ฉันไปนอนล่ะ” ว่าแล้วอากิก็เดินจากไปจนทิ้งอลิซไว้ในความสนใจอย่างถึงที่สุด


.


.


เช้าวันที่4


เหล่านักเรียนได้ถูกแยกกันไปที่โถงต่างๆ โดยพวกโซมะและเอรินะอยู่ที่โถงA อลิซและนิคุมิอยู่โถงE ส่วนอากิของเราก็ได้ไปโถงCคนเดียว...


หลังจากเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้วก็ได้มีคนเข้ามาประกาศถึงผู้ที่จะทำการทดสอบ ซึ่งก็คือเหล่าคนที่จัดหาวัตถุดิบให้โทซึกิ พนักงานโรงแรม และครอบครัวของทั้งหมด กฏก็คือภายในสองชั่วโมงจะต้องเสิร์ฟให้ได้200ที่


.


.


.


โถงC (ข้ามโถงอื่นๆไป)


“อะไรวะ... ตั้งแต่มาแล้วนะ ดวงมันจะซวยอะไรขนาดนี้ โดนแยกมาอยู่คนเดียวทุกครั้งเลยโว๊ย...” อากิได้แต่พึมพำคนเดียวอย่างหงุดหงิด


“ช่างมัน... ตั้งใจทำอาหารดีกว่า...” อากิเดินไปหยิบอโวคาโด มะเขือเทศ และมะนาวหลายลูกออกมา


‘ก็พยายามคัดพวกที่ดูดีที่สุดแล้วล่ะนะ... ก่อนอื่นก็ต้องหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ’ อากิลงมือปอกอโวคาโดพร้อมกับหั่นเป็นเต๋าเล็กๆเท่ากันในเวลาไม่นานก่อนจะใส่มันลงไปในถ้วยขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้ ตามด้วยมะเขือเทศ

ต้องนวดก่อนเพื่อให้น้ำออกมาเยอะและมีคุณภาพ...’ อากิหยิบมะนาวเขียวขึ้นมาก่อนจะค่อยๆใช้มือบีบนวดมันทีละลูกอย่างทั่วถึงเพื่อรีดน้ำออกมา


‘แล้วก็ผสมกัน...’ เขาหั่นมะนาวออกมาเป็นชิ้นและบีบมันลงไปในถ้วยพร้อมกับโรยเกลือ อากิชิมไปคนไปอย่างต่อเนื่อง


‘พอแล้ว...’ เมื่อได้รสที่ต้องการเขาก็แยกมันไว้




อากิหยิบหม้อใบใหญ่ออกมาก่อนจะใส่นมและเนยลงไปด้วยไฟกลาง เมื่อเนยเริ่มละลายเขาก็ใส่แป้ง เกลือ


‘รสชาติยังไม่พอ...’ อากิชิมไปเล็กน้อยก่อนจะใส่แป้งเพิ่ม เขาคนต่อไปเรื่อยจนมันเริ่มเกาะเป็นก้อน


เขาย้ายหม้อและเทมันลงไปในเครื่องผสมอาหาร


ป๊อก!


อากิเปิดเครื่องในระดับกลางพร้อมกับค่อยๆตอกไข่ลงไปหลายฟองจนคิดว่าพอดีแล้ว เขาทิ้งให้มันผสมกันต่อไปจนกว่าจะเย็น


‘ต่อไปก็ ชอริสโซ่’ อากิเดินไปหยิบไส้กรอกรูปร่างคล้ายกุนเชียงมาหลายอัน มันคือชอริสโซ่ ไส้กรอกหมูผสมปาปริก้าแบบสเปน


เขาหั่นมันเป็นแว่นๆอย่างเท่ากันก่อนจะนำลงไปใส่ในกระทะเปล่าที่ตั้งไฟร้อนสุด


ซ่าาา...


น้ำมันเริ่มออกมาจากไส้กรอกนั้น อากินับเวลารอในใจเล็กน้อยก่อนจะเริ่มทำบางอย่าง...


ครืด...


อากิดึงกระทะเข้าหาตัวเพื่อให้ไส้กรอกกองรวมกัน


ฮึบ!


เขาเหวี่ยงมันไปข้างหน้าอย่างแรง ด้วยส่วนโค้งที่ปลายกระทะและปริมาณแรงที่เหมาะสม ไส้กรอกทั้งหมดพลิกตัวกลางอากาศและร่อนลงกลับด้านบนกระทะ เผยให้เห็นผิวนอกที่เกรียมจนเป็นสีน้ำตาลแดงอย่างน่ากิน


แปะๆๆๆๆๆ


จู่ๆก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นมา จนอากิต้องหันไปดู


ดูเหมือนเหล่าลูกค้าหลายร้อยคนจะมามุงกันที่หน้าร้านของเขาจากท่าทางการขยับมีดและปรุงอาหารด้วยความรวดเร็วและแม่นยำในคราวแรก


อากิยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพลิกกระทะอันต่อไปซึ่งเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้เช่นเดิม


เขานำไส้กรอกทั้งหมดออกมาจากกระทะและวางพักไว้ในผ้าซับมัน




อากิเดินกลับไปดูแป้งในเครื่องผสมอาหารก่อนจะนำมันออกมาห่อพลาสติกและใส่เข้าไปในตู้เย็น


อากินำพริกจาราปิโนที่คัดมาแล้วว่าเผ็ดน้อย หอมแดง กระเทียม หอมใหญ่มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพร้อมกับลงไปผัดในกระทะอันเล็ก


เมื่อทุกอย่างเริ่มนิ่มและส่งกลิ่นหอมอากิก็ใส่มะเขือเทศลูกเล็กลงไปจนนิ่ม ใส่ไส้กรอกชอริสโซ่ลงไปพร้อมกับแบ่งกระทะให้มีรูสองรูเพื่อตอกไข่ลงไป


ซ่าา...


เมื่อไข่อยู่ในระดับกึ่งสุกกึ่งดิบอากิก็โรยชีสลงไปพร้อมกับปิดไฟให้มันสุกต่อเอาเอง


เขาหันกลับไปเตรียมเตาทอดที่เซ็ตอุณหภูมิไว้ที่180องศา เพราะมีคนดูอยู่เยอะอากิจึงไม่สามารถใช้การชิมที่แม่นยำแบบเดิมได้


เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่อากิก็รีบนำแป้งในตู้เย็นออกมาก่อนจะใส่ที่บีบให้มันบบอกมายาว8มม.ไม่ขาดไม่เกินและนำลงไปทอดทันที


ซ่าๆๆๆ


เมื่อชูโรสที่ทอดสุกได้ที่เขาก็นำขึ้นมันพร้อมกับโรยเกลือและพริกไทยลงไป




“จานแรกจะเสิร์ฟแล้วนะครับ ช่วยต่อแถวกันด้วย!” อากิตะโกนออกไปจนฝูงชนที่น้ำลายไหลรีบตั้งแถวกันตามที่เขาสั่ง


อากิตักไข่ดาวทรงเครื่องแผ่นใหญ่ลงมาวางบนจาน และวางสลัดอโวคาโดกับแป้งทอด ชูโรสไว้ข้างๆ




เขายื่นจานที่เสร็จแล้วให้พนักงานที่หัวแถว


“สแปนนิช เอ็กก์ เสร็จแล้วครับ” อากิเสิร์ฟพร้อมกับยิ้มกระชากใจสาวๆหลายคน


อึก...


ผู้คนลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็น

ชูโรสสีเหลืองทองที่วางคู่กับสลัดอโวคาโดสีเขียวสด พร้อมกับไข่ดาวทรงเครื่องที่ส่งกลิ่นหอมเครื่องเทศออกมา


“จะ..จะทานล่ะนะ..” คนที่อยู่หัวแถวพูดออกมาอย่างกดดัน เพราะดูเหมือนทุกคนจะเฝ้ารอผลตอบรับของเขา


เขาหั่นชูโรสออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ ตักสลัด และหั่นไข่ออกจนไข่แดงสีมันวาวเยิ้มไปทั่วจาน พนักงานคนนั้นจิ้มทุกอย่างและกินเข้าไปพร้อมกันในคำเดียว!


“คะ..ความกรุบกรอบอันเหนือชั้นของชูโรส พลังงานจากไข่ รสเผ็ดของชูรอสโซ่ ปิดท้ายด้วยความสดชื่นของสลัดอโวคาโด!!!” พนักงานคนนั้นบรรยายออกมาก่อนจะรีบกินที่เหลือในจานจนหมด


“โอ... ช่างเป็นอาหารเช้าที่ทรงพลังอะไรขนาดนี้ ความสดชื่นและพลังงานที่ได้รับราวกับยาชูกำลัง...” พนักงานคนนั้นทรุดตัวลงกำหมัดแน่นบนพื้น


ย๊ากกกก!!!!


เขาดีดตัวและคำรามออกมาจนเสื้อขาด


“หัวหน้าคร้าบบบบ!!! สั่งงานมาได้เล้ยยยย!!!!!” เขาตะโกนออกมาพร้อมกับวิ่งออกไปจากห้องโถงราวกับมีพลังงานเต็มเปี่ยม


ฝูงชนที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับอึ้ง..... พวกเขาทั้งหมดรีบหันไปหาอากิ


ขอจานต่อไปเร็วๆเลยนะ!!!


ชะ…ใช่!!!


ฉันอยากกินแล้ว!!!


ดูเหมือนนอกจากโชว์ในการทำอาหาร รีแอ็คชั่นของคนกินก็จะเป็นตัวเรียกลูกค้าให้อากิได้อย่างดี


“รอสักครู่นะครับ!” อากิยิ้มอย่างยินดีก่อนจะหันหลังไปทำอาหารต่อ


.


.


.


“เหลือเวลาอีก30นาที!!!” เชฟคนหนึ่งประกาศออกมา


“ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ” อากิก้มหัวให้กับหลายๆคนที่ยังมุงหน้าร้านเขาอยู่


“วัตถุดิบในสต็อกของผมเตรียมไว้พอแค่400ที่น่ะครับ ไม่คิดว่าทุกคนจะเฝ้ารอกันขนาดนี้ ขอโทษจริงๆนะครับ...” อากิเงยหน้าด้วยหน้าตาอันใสซื่อที่มีแต่ความเศร้าในแววตา


น่ารักจัง!!


ไม่เป็นอะไรหรอกค่าาา!!


อากิโอะคุงอย่าเศร้าไปน้า!!


ดูเหมือนแผนตีหน้าเศร้าจะได้ผล... อากิลอบยิ้มในใจ


“โอเค... 400ที่ เธอผ่านแล้วล่ะ...” เชฟที่คอยคุมโถงของเขาเดินเข้ามา


“ขอบคุณครับ” อากิโค้งตัวให้เขาก่อนจะเดินออกไปท่ามกลางเสียงกรี๊ดของเหล่าหญิงสาว


.


.


.


“อืมม อีกตั้ง20นาที ไปรอที่โถงE ดีกว่าแฮะ.. ” อากิเดินไปในทางเดินเรื่อยๆ


.


.


.


20นาทีต่อมาที่หน้าโถงE


“ป่านนี้พ่อหนุ่มนั่นจะเสร็จรึยังน้า~” อลิซเดินฮัมเพลงออกมาอย่างสบายใจ


“เสร็จก่อนเธอ20นาทีน่ะ” มีเสียงนึงตอบเธอ


“งั้นหรอๆ ว๊าย! มาตอนไหนเนี่ย!” อลิซเคลิ้มไปเล็กน้อยแต่เมื่อได้สติก็รีบหันไปตวาดใส่เขา


“ประมาณ20นาทีที่แล้วน่ะ... รอนานน่าดูเลยล่ะ” อากิตอบไปสบายๆ


“ไปหาที่นั่งคุยกันหน่อยมั้ย?” อากิพูดไป


อลิซหยักหน้าตอบ


.


.


.


“อย่างนี้เองสินะ... เพราะนายดันเป็นสัตว์ประหลาดแบบนี้ท่านปู่เลยรับมาเป็นลูกบุญธรรม...” ภายในที่นั่งนอกโรงแรม อากิได้เล่าความเป็นมาของตนให้อลิซฟัง


“อื้อ ทีนี้เธอก็เล่าของตัวเองบ้างสิ...” อลิซหันมามองหน้าอากิ


“อะไรกัน? นายบอกว่ารู้เรื่องฉันเยอะไม่ใช่รึไง? ลองเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ...” อลิซพยายามจะทดสอบว่าเขาบลัฟเธอจริงๆหรือเปล่า


“ลูกของ นาคิริ โซเอะ กับ คุณเลโอนาร่า โตมาในบ้านนาคิริ แม้ว่าในวัยเด็กจะกัดกันแต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีกับเอรินะ ด้วยความที่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่คู่ควรกับเอรินะจึงย้ายตามพ่อแม่ไปอยู่ที่เดนมาร์กเพื่อเรียนรู้การทำอาหารแบบโมเลกุล ก่อนไปก็ได้สัญญากับเอรินะไว้ว่าจะคอยส่งจดหมายหากันตลอด พูดผิดตรงไหนรึเปล่า?” อากิเหลือบไปมองอลิซที่อ้าปากเหวอไปแล้ว


“จากนั้นก็ได้พบกับคุโรคิบะ เรียว แม่ของเธอเลยจับให้เขามาเป็นเลขาส่วนตัวเหมือนฮิซาโกะของเอรินะ”


“และดูเหมือนว่าหลังจากที่เธอจากมา ไม่ว่าพยายามส่งจดหมายไปหาเอรินะแค่ไหนก็ไม่ได้รับตอบมาเลยสักฉบับเดียว” อลิซมีสีหน้าเศร้าไปเล็กน้อย


“ด้านเอรินะเองก็ไม่ได้รับจดหมายที่เธอสัญญาจนเกิดเป็นความร้าวฉานระหว่างพวกเธอ...” อลิซทำหน้าสงสัย


“ต้นเหตุก็คือ อาซามิ พ่อของเอรินะ หลังจากที่เธอไปเขาก็ได้คอยล้างสมองเอรินะให้เป็นคนหยิ่งผยองที่เห็นว่าคนที่ด้อยกว่าเป็นพวกไร้ค่า เขาเองนั่นแหละที่เป็นคนคอยฉีกจดหมายของเธอทิ้ง...”


“นะ...นายรู้ได้ยังไงกัน...?” อลิซไม่รู้ว่าจะเชื่อคำพูดของเขาดีหรือไม่


“ก็พ่อเขาเล่ามาให้ฟัง...” อากิโกหกไปคำโต แต่ดูเหมือนอลิซจะเชื่อจนน้ำตาไหลแล้ว ถึงแม้ว่าภายหลังเธอจะรู้เรื่องนี้ด้วยตัวเองก็เถอะ


“ฮึกๆ.... ดะ...ดีจังเลย... เธอไม่ได้เกลียดฉันสินะ...” อลิซร้องออกมาอย่างยินดี


“เอ้า... ทำให้เธอร้องไห้แบบนี้ฉันก็รู้สึกผิดแย่เลยน่ะสิ...” อากิยื่นผ้าเช็ดหน้าไปให้อลิซ เธอยิ้มเล็กน้อยก่อนจะรับมาเช็ดน้ำตาไป


“ขอบคุณนะ... ขอบคุณมากๆเลย” อลิซยิ้มให้เขาอย่างน่ารัก จนอากิรีบเบินหน้าหนีตามเสต็ป


“ฉะ...ฉันก็ทำไปงั้นแหละ... ไม่ใช่เพราะชอบเธอหรืออะไรหรอกนะ อุ๊ป!” อากิทำเขินหน้าแดงพร้อมกับแกล้งหลุดปากออกมา


ฉ่า....


อลิซหน้าเริ่มขึ้นสี จู่ๆก็โดนสารภาพรักซะงั้น


“งะ..งั้นฉันไปก่อนนะ” เธอพยายามจะเดินหนี


หมับ!


อากิคว้าข้อมือเธอไว้


“เดี๋ยวสิ... ทำฉันหลุดปากออกไปแบบนี้จะไม่รับผิดชอบหน่อยรึไง?” อากิพูดเสียงเบา


“ยะ..ยังไงล่ะ..?” อลิซพยายามไม่มองหน้าเขา เธอยังไม่มั่นใจในตัวเอง คงยังไม่สามารถตอบรับเขาได้


“ช่วยตอบหน่อยสิ... เธอคิดยังไงกับคุโรคิบะ เรียวงั้นหรอ...” อลิซนิ่งไปเล็กน้อย


“ก็....เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของฉันล่ะมั้ง...” อลิซเข้าใจจุดมุ่งหมายของคำถามนั้นซึ่งเธอก็ตอบไปตามจริง


‘ดูเหมือนทั้งคู่จะยังแค่สนิทกันแฮะ ดีแล้วล่ะ... ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้จะต้องเกินเลยไปแน่’ อากิคิดในใจ


“แปลว่าฉันก็มีโอกาสน่ะสิ... ขอบคุณนะ” เขาปล่อยมือเธอ


อลิซรีบวิ่งออกไปโดยไม่ตอบเขา





รู้สึกว่าไอ้การคัดเลือกฤดูใบไม้ร่วงหัวกะทิจะลงแข่งไม่ได้... เพราะฉะนั้นขอข้ามไปเลยแล้วกันเนอะ เพราะอากิเราจะไม่มีบท (บทมันยาวจนไรท์ขี้เกียจตาม อาจจะสรุปผลให้แต่ก็เอาตามเนื้อเรื่องเดิมแหละ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น