LUN_LA

รักที่เริ่มจากการบังคับ เเต่ไหนไปๆมาๆขอบคุณถึงได้รู้สึกหวั่นไหวให้กับบีเอ็มได้กัน ติดต่มได้ใน...โคตรร้าย โคตรรักเลยจ้าา

ชื่อตอน : โคตรร้าย⚔ # 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.2k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2562 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โคตรร้าย⚔ # 1
แบบอักษร

โคตรร้าย⚔ # 1

รถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดที่ร้านอาหารเเห่งหนึ่ง ใบหน้าบูดบึ้งของคนขับเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าไม่ได้เต็มใจที่จะมาด้วยสักเท่าไร


“ลงมาได้เเล้วอาคุณ ป่านนี้น้องกิ่งอีรอเเล้ว”


เสียงพูดเร่งของอาม่าดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มอย่างผม ต้องยอมดับเครื่องเเล้วก้าวขาลงจากรถมา ชายหนุ่มอย่างผมเนี่ยเเหละที่ถูกบังคับให้ใส่ชุดสูทดูดีออกมาตั้งเเต่บ้าน ทำให้พอปะติดปะต่อเรื่องได้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้...


การดูตัวไงละ!!!


“ไปเร็วๆ สิ ตามมาๆ” อาม่าว่าออกมาอีก เเล้วเดินนำไป ผมเลยทำได้เพียงเเต่เดินหน้าบึ้งตึงตามไปเท่านั้น


เมื่อเข้ามาถึงด้านในร้านอาหารสุดหรู ก็ถูกพามาที่ห้องอาหารส่วนตัวที่จองเอาไว้ พอเปิดประตูเข้ามาด้านในก็เห็นยายหลานอีกคู่นั่งรออยู่ก่อนเเล้ว


ผมปรายตามองหญิงสาววัยใกล้เคียงกับตัวเองที่กำลังส่งยิ้มมาให้อย่างเขินอาย ก่อนที่ผมจะเบือนสายตามองไปทางอื่นเเทนที่จะมองไปที่เธอ


“ไปๆ อาคุณไปนั่งใกล้ๆ น้องสิ” ผมถูกดันให้ไปนั่งเก้าอี้ว่างข้างๆ หญิงสาว


ดูเหมือนทุกๆ อย่างจะถูกจัดเตรียมเอาไว้หมดเเล้ว รอเเค่ตัวละครหลักอย่างผมมาปรากฏตัวก็เท่านั้น


ดี! จะทำให้ลืมวันนี้ไม่ลงเลย!!


ผมนั่งตัวตรง สายตามองไปข้างหน้าไม่ได้หันไปสนใจหญิงสาวข้างกาย จนเธอต้องเป็นฝ่ายชวนเขาคุยเเทน


“พี่คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”

“.....” ผมไม่ได้พูดตอบอะไร เเม้เเต่สายตายังไม่ปรายไปมองด้วยซ้ำ

“เดี๋ยวพวกลื้อกินกันไปก่อน อั้วสองคนของออกไปยืดเส้นยืดสายก่อน...คนเเก่ก็อย่างเนี่ยเเหละน่า นั่งนานๆ ก็เมื่อย...ฮ่าๆ ..าา”


ยายของหญิงสาวพูดขึ้น เเล้วหันไปส่งสัญญาณกับหลานสาวของตัวเองนิดหน่อย เเต่ทุกอย่างก็อยู่ในสายตาของผมทั้งหมดอยู่ดีนั่นเเหละ- -


“ดูเเลน้องดีๆ นะอาคุณ เดี๋ยวม่ามา” เเล้วทั้งสองก็พากันออกไป ขอบคุณได้เเต่มองตามไปเเบบนั้น ก่อนจะเขยิบเก้าอี้ออกเตรียมจะลุกออกไปบ้าง

“พี่คุณ ทานเป็ดย่างไหมคะ ทีนี้ขึ้นชื่อมากเลยนะ” หญิงสาวว่าเเล้วรีบตักชิ้นเนื้อเป็ดมาวางใส่จานให้ ผมทำเเค่เหลือบมองก่อนจะต้องนั่งลงตามเดิมเเล้วหยิบช้อนขึ้นมาเขี่ยเป็ดที่หญิงสาวตักให้ไปไว้ที่ขอบจานเเทน  หญิงสาวถึงกับหน้าเสีย เเต่ก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะชวนคุยต่อ

“พี่คุณไม่กินเป็ดเหรอคะ?”

“อยากเเต่งมากหรือไง” ผมหันไปถามอีกฝ่ายเสียงนิ่ง ยกมือขึ้นกอดอก รอฟังคำตอบที่จะได้จากหญิงสาวไปด้วย

“...ทำไมถามเเบบนั้นละคะ...กิ่งทำตามคำสั่งของคุณยาย ท่านอยากให้เเต่งกิ่งก็จะเเต่งให้ท่าน” เธอพูดออกมาด้วยท่าทีเขินอาย ก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองสบกับคนตัวสูงกว่า

“เเต่กูไม่อยากวะ!”


โครม!!


พูดตะโกนออกมาเสียงดังก่อนจะผลักโต๊ะกินข้าวเเรงๆ จนมันถอยหลังไป...ข้าวของบนโต๊ะกระจัดกระจายไปคนละทิศ


“พ...พี่คุณทำอะไรคะ!!” หญิงสาวร้องโวยวาย เด้งตัวลุกออกจากเก้าอี้อย่างตกใจกับการกระทำของชายหนุ่ม

“ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองหรือไง ให้คนมาจูงจมูกอยู่ได้...เป็นควายเหรอวะ?” พูดเน้นย้ำประโยคท้ายของตัวเองพร้อมๆ กับเอียงคอทำหน้าตากวนๆ ใส่หญิงสาว

“ทำไมพูดกับกิ่งเเบบนี้ละคะ!”

“ก็กูมีปาก มีสมอง อยากพูดอะไรกูก็พูด” ไม่สนใจหรอกว่าท่าทางของอีกฝ่ายจะไม่พอใจกับคำพูดของตัวเองเท่าไร ไหนๆ ก็เล่นเป็นตัวเอกเเล้ว บทก็ต้องน่าจดจำกันจนวันตายหน่อยละ

“ไหนดูดิ๊ เเต่งหน้าด้วยอะไรถึงได้หน้าหนาขนาดนี้วะ” ยกมือขึ้นไปเช็ดที่บริเวณเเก้มของหญิงสาว

“กริ๊ดด! ทำบ้าอะไรของเเกเนี่ย ไอ้บ้า!!” หญิงสาวโวยวายออกมา มองหน้าผมตาเขียวด้วยความไม่พอใจ เเล้วคิดว่าผมจะสำนึกหรือรู้สึกผิดหรือเปล่า


...หึหึ เปล่า สะใจเสียมากกว่า


ผมยกยิ้มชอบใจ เเถมด้วยการกระตุกคิ้วสองสามที เพิ่มเวลความโมโหให้หญิงสาวไปอีก


กรี๊ดดด!! หญิงสาวร้องกรี๊ดออกมาอีกครั้งก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายของตัวเอง เดินหุนหันออกจากห้องไป...


เรียบร้อย^_^ ที่เหลือก็รอ


ผมนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองตามเดิม ล้วงหยิบมือถือเครื่องหรูออกมาทำเป็นเล่นชิวๆ เเต่จริงๆ เเล้วกำลังรอเวลาเสียมากกว่า...


“มันเกิดอะไรขึ้น อาคุณ!!” นั้นไง...มาเเล้ว ผิดจากที่คาดที่ไหน^^


ดูเหมือนท่านจะเข้ามาคนเดียว ถ้าให้เดาเพื่อนของอาม่าก็คงวิ่งตามหลานสาวหน้าเทานั้นออกไปเเล้ว ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องรังเเกคนเเก่^^


“อะไรครับอาม่า??” พอเห็นอาม่าเดินเข้ามา ผมก็เเกล้งทำหน้าใสซื่อ เงยหน้ามองอาม่าของตัวเองเเบบงงๆ ประหนึ่งว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

“ลื้อทำอะไรอากิ่ง!”

“เปล่าเล๊ย! คุณเล่นมือถือรอม่าอยู่นี้ไง^^” ตอบกลับไปเสียงสูงๆ พร้อมกับชูมือถือเครื่องหรูของตัวเองเเขว่งไปมาเพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูดไป อาม่าถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง

“งานเลิกเเล้วเรากลับกะนเถอะม่า คุณอยากอาบน้ำละ” พอคิดว่าถ้ายังเล่นต่อก็คงไม่พ้นโดนบ่นโดนด่าต่อเเน่ๆ ผมถึงจบละครของตัวเองลงเเค่นั้น เเล้วลุกเดินเข้าไปกอดอาม่าของตวเองอ้อนๆ ถูกหน้าไปมากับไหล่ของหญิงชรา

“ลื้อ..ลื้อ!!” อาม่าทำเหมือนจะพูดด่าอะไรเเต่ก็พูดไม่ออก

“ไปๆ อาม่ากลับบ้านเราๆ” ว่าออกไปเเบบนั้น เเล้วดันหลังอาม่าเบาๆ ให้เดินออกจากห้อง ก่อนจะรอบขำออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมทำตามทั้งๆ ที่ยังทำหน้าคาดโทษตัวเองอยู่เเบบนั้น


....


“อาคุณมานี้เลย!!”

“คุณง่วงเเล้วม่า ฮ้าวว”


พอมาถึงบ้านผมก็รีบวิ่งจู๊ดหนีขึ้นห้องของตัวเองไป พอขึ้นมาถึงห้องได้ก็รีบล็อคประตูห้องทันที เเล้วจัดการเปิดเพลงให้เสียงดังกลบเสียงเรียกที่อาจจะตามมาอีกในภายหลัง เเอบยืนเอาหูเเนบประตูฟังเสียงเหตุการณ์ข้างนอกว่าเป็นยังไง  เเต่พอเห็นว่าไม่น่าจะมีพายุลูกไหนมาลงหน้าห้องผมในตอนนี้  ผมถึงได้เดินมาทิ้งตัวลงบนเตียงนอนของตัวเอง เเล้วเอื้อมมือไปหยิบหูฟังเเบบสวมหัวมาใส่หูเอาไว้เเล้วเปิดเพลงที่ตัวเองชอบฟังจริงๆ


รอบต่อไปจะเมื่อไรเนี่ย-*-


...พอได้นอนก็เผลอหลับไปจริงๆ มาสะดุ้งตื่นอีกที่ก็เกือบจะห้าทุ่มเเล้ว


ผมลุกขึ้นนั่งมองรอบๆ ตัวอย่างมึนงง ก่อนจะทิ้งตัวลงไปกับที่นอนอีกครั้งเมื่อเห็นเวลาที่บอกอยู่บนฝาผนังห้อง ขยับตัวถอดหูฟังออกไปจากหูเเล้วเเทรกกายของตัวเองลงไปใต้ผ้านวมประจำตัวของตัวเองเเล้วหลับไปอีกครั้ง ทั้งๆ ชุดที่ใส่ออกไปนั้นเลย จะมีใครหน้าไหนใส่สูทนอนเหมือนผมบ้างไหมเนี่ย


รุ่งเช้า...


อันที่จริงก็ไม่เช้าเเล้วละ เรียกว่าบ่ายเเล้วเสียมากกว่า ผมลุกจากที่นอนด้วยสภาพเสื้อผ้ายุ่งเหยิงไปหมด เดินเข้าห้องน้ำจัดการตัวเอง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยเเล้วถึงได้เดินลงมาด้านล่างเพื่อหาอะไรใส่ท้อง


“คุณหนูตื่นเเล้วเหรอคะ จะรับมื้อเช้าหรือมื้อกลางวันดีคะ”

“มื้อเช้าคืออะไร” ผมถามออกไปไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาแต่อย่างใด

“เมื่อเช้าเป็นข้าวต้มปลาค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไป...”

“กุ้ง”

“ค่ะ??”

“จะกินข้าวต้มกุ้ง เสร็จเเล้วเอาไปให้บนห้องด้วย”


ว่าจบก็เดินขึ้นห้องมาเลย ปล่อยทิ้งสาวใช้ในบ้านให้ยืนทำหน้าเหวอกับความเอาเเต่ใจของเจ้านายตัวเองเอาไว้เเบบนั้น ก็อยากกินกุ้งมากกว่าปลา


ทำไม่ได้ก็ลาออกไป ง่ายๆ เเค่นี้เอง


ความคิดเอาเเต่ใจดังขึ้นในหัวของผม เเต่ใครสนละ ในเมื่อเเบ็คหลังของผมยังใหญ่สุดในบ้านหลังนี้ ถึงอาม่าจะไม่ได้อยู่บ้านนี้ เเต่อิทธิพลของท่านกว้างไกลพอจะทำให้คนบ้านนี้ยอมสยบได้นะเออ


“คุณ” ผมหันตามเสียงเรียกที่ดังมาจากห้องฝั่งตรงข้ามหลังจากที่เดินกลับขึ้นมาชั้นสอง เเละกำลังจะเปิดประตูเข้าห้อง

“พี่เเทน”

“ไปทำอะไรมา”

“เปล่าทำ”

“อย่ากวนได้ไหม"

"เเล้วพี่เเทนว่าคุณไปทำอะไรมาละ"

"...ถ้าไม่อยากให้ม่าจับเเต่งงานก็กลับไปเรียนต่อให้จบสิ ทำเเบบนั้นคิดบ้างไหมว่าจะส่งผลอะไรบ้าง” พี่เเทนถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพูดสิ่งที่กำลังคิดออกมา

“คุณไม่เรียนเเล้วก็ไม่เเต่งด้วยทำไมชอบบังคับกันจัง!”

“คุณ เมื่อไรจะโตเนี่ย”

“อะไร ขนาดพี่เเทนก็ไม่เข้าใจคุณเหรอ!”

“ไม่ใช่พี่ไม่เข้าใจ เเต่คุณทำเกินไป เเบบนี้อาม่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน”

“น่าเบื่ออะ!”


ปัง!


ผมเดินหน้าบึ้งตึงเข้ามาในห้อง กดล็อคประตูห้อง เเล้วเดินตึงตังมาทิ้งตัวลงบนเตียง บ้าบอ! ไม่เข้าใจกันบ้างเลย ใช่สิ ก็ตัวเองเรียนจบเเล้วนิ อยากทำอะไรก็ทำได้ลองตัวเองยังไม่จบเหมือนกันสิ จะพูดเเบบนี้ได้ไหม


ฮึ้ย! หงุดหงิด

.

.

.

เเล้วอาม่าก็ไม่ปล่อยให้ผมรอนานจริงด้วย เมื่อวานพึ่งจะได้ยินม๊าคุยกับอาม่า ก็น่าจะเป็นเรื่องของผมกับผู้หญิงคนไหนสักคนนั้นเเหละ วันนี้อาม่าก็มาหาผมถึงบ้านเเล้ว


"เดี๋ยวลื้อขึ้นไปตามอาคุณมาหาอั้ว พามาให้ได้เข้าใจไหม"

"ค่ะ อาม๊า"


ผมที่กำลังจะเดินลงไปที่ชั้นล่างของบ้านถึงกับต้องชะงักขาเอาไว้เมื่อเห็นว่าอาม่ากำลังเดินคุณกับเเม่ผมเข้ามาในบ้าน ก่อนจะต้องรีบสลายตัวกลับเข้ามากบดานอยู่ในห้องของตัวเองก่อนเพราะประโยคที่พวกท่านกำลังคุยกัน


ทำยังไงดีละที่นี้?


ดีละ! ในเมื่อบ้านไม่ปลอดภัยเเล้ว ก็ออกไปข้างนอกเเล้วกัน


ผมมองไปรอบๆ ตัว ก่อนที่สายตาจะไปสะดุ้งอยู่ที่เตียงนอนของตัวเอง รีบถลาเข้าไปฉุดกระชากผ้าปูที่นอน ปลอกมงปลอกหมอน เอามาผูกๆ กันไว้เพื่อเพิ่มความยาวของมัน ปิดท้ายด้วยการนำปลายผ้าที่เอามาผูกต่อกันไว้ข้างหนึ่งผูกเข้ากับขาโต๊ะที่อยู่ด้านนอกระเบียงห้องเอาไว้ ดึงให้มันเเน่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มันหลุดออก ก่อนจะโยนปลายผ้าอีกด้านลงไปที่พื้นด้านล่าง


อือฮื้อ! สูงเหมือนกันนะเนี่ย-*-


พอชะเง้อหน้าออกไปมองด้านล่างก็ต้องรีบหดหัวกลับมา ถึงจะเเค่สองชั้นเเต่นี้มันไม่ใช่ทางที่มนุษย์ที่ไหนจะใช้กันในชีวิตจริงนะ ตกลงไปมีหวังกระดูกหักเเน่เลย…


ก๊อกๆ ...ก๊อกๆ!


“คุณ อาม่ามาหานะลูก” เเต่อยู่บ้านก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี เดี๋ยวได้โดนลากออกไปเเบบวันนั้นอีกเเน่


เอาวะ! ตกไปขาหักเเขนหักก็ยังดีกว่าโดนจับไปดูตัว อย่างน้อยก็คงทำให้เลื่อนวันดูตัวออกไปได้บ้างละวะ


พอขึ้นได้เเบบนั้นผมเลยจัดการกระโดดขึ้นไปนั่งยองๆ อยู่บนระเบียงปูน ก่อนจะค่อยๆ หันหลังให้กับภาพที่อยู่เบื้องหน้า ค่อยๆ หย่อนตัวลงไปตามผ้าที่เอามาผูกกันไว้ช้าๆ


ช้าๆ เว้ยคุณ...ถึงตกไปจะไม่ตาย เเต่ไม่ตกจะดีกว่านะเว้ย!


เเละนั้นคือครั้งที่สอง ที่ผมสามารถหลุดรอดจากการดูตัวไปได้อีกครั้ง ถึงวันนั้นกลับมาบ้านเเล้วจะโดนทั้งอาม่า อาป๊า อาม๊าเเล้วก็พี่เเทนบ่นเรื่องที่ทำอะไรเสี่ยงอันตรายเเบบนั้นก็เถอะ เเต่ก็เเค่เเป๊บเดี๋ยวเท่านั้นพอโดนผมอ้อนเข้าหน่อยก็เรียบร้อย


เเต่ครั้งต่อไปก็คงจะเร็วๆ นี้เเน่ๆ ต้องเตรียมตัวเอาไว้ หึ



BY : ลั้น ลา

ความคิดเห็น