Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เนื้อหอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2561 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เนื้อหอม
แบบอักษร

3ปีต่อมา

นับจากวันที่พวกนางเข้าวังมานี่ก็ผ่านไปสามปีแล้วช่างไวยิ่งนัก แต่ทุกอย่างดูจะไม่เปลี่ยนไปเลย 

เยว่จือยังต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อทำงานส่วนของตนให้เสร็จเพื่อที่ช่วงเย็นนางจะได้ไปตัดชุดให้องค์ชายสอง หากนับๆดูแล้วนางคงตัดชุดให้เขาเกินหนึ่งร้อยชุด 

ส่วนจิงซินตอนนี้นางกลายเป็นคนที่ชำนาญการบรรเลงขลุ่ยไปแล้วหลังจากถูกเรียกไปซ้อมทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น องค์ชายสามไม่เคยให้นางได้ห่างกายเลย เอาเรื่องการซ้อมมาอ้างตลอดจนนางเอือมระอาและทำใจให้ชินได้ในที่สุด

แต่วันนี้แตกต่างจากวันอื่นๆฮองเฮาทรงเรียกให้นางสองคนมาเข้าเฝ้าส่วนพระองค์ ซึ่งทั้งก็พอจะเดาออกว่าคือเรื่องอะไร

 "ถวายพระพรเพคะฮองเฮา/ถวายพระพรเพคะฮองเฮา"ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมถวายคำนับ

"ตามสบายเถิดมานั่งใกล้ๆข้าสิ" ทั้งสองเข้าไปนั่งใกล้ๆตามคำสั่งอย่างขัดไม่ได้

"เอาล่ะข้าจะอนุญาตให้พวกเจ้ากลับจวนได้สามวัน"ดั่งเสียงจากสวรรค์ในที่สุดพวกนางก็ได้กลับจวนเสียที!

"ข้าจะให้พวกเจ้ากลับไปทำพิธีปักปิ่นให้เรียบร้อยแล้วจึงกลับมา สามวันอาจน้อยเกินไปแต่ข้าคงให้ได้เท่านี้ มีคนรอพวกเจ้ากลับมาอยู่^^" เยว่จือและจิงซินหันมามองหน้ากันทันที นี่ฮองเฮาทรงรู้.....

"ข้าหมายถึงนางกำนัลเด็กๆน่ะรอพวกเจ้ากลับมาอบรมสั่งสอนอยู่ พวกเจ้าคิดไปถึงไหนกันฮ่าๆๆๆ"พระนางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่ถึงอย่างนั้นเดาว่าพระนางคงรู้เรื่องที่พวกนางถูก  องค์ชายกักตัวเอวไว้แล้วแค่ไม่พูดออกมาก็เท่านั้น

หลายวันต่อมา จวนเจ้ากรมคลังซือ

"ท่านพ่อ!ท่านแม่!"ร่างเล็กโผเข้ากอดบิดามารดาทันทีที่ลงจากรถม้า นางคิดถึงทั้งสองท่านเหลือเกิน

"เยว่เออร์ของแม่โตถึงเพียงนี้เเล้วรึ"ฮูหยินอ้ายเยว่ยิ้มทั้งน้ำตามือบางลูกศีรษะลูกน้อยอย่างรักใคร่เอ็นดู

"ลูกสาวตัวน้อยข้าพ่อจะเข้าพิธีปักปิ่นแล้วรึนี่"ใต้เท้าซือเอ่ยขึ้นอย่างปลื้มปิติ บุตรีของเขาเติบโตมางดงามเพรียบพร้อมเป็นหน้าเป็นตาให้วงศ์ตระกูล เขาช่างโชคดีจริงๆ

"เดี๋ยวน้องขอพาเยว่เออร์ไปเตรียมตัวก่อนนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ก็ต้องเข้าพิธีแล้ว"ฮูหยินอ้ายเยว่กล่าวกับสามี เวลาเพียงสามวันคงต้องรีบกันหน่อย

"เช่นนั้นพี่จะไปจัดการเรื่องของรับรองแขกให้ก็แล้วกัน น้องจะได้ไม่เหนื่อย^^" เจ้ากรมคลังเอ่ยกับฮูหยินของตนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะรีบไปจัดของจัดสถานที่ให้พร้อม

 วันต่อมา   

วันนี้เป็นวันที่เยว่จือต้องเข้าพิธีปักปิ่น นางถูกจับแต่งตัวอยู่นาน นางขอท่านแม่เอาไว้ว่าไม่อยากใส่ชุดอะไรให้ดูหรูหรารกหูรกตาเหมือนที่จวนอื่นๆชอบทำกันซึ่งมารดานางก็ยอมทำตามคำขอบุตรสาวเพียงคนเดียว

"ท่านพ่อเจ้าคะเรากำลังรอใครกันหรือเจ้าคะ"ร่างเล็กอดสงสัยไม่ได้ เหตุใดนางต้องมายืนรอราวกับต้อนรับใครสักคนที่ดูจะสำคัญมาก

"คนที่จะมาเป็นประธานในพิธีอย่างไรเล่า"  ใต้เท้าซือเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ชีวิตลูกสาวคนเดียวของเขาคงต้องเป็นของคนผู้นี้จริงๆ แม้จะหวงนางเพียงใดแต่เขาคนนั้นก็เป็นเจ้าของชีวิตบุตรีคนนี้มาตลอด....

"องค์ชายสองเสด็จ!"เสียงจากขันทีนำหน้าขบวนทำร่างเล็กชะงักค้างไป โอ้โหนี่เขาจะตามนางไปทุกที่จริงๆรึ แม้แต่นอกวังเขาก็หาทางมาจนได้

หลังจากทุกคนนั่งประจำที่พิธีจึงเริ่มขึ้น.  เทียนจินหยิบปิ่นขึ้นมาปักให้นางด้วยตนเองแทนที่จะเป็นหน้าที่ของมารดาของนางสร้างความตกตะลึงไปทั่ว 

 เยว่จือเห็นปิ่นในมือของเขาก่อนที่เขาจะปักปิ่นให้นาง ปิ่นอันนี้เป็นรูปนกอีกแล้วมันเหมือนกับอันที่นางกำลังห้อยติดตัวไม่มีผิด! 

สามปีก่อนนางได้เอาหยกรูปนกนี่ให้ช่างที่ร้านเครื่องประดับประจำของเทียนจินดูนางแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเขาเป็นคนสั่งทำขึ้นมาเมื่อตอนยังเด็ก 

มาตอนนี้อีกนางคงต้องเชื่อจริงๆว่าที่ผ่านมาเป็นเขาที่คอยดูแลปกป้องนาง ที่แท้คนที่นางตามหาก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง นางยิ้มออกมาทั้งน้ำตาน้ำตาที่หลายคนคิดว่านางคงตื่นเต้นดีใจ 

"ร้องไห้ด้วยเหตุใด"เอ่ยถามเสียงเรียบแต่แวบหนึ่งนางเห็นความห่วงใยในตาของเขา

"หม่อมฉันดีใจเพคะ หม่อมฉันพบคนที่หม่อมฉันพร้อมจะยกทั้งชีวิตใหห้เค้าแล้ว^^"นางพูดไปเช็ดน้ำตาไป เทียนจินชะงักไปเขาไม่รู้ว่านางหมายถึงใคร ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมกว่าเดิม

ผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความยินดี บรรดาบุตรชายจากจวนต่างๆพากันมาแนะนำตัวให้นางรู้จัก เทียนจินนั่งกำหมัดแน่นอย่างไม่ชอบใจที่นางยิ้มหวานให้แก่ทุกคน

"เยว่เออร์พี่จิ่นซินนะเป็นบุตรชายเจ้ากรมอาญา ยินดีกับเจ้าด้วยที่พ้นวัยปักปิ่นแล้ว^^"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ^^"

"เยว่เออร์พี่หลี่ชางยินดีกับเจ้าด้วย วันนี้เจ้างามมาก"

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ^^"

"พ้นวัยปักปิ่นแล้วแล้วเจ้าก็ออกเรือนได้แล้วใช่รึไม่พี่ขอจองเจ้าไว้คนแรกเเล้วกันนะ^^"

"เอ่อ....คงไม่"

ปัง!!!!

เสียงถ้วยน้ำชากระทบกับโต๊ะเสียงดังจนแทบแตก ทุกสายตาหันไปมองร่างสูงที่แผ่รังสีออกมาอย่างน่ากลัว คนพวกนี้เป็นใครช่างขวัญกล้าเกินไปแล้ว นางเป็นของเขาจะให้คนอื่นมาจองได้อย่างไร!

"องค์ชายทรงเป็นอะไรไปเพคะ"ร่างบางเอ่ยถามด้วยความตกใจ เขาทำหน้าตาราวกับจะฆ่าทุกคนในที่แห่งนี้ด้วยไฟโทษะที่มี นี่เขาโกรธใครโกรธนางเช่นนั้นหรือ? จริงสินางมัวแต่คุยกับแขกจนลืมดูแลเขาไปเลย

"ข้าปวดหัว"ตวัดสายตามองร่างบางอย่างไม่พอใจก่อนจะหันไปทางอื่น เขาอยู่ตรงนี้ทั้งคนนางกลับไปสนใจคนอื่นมันน่าจับตียิ่งนัก!

"ปวดหัวหรือเพคะ!! เเล้วเป็นอะไรมากรึไม่ ไปพักก่อนนะเจ้าคะ ตัวอุ่นๆด้วยข้างนอกอากาศเริ่มเย็นแล้ว"นางเอ่ยอย่างร้อนรนรีบพาเขาเข้าไปพักในจวน นางพยุงเขาไปด้วยตนเองไม่ทันคิดว่าที่นี่จะมีใครอยู่บ้าง ก็นางเป็นห่วงเขาเขาคือคนสำคัญที่นางตามหามานานกว่าจะเจอตัว นางจะดูแลเขาให้ดี

เทียนจินเห็นคนตัวเล็กเป็นห่วงเขามากมายเช่นนี้ก็ค่อยหายหงุดหงิด ทุกคนในงานต่างอ้าปากค้างตกใจจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่ว่าองค์ชายผู้นี้โหดเหี้ยมแข็งแกร่งหรอกรึ 

ใครที่คิดแตะต้องตัวเขาต้องถูกสังหารไปจนสิ้น แต่ตอนนี้กลับยอมให้สตรีตัวเล็กๆถูกเนื้อต้องตัวพยุงเจ้าจวนไปอีก! คนที่พอจะเดาสถานการณ์ออกรีบพาตัวบุตรชายกลับทันที หากบุตรชายเขาเกิดโง่เง่าคิดแย่งนางมาล่ะก็คงไม่มีใครรอดทั้งตระกูล!!

"ไหนเพคะตัวร้อนรึไม่!"นางเอามือทาบไปที่หน้าผากเขาอย่างถือวิสาสะ ตัวอุ่นๆเช่นนี้คงแค่เริ่มเป็นไข้

"หม่อมฉันจะไปต้มยามาให้นะเพคะ"ในจังหวะที่นางลุกขึ้นฝ่ามือหนาก็คว้าแขนนางเอาไว้ได้ทัน

"ไม่ต้อง"

"แต่องค์ชายไม่สบายนะเพคะ"อะไรกันป่วยแล้วจะไม่กินยาได้อย่างไร เดี๋ยวหากเป็นหนักขึ้นมาก็แย่น่ะสิ

"เป็นห่วงข้ารึ?"แสร้งถามออกไป 

"ห่วงสิเพคะห่วงมาก"นางตอบออกไปแบบไม่ต้องคิดก่อนจะรีบปิดปากตัวเองเมื่อคิดได้ว่าพูดสิ่งใดออกไป 

"หึๆ ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว"ความขุ่นเคืองใดๆหายไปจนสิ้น ยิ่งได้เห็นใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขิลอายยิ่งดูน่ารักในสายตาของเขา

"มะ หม่อมฉันจะไปหาผ้าอุ่นๆมาให้นะเพคะ...ว้าย!!!" เพียงแค่ออกแรงดึงเพียงนิดร่างเล็กบอบบางก็เซมาอยู่ในอ้อมกอดของร่างหนาแล้ว ครานี้ใบหน้างามแดงยิ่งกว่าเดิมมหลายเท่า 

"ข้าบอกว่าไม่ต้องอย่างไร แบบนี้อุ่นกว่าเป็นไหนๆ"เขาพูดพร้อมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม ร่างบางไม่อยู่นิ่งพยายามดิ้นให้ตนหลุดจากวงแขนแกร่ง

"ปะ ปล่อยหม่อมฉันเถิดเพคะ><"

"เจ้าจะใจร้ายทิ้งคนป่วยให้ทนหนาวอยู่ตรงนี้รึ" เยว่จือชะงักไป นี่เขาเจ้าเล่ห์เกินไปรึไม่ เขาไม่ได้เป็นหนักอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย หาเรื่องหลอกกินเต้าหู้นางชัดๆ!

"อะ องค์ชาย....!!!" เสียงชายวัยกลางคนทำเยว่จือชะงักค้างก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นอย่างอัตโนมัติ

"ทะ ท่านพ่อ มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะเจ้าคะ" ร่างเล็กรีบเอ่ยแก้ตัว ครานี้นางต้องโดนฟาดจนระบมแน่ ฮือออท่านพ่อต้องโกรธมากเป็นแน่

"มันเป็นอุบัติเหตุ ข้าหน้ามืดเลยเผลอดึงนางเอาไว้จนนางล้มลงมา" นางหันไปมองคนข้างกายด้วยความเหลือเชื่อนี่เขาโกหกได้แนบเนียนถึงเพียงนี้เชียว 

"เอ่อเช่นนั้นหรือพ่ะยะค่ะ..."

"ท่านพ่อมีอะไรหรือเจ้าคะ ท่านพ่อมาตามหาเยว่เออร์ใช่รึไม่"นางรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

"เอ่อ...องค์ชายหกลู่หมิงเสด็จมา..." ใบหน้าหล่อเหลาขรึมขึ้นมาอีกครั้ง เยว่จือรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาจนต้องหันไปมองคนข้างหลัง ชัดเจนมากเจ้าค่ะ!ไม่พอใจแน่ๆ

"เอ่อ ท่านพ่อเจ้าคะคือเยว่เออร์..."

"เยว่เออร์!!!"เสียงลู่หมิงตะโกนมาแต่ไกลเขารีบมากลัวจะไม่ทันมอบปิ่นให้สหาย 

"อะ องค์ชาย^^' "

"ข้านำปิ่นมาให้ นึกว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว^^" พูดพลางยื่นกล่องใส่ปิ่นให้แก่นาง เยว่จือยื่นมือออกไปรับมาถือเอาไว้

"สหายข้าถึงวัยปักปิ่นแล้วหรือนี่ เหตุใดยังดูเหมือนเด็กน้อยอยู่เลยฮ่าาๆ" 

"ท่านพูดเช่นนี้เพราะข้าตัวเล็กล่ะสิ ท่านก็ไม่ได้สูงกว่าข้านักหรอก"นางหัวเราะอย่างขำขันแต่คนข้างกายนี่สินอกจากไม่ขำยังน่ากลัวกว่าเดิมอีก

"ยะ เยว่เออร์พ่อว่าพาองค์ชายสองไปพักก่อนดีรึไม่" เอ่ยเตือนสติบุตรสาวของตน ดูเอาเถิดองค์ชายผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว! แค่สายตาก็แทบทำเขาเป็นลม

"อ้าว พี่สองก็อยู่ที่นี่รึ" ลู่หมิงที่มัวแต่คุยกับสหายจนเพลินไม่ทันสังเกตสังกาอะไรขึ้นขึ้น

"ข้ากำลังจะกลับ!"ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสามคนถึงกับสะดุ้งกับเสียงของบุรุษตรงหน้า

ไม่รอให้ใครเอ่ยอะไรเทียนจินก็เดินออกจากจวนทันที เยว่จือเมื่อตั้งสติได้ก็รีบตามออกไป แต่อนิจจาขานางสั้นกว่าเขาขนาดนางวิ่งยังสู้เขาที่ก้าวเดินออกไปธรรมดาๆยังไม่ได้เลย

ปึก!!!

"ขะ ขออภัย.....เพคะองค์ชาย~"

--------------------------

ใครหว่า?😁

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น