Hecatia3120
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เนื้อหอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 18:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เนื้อหอม
แบบอักษร

สามปีต่อมา

 

นับจากวันที่พวกนางเข้าวังมานี่ก็ผ่านไปสามปีแล้วช่างไวยิ่งนัก แต่ทุกอย่างดูจะไม่เปลี่ยนไปเลย

 

เยว่จือยังต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อทำงานส่วนของตนให้เสร็จเพื่อที่ช่วงเย็นนางจะได้ไปตัดชุดให้องค์ชายสอง หากนับๆดูแล้วนางคงตัดชุดให้เขาเกินหนึ่งร้อยชุด!

 

ส่วนจิงซินตอนนี้นางกลายเป็นคนที่ชำนาญการบรรเลงขลุ่ยไปแล้วหลังจากถูกเรียกไปซ้อมทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น องค์ชายสามไม่เคยให้นางได้ห่างกายเลย เอาเรื่องการซ้อมมาอ้างตลอดจนนางเอือมระอาและทำใจให้ชินได้ในที่สุด

 

แต่วันนี้แตกต่างจากวันอื่นๆฮองเฮาทรงเรียกให้นางสองคนมาเข้าเฝ้าส่วนพระองค์ ซึ่งทั้งก็พอจะเดาออกว่าคือเรื่องอะไร

 

"ถวายพระพรเพคะฮองเฮา/ถวายพระพรเพคะฮองเฮา"ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมถวายคำนับ

 

"ตามสบายเถิดมานั่งใกล้ๆข้าสิ" ทั้งสองเข้าไปนั่งใกล้ๆตามคำสั่งอย่างขัดไม่ได้

 

"เอาล่ะข้าจะอนุญาตให้พวกเจ้ากลับจวนได้สามวัน"ดั่งเสียงจากสวรรค์ในที่สุดพวกนางก็ได้กลับจวนเสียที!

 

"ข้าจะให้พวกเจ้ากลับไปทำพิธีปักปิ่นให้เรียบร้อยแล้วจึงกลับมา สามวันอาจน้อยเกินไปแต่ข้าคงให้ได้เท่านี้ มีคนรอพวกเจ้ากลับมาอยู่^^" เยว่จือและจิงซินหันมามองหน้ากันทันที นี่ฮองเฮาทรงรู้.....

 

"ข้าหมายถึงนางกำนัลเด็กๆน่ะรอพวกเจ้ากลับมาอบรมสั่งสอนอยู่ พวกเจ้าคิดไปถึงไหนกันฮ่าๆๆๆ"พระนางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แต่ถึงอย่างนั้นเดาว่าพระนางคงรู้เรื่องที่พวกนางถูกองค์ชายกักตัวเอวไว้แล้วแค่ไม่พูดออกมาก็เท่านั้น

 

หลายวันต่อมา

จวนเจ้ากรมคลังซือ

 

"ท่านพ่อ!ท่านแม่!"ร่างเล็กโผเข้ากอดบิดามารดาทันทีที่ลงจากรถม้า นางคิดถึงทั้งสองท่านเหลือเกิน

"เยว่เออร์ของแม่โตถึงเพียงนี้เเล้วรึ"ฮูหยินอ้ายเยว่ยิ้มทั้งน้ำตามือบางลูกศีรษะลูกน้อยอย่างรักใคร่เอ็นดู

 

"ลูกสาวตัวน้อยข้าพ่อจะเข้าพิธีปักปิ่นแล้วรึนี่"ใต้เท้าซือเอ่ยขึ้นอย่างปลื้มปิติ บุตรีของเขาเติบโตมางดงามเพรียบพร้อมเป็นหน้าเป็นตาให้วงศ์ตระกูล เขาช่างโชคดีจริงๆ

 

"เดี๋ยวน้องขอพาเยว่เออร์ไปเตรียมตัวก่อนนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ก็ต้องเข้าพิธีแล้ว"ฮูหยินอ้ายเยว่กล่าวกับสามี เวลาเพียงสามวันคงต้องรีบกันหน่อย

 

"เช่นนั้นพี่จะไปจัดการเรื่องของรับรองแขกให้ก็แล้วกัน น้องจะได้ไม่เหนื่อย^^" เจ้ากรมคลังเอ่ยกับฮูหยินของตนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะรีบไปจัดของจัดสถานที่ให้พร้อม

 

วันต่อมา

 

วันนี้เป็นวันที่เยว่จือต้องเข้าพิธีปักปิ่น นางถูกจับแต่งตัวอยู่นาน นางขอท่านแม่เอาไว้ว่าไม่อยากใส่ชุดอะไรให้ดูหรูหรารกหูรกตาเหมือนที่จวนอื่นๆชอบทำกันซึ่งมารดานางก็ยอมทำตามคำขอบุตรสาวเพียงคนเดียว

 

"ท่านพ่อเจ้าคะเรากำลังรอใครกันหรือเจ้าคะ"ร่างเล็กอดสงสัยไม่ได้ เหตุใดนางต้องมายืนรอราวกับต้อนรับใครสักคนที่ดูจะสำคัญมาก

 

"คนที่จะมาเป็นประธานในพิธีอย่างไรเล่า"  ใต้เท้าซือเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ชีวิตลูกสาวคนเดียวของเขาคงต้องเป็นของคนผู้นี้จริงๆ แม้จะหวงนางเพียงใดแต่เขาคนนั้นก็เป็นเจ้าของชีวิตบุตรีคนนี้มาตลอด....

 

"องค์ชายสองเสด็จ!"เสียงจากขันทีนำหน้าขบวนทำร่างเล็กชะงักค้างไป โอ้โหนี่เขาจะตามนางไปทุกที่จริงๆรึ แม้แต่นอกวังเขาก็หาทางมาจนได้

 

หลังจากทุกคนนั่งประจำที่พิธีจึงเริ่มขึ้น เทียนจินหยิบปิ่นขึ้นมาปักให้นางด้วยตนเองแทนที่จะเป็นหน้าที่ของมารดาของนางสร้างความตกตะลึงไปทั่ว

 

เยว่จือเห็นปิ่นในมือของเขาก่อนที่เขาจะปักปิ่นให้นาง ปิ่นอันนี้เป็นรูปนกอีกแล้วมันเหมือนกับอันที่นางกำลังห้อยติดตัวไม่มีผิด!

 

สามปีก่อนนางได้เอาหยกรูปนกนี่ให้ช่างที่ร้านเครื่องประดับประจำของเทียนจินดูนางแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าเขาเป็นคนสั่งทำขึ้นมาเมื่อตอนยังเด็ก

 

มาตอนนี้อีกนางคงต้องเชื่อจริงๆว่าที่ผ่านมาเป็นเขาที่คอยดูแลปกป้องนาง ที่แท้คนที่นางตามหาก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง นางยิ้มออกมาทั้งน้ำตาน้ำตาที่หลายคนคิดว่านางคงตื่นเต้นดีใจ

 

"ร้องไห้ด้วยเหตุใด"เอ่ยถามเสียงเรียบแต่แวบหนึ่งนางเห็นความห่วงใยในตาของเขา

 

"หม่อมฉันดีใจเพคะ หม่อมฉันพบคนที่หม่อมฉันพร้อมจะยกทั้งชีวิตให้แล้ว^^"นางพูดไปเช็ดน้ำตาไป เทียนจินชะงักไปเขาไม่รู้ว่านางหมายถึงใคร ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมกว่าเดิม

 

ผู้คนมากมายเข้ามาแสดงความยินดี บรรดาบุตรชายจากจวนต่างๆพากันมาแนะนำตัวให้นางรู้จัก เทียนจินนั่งกำหมัดแน่นอย่างไม่ชอบใจที่นางยิ้มหวานให้แก่ทุกคน

"เยว่เออร์พี่จิ่นซินนะเป็นบุตรชายเจ้ากรมอาญา ยินดีกับเจ้าด้วยที่พ้นวัยปักปิ่นแล้ว^^"

 

"ขอบคุณเจ้าค่ะ^^"

 

"เยว่เออร์พี่หลี่ชางยินดีกับเจ้าด้วย วันนี้เจ้างามมาก"

 

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ^^"

 

"พ้นวัยปักปิ่นแล้วเจ้าก็ออกเรือนได้แล้วใช่รึไม่พี่ขอจองเจ้าไว้คนแรกเเล้วกันนะ^^"

 

"เอ่อ....คงไม่"

 

ปัง!!!!

 

เสียงถ้วยน้ำชากระทบกับโต๊ะเสียงดังจนแทบแตก ทุกสายตาหันไปมองร่างสูงที่แผ่รังสีออกมาอย่างน่ากลัว คนพวกนี้เป็นใครช่างขวัญกล้าเกินไปแล้ว นางเป็นของเขาจะให้คนอื่นมาจองได้อย่างไร!

 

"องค์ชายทรงเป็นอะไรไปเพคะ"ร่างบางเอ่ยถามด้วยความตกใจ เขาทำหน้าตาราวกับจะฆ่าทุกคนในที่แห่งนี้ด้วยไฟโทษะที่มี นี่เขาโกรธใครโกรธนางเช่นนั้นหรือ? จริงสินางมัวแต่คุยกับแขกจนลืมดูแลเขาไปเลย

 

"ข้าปวดหัว"ตวัดสายตามองร่างบางอย่างไม่พอใจก่อนจะหันไปทางอื่น เขาอยู่ตรงนี้ทั้งคนนางกลับไปสนใจคนอื่นมันน่าจับตียิ่งนัก!

 

"ปวดหัวหรือเพคะ!! เเล้วเป็นอะไรมากรึไม่ ไปพักก่อนนะเจ้าคะ ตัวอุ่นๆด้วยข้างนอกอากาศเริ่มเย็นแล้ว"นางเอ่ยอย่างร้อนรนรีบพาเขาเข้าไปพักในจวน นางพยุงเขาไปด้วยตนเองไม่ทันคิดว่าที่นี่จะมีใครอยู่บ้าง ก็นางเป็นห่วงเขา เขาคือคนสำคัญที่นางตามหามานานกว่าจะเจอตัว นางจะดูแลเขาให้ดี

 

เทียนจินเห็นคนตัวเล็กเป็นห่วงเขามากมายเช่นนี้ก็ค่อยหายหงุดหงิด ทุกคนในงานต่างอ้าปากค้างตกใจจนแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่ว่าองค์ชายผู้นี้โหดเหี้ยมแข็งแกร่งหรอกรึ

 

ใครที่คิดแตะต้องตัวเขาต้องถูกสังหารไปจนสิ้น แต่ตอนนี้กลับยอมให้สตรีตัวเล็กๆถูกเนื้อต้องตัวพยุงเข้าจวนไปอีก!

 

คนที่พอจะเดาสถานการณ์ออกรีบพาตัวบุตรชายกลับทันที หากบุตรชายเขาเกิดโง่เง่าคิดแย่งนางมาล่ะก็คงไม่มีใครรอดทั้งตระกูล!!

 

"ไหนเพคะตัวร้อนรึไม่!"นางเอามือทาบไปที่หน้าผากเขาอย่างถือวิสาสะ ตัวอุ่นๆเช่นนี้คงแค่เริ่มเป็นไข้

 

"หม่อมฉันจะไปต้มยามาให้นะเพคะ"ในจังหวะที่นางลุกขึ้นฝ่ามือหนาก็คว้าแขนนางเอาไว้ได้ทัน

 

"ไม่ต้อง"

 

"แต่องค์ชายไม่สบายนะเพคะ"อะไรกันป่วยแล้วจะไม่กินยาได้อย่างไร เดี๋ยวหากเป็นหนักขึ้นมาก็แย่น่ะสิ

 

"เป็นห่วงข้ารึ?"แสร้งถามออกไป

 

"ห่วงสิเพคะห่วงมากด้วยเพคะ"นางตอบออกไปแบบไม่ต้องคิดก่อนจะรีบปิดปากตัวเองเมื่อคิดได้ว่าพูดสิ่งใดออกไป

 

"หึๆ ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว"ความขุ่นเคืองใดๆหายไปจนสิ้น ยิ่งได้เห็นใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายยิ่งดูน่ารักในสายตาของเขา

 

"มะ หม่อมฉันจะไปหาผ้าอุ่นๆมาให้นะเพคะ...ว้าย!!!" เพียงแค่ออกแรงดึงเพียงนิดร่างเล็กบอบบางก็เซถลา​มาอยู่ในอ้อมกอดของร่างหนาแล้ว ครานี้ใบหน้างามแดงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

 

"ข้าบอกว่าไม่ต้องอย่างไร แบบนี้อุ่นกว่าเป็นไหนๆ"เขาพูดพร้อมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม ร่างบางไม่อยู่นิ่งพยายามดิ้นให้ตนหลุดจากวงแขนแกร่ง

 

"ปะ ปล่อยหม่อมฉันเถิดเพคะ><"

 

"เจ้าจะใจร้ายทิ้งคนป่วยให้ทนหนาวอยู่ตรงนี้รึ" เยว่จือชะงักไป นี่เขาเจ้าเล่ห์เกินไปรึไม่ เขาไม่ได้เป็นหนักอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย หาเรื่องหลอกกินเต้าหู้นางชัดๆ!

 

"อะ องค์ชาย....!!!" เสียงชายวัยกลางคนทำเยว่จือ ชะงักค้างก่อนจะรีบผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

"ทะ ท่านพ่อ มันไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะเจ้าคะ" ร่างเล็กรีบเอ่ยแก้ตัว ครานี้นางต้องโดนฟาดจนระบมแน่ ฮือออTT ท่านพ่อต้องโกรธมากเป็นแน่

 

"มันเป็นอุบัติเหตุ ข้าหน้ามืดเลยเผลอดึงนางเอาไว้จนนางล้มลงมา" นางหันไปมองคนข้างกายด้วยความเหลือเชื่อนี่เขาโกหกได้แนบเนียนถึงเพียงนี้เชียวหรือ

 

"เอ่อเช่นนั้นหรือพ่ะยะค่ะ..."

 

"ท่านพ่อมีอะไรหรือเจ้าคะ เอ่อ.. ท่านพ่อมาตามหาเยว่เออร์ใช่รึไม่"นางรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

 

"เอ่อ...องค์ชายหกลู่หมิงเสด็จมา..." ใบหน้าหล่อเหลาขรึมขึ้นมาอีกครั้ง เยว่จือรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาจนต้องหันไปมองคนข้างหลัง ชัดเจนมากเจ้าค่ะ!ไม่พอใจแน่ๆ

 

"เอ่อ ท่านพ่อเจ้าคะคือเยว่เออร์..."

 

"เยว่เออร์!!!"เสียงลู่หมิงตะโกนมาแต่ไกลเขารีบมากลัวจะไม่ทันมอบปิ่นให้สหาย

 

"อะ องค์ชาย^^' "

 

"ข้านำปิ่นมาให้ นึกว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว^^" พูดพลางยื่นกล่องใส่ปิ่นให้แก่นาง เยว่จือยื่นมือออกไปรับมาถือเอาไว้

 

"สหายข้าถึงวัยปักปิ่นแล้วหรือนี่ เหตุใดยังดูเหมือนเด็กน้อยอยู่เลยฮ่าาๆ"

 

"องค์ชายพูดเช่นนี้เพราะหม่อมฉันตัวเล็กล่ะสิ องค์ชายก็ไม่ได้สูงกว่าข้านักหรอก"นางหัวเราะอย่างขำขันแต่คนข้างกายนี่สินอกจากไม่ขำยังน่ากลัวกว่าเดิมอีก

 

"ยะ เยว่เออร์พ่อว่าพาองค์ชายสองไปพักก่อนดีรึไม่" เอ่ยเตือนสติบุตรสาวของตน ดูเอาเถิดองค์ชายผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว! แค่สายตาก็แทบทำเขาเป็นลม

 

"อ้าว พี่สองก็อยู่ที่นี่รึ" ลู่หมิงที่มัวแต่คุยกับสหายจนเพลินไม่ทันสังเกตสังกาอะไรเอ่ยขึ้น

 

"ข้ากำลังจะกลับ!"ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสามคนถึงกับสะดุ้งกับเสียงของบุรุษตรงหน้า

 

ไม่รอให้ใครเอ่ยอะไรเทียนจินก็เดินออกจากจวนทันที เยว่จือเมื่อตั้งสติได้ก็รีบตามออกไป แต่อนิจจาขานางสั้นกว่าเขาขนาดนางวิ่งยังสู้เขาที่ก้าวเดินออกไปธรรมดาๆยังไม่ได้เลย

 

ปึก!!!

 

"ขะ ขออภัย.....เพคะองค์ชาย~"

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น