YHeart

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

14.โอ้วว ภารกิจร้ายลับๆ ฉบับนายต่อ

ชื่อตอน : 14.โอ้วว ภารกิจร้ายลับๆ ฉบับนายต่อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 70

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2561 10:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14.โอ้วว ภารกิจร้ายลับๆ ฉบับนายต่อ
แบบอักษร

“ข้าวผัดกุ้งกับผัดไทย โค้กสอง” ผมอ่านรายการอาหารที่น้าเกดยื่นมาให้และตรวจดูในถุงที่ถืออยู่ ในนั้นมีกล่องโฟมอยู่สองกล่องและมีโค้กอีกสองกระป๋องรวมอยู่ด้วย “ครบฮะ ผมไปก่อนนะ”

“จ้า นี่เงินทอน ขอบใจนะหนูต่อ” น้าเกดยื่นเศษตังค์มาให้ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป

ตอนนี้ภารกิจสายลับของผมเริ่มมีมิติมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ เพราะว่าตอนนี้ผมกลายมาเป็น ‘เด็กเสิร์ฟ’ แล้ว!! ไม่สิต้องเรียกว่า ‘เด็กส่งข้าว’ ต่างหาก

เรื่องของเรื่องก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ผมก็แค่บังเอิญมากินข้าวที่แสนอร่อยที่ร้านน้าเกดที่แสนใจดีตามปกติ ตอนนั้นผมกำลังนั่งดูดน้ำส้มอย่างสบายใจเลย เพราะวันนั้นพี่ก่อมันออกไปซื้อของ ผมจึงไม่ต้องรีบหนีออกจากร้านเหมือนอย่างทุกครั้ง ช่วงที่ผมกำลังจะเก็บจานอยู่นั้น กล่องโฟมสองกล่องที่น้าเกดทำเสร็จเรียบร้อยแล้วมันดึงดูดให้ผมอยากรู้มากๆ ผมเลยไปถามน้าเกด ก็ได้ความว่า เป็นข้าวที่ลูกค้าในแฟลตสั่งไว้แต่พี่ก่อไม่อยู่เลยยังไม่ได้ไปส่ง

สถานการณ์แบบนี้ คิดเหรอว่าต่อตระกูลจะไม่เผือก ผมจึงรีบรบเร้าขอเบอร์ห้องนั้นจากน้าเกดทันทีและขู่ว่าถ้าไม่รีบไปส่งภายในสามสิบนาทีเราจะโดนลูกค้าคอมเพลน (complain=บ่น ตำหนิ ผมเปิดดิคให้แล้ว) น้าเกดจึงยอม


แฟลตสูงเจ็ดชั้นจำนวนสามตึกมีสภาพเก่า มันตรงอยู่ในลานโล่งด้านตรงข้ามบ้านน้าเกด เท่าที่สมองผมจะคิดได้ มันเหมาะที่จะใช้เป็นแหล่งซ่องสุมพวกขี้ยา ฆาตกรรมและเซ็กส์มากทีเดียว

ห้องที่ผมจะส่งอาหารคือห้อง 211 ผมจึงขึ้นมาชั้นสองและเดินตรงไปตามระเบียงยาว ผมรู้สึกแปลกใจที่พบว่าที่นี่สะอาดมาก แทบจะไม่เห็นขยะหรือสิ่งปฏิกูลให้เห็นตามทางเลย บรรยากาศก็เงียบสงบ เสียงเดียวที่ทำลายความเงียบนี้อยู่ก็เป็นเสียงหัวเราะของเด็กที่กำลังเล่นกันอยู่ตรงชานพักบันได

ทำไมไอ้ธีตาถั่วถึงไม่เลือกที่นี่นะ*?*

ผมเคาะประตูที่มีป้าย 211 แปะติดอยู่และตะโกนเข้าไป

“ข้าวผัดกุ้งกับผัดไทยแสนอร่อยและโค้กเย็นเจี๊ยบมาส่งคร้าบบบ” จากนั้นผมได้ยินเสียงคนกำลังเปิดประตูจากข้างใน ก่อนที่หน้าขาวๆ จะโผล่ออกมา

“แหม พูดซะยั่วน้ำลายเลยน้อง” ชายหน้าขาวพูดขึ้นและส่งเงินให้ผมหนึ่งร้อยบาท “อ้ะ ค่าข้าว”

“พี่มีเศษไหม ผมไม่มีทอนน่ะ” ผมไม่มีปัญหากับเรื่องเงินทอนหรอก ผมแค่อยากยื้อเวลา ชายผิวขาวจึงเดินกลับเข้าไปในห้องโดยเปิดประตูค้างไว้ ผมจึงแอบส่องทันที “ผมไม่รีบฮะ ผมรอได้”


ภายในห้องดูสว่างและถูกจัดอย่างเรียบร้อย ส่วนที่ผมเห็นน่าจะเป็นห้องนั่งเล่นที่คั่นด้วยชั้นวางของสูงติดเพดาน ด้านหลังของชั้นวางของก็น่าจะเป็นที่นอน ห้องน้ำก็น่าจะอยู่ด้านในสุด ผมกำลังชะเง้อชะแง้ดูด้านในจนไม่ทันสังเกตคนที่เดินเข้ามาใกล้

“ใครวะ? มาทำอะไรหน้าห้องคนอื่น?” ชายหน้าดุที่มีหนวดเรียวสวยทักขึ้นใกล้ๆ ผม เขาคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดอยู่ด้วย ทำให้เสียงของเขาออกมาไม่เต็มที่

“มาส่งข้าวน่ะครับพี่” ผมตอบไปอย่างไม่เกรงกลัวอะไร ก็มันไม่มีอะไรให้กลัวนี่ เขาก็แค่หน้าดุเท่านั้นเอง “รอค่าข้าวอยู่ ผมไม่มีตังค์ทอนน่ะพี่”

ชายหน้าดุล้วงกระเป๋ากางเกงและหยิบกระเป๋าตังค์ใบหนาออกมา เขาเปิดมันออกกว้างกรีดแบงค์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

“เอาไป” ชายหน้าดุส่งเงินให้ผมสองร้อย เขายักคิ้วแบบกวนๆ ให้ผมและพูดต่อ “ถ้าไม่มีทอนก็ไม่ต้อง” ก่อนที่เขาจะเดินเข้าห้องของชายหน้าขาวและเตรียมจะปิดประตู

“พี่!” ผมใช้มือดันบานประตูเบาๆ และมองหน้าชายหน้าดุ “พี่ติ๊ปหนักแบบนี้ พี่ทำงานอะไรเหรอฮะ? รับเด็กถือกระเป๋าหรือเปล่า?” ผมถามออกไปแบบขำๆ ในใจก็แค่อยากจะชวนคุยเพื่อต่อเวลาแค่นั้นเอง

ชายหน้าดุมองหน้าผมและหรี่ตา ผมบอกได้เลยว่าหน้าของเขามันยั่วยวนผมมาก แถมหนวดที่เรียวสวยนั้นก็น่ายืมมาถูไถซอกคอเล่นมากจริงๆ เขามองซ้ายมองขวาก่อนจะถามเบาๆ

“มึงเป็นใคร? อยู่แถวไหนวะ?”

“ผม?” ผมกำลังอึ้งกับคำถาม จู่ๆ ชายหน้าดุก็เอื้อมมือมาดึงแขนผมเข้าไปในห้องและเดินผ่านชายหน้าขาวที่เดินสวนมา

“ไอ้ดร กูยืมเตียงมึงหน่อย”

ไอ้ดร*?* ชายผิวขาวนี่ชื่อดรเหรอ*?*

แล้วเตียงล่ะ*?* เขาจะยืมเตียงทำไม*?*

ผมกำลังมองกลับไปหาชายหน้าขาวแต่ก็โดนชายหน้าดุผลักไปนอนหงายบนเตียงซะก่อน เขาถอดเสื้อคอกลมออกและโถมตัวลงทับผมทันที

เขาประกบจูบและพยายามถอดเสื้อผมออกด้วยความหื่นกระหาย ตอนแรกผมก็ไม่คาดหวังว่าจะต้องทำอะไรแบบนี้ แต่ในเมื่อสถานการณ์มันพาไป ผมก็คงจำเป็นต้องยอม แถมชายคนนี้กดเอวใส่ผมหนักรัวอีกด้วย ผมถึงกับร้องแทบไม่หยุด

“อือออ โอย พี่” ผมปล่อยเสียงร้องออกมาแบบลืมตัว “พี่หนวด! เรามาคุยกันก่อนดิฮะ”

“พี่หนวด?” ชายหน้าดุยกตัวขึ้นทวนคำแบบอึ้งๆ แล้วก็เหยียดยิ้มออกมา “ไอ้ดร! ไอ้เด็กคนนี้เรียกกูว่าพี่หนวดว่ะ” ชายหน้าดุลูบมือไปตามลำตัวของผมอย่างแผ่วเบาผิดกับช่วงแรก

“พี่จา! ไอ้นี่ยังเด็ก ให้ผมจัดการเอง...” ไอ้ดรพูดตอบอยู่ตรงโต๊ะรับแขก ท่าทางเหมือนกำลังจะห้ามชายหน้าดุคนนี้

“ไม่มีใครเรียกกูว่าพี่หนวดมานานแล้ว” ชายหน้าดุหนวดสวยที่ชื่อจาคำรามออกมาและหัวเราะ “ถูกใจกูแล้วดิ”

“พี่ เดี๋ยวนะ ผมไม่ได้จะหาเรื่องพี่เลยซั...” ผมกำลังจะอธิบาย แต่พี่หนวดก็จับปากผมบีบแน่น

“กูไม่ได้โกรธ” เขาพูดพร้อมๆ กับใช้นิ้วลูบไล้หน้าอกผมช้าๆ ก่อนจะวกไปบดบี้หัวนมเบาๆ “นมสวย ผิวก็สวย ใครจะโกรธลง”

ผมนอนเกร็งสะท้านทุกจุดที่พี่หนวดสัมผัส แม้จะไม่รุนแรงสมกับที่เป็นมือของนักเลง แต่ก็เต็มไปด้วยความกระหาย เขาวนมือมาที่หัวนมอีกครั้งและเหยียดยิ้ม

“อยากเป็นเด็กยกกระเป๋าให้พี่ พี่ต้องขอสัมภาษณ์ก่อนนะ”

“อ๊าาาา พี่หนวด อือ” ผมแอ่นหน้าอกรับแรงบดนั้นอย่างเสียวซ่าน หลังจากนั้นก็ยื่นมือไปเกาะสะโพกหนาและดึงเข้ามาชิดหว่างขาของผม เขาโยกเอวหนักๆ ให้เป้านูนแข็งของเขาบดเบียดกับหว่างขาผมอย่างรุนแรง “อื๊อ อือ อ๊า”

“ต้องการพี่หนวดเหรอน้อง?” พี่หนวดถามและก้มลงจูบหนักๆ อีกครั้ง เขาไล่ปากไปที่หัวนมและดูดอย่างรุนแรงและเนิ่นนาน ก่อนจะถอนปากออกและใช้มือตบแด้มผมเบาๆ “ชื่ออะไร?” เขาถามพร้อมๆ กับจัดการปลดตะขอกางเกงตัวฟิตของตัวเองและถอดมันออกอย่างรวดเร็ว

“ต่อฮะ ผมชื่อต่อ” ผมนอนหอบและมองร่างกายของพี่หนวดที่เกือบล่อนจ้อน ตอนนี้เขาเหลือเพียงกางเกงในสีฟ้าตัวเดียวเท่านั้น เขามีหุ่นที่ไม่ต่างจากเสี่ยหนุ่มๆ ทั่วไปคือหนาใหญ่และอวบ แต่มันยังไม่ถึงขั้นอ้วน หน้าท้องยื่นนิดหน่อย ยังมีร่องรอยของซิกแพ็คลอนใหญ่ๆ ให้เห็นและยั่วน้ำลายอยู่บ้าง

แต่สิ่งที่ทำให้ผมละลายตาไม่ได้คือกรวยยาวที่โผล่พ้นขอบกางเกงขึ้นมา มันยาวมากทีเดียว แต่ผมก็ได้เห็นอยู่เพียงแว่บเดียวก่อนที่พี่หนวดจะก้มลงมาถอดกางเกงของผมออก เขายืนมองผมที่นอนหงายอยู่ครู่หนึ่งด้วยสายตาอำมหิต

เขาจับผมคว่ำและแยกขาออก ผมได้ยินเสียงเขาสูดปากยาวตอนที่เขากำลังขยำก้นผมและแหวกหาช่องทางรัก

“ตูดของต่อ พี่ขอนะ”

“อุย พะ...พี่หนวด” ผมครางและแอ่นตูดขึ้นแบบอัตโนมัติเมื่อพี่หนวดบดนิ้วลงมาที่ทางเข้าอ่อนนุ่ม ผมก้มหน้ากับที่นอนนุ่มทันที พลันสายตาก็เหลือบเห็นไอ้ดร ยืนมองมาด้วยท่าทางงุ่นง่าน ผมลืมไปเลยว่ามันยังอยู่ในห้อง

แต่ผมก็ไม่มีโอกาสได้คิดอะไรอีกแล้ว เมื่อพี่หนวดโถมตัวลงมาคล่อมและกดปลายกรวยที่ตูดผม เขากระทุ้งเบาๆ จนผมรู้สึกว่าช่องทางเริ่มขยายต้อนรับการบุกรุก ผมจึงผ่อนหายใจยาว ตอนนั้นเองที่ร่างกายผมจมลงไปในความนุ่มของเตียงวูบหนึ่งและก็อีกวูบหนึ่งและก็อีกวูบ

หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงตูดโดนกระแทกหนัก

ตั้บ!

“โอ๊ยยย! พี่”

ผมร้องเสียงดังและแยกขาออกกว้างเมื่อพี่หนวดกดสะโพกลงมาอย่างรุนแรง ส่งผลให้กรวยยาวของเขาแทรกเข้ามาในตัวผมเรื่อยๆ พอครั้งที่สามมันก็จมลงสุดความพอดี ตูดของผมถูกหน้าขาของพี่หนวดกระแทกเสียงดัง พร้อมๆ กับเสียงสูดปากยาวของพี่หนวด

เอี๊ยด! เอี๊ยด! เอี๊ยด! เอี๊ยด! เอี๊ยด!

หลังจากนั้นเตียงก็สั่นไหวอย่างรุนแรงตลอดครึ่งชั่วโมงที่ตูดของผมถูกยกเชิดขึ้นเพื่อให้กรวยยาวสอดแทงเข้าไปได้ มันถูกบีบขยำจนเป็นร่องนิ้วและบิดเบี้ยวผิดรูป

“อูยยย พี่หนวด ผมเสียวฮะพี่”

ตลอดเวลาที่ผมโดนพี่หนวดสัมภาษณ์ ไอ้ดรก็แอบมองไม่วางตา ผมไม่รู้ว่ามันมองใครระหว่างพี่หนวดกับผม ผมขอภาวนาให้มันมองผม เพราะถ้าหากมันมองพี่หนวด ผมคงโดนมันกีดกันแน่ๆ

พี่หนวดลุกขึ้นนั่งยองแยกขากว้าง เขาทิ้งน้ำหนักลงบนมือทั้งสองข้างที่ยึดจับเอวผมอยู่ในขณะที่ขย่มสะโพกลงบนตูดผมถี่รัว ในที่สุดเขาก็เปลี่ยนเป็นถี่แรง

“เยสส แตกแล้วๆ ๆ ซี๊ด”

เขาร้องออกมาก่อนที่จะหยุดเกร็งค้างและปล่อยให้กรวยกระตุกอยู่ในตัวผม เขาโถมตัวเองลงมาทับและพึมพำเบาๆ

“พี่หนวดหมดแรงเลย ฟู่” เขานอนหอบอยู่บนตัวผมพักใหญ่ ก่อนจะยอมลุกเข้าห้องน้ำไป

ผมพลิกตัวนอนหงายและปล่อยลมหายใจยาว ไอ้ดรเดินมาเกาะชั้นวางของและยิ้ม

“โทษนะฮะพี่ ผมทำเตียงพี่ยับหมดเลย” ผมทำตัวเป็นเด็กดี อย่างน้อยก็น่าจะช่วยให้มันสงสารผมได้บ้าง “เดี๋ยวผมจัดให้” ผมลุกขึ้นนั่งและคลานไปที่ปลายเตียง แต่ไอ้ดรก็เข้ามาเกาะไหล่และกระซิบกระซาบ

“ใครใช้มึงมา?”

ผมรู้สึกตกใจกับคำถามของไอ้ดร มันไม่ไว้ใจผมและคงคิดว่าที่ผมเข้าหาพี่หนวดเพราะถูกตำรวจใช้มาแน่ๆ ผมทำใจแข็งมองหน้ามันและยิ้ม

“ผมเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ร้านน้าเกด ผมแค่มาส่งข้าวนะพี่” ผมรวบรวมสติตอบมันไป “ผมแค่แซวพี่หนวดว่าอยากได้เด็กถือกระเป๋าไหม ก็แค่นั้น ไม่คิดว่าพี่หนวดจะเล่นด้วย”

“มึงรู้จักเจ๊บิวมั้ย?” ไอ้ดรถามผมอย่างไม่ไว้ใจ “เจ๊ฟาง?”

ผมกำลังสับสนกับคำถามมัน มันคงกำลังสอบสวนผมว่ารู้จักใครบ้าง แต่ที่น่าแปลกใจคือคนที่มันเอ่ยมามีชื่อเจ๊ฟางอยู่ด้วย จะใช่เจ๊ฟางคนเดียวกันไหมนะ? ผมควรจะตอบแบบไหนดี? ที่ดูแบบใสซื่อที่สุด

“เดี๋ยวนะพี่ ทีละข้อ” ผมยกมือขึ้นเบรคไอ้ดรและพยายามหาคำตอบ “ผมรู้จักเจ๊ฟาง...อุ๊บ!”

ทันทีที่ผมเอ่ยชื่อเจ๊ฟาง ไอ้ดรก็จับปากผมบีบแน่นและถลึงตามอง ผมต้องพยายามแกะมือของมันออกอย่างอยากลำบาก กว่าจะสำเร็จในที่สุด

“เฮ้ย! พี่ฟังให้จบก่อนดิวะ” ผมเริ่มโวยวายบ้าง “ผมรู้จักเจ๊ฟางเมียเฮียดุ่ย! รู้จักคนเดียว! ใช่คนเดียวกะพี่ที่บอกมั้ย?”

“ไม่แน่ใจว่ะ กูก็ได้ยินมาแค่เนี้ย เจ๊ฟางๆ” ไอพี่ดรพึมพำเบาๆ และมองหน้าผม “ฟางไหนวะ?”

เอ้า! ตัวเองยังไม่มีข้อมูล ยังจะมีหน้ามาข่มขู่คนอื่นอีก อันธพาลสมัยนี้ความรู้รอบตัวน้อยไปหน่อยป่าว

“พี่ไปหาข้อมูลมาก่อนเลยไปๆ อยู่ๆ มาขู่คนอื่นแบบไม่มีข้อมูลไม่ได้นะ” ผมไล่เขาและบ่นพึมพำต่ออย่างหงุดหงิด

“แล้วมึงรู้ฉายาพี่จาได้ไง? ไอ้พี่ดรมันเริ่มสอบสวนอีกครั้ง “มึงรู้มาจากใคร?”

“ฉายาอะไร?” ผมถามกลับในขณะที่กำลังเดินหาเสื้อผ้าที่พี่หนวดจับขว้างไปทั่วห้อง

“พี่หนวดไง ฉายาของพี่จาเขา” ไอ้พี่ดรเดินตามผมและถาม มันคงไม่อยากให้ผมคลาดสายตาหรือหนีหลุดมือไป

“ผมเรียกเอง ก็พี่เขามีหนวดสวยไง แถมเขาก็ไม่บอกชื่ออีก” ผมเริ่มหงุดหงิดกับการตอบคำถามของไอ้พี่ดร “ถ้าไม่อยากโดนเรียกว่าหนวด ก็อย่าไว้หนวดดิ”

“เอางั้นเลยเหรอ? ร้ายนะไอ้นี่” พี่หนวดเปิดประตูออกมาด้วยร่างเปลือยเปล่า ผมเพิ่งได้เห็นความยาวเต็มๆ ตอนนี้เอง ผมรู้สึกทึ่งกับตัวเองที่ผมสามารถรับมือพี่เขาไหว “ถ้าโกนกูก็ไม่น่ากลัวอะดิ กูไม่อยากโดนเด็กแถวนี้เรียกพี่หน้าใสว่ะ”

นั่นคือเหตุผลที่ไว้หนวดใช่มะ*?* ไอ้พี่หนวด

“พี่จา เขาชื่อกิจจา มึงต้องเรียกเขาแบบนี้” ไอ้ดรหันมาสั่ง ในขณะที่มันกำลังยื่นผ้าเช็ดตัวให้เขา แต่ผมไม่มีอารมณ์จะคุยต่อแล้ว ตอนนี้ข้อมูลในหัวเริ่มเยอะ ผมจะต้องกลับไปเขียนบันทึกไว้ก่อน

“ไม่อะ” ผมตอบไอ้ดรและหันไปมองพี่หนวดสุดเท่ที่กำลังเช็ดหัวยุ่งๆ ของเขา “ผมอยากเรียกพี่หนวด เอาไว้อารมณ์ดีเมื่อไร ผมค่อยมาเปลี่ยนชื่อให้ ผมไปละ ไม่ได้หนีนะ แต่กลัวน้าเกดจะหาว่าผมเชิดตังค์”

ผมเดินออกมาจากห้องแสนอันตรายนั่นได้โดยที่พี่หนวดไม่ขัดขวาง อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ยังไม่ถูกสงสัยละนะ

ข้อมูลที่ได้เพิ่มเติมมาวันนี้ ไอ้ดร เด็กปล่อยยาที่มีรอยสักรูปปีก (แต่ผมก็ยังไม่ได้เห็นปีกนั้นหรอกนะ) เป็นคนสนิทของพี่หนวดกิจจาที่เคยถูกเอ่ยถึงเมื่อนานมาแล้ว สองคนนี้เอ่ยถึงเจ๊บิวกับเจ๊ฟางที่เป็นใครซักคนในพื้นที่ สี่คนนี้คือตัวละครที่เพิ่มเข้ามาในวันนี้ ผมจะต้องจับตาดูต่อไป แต่มีแค่สองตา ผมจะดูได้ทั่วไหมเนี่ย?

จบบันทึก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น