มายเนมม

เป็นนักเขียนมือใหม่นะคะ ยังไงก็ฝากติดตามนิยายของเราด้วยน้าา~

ชื่อตอน : EP.05

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ธ.ค. 2561 09:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.05
แบบอักษร

และแล้ววันนี้ก็เป็นวันแข่งครั้งสุดท้าย ซึ่งสนามบาสในครั้งนี้ใหญ่มาก คนดูอาจจะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เพราะมันเป็นวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุด แต่ส่วนมากที่มาดูก็จะเป็นทีมบาสจากโรงเรียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่เคยแพ้ให้กับเซนต์จอห์น หรือโรงเรียนที่เป็นสหายกัน ผมได้มาดูเพราะอยู่ชมรมวารสาร ยังไงก็ต้องหาข่าวไปลงอยู่แล้ว แต่วันนี้ตัวผมกลับรู้สึกแปลกๆ มันโหวงๆในอกยังไงก็ไม่รู้แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร

ผมไม่ได้ไปหาพี่โซก่อนแข่งเลยเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับอุปกรณ์กล้องต่างๆจนถึงเวลาเริ่มแข่ง พวกเราชมรมวารสารได้ตำแหน่งที่นั่งที่วามารถเห็นได้แจ่มชัดที่สุด ก่อนเริ่มการแข่งนั้นผมเห็นทีมบาสของโรงเรียนผมยืนล้อมกันเป็นวงกลม

"ทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด! เพราะงั้น ..สู้!!"

เป็นพี่เซมที่ตะโกนขึ้น ก่อนทุกคนจะตะโกนพร้อมกัน

"สู้!!"

เสียงเชียร์ให้โรงเรียนเซนต์จอห์นเยอะกว่าที่ผมคิดไว้ เป็นเป็นเสียงที่ทำให้รู้สึกดี รู้สึกว่าอาจจะชนะ

...แต่ทำไมผมรู้สึกโหวงๆอีกแล้ว

ปี้ดดดด!

"เริ่มการแข่งขัน"

..

หลังจากวันนั้นผ่านมาอาทิตย์กว่าๆแล้ว รู้ไหม ผมไม่เคยเชื่อในเซ้นต์ของตัวเองเลยจนกระทั่งวันนั้น

..เซ้นต์ผมบอกว่าโรงเรียนเซนต์จอห์นจะไม่ชนะ

แล้วมันก็จริง ...เซนต์จอห์นแพ้ ด้วยคะแนนที่ไม่ห่างกันมากเท่าไหร่นัก ผมไม่รู้สึกเสียใจที่ทีมเราแพ้เพราะทีมคู่แข่งนั้นเก่งมาก เป็นทีมที่ได้ไประดับประเทศ แต่ที่ผมเสียใจเพราะมันเป็นการแข่งสุดท้ายของพวกรุ่นพี่ หลังจากการแข่งครั้งนั้นพวกรุ่นพี่ก็ออกจากชมรมบาส โค้ชก็ได้หยุดการแข่งของโรงเรียนไว้เพื่อที่จะได้ฝึกพวกม.4กับม.5ให้เตรียมพร้อมสำหรับการเป็นตัวจริง ซึ่งฟาสต์เพื่อนผมก็เป็นหนึ่งในนั้น มันบอกว่าพวกรุ่นพี่ที่ออกไปหลายๆคนไม่ได้เสียใจอะไรมากและปล่อยวางเรื่องการเล่นบาสเพราะเขาต้องเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ..แต่พี่โซ รายนั้นเขาบอกว่าจะไม่เล่นบาสอีกแล้ว ซึ่งโค้ชและพี่ๆในทีมเสียใจมาก เสียดายในฝีมือของพี่โซแต่ก็ไม่มีใครห้ามเขาได้

พี่โซเอาแต่หมกตัวอยู่ในหอสมุดของโรงเรียน พอหมดเวลาก็กลับบ้าน ผมทักไลน์ไปก็ไม่ตอบ ฝากเพื่อนพี่เขาให้มาเจอกับผม ก็ไม่มา ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อคิดว่าพี่เขาอาจจะยุ่งกับการเตรียมสอบก็ไม่ได้ไปวุ่นวายเดินตามหาเขาอีก กลายเป็นว่าตอนนี้เราต่างคนต่างอยู่ กลับไม่เป็นเหมือนเดิมก่อนหน้าที่เราจะได้คุยกัน

..ซึ่งผมไม่ชอบเลย

"มานั่งไรตรงนี้วะ ยุงเยอะแยะ"

เสียงฟาสต์เรียกผมให้ออกจากภวังค์ ผมที่นั่งอยู่บนอัฒจรรย์ก้มไปมองมันด้านล่างพร้อมเบะปากจะร้องไห้ ซึ่งมันก็รู้ว่าเรื่องอะไรเพราะผมไปคุยปรึกษากับพวกมันแล้ว มันก็บอกแค่ว่าอย่าเพิ่งไปยุ่งกับพี่เขา เขาอาจจะเครียดอยู่

"รอแพทเตะบอล"

"อีกนานไหมล่ะ จะทุ่มนึงละนะ ไอ้ห่านั่นก็ห่วงเล่นปล่อยให้มึงรอ" ฟาสต์วิ่งขึ้นมานั่งข้างๆผม

"ไม่หรอกกูชอบบรรยากาศในโรงเรียนตอนกลางคืน"

เสียงถอนหายใจจากคนข้างๆดังให้ได้ยิน ฟาสต์เอื้อมมือมาดันหัวผมให้ไปซบกับไหล่มัน พลางลูบผมปลอบเบาๆ

ผมว่าผมอาการหนักพอควร ก็ผมไม่เคยรู้สึกชอบใครมากขนาดนี้มาก่อนเลยนะ ..เขาเป็นคนแรก

"โค้ชบอกว่า ราชาได้รับทุนจากมหาลัยหนึ่ง เขาเห็นฝีมือเล่นบาสของราชาแล้วก็เลยอยากได้ตัวมาไว้ในทีม"

"หรอ..แล้วพี่โซว่าไงล่ะ"

"เขาขอคิดดูก่อน กูว่าใจจริงเขาก็อยากเล่นบาสต่อแหละเพราะกูเคยได้ยินเขาพูดกับโค้ชว่าจะเข้าคณะวิทย์กีฬา แต่เหมือนเขาลังเลอะไรอยู่กูก็ไม่รู้"

"กูอยากเป็นกำลังใจให้เขานะ ..แต่ตอนนี้กูไม่รู้จะเริ่มยังไง กูรู้สึกเหมือนว่าเขาไม่อยากเจอกูแล้ว"

"อะไรทำให้มึงคิดอย่างนั้น"

"กูเคยขอให้พี่เนย์นัดพี่โซออกมาให้กูหน่อย แต่เขาก็ไม่มา รอจนสามทุ่มเขาก็ไม่มา ..กูเลยโทรไปหาพี่เนย์ พี่เนย์บอกว่าบอกให้แล้ว แต่พี่โซไม่ตอบรับอะไรเลย ...กู ฮือออ"

ผมปล่อยโฮออกมาจนได้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมาร้องไห้กับเรื่องแบบนี้

"ไอ้แพท!!! กลับบ้าน!!"

ผมเห็นแพทริควิ่งหอบขึ้นมาบนอัฒจรรย์อย่างงงๆ ก็นะเล่นโดนฟาสต์ตวาดไปขนาดนั้น

"อะไรวะ เห้ยแอล ..ร้องไห้ทำไม"

"ฮึก"

"พามันกลับบ้านได้แล้ว เล่นอยู่ได้ไอสัส"

"โทษที กลับกันมึง" แพทริควิ่งลงไปลาเพื่อนที่เตะบอลด้วยกันก่อนจะวิ่งกลับมา กอดคอพาผมเดินไปที่รถมันโดยมีฟาสต์เดินมาส่ง

"แอล" เสียงฟาสต์เรียกไว้เมื่อพวกเรากำลังจะออก

"กูไม่ได้อยากยุหรอกนะ ..แต่มึงตัดใจเถอะ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมากูเพิ่งเคยเห็นมึงร้องไห้ขนาดนี้ ยังไงพอพี่เขาจบไปก็ไม่ได้เจอกันอยู่ดี กูอยากให้มึงทำใจไว้ก่อนเลย"

นั่นสินะ ..เมื่อถึงวันที่ต้องจากกันจริงๆ อาจจะเจ็บน้อยกว่าตอนนี้ก็ได้

"ขอบใจนะ กลับไปได้แล้วไป เดี๋ยวโค้ชตาม"

ผมบอกแค่นั้น แพทริคก็ขี่รถออกมาทันที แต่มันยังไม่ได้พาผมกลับบ้านทันที มันขี่พาผมมาที่สวนสาธารณะที่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่

"ดูดาวกัน"

"..จะบ้ารึไง มีที่ไหนล่ะ นี่กรุงเทพนะ"

"หึหึ ชมบรรยากาศก็ได้ วันนี้อากาศดี ไม่ค่อยมีเสียงรถด้วย ..มาตอนตรงนี้มา"

"ถ้ากูหลับอย่าทิ้งกูนะ"

"เออน่า"

เราสองคนลงนอนบนพื้นสนาม สายตาก็มองไปบนท้องฟ้าที่มืดสนิท ไม่มีสาวสักดวง แต่กลับดูสวยไปอีกแบบ เสียงลมพัดผ่านเบาๆกับเงาของต้นไม้ที่ไหวไปตามแรงลม อากาศเย็นๆของช่วงกลางคืน นี่แหละผมชอบที่สุด มันทำให้จิตใจสงบ..แหง๋ล่ะ ถ้าอากาศร้อนๆใครมันจะสงบจิตสงบใจได้กัน

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ผมก็ไม่ได้หลับไปอย่างที่พูด แพทริคก็ไม่ได้หลับแต่กลับไม่มีใครพูดอะไร สักพักผมก็ลุกขึ้นนั่งเพราะเสียงท้องของตัวเองร้อง

"หิวว่ะ"

"ข้างๆมีตลาด เดินไปดูกันไหม เอารถจอดไว้นี่ก่อนค่อยกลับมาเอา"

แพทริคบอก ผมพยักหน้าเห็นด้วย เราจึงเดินมาหาซื้ออะไรกินกัน ตลาดยังคงครึกครื้นอยู่ถึงแม้ตอนนี้จะเกือบเที่ยงคืนแล้วก็ตาม คงเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ล่ะมั้ง หน้าตาแต่ละคนก็ไม่ได้ง่วงหงาวหาวนอนกันสักเท่าไหร่ คงเพราะเพียงที่ทางตลาดเปิดเพื่อสร้างบรรยากาศมั้ง ก็ว่าเมื่อกี้ตอนนอนดูท้องฟ้า จู่ๆเพลงลูกทุ่งก็ลอยเข้าหูมา นึกว่าสมองเพ้ออะไร

"อยากกินเตี๋ยว"

"ไปดิ"

"อยากกินเกี๊ยวด้วย เกาเหลาก็อยากกิน"

"เออ สั่งมาให้หมดกูเลี้ยงเอง" แพทริคพูด ผมเหลือบมองมันก่อนจะเดินนำเข้าร้านแล้วสั่งทุกอย่างที่อยากกิน ซึ่งแพทริคมันไม่ได้สั่งไรเพิ่ม มันก็กินจากที่ผมสั่งมานั่นแหละเพราะกลัวผมคิดไม่หมด แต่ก็นะ..นี่แอลนะครับผม ไม่มีคำว่าสั่งมาแล้วกินไม่หมด อาหารเกือบเจ็ดจานที่อยู่บนโต๊ะ 20%ลงกระเพาะแพทริค อีก80%กระเพาะผมเอง ..มันอ้างว่ากินเยอะเดี๋ยวซิกแพคมันหาย จ้ะ..มึงมีกับเขาด้วยหรอ

เราเดินย่อยพร้อมซื้ออะไรจุกจิกอีกนิดหน่อยก่อนจะเดินกลับมาที่รถ ..แต่แล้วผมก็เห็นเงาของคนที่ไม่ได้เจอเลยตลอดอาทิตย์กว่าๆที่ผ่านมา

...เงาของคนที่ผมกำลังบอกตัวเองว่าจะตัดใจ

เขายืนพิงรถมอเตอร์ไซต์ของแพทริคอย่างถือวิสาสะ ท่ายืนเขาเหมือนกำลังรอใครสักคน คงไม่ใช่แพทริคแน่ๆเพราะตอนนี้เขากำลังมองมาที่ผม สายตาเหมือนคนอ้อนวอน ขอร้องให้ผมอยู่ฟังเขาก่อน

"..แอล"

--------

ตอนนี้อารมณ์เปลี่ยน บ่งบอกว่าคนเขียนเป็นไบโพล่า 555


ความคิดเห็น