Hecatia3120
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เล่ห์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2562 00:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ห์
แบบอักษร

 

​หลายวันต่อมา

 

วันนี้เป็นวันที่จิงซินต้องแสดงดนตรีหลังจากถูกเลื่อนไปเมื่อคราก่อน ในที่สุดก็จะได้เห็นหน้าองค์ชายสามเสียที นางได้ยินมาว่าเขามีทักษะการเล่นดนตรีที่เหนือชั้นกว่าคนทั่วไปมาก หากได้ฟังสักนิดคงเป็นบุญหูของนางเป็นแน่

 

"องค์ชายสามเสด็จ!!" เสียงขันทีดังมาแต่ไกล ไม่นานนักขบวนเสด็จก็มาถึง ในขบวนมีคนไม่มากเพราะองค์ชายขึ้นชื่อเรื่องชอบความเป็นส่วนตัวไม่ชอบพิธีรีตองอะไรยุ่งยาก

 

จิงซินตกใจตาเบิกกว้างเมื่อคนที่นางคุ้นหน้าดี แท้จริงเป็นถึงองค์ชาย! นางเคยต่อปากต่อคำกับเขาไว้มากเสียด้วย งานนี้คงได้มีเละกันบ้างล่ะ

 

"เริ่มได้" เฟยเทียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ตาคมจ้องร่างบางที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุดพร้อมผีผาไม่วางตาจนนางเสียวสันหลัง

 

มือบางสั่นเล็กน้อยก้มหน้างุดไม่กล้ามองไปเบื้องหน้า ก็เขาเล่นนั่งจ้องนางตาไม่กระพริบ หรือเขาโกรธเคืองนางอยู่

 

ดนตรียังไม่ทันได้เริ่มร่างสูงก็สั่งให้หยุดเล่นเสียอย่างนั้น หัวใจดวงน้อยของจิงซินเต้นรัวเร็วราวจะระเบิดออกมา ต้องเป็นนางแน่ๆ ครานี้นางคงไม่รอด

 

"เจ้าคนที่เล่นผีผาน่ะ" จิงซินสะดุ้งเฮือกหลับตาปี๋ สองมือกำเครื่องดนตรีของตนเเน่น

 

"หลังบรรเลงจบเจ้าอยู่ก่อน" ทุกคนต่างนิ่งอิ้งนึกสงสารร่างเล็ก นี่นางไปทำอะไรเอาไว้กันหนอถึงได้ถูกกักตัวไว้ องค์ชายผู้นี้แม้ไม่ชอบเรื่องรบราฆ่าฟันแต่ฝีมือนั้นก็ใช่ย่อย ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

 

"พะ เพคะ"จิงซินตอบออกไปด้วยเสียงสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด เฟยเทียนยกยิ้มมุมปากกับท่าทางคนตัวเล็กแวบหนึ่งก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม

 

การบรรเลงจบอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างกลับออกไปอย่างรวดเร็วตามคำสั่งของร่างสูง

 

"หม่าจิงซิน"

 

"พะ เพคะ"

 

"ข้าว่าข้าคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้านะ" แกล้งเอ่ยถามออกไป

"คะ คือว่าหม่อมฉัน...><"

"หึๆ ช่างเถิด ข้าอยากให้เจ้าบรรเลงขลุ่ยให้ข้าฟัง" จิงซินชะงักไป ขลุ่ย?เขารู้ได้อย่างไรว่านางบรรเลงขลุ่ยได้? แต่ไม่ว่าอย่างไรนางคงต้องเก็บความสงสัยใส่ลิ้นชักแล้วทำตามคำสั่งคนตรงหน้าเสียก่อน

 

"เอ่อ เพคะ" นางเริ่มบรรเลงทันที ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นขลุ่ยชั้นดีที่ทำจากไม้หายากเหน็บอยู่ข้างกายชายตรงหน้า สมแล้วที่เป็นถึงองค์ชาย

 

จิงซินหลงใหลไปกับการบรรเลงของตนไม่นานเสียงขลุ่ยที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น นางลืมตาขึ้นมองก็ต้องตกใจเมื่อเสียงขลุ่ยอีกเลามันมาจากคนตรงหน้า!  นะ นี่อย่าบอกนะว่า....!!!

 

"หยุดทำไมเล่า ข้ายังไม่สั่งให้เจ้าหยุดเสียหน่อย^^"

 

"คะ คือ คนที่เล่นขลุ่ย คะ คือ โอ๊ยย ทำไมถึงเป็นพระองค์ได้เล่าเพคะ><"

 

"เป็นข้าแล้วทำไมรึ^^"

 

"เลิกยิ้มเสียทีเพคะ องค์ชายนี่เองที่ก่อกวนเมื่อตอนวันคัดเลือก"จิงซินถอนหายใจฟึดฟัด นี่ถ้านางไม่ผ่านรอบนั้นจะทำอย่างไร ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลไม่ถูกทำลายเพราะมีบุตรีไม่ได้เรื่องรึ!

 

"แต่เจ้าก็ผ่านไม่ใช่รึ?"

 

"องค์ชาย!!!!"จิงซินโกรธจนควันออกหู นี่เขาไม่รู้สึกผิดเลยใช่มั้ย!

 

"อะไร ข้าทำเด็กน้อยโมโหเสียแล้วรึ"

 

"เด็กน้อยรึ!!! หึ่ม ก็ได้เพคะ!"นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะสูงได้แค่พ้นช่วงเอวเขามานิดหน่อยก็เถอะ

"หม่อมฉันยังเด็ก คงไม่มีความสามารถจะบรรเลงต่อได้ ทูลลาเพคะ!"พูดจบก็หันหลังไปทันที อยู่นานกว่านี้นางอาจไปทำร้ายร่างกายเขาได้ เดี๋ยวเกิดต้องโทษประหารเพราะคนผู้นี้คงอับอายขายขี้หน้า

 

"หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ! ถ้าเจ้าเดินต่ออีกแค่ก้าวเดียวเจ้าเดือดร้อนแน่"เฟยเทียนรีบยื่นคำขาดไป สงสัยเขาจะทำนางโกรธจริงๆเสียแล้ว

 

"ในเมื่อเจ้าไม่มีความสามารถพอ ข้าจะสอนให้เองเด็กน้อย^^" จิงซินถึงกับไปไม่เป็น นางหูฝาดไปเป็นแน่ จะสอนให้นางรึ!? นี่ไม่ได้แปลว่านางต้องเจอคนกวนประสาทแบบเขาทุกวันหรอกรึ!

 

"ไม่เป็นไรเพคะ อย่างไรหม่อมฉันก็เล่นผีผาอยู่แล้ว หม่อมฉันไม่ขอรบกวนองค์ชายเพคะ"

 

"ไม่เป็นไรไม่ต้องเกรงใจ ต่อไปนี้เจ้าต้องมาฝึกกับข้าทุกวัน นี่คือคำสั่ง" เขาปิดหนทางหลบหนีนางแน่นหนาชนิดที่หาข้ออ้างมาปฏิเสธไม่ได้อีก คนผู้นี้มีเวลาว่างนักรึ

 

ทางด้านเยว่จือ

 

"อะไรนะเจ้าคะ!!!!" ร่างบางอุทานเสียงดังเมื่อขันทีประจำตำหนักองค์ชายสองมาเรียกนางให้ไปพบนายของตน นี่เขาคิดจะทำอะไรอีกเนี่ย!

 

ใช้เวลาไม่นานนางก็มาถึงตำหนักของเขา เมื่อเดินไปด้านในก็พบกับชุดสำดำที่มีรอยขาดหลายที่อยู่ชุดหนึ่ง

"ข้าต้องการชุดใหม่" เสียงนิ่งเรียบลอยมาจากอีกมุมของห้อง ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ

 

"แล้วชุดที่หม่อมฉันตัดเย็บให้คราก่อนเล่าเพคะ" นางถามอย่างอดสงสัยไม่ได้ เพราะชุดตรงหน้าไม่ใช่ตัวที่นางตัดขึ้นมา ดูเหมือนจะเป็นชุดเก่าของเขาเสียมากกว่า

 

"เผาทิ้ง" ตอบกลับสั้นๆ เยว่จือชะงักไป นี่เขาเอาชุดที่นางนั่งหลังขดหลังแข็งตัดขึ้นมาไปเผาเนี่ยนะ!

 

"มันขาดเยอะ"ราวกับอ่านใจนางออกร่างสูงตอบออกไปอีกครั้ง เยว่จือพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหยิบสายวัดตัวขึ้นมาวัดสัดส่วนให้เขาเสียใหม่

 

"ทำอะไร"ร่างสูงเห็นนางเดินมาวัดนู่นนี่จึงเอ่ยถามออกไปแต่ก็ยอมย่อตัวนั่งลงในตอนที่นางจะวัดส่วนแขนและไหล่

 

"ร่างกายท่านไม่ได้เท่าเดิมตลอดเวลานี่เพคะดูสิสูงขึ้นตั้งเยอะ คราก่อนข้าสูงเลยเอวของท่านมาเป็นคืบตอนนี้สูงกว่าแค่สามนิ้ว ไหล่ท่านก็กว้างขึ้นด้วย ตรงนี้ก็ด้วย" เสียงใส่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดโดยไม่ได้สังเกตุคนถูกวัดตัวเลยว่าเขากำลังจ้องนางอยู่

 

เทียนจินไม่เคยฟังใครพูดอะไรนานๆขนาดนี้มาก่อน เขาเป็นพวกขี้รำคาญ ขนาดกับท่านพ่อเขายังคุยด้วยได้ไม่นานเลย แต่พอเป็นนางเขากับอยากจะฟังเสียงของนางไปเรื่อยๆ

 

"เสร็จแล้วเพคะ^^"  นางยิ้มออกมาเมื่อยืนขึ้น ตอนนี้นางตัวเท่ากับเขาเลย แต่ก็เพราะเขานั่งอยู่นั่นแหละนะ^^

 

"หม่อมฉันขอทูลลานะเพคะ จะรีบตัดชุดให้องค์ชายก่อนของฮองเฮาก็แล้วกันนะเพคะ จะได้มีใส่ไปคุมทหาร" นางกล่าวออกไปตามความจริงโดยไม่รู้เลยว่าความใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยของนางทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาอีกแล้ว!

 

"มาตัดเย็บที่นี่เหมือนเดิมล่ะ เผื่อข้าอยากแก้ไขจะได้แก้ทัน"

 

"เช่นนั้นก็ได้เพคะ"

 

หลังจากนางกลับออกไปเทียนจินก็เดินไปที่ตู้สำหรับเก็บชุดของเขา ร่างสูงหยิบชุดสีดำออกมาก่อนจะค่อยๆพับเองอย่างทะนุถนอมทั้งที่เกิดมาไม่เคยต้องมาทำอะไรเองเช่นนี้เลย

 

"เจ้าคงต้องลงไปอยู่ในหีบนั่นแทนเสียแล้วล่ะ หากเจ้าของเจ้ามาเห็นจะโกรธข้าอีก"เขาค่อยๆเก็บชุดใส่ลงหีบอย่างเบามือที่สุด นี่เป็นชุดที่นางตัดให้คราก่อน เขาเก็บไว้อย่างดี

 

ส่วนเรื่องตัดชุดใหม่ก็แค่ข้ออ้างให้นางมาหาเขาแค่นั้นเอง จะให้ไปนั่งเฝ้านางเขาเห็นนางกำนัลคนอื่นๆเป็นลมเป็นแล้งแล้วก็รู้สึกผิด เอาแบบนี้แหละดีแล้ว จะได้อยู่กับนางแค่สองคนด้วย

 

เรือนพัก

 

"เยว่จือเจ้ากำลังตัดชุดอะไรรึ สีดำอีกแล้ว"จิงซินถามสหายด้วยความสงสัย ปกติในวังจะไม่ใส่เสื้อผ้าสีนี้เท่าไหร่ แทบไม่เคยเห็นด้วยซ้ำหากไม่ใช่ชุดขุนนาง

 

"ขององค์ชายน่ะ^^"

 

"ขององค์ชายแล้วเจ้ายิ้มทำไมกัน?"จิงซินเย้าสหาย ของตัวเอง ดูเหมือนสหายคนนี้ของนางจะมีความรักเสียแล้ว

 

"ข้าแค่ดีใจที่ได้ตอบแทนที่องค์ชายช่วยข้าเรื่อง กระต่ายน่ะ" นางตอบออกไปตามความจริง นางไม่พบกระต่ายในวังฝ่ายในอีกเลยหลังจากเหตุการณ์นั้น

 

มารู้จากทหารแถวนั้นอีกทีว่าเขาให้คนนำกระต่ายไปปล่อยจนหมด ถึงจะดูเกินไปนิดแต่ก็ถือว่าเหมือนสวรรค์มาโปรดสำหรับนาง

 

"เจ้านี่เองที่เป็นสาเหตุให้กระต่ายหายไปหมด องค์ชายนี่ก็เกินไปจริงๆ" จิงซินว่าให้เยว่จืออย่างไม่จริงจังนัก ดูสิกระต่ายน้อยน่ารักหายไปไม่เหลือเลย

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น